ลึกกว่าข้อความคือความคิด มีค่ากว่าความคิดคือการกระทำที่ถูกต้อง

อ่าน: 162

ความสุข

ความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา  แต่ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้สมหวังได้ หรือแม้แต่ลงมือกระทำเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความสุข แต่ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็พบความสุขไม่ได้เช่นกัน

ท่านชาคโร ได้เล่าประสบการณ์ขณะที่ท่านปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านอาจารย์ชา สุภัทโท ไว้ว่า

“หลวงพ่อชา เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความสุขมีความเบิกบานในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ หลวงพ่อไม่หวังจะได้อะไรจากคนอื่น ไม่พยายามควบคุมอะไรหรือกำหนดเงื่อนไขใดๆ อาตมาเคยคาดหวังให้หลวงพ่อควบคุมดูแลทุกอย่างเข้มงวด คอยดูแลพระเณรให้รักษาวินัย แต่หลวงพ่อไม่เคยยึดติดกับมัน แล้วไม่เคยปฏิเสธใครด้วย พระเณรไม่มาทำวัตรนั่งสมาธิตามเสียงระฆัง หลวงพ่อก็ยินดีจะทำเองรูปเดียว”

ดังนั้นการที่จะทำให้ตนเองมีความสุข สิ่งสำคัญคือ ไม่หวังอะไรจากคนอื่น และไม่พยายามควบคุมอะไรเพื่อทำให้ตนเองมีความสุข

วิถี…แห่งปัญญา นิกายเซน โดย รศ.ดร.บุญชัย จงกลนี, หน้า 91

อ่านต่อ »


“เบลมสตอร์มมิ่ง” รู้อยู่ว่าไม่ช่วยอะไร แต่ก็ทำ

อ่าน: 301

คำว่า Blame Storming เกิดจากการเล่นคำ(เกือบ)พ้องเสียงกับ Brain Storming หรือการระดมสมอง

Urban Dictionary ให้ความหมายไว้สามอย่าง

Blamestorming (คำนาม) การประชุมอันหนึ่ง ซึ่งมีเป้าหมายจะค้นหา ว่าทำไมเป้าหมาย/เส้นตายจึงพลาดไป หรือทำไมงานจึงล้มเหลว และใครเป็นผู้รับผิดชอบ

Blamestorming (กริยา) การรวมหัวกัน หรือกระทำคนเดียว เพื่อหาว่าจะกล่าวโทษใครหรืออะไรดี สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น, ตรงข้ามกับการระดมสมองเพื่อหาทางออกให้แก่ปัญหา

Blame Storming การที่องค์กรมารวมกันเพื่อเลือกสรรข้อแก้ตัว หรือแพะรับบาป

อ่านต่อ »


ผู้นำในวิกฤติการณ์ (ถาวร)

2 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2009 เวลา 20:49 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ #
อ่าน: 299

หลังจากทำหนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑ เสร็จประมาณช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทาง Harvard Business Review ตีพิมพ์บทความเรื่อง Leadership in a (Permanent) Crisis ซึ่งวัตถุประสงค์ชี้ไปที่ประเด็นการนำองค์กรธุรกิจของสหรัฐ ออกจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจการเงินดังที่ทราบกันโดยทั่วไป แต่ผมคิดว่าแง่คิดในบทความนี้ สามารถประยุกต์ใช้ได้ในวิกฤติการณ์แบบอื่นๆ ได้เช่นกัน

ประเด็นสำคัญคือวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง มีคำถามกวนใจว่า Hunk Down — or Press “Reset”

อืม… เข้าประเด็นเดิมเลยนะเนี่ย ประสบปัญหาอยู่ จะประคองสถานการณ์ไปทำไม ในเมื่อไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ถึงผ่านไปได้ สาเหตุยังอยู่เหมือนเดิม แล้วมันก็จะเกิดขึ้นอีก — คิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ผลเหมือนเดิม

อีกอันหนึ่ง “An executive team on its own can’t find the best solution. But leadership can generate more leadership deep down in the organization.” ด้วยความเคารพต่อผู้บริหารทั้งหลาย ถ้าท่านไม่มีอะไรเลย ท่านก็ไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่หรอก แต่อันนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนข้อท็จจริงที่ว่า ท่านเห็นภาพใหญ่แต่อยู่ไกลจากเหตุการณ์จริงเหลือเกิน ทำไมจึงสั่งการอย่างละเอียดประหนึ่งว่าตนรู้ดีที่สุด ทั้งที่ท่านใช้ข้อมูลทุติยภูมิ/ตติยภูมิเป็นส่วนใหญ่ (แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้สั่ง) จะดีกว่าหรือไม่หากท่านจะไว้ใจเพื่อนร่วมงานมากขึ้น และให้โอกาสเขาได้ตัดสินใจเอง*บ้าง*

บทความนี้ อาจหาอ่านได้ตามห้องสมุดคณะบริหารธุรกิจ หรือค้นจากเน็ตครับ


สมดุลย์อันเปราะบาง

1 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 22 ตุลาคม 2009 เวลา 3:09 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ #
อ่าน: 351

“เบื่อ…เบื่อ…เบื่อ…เบื๊อ…เบื่อ…งี่เง่าจัง…ทำไมอย่างนี้ฟะ” คงได้ยินอะไรทำนองนี้กันบ่อยๆ นะครับ เป็นคำบ่นยอดฮิตของคนทำงาน มักจะเกิดจากการที่จะต้องปฏิบัติอะไรที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง ไม่เห็นด้วย ไม่สามารถ ไม่รู้เรื่อง หรือไม่มีประโยชน์

แต่รากเง่าของ “ปัญหา” นี้ มาจากการไม่พูดกัน ทำให้ผู้ตัดสินใจออกคำสั่งที่ผู้ปฏิบัติขัดเคืองคับข้องใจ แต่เพราะผู้ปฏิบัติไม่กล้าพูด จึงหาทางระบายออกด้วยการบ่น นินทาว่าร้ายอย่างสนุกสนาน เป็นการระบายแรงกดดันในใจ ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย

แล้วถ้าถามว่าแรงกดดันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็คงตอบว่าเกิดจากความคาดหวัง ไม่ตรงกับความเป็นจริง — จะให้ผู้ออกคำสั่งเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างไรในเมื่อตัวเองไม่พูด แล้วเมื่อคำสั่งงี่เง่าออกมาแล้ว จะไม่ปฏิบัติตามได้อย่างไรในเมื่อเป็นลูกน้องเขา กรรรรรรรรรมมมมม ก็ใช่ว่านายทุกคนจะฟังเป็นหรือรับความจริงได้หรอกนะ ขืนพูดไปจะเข้าตัว อันนี้เป็นกรรมสองเด้ง คือดันไปอยู่ในองค์กรที่ไม่น่าอยู่ ซึ่งอย่าไปโทษใครเลย ก็เลือกเองนี่ครับ

ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ รัฐบาลก็ว่ามันดีขึ้น แต่ทำไมตัวเราไม่ดีขึ้น ไม่รู้ว่าเขาวัดว่าดีตรงไหน งานหนักขึ้นทุกที เงินเดือนก็ไม่เห็นขึ้นทันค่าครองชีพเลย สติจะแตกอยู่แล้ว — แต่คุณมีทางเลือกเสมอครับ อยู่ที่ว่าจะกล้าเลือกหรือเปล่า

ถ้ามาทำงานตรงเวลา แล้วในเวลางาน ทำเต็มที่ เลิกงานแล้วก็คือเลิกงาน ไม่ควรจะต้องอยู่ดึก (เพราะนายก็ไม่ได้อยู่ด้วย) ถึงนายจะอยู่เดินไปเดินมาให้กำลังใจ แต่จะมากะเกณฑ์ลูกน้องให้อยู่ดึกเพื่อทำงานเกินที่กฏหมายกำหนด คงไม่เป็นธรรมเหมือนกัน แค่บอกว่าจ่ายค่าล่วงเวลาแล้วจะสั่งให้ทำงานดึกนั้น ไม่พอหรอกนะครับ หัวหน้าควรจะวางแผนงานล่วงหน้า สอบถามความสมัครใจเสียก่อนว่าลูกน้องคนใดอยู่ได้หรือไม่ พนักงานทุกคนเป็นคนเหมือนกัน มีครอบครัว มีคนต้องดูแล มีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน

ทุกๆคน ต้องชั่งน้ำหนักเอาเอง ระหว่างหน้าที่การงาน+ผลตอบแทน กับชีวิตส่วนตัว+การพักผ่อนอย่างเพียงพอ อาจมีจุดสมดุลย์ที่ดีระหว่างสี่เรื่องนี้ เพียงแต่จุดสมดุลย์นั้นคงจะไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นก็อย่าคาดหวังอะไรที่ไม่เป็นจริงเลยครับ

ถ้าตัวคุณบ้างาน ก็อย่าไปตำหนิคนที่ไม่ได้บ้าอย่างคุณ แต่จงลงโทษคนที่ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่สมกับผลตอบแทนที่องค์กรมอบให้; หัวหน้าที่ไม่รู้จักลูกน้อง ย่อมโดนหลอกอย่างน่าสงสารครับ นั่นแหละ คนประจบสอพลอจึงได้ดี และเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น

อยากให้องค์กรเป็นอย่างไร ก็ทำให้มันเป็นอย่างนั้น แต่อย่าลืมตั้งเป้า ตั้งความหวังตามความเป็นจริงด้วยล่ะครับ

ขอให้มีความสุข สนุกสนานกับการเลือกทางเดินของตนเอง


เมื่อนายคุณอยู่บน…หอคอย

3 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 14 ตุลาคม 2009 เวลา 0:32 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ, ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา #
อ่าน: 376

มีบทความอันหนึ่งบน palawat.org ซึ่งเขียนเมื่อต้นปี 2550 ผมเคย reblog ไว้นานแล้ว แต่ได้ย้อนกลับไปอ่านอีกครั้งหนึ่งด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

เมื่อก่อนอ่านแล้วมีความรู้สึก “สะใจ” นำโด่งออกมาเลยครับ ขนาดที่ตอนนั้นเป็นผู้บริหารระดับสูงปรี๊ดนะเนี่ย ตอนนี้กลับรู้สึกว่า ความสะใจไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย ไม่ได้แก้ไขอะไรทั้งนั้น เพียงแต่ได้ระบายความอึดอัดออกมาบ้าง แต่เหตุของความอึดอัดยังอยู่เหมือนเดิม แล้วมันก็จะเป็นอีก

บทความนี้ อ่านแล้วต้องคิดเยอะๆ ครับ แค่บอกว่า ใช่เลย…โดนจริงๆ…สุดยอด แต่ก็ยังทำเหมือนเดิม แบบนี้ได้อ่านหรือไม่ได้อ่าน ก็มีค่าเท่ากันนะครับ (reblog โดยได้รับอนุญาตจากคุณ blackcode เจ้าของบทความ ขอบคุณครับ ผมแก้ตัวสะกดไปสามแห่ง)

อ่านต่อ »


หัวหน้า

5 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 8 ตุลาคม 2009 เวลา 1:41 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 400

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2545 ผมถามคำถามกับเพื่อนพนักงานว่า

มีคนเอาโจทย์มาถามผม เลยอยากเอามาถามต่อ

->  ->  ->  <-  ->  ->  ->
 1   2   3   4   5   6   7

1 4 กับ 7 คนไหนเป็นหัวหน้า และเพราะอะไร

สนใจจะตอบไหมครับ บอกให้ก็ได้ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง เรื่องนี้มันสำคัญอยู่ที่เหตุผลต่างหาก


คนหลังบ้าน

3 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 26 สิงหาคม 2009 เวลา 0:34 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 469

ในการที่เราสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่ทุกๆ วันนี้ มีคนกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกรวมกันว่า System administrator (SysAdmin) ผู้ดูแลระบบ คอยจัดการให้ระบบงานต่างๆ ดำเนินไปได้

งานของ SysAdmin ทั้งหลาย เป็นงานที่มีความกดดันสูง เป็นงานปิดทองหลังพระ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ก็วิ่งกันวุ่นเพื่อแก้ไข ทั้ง hardware/software failure ไวรัส สแปม ระบบงานต่างๆ วงจรอินเทอร์เน็ต — งานเหล่านี้แม้ทำได้สมบูรณ์ ก็มักถูกมองข้ามไปเสมอๆ ในขณะที่หากมีอะไรไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ก็จะโดนตำหนิ ประหนึ่งว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่ทำให้คนทั้งองค์กร ต้องประสบปัญหาติดขัดไปหมด

ในปี ค.ศ. 2000 ได้มีกลุ่มคนระลึกได้ว่าควรแสดงความขอบคุณต่อกลุ่มงาน Sysadmin แล้วก็ได้จัดเป็น event ขึ้นมา แพร่หลายไปทั่วโลก เรียกว่างาน System Administrator Appreciation Day ซึ่งจัดในวันศุกร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม

ในบริษัทที่ผมเคยทำงานอยู่ จัดงานนี้มาหลายปีแล้ว แต่ได้ขยายขอบเขตออกไปโดยรวมถึงพนักงานที่ทำงานในกลุ่มที่เรียกว่า back office ซึ่งเป็นงานที่อยู่เบื้องหลังเช่นกัน — บัญชี/การเงิน จัดซื้อ ทวงหนี้ เลขา กฏหมาย บุคคล แม่บ้าน ฯลฯ

งานปิดทองหลังพระเหล่านี้ เป็นงานสำคัญแต่ถูกมองข้ามไปอยู่เรื่อยๆ เป็นงานที่ผู้คนมัก take it for granted คาดหวังว่ามันจะมีอยู่อย่างสมบูรณ์ตลอดเวลา โดยลืมไปว่าเราโชคดีแค่ไหนที่มีมันอยู่ในตอนนี้ และมีใครทำงานหนักขนาดไหนที่จะทำให้เราทำงานของเราได้สะดวกสบายอยู่ในวันนี้

งานนี้เป็นงานง่ายๆ ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมาก มีกินอาหารว่างกันนิดหน่อย มีการกล่าวแสดงความขอบคุณจากฝ่ายต่างๆ

อยากเชิญชวนให้ลองคิดดู ว่าเป็นเรื่องสมควรหรือไม่ ที่จะแสดงน้ำใจและความขอบคุณชื่นชมต่อบุคคลเหล่านี้ในองค์กรของท่าน หากจะทำ จะทำอย่างไร 

สังคมไทยมีคนหลังบ้าน อยู่มากมาย เวลาท่านจะกินข้าวสักจาน รู้ไหมครับว่ากว่าจะเป็นข้าวและกับแต่ละคำ มีใครต้องทำอะไรมาบ้างเพื่อให้ท่านกินข้าวได้; คนเหล่านี้ มักทำงานบริการและไม่ค่อยมีปัญหากับใคร แต่คนอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่คิดว่าตัวสำคัญ กลับทำให้คนเหล่านี้เดือดเนื้อร้อนใจอยู่เนืองๆ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ?

สำหรับท่านผู้บริหาร ฝากคำถามอีกอันหนึ่ง คือการที่ท่านนั่งอยู่ในตำแหน่งบริหารได้นั้น ท่านตระหนักหรือไม่ว่ามีคนเป็นจำนวนมากที่อยู่ใต้ท่าน ประคับประคองให้ท่านอยู่ในตำแหน่งนั้น ท่านปฏิบัติต่อเขาเหล่านั้นดีพอหรือไม่/อย่างไรนะครับ


กับเฮฮาศาสตร์

อ่าน: 411

เมื่อวานออกเดินทางมาสวนป่าอีกวาระหนึ่ง คราวนี้มาช่วยครูปูพูดคุยกับนักศึกษาและอาจารย์จาก VBAC คิดว่าเด็กกลุ่มนี้โชคดีครับ

ครูมิมเดินทางมาจากพิษณุโลก มาถึงบ้านป้าจุ๋มตั้งแต่เช้า แต่ผมไปรับสายเอง กว่าจะมาทันกลุ่มของครูปูแถวเขาใหญ่ ก็ช้าไปเกือบชั่วโมง เมื่อกินข้าวกลางวันเสร็จ ก็นัดพบกันอีกครั้งที่ตลาดสตึกเพื่อเข้าไปสวนป่าด้วยกัน ผมแยกไปบ้าน อ.แพนด้า+อ.หลินฮุ่ย

พอเย็น ออกจากสวนป่าอีกครั้งมารับป้าหวานซึ่งเป็นแขกพิเศษ กินข้าวเย็น แล้วตั้งวง dialogue (แบบแปลกๆ) แต่ผมก็ดีใจกับเด็กชุดนี้ที่ได้มีประสบการณ์ที่หาได้ยาก

ช่วงดึกหลังจากเลิกวง dialogue ครูน้อยชวนคุยเรื่องกระบวนการเรียนรู้ของครูบา ตรงนี้ผมกลับคิดว่าผมโชคดี ที่ได้มีโอกาสคิดใคร่ครวญกับคำถามของครูน้อย ทำให้ชัดเจนกับกระบวนการเรียนรู้แบบเฮฮาศาสตร์มากขึ้น จำไม่ได้หรอกครับว่าตอบอะไรไป แต่ตอบต่อหน้าหลายคน ตอบไปอย่างที่คิด และรู้สึกดีที่ได้ตอบไป รายละเอียดรอไปอ่านใน dissertation ของครูน้อยก็แล้วกัน


แนะนำ

ไม่มีความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 26 กรกฏาคม 2009 เวลา 0:11 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ #
อ่าน: 339

ผู้มีความรู้และประสบการณ์ สามารถช่วยให้ผู้อื่นเรียนรู้ขึ้นมาได้ด้วยคำแนะนำ คำแนะนำเป็นการสร้างคน ส่วนคำสั่งเป็นการจิกเอาผลลัพท์จากคนอื่นเดี๋ยวนั้น โดยที่ตัวเองไม่ทำ

แนะนำ แบ่งเป็นสองส่วน คือ แนะ และ นำ

แนะ คือชี้แนวทางหรือวิธีการให้รู้โดยตรงหรือโดยอ้อม การแนะจะประสบผลหรือไม่ ขึ้นกับพื้นฐานความพร้อมของผู้รับ และยังขึ้นกับปัญหาของการสื่อสาร ซึ่งทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับต้องดีทั้งคู่ หากพื้นฐานของผู้รับไม่ดีพอ หากผู้รับไม่พร้อมจะรับการแนะ เขาอาจไม่เหมาะกับงานนั้นมาตั้งแต่ต้น ในด้านประสิทธิภาพของการสื่อสารนั้นอาจดูได้ง่ายกว่า คือถ้าสื่อสารไปแล้วไม่มีใครรู้เรื่องหรือเข้าใจเลย เป็นปัญหาของผู้แนะ แต่ถ้ามีผู้รับเข้าใจบ้าง น่าจะแสดงว่าผู้รับที่ไม่เข้าใจมีปัญหา

นำ คือทำให้ดู การนำจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ มีองค์ประกอบทั้งผู้นำและผู้ตาม ผู้นำที่ไม่มีศรัทธาเป็นทุนเดิม เดินไปไหนก็ไม่มีคนตาม ผู้ตามที่ไม่รู้จักสังเกตเรียนรู้ ก็จะไม่ไปไหนเช่นกัน นอกจากนั้น การนำพาองค์กร ยังต้องมีการสื่อสารถึงทิศทางจนทุกคนเข้าใจ พร้อมที่จะเดินไปในทางเดียวกัน

แม้จะไม่มีอะไรรับประกันว่าการแนะนำ จะสร้างผลลัพท์ที่ดีให้องค์กรทันอกทันใจ ก็ควรมองว่าเป็นการลงทุนกับคน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ขององค์กรทุกชนิดเสมอ — ถ้าจะเอาแต่ผลลัพท์โดยไม่เชื่อใจในศักยภาพของใครในองค์กร องค์กรนั้นไม่มีสภาพที่จะร่วมใจสร้างผลลัพท์อะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ทั้งการแนะนำหรือคำสั่ง ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์ ผู้นำความจะเลือกใช้ให้เหมาะสม แต่ก่อนจะเลือกได้ดี ก็ต้องเข้าใจก่อนว่ากำลังจะเลือกอะไร เพื่ออะไร และเหมาะสมหรือไม่


ทิศเหนืออยู่ไหน?

5 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 22 กรกฏาคม 2009 เวลา 0:16 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 1167

ทิศเหนือสำคัญอย่างไร? แน่ล่ะครับทิศเหนือหรือทิศไหนๆ ก็เป็นสิ่งที่ใช้อ้างอิงว่าเราจะเดินทางไปในทิศไหน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรากำลังจะเดินไปจะเดินทางไปสู่เป้าหมาย แต่ดันไม่รู้ว่าตัวเราอยู่ตรงไหน จะกำหนดทิศทางอย่างไรก็เปล่าประโยชน์ เหมือนเดินส่งเดชไปเรื่อย

การหาทิศเหนือนั้น มีวิธีง่ายๆ คือปักเสาหรือกิ่งไว้เอาไว้บนพื้น(เรียบ) กำหนดจุดปลายเงาของยอดเสา เอาหินก้อนเล็กวางไว้ รอสักสิบ/สิบห้านาที เงาก็จะเลื่อนไป วางหินอีกก้อนหนึ่ง

เล้นที่ลากระหว่างหินทั้งสองก้อน คือแนวตะวันออก-ตะวันตก หินก้อนแรกอยู่ทิศตะวันตก หินก้อนหลังอยู่ทิศตะวันออก ถ้าเรายืนอยู่ทางหินก้อนแรก มองไปยังหินก้อนที่สอง ซ้ายมือคือทิศเหนือ (true north) ขวามือคือทิศใต้ (true south) ทิศเหนือ-ใต้ในกรณีนี้เป็นแกนหมุนของโลก ซึ่งจะแตกต่างกับทิศเหนือแม่เหล็กอยู่เล็กน้อย

การบริหารงานแบบทำไปเรื่อยๆ เปรียบได้กับการไม่สนใจทิศทาง เหมือนหลงป่าแล้ว ก็ยังตรงไปเรื่อยๆ หวังว่าจะหลุดออกมาจากป่าได้ — ที่จริงก็อาจจะหลุดพ้นไปได้นะครับ เพียงแต่มีกำลังพอหรือไม่ มีอาหารพอหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การบริหารงานแบบนี้ อาจเรียกได้ว่าไร้ทิศทาง อันเป็นเรื่องที่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด (stakeholder) ซวยร่วมกัน การไร้ทิศทางนั้น สังเกตได้ง่ายคือให้ถามเป้าหมาย จะไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

จะมีใครกล้าถามนายกหรือคนที่อยากจะเป็นนายกไหม ว่าจะนำประเทศไทยไปไหน ฮี่ๆๆๆ ล้อเล่นครับ แต่ความหมายเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งนี้ก็เพราะสังคมไทยมีมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน โดยอาศัยข้าราชการและนักการเมือง ยังมีกำลังของประชาชนซึ่งใหญ่โตกว่าระบบราชการมาก หากมุ่งไปในทางเดียวกัน ก็จะเป็นกำลังกล้าแข็ง แต่จะให้มุ่งไปในทางเดียวกันได้อย่างไรหากไม่รู้ว่าจะไปไหน

อีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องต้องห้าม คือการไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน เพราะว่าในเมื่อไม่รู้ว่าตัวเราอยู่ตรงไหนแล้ว ต่อให้เป้าหมายชัดเจน (คือออกจากป่า) ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนอยู่ดี

ผู้จัดการมีถมเถไป แต่ผู้นำนั้นหายากยิ่งนะครับ คนเป็นผู้นำประกาศว่าตนเป็นผู้นำได้แต่อาจไม่ได้เป็น คนที่จะเป็นผู้นำได้จริงคนอื่นเค้ายกย่องเอง



Main: 0.164711952209 sec
Sidebar: 0.151268005371 sec