สิงห์เหนือปะทะเสือใต้

อ่าน: 208

เม้งบอกว่าจะมาสวนป่ามานานแล้วครับ เลื่อนมาเรื่อยๆ เพราะว่าภารกิจเยอะ จนช่วงสิ้นปีที่แล้ว บอกมาว่าจะมาสวนป่าเป็นครั้งแรกช่วงเดือนเมษายน — เคยมีเหตุการณ์สิงห์เหนือปะทะเสือใต้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่เม้งกลับมาจากเยอรมันหลังจากเรียนจบแล้วเบิร์ดอยู่กรุงเทพพอดี อ้อ…อีกครั้งตอนงานบวชเม้ง

พอใกล้กำหนดสอบถามกำหนดการที่แน่นอนตลอดจนจำนวนคนไป ตอนแรกบอกว่าจะขับรถตามกันมาสองคัน 1,500 กม.จากปัตตานี พอตรวจสอบอีกทีลดเหลือคันเดียว เม้งจะขับ Mu-7 มาเอง มีลุงพูน อาจารย์เศวต ไชยมงคล พร้อมทั้งลูกชาย โก้ กับ กล้า อีกสองหน่วย จะสวนป่าวันที่ 29 เม.ย.-1 พ.ค.

พอหมอเบิร์ดรู้เข้า ก็จะมาเซอร์ไพร้ซ์เม้ง บินไปลงอุบลวันที่ 28 เม.ย. เยี่ยมคุณป้า แล้วเช้าวันที่ 29 ก็ขับรถจากอุบลมาสวนป่า ส่วนเม้งซึ่งออกเดินทางจากปัตตานวันที่ 28 พักกลางทางแถวประจวบคืนหนึ่ง เดินทางมาถึงสวนป่าตอนค่ำของวันที่ 29… ไม่เข้าใจว่าขับรถผ่านสุพรรณได้ยังไง

อ่านต่อ »


โลกร้อน น้ำแข็งละลาย น้ำท่วมโลก

อ่าน: 517

น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลาย ไม่ได้ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น ก้อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในน้ำทะเลด้วยตัวของมันเองเช่นที่ขั้วโลกเหนือ เมื่อละลายแล้วจะไปแทนที่ปริมาตรก้อนน้ำแข็งส่วนที่เคยจมอยู่; ส่วนน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้นั้น หากละลาย ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นเพราะขั้วโลกใต้เป็นแผ่นดินที่มีน้ำแข็งปกคลุม เมื่อน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ละลาย ปริมาตรน้ำในมหาสมุทรจะสูงขึ้น

จากดาวเทียมสำรวจโลก พบว่าน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายไปเยอะแล้ว แต่ที่ขั้วโลกใต้กลับมีน้ำแข็งเพิ่มขึ้น

ซึ่งเรื่องของน้ำแข็งมีความสำคัญในแง่ที่ว่า น้ำแข็งเป็นสีขาวสามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไปนอกอวกาศได้ดีกว่าผืนน้ำหรือผืนดิน หากน้ำแข็งละลายมาก โลกจะสะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์ออกไปในอวกาศได้น้อยลง ทำให้พลังงานจากดวงอาทิตย์กลายเป็นความร้อนสะสมอบอวลอยู่ในบรรยากาศ และทำให้โลกร้อนมากขึ้น

อ่านต่อ »


ถอดบทเรียนการทำหนังสือ โมเดลบุรีรัมย์

อ่าน: 1097

เมื่อวาน ส่งต้นฉบับไปโรงพิมพ์และสั่งพิมพ์แล้ว ก็เป็นอันว่ากระบวนการทำหนังสือโมเดลบุรีรัมย์เล่มนี้ จบลงเพราะทำอะไรอีกไม่ได้แล้ว

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ 4 ที่ผมทำทั้งกระบวนการ เขียน-เลือก-รวบรวม-ทำปก-จัดรูปเล่ม-แต่งรูปประกอบ-เรียงพิมพ์-ตรวจ-แก้-ส่งโรงพิมพ์ หนังสือคงจะพิมพ์เสร็จและจัดโดยส่งมาที่ VBAC ได้ในวันที่ 3 ก.ค. หนึ่งวันก่อนการเปิดตัวในงานอะไรสักอย่างของสภาการศึกษา ที่ทำเนียบรัฐบาล

เพื่อให้เข้าใจกระบวนการทำหนังสือแบบของผมเอง ดูได้จากบันทึกเก่าครับ — ควรอ่านทั้งสองบันทึกก่อนอ่านบันทึกนี้ต่อไป

อันนี้แถม

ที่จริงเมื่อวานซืน ไปส่งต้นฉบับที่โรงพิมพ์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าเนื่องจากก่อนไปส่ง มีการแก้ไขที่ฉุกละหุกมาก แล้วมีจำนวนสั่งพิมพ์ที่มากพอสมควร ผมจึงไม่แน่ใจว่าต้นฉบับนั้นจะมีคุณภาพที่จะพิมพ์ได้ แม้ว่าเวลาจะกระชั้นชิดมาก แต่ก็นัดแนะกับโรงพิมพ์ว่าวานนี้ จะต้องขอตรวจปรู๊ฟก่อน แม้จะเสียเวลา โรงพิมพ์พูดไม่ออก ซึ่งเราก็เข้าใจว่าเวลาไม่มีแล้ว

ดังนั้นเมื่อกลับมาบ้านเมื่อวานซืน จึงลงมือตรวจต้นฉบับอีกครั้งหนึ่งร่วมกับคณะบรรณาธิการ คือครูปู หมอเบิร์ด และฝน ถ้าตรวจแก้ได้เมื่อคืนทั้งหมด เช้าขึ้น เอาต้นฉบับอันใหม่ไปให้โรงพิมพ์แล้วสั่งพิมพ์เลย จะประหยัดเวลาได้มากกว่าไปตรวจปรู๊ฟที่โรงพิมพ์แล้วแก้ไข

ในการตรวจแก้ขั้นสุดท้าย มีรายการส่งมาแก้ไขตลอดช่วงค่ำ แต่เวลาสำคัญคือตั้งแต่ช่วงห้าทุ่มจนแปดโมงเช้า ผมมีโอกาสอีกรอบหนึ่งที่ได้แก้ไขเรื่องการแบ่งคำทางขอบขวาของหน้า และการจัดรูปประโยคใหม่ทั้งเล่ม โปรแกรมเรียงพิมพ์ตัดคำได้ดีครับ แต่ตัดประโยคไม่ดี ต้องมาไล่ปรับเองทั้งเล่ม

ผมตรวจแก้มาทั้งคืน คิดว่าโอเคแล้ว แปดโมงเช้าจึงเตรียมดิสก์เพื่อส่งโรงพิมพ์ เจอรายการแก้ไขหมอเบิร์ดสุดละเอียดอีก ก็เลยแก้อีกครับ

แก้ไปจน 9 โมง มีความเห็นร่วมกันว่าพอแล้ว ต้องเตรียมดิสก์ไปส่งโรงพิมพ์แล้ว ถ้าทำจนสมบูรณ์แบบ จะเป็นการผิดปกติ ความสมบูรณ์แบบไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าส่งงานไม่ได้ แต่เชื่อว่าด้วยความทุ่มเทของคณะบรรณาธิการที่ทำอย่างเต็มที ทำให้หนังสือนี้ มีคุณภาพดีเกินพอที่จะตีพิมพ์แล้ว

ผมได้อ่านหนังสือนี้หลายรอบมากๆ ชอบทั้งเนื้อหา ชอบทั้งความไหลลื่นของเรื่อง (คนเรียงเรื่องเก่ง) ชอบรูปประกอบ (คนถ่ายรูปเก่ง และคนเลือกรูปมาใช้เก่งมาก) อ่านไปทุกรอบ สะดุดใจประเด็นความรู้ใหม่ทุกรอบ

อ่านต่อ »


บ่อปลาและแปลงผักในป่าคอนกรีต

อ่าน: 1260

หลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไม่ดีทั่วโลก บ้านเรารับข่าวสารแต่มักจะไม่เข้าใจเนื้อแท้ของข่าวว่ามีอะไรซ่อนอยู่บ้าง

เศรฐกิจโลกไม่ดีมาหลายปีแล้วครับ อัตราคนว่างงานในสหรัฐไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่เข้าใจกัน เนื่องจากปลายช่วงรัฐบาลบุชผู้ลูก มีการเปลี่ยนแปลงการนับจำนวนผู้ว่างงานเป็นจำนวนผู้รับสวัสดิการการว่างงานจากรัฐ แต่ว่ารัฐจ่ายสวัสดิการนี้เพียงปีเดียว ถ้าในหนึ่งปียังหางานไม่ได้ ก็จะไม่นับเป็นผู้ว่างงานอีกต่อไปเนื่องจากไม่ได้รับสวัสดิการการว่างงานจากรัฐอีกแล้ว สหรัฐพิมพ์ธนบัตรเท่าไรก็ได้ เอาไปซื้อน้ำมัน โอเปคไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่านี่มันแบ๊งค์กงเต็ก แต่ไม่มีเงินสกุลใหญ่อื่นๆ ที่มีความมั่นคงพอ จะสังเกตได้ว่าเศรษฐีอาหรับเอาเงินไปซื้อห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือแม้แต่ทีมฟุตบอล ทั้งนี้เพื่อเปลี่ยนเงินสดไปเป็นสินทรัพย์อย่างอื่นเผื่อว่าระบบเงินตราจะมีปัญหาหนัก

ทั้งในอเมริกาและยุโรป นอกจากความเชื่อในกระแสโลกวิบัติปี 2012 แล้ว ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความอยู่รอดของยูโรโซน ปัญหาการขาดดุลย์การค้าที่กลับเพิ่มขึ้นอีกของญี่ปุ่น อัตราการว่างงานในสหรัฐและยุโรป เงินเฟ้อ ประเทศล้มละลาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันผันผวน ทำให้ผู้คนเริ่มระแวงว่าเมื่อระบบโลจิสติกส์มีปัญหา แหล่งผลิตทางอุตสาหกรรมจะมีปัญหาสองเด้ง คือการขนส่งวัตถุดิบเข้ามาผลิตไม่ได้และส่งสินค้าที่ผลิตแล้วไปขายไม่ได้เช่นกัน พื้นที่เกษตรกรรมก็เช่นกัน ถ้าราคาน้ำมันผันผวนมาก เครื่องจักรกลการเกษตรทำงานไม่ได้ จะไม่มีแรงงานเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยว และจะไม่สามารถขนพืชผลไปขายได้

แล้วเมืองจะอยู่รอดได้อย่างไร ถ้าไม่สามารถส่งสินค้าและอาหารจากแหล่งผลิตสู่เมือง คำว่าเมืองไม่ใช่กรุงเทพนะครับ ชุมชนต่างๆ ที่มีความสะดวกสบายแต่ไม่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้ เป็นอาการเดียวกันหมด

บันทึกนี้เสนอวิธีการปลูกพืชอาหารและเลี้ยงปลา โดยอาศัยพึ่งพากันและกัน เรียกว่าระบบ Aquaponics

อ่านต่อ »


เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน

3 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 8 April 2012 เวลา 12:04 ในหมวดหมู่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม #
อ่าน: 1004

ในงานเฮเก้า หมอจอมป่วนพูดถึงการจัดการขยะของสวนป่า ให้ความรู้เรื่องเปลี่ยนเศษใบไม้และขยะอินทรีย์ไปหมักเป็นปุ๋ยหมัก ซึ่งหมอทำเรื่องนี้มานาน ได้รับรางวัลและการยกย่องต่างๆ มากมาย รวมทั้งได้ทิ้ง powerpoint file ที่ใช้อบรมทั่วประเทศไว้กับครูบาทั้งชุด ผมคิดว่าครูบาคงทำไปตามนั้นละครับ เนื่องจากมีเศษไม้เศษใบไม้เยอะแยะเลย ขณะนี้สวนป่าใช้วิธีฝังกลบในที่ต่ำ (เลยโรงอัดอิฐไปอีก) บ่อหมักปุ๋ยต้องแก้ไขนิดหน่อยตามคำแนะนำของหมอ หมอแนะให้เอา biomass ไปทำ gasification ด้วย

ส่วน(อดีต)นายกเทศมนตรีท่านชอบไอเดียการเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน บันทึกนี้เอาตัวอย่างของกระบวนการอย่างหลังมาให้ดูครับ เป็นคลิปที่มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (UNU) ผลิตขึ้นเผยแพร่

อ่านต่อ »


ร่อนแปลงปลูก

2 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 29 February 2012 เวลา 14:36 ในหมวดหมู่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม #
อ่าน: 693

หากว่ารากพืชจะทำงานได้ ปลายรากก็ต้องชอนไชไปตามดินได้ โดยทั่วไปเราจะพรวนดินหรือใช้เครื่องตีดิน

แต่ในกรณีที่ดินแข็งมากจนเป็นดินดาน จนบางทีแม้จะขุดด้วยเครื่องมือก็ยังไม่ไหว แล้วรากพืชจะไชดินไหวได้อย่างไรครับ น้ำใต้ดินที่จะช่วยทำให้ดินอ่อนเพื่อที่ปลายรากพืชจะทำงานตามธรรมชาติได้ ก็ไม่สามารถจะขึ้นมาสู่บริเวณของปลายรากพืชได้ จึงต้องพึ่งการให้น้ำทางผิวดินอย่างเดียว ซึ่งการให้น้ำทางผิวดินนี้ น้ำส่วนหนึ่งจะระเหยไปในอากาศ และมีน้ำจำนวณน้อยที่ปลายรากพืชนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรงครับ

เช่นเดียวกับการแสวงหาคำตอบต่างๆ จะไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้ครอบจักรวาล การปลูกพืชก็เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องเตรียมแปลงปลูกอยู่ในระดับผิวดินหรอกครับ

คลิปอันนี้เป็นวิธีร่อนดิน (ที่ผสมกับปุ๋ยหมัก) ให้ร่วน แล้วยกแปลงปลูกให้สูงขึ้นมาจากผิวดินเล็กน้อย เมื่อรดน้ำแล้ว น้ำซึมลงไปในผิวดินได้ดี ระเหยไปในอากาศน้อย

อ่านต่อ »


ถนนสูง เขื่อนยาว

อ่าน: 687

การเปลี่ยนแปลงใดๆ มีผลกระทบต่อเนื่องต่อสิ่งที่อยู่รอบๆ เสมอ

รัฐบาลมีดำริจะสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมโดยยกถนนขึ้นอีก 1 เมตร และสร้างคันกั้นน้ำรอบเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่นนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างที่เขียนในบันทึกที่แล้วว่าผมคิดว่าเป็นสิทธิที่จะป้องกันชีวิตและทรัพย์สินครับ

แต่ในทำนองกลับกัน ก็อยากให้เรียนรู้จากบทเรียนของเขื่อนป้องกันสึนามิในญี่ปุ่นด้วย แม้ตามสถิติแล้ว ไม่น่าจะมีสินามิสูงเกิน 10 เมตร แต่เมื่อเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงผิดปกติและเกิดสึนามิตามมา คลื่นข้ามเขื่อนเข้ามาทำลายบ้านเมืองได้ เมื่อข้ามเข้ามาแล้ว น้ำกลับออกไปลงทะเลไม่ได้เนื่องจากมีเขื่อนขวางอยู่ ต้องค่อยๆ ระบายน้ำออก ซึ่งก็ยังดีที่ว่าแผ่นดินบนฝั่งอยู่สูงกว่าทะเลเสมอ จึงใช้แรงดึงดูดระบายน้ำได้

แต่กรณีของที่ราบลุ่มภาคกลางนั้น บางแห่งมีสภาพเป็นแอ่ง ปิดล้อมด้วยความสูงต่ำของภูมิประเทศ บางทีก็ด้วยถนน แม้ปริมาณน้ำส่วนใหญ่ผ่านไปหมดแล้ว แต่ก็ยังมีน้ำค้างทุ่งอยู่ในหลายอำเภอ ปัจจุบันน้ำลดลงแต่ยังไม่แห้ง พื้นที่ยังใช้เพาะปลูกไม่ได้ ทำการฟื้นฟูไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปถึงเมื่อไร ตอนนี้เท่าที่ทราบ รอน้ำระเหยไปตามธรรมชาติหรือไม่ก็ต้องจ่ายค่าพลังงานสำหรับสูบน้ำเองนะครับ

ถ้ายกระดับของ “เขื่อน” ขึ้นอีกหนึ่งเมตร แล้วกั้นน้ำไม่ให้ข้ามสันเขื่อนมาได้ จะมีอานิสงส์ดีคือจะไม่เกิดอาการน้ำค้างทุ่งแบบนี้อีก แต่ในทำนองกลับกัน ถ้าเกิดฝนตกหนัก หรือน้ำหลากข้ามสันเขื่อนเข้ามาได้ จะเกิดอาการน้ำค้างทุ่งสูงขึ้นอีกหนึ่งเมตร ท่วมหนักและยาวนาน พื้นที่หลังแนวถนนเขื่อน จะอยู่อาศัยไม่ได้เลย เพราะน้ำจะท่วมลึกขึ้นอีก 1 เมตร

อ่านต่อ »


โรงเพาะเห็ด

อ่าน: 1475

คืนนี้ครูบาโพสต์รูปเห็ด แล้วบอกว่า “เกิดทั่วไปแล้วตอนนี้ ขอเพียงมีความชื้นพอดี เห็ดก็เกิดได้ทั้งปี เห็ดทำหน้าที่อะไรบ้าง มนุษย์ยังรู้ไม่หมด เป็นเครื่องมือวัดความชื้นในอากาศในดินได้ด้วย”

เมื่อสามปีครึ่งที่ผ่านมา ไปเที่ยงงานพฤกษาสยามแล้วไปเจอระบบให้น้ำฝอยพร้อมทั้งกระโจมเพาะเห็ดครับ [เที่ยวงานพฤกษาสยาม (2)] ด้วยความที่เราไม่รู้เรื่องก็ต้องศึกษาไปทั่ว พบคำแนะนำหลายอย่าง แต่สองเรื่องซึ่งดูจะสำคัญที่สุดคือ ความชื้น และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์

ชาวฟาร์มเห็ดให้ความสำคัญกับความชื้น แต่ไม่ค่อยสนใจตัวหลัง ดังนั้นกระโจมเห็ดจึงมักตั้งอยู่กับพื้น อัดละอองน้ำเยอะๆ ให้ชื้นเข้าไว้


(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

อ่านต่อ »


มุมมองผู้บริโภคและพลเมืองต่อแผนแม่บทฯ กสทช.

อ่าน: 893

สำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (สำนักงาน กสทช.) จะจัดเวทีสัมนาและรับฟังความคิดเห็นในวันพฤหัสบดีที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. เป็นเรื่อง (ร่าง) แผนแม่บทฯ 3 ฉบับ มีเวลารับฟังความคิดเห็น 35 45 และ 30 นาที ตามลำดับสำหรับร่างแผนแม่บททั้งสามฉบับ ซึ่งคงมีผู้เชี่ยวชาญไปปล่อยของเยอะแยะ คงไม่เหลือเวลาสำหรับผู้บริโภคและพลเมืองคนหนึ่งซึ่งไม่ได้ทำธุรกิจนี้อีกแล้วมั๊งครับ (รู้ว่าคิดไปเอง…แต่ก็คิดอยู่ดี)

อย่างไรก็ตาม ทั้งในฐานะของผู้บริโภคและพลเมือง ผมก็มีความคิดเห็นต่อบางส่วนของแผนแม่บทดังกล่าวบ้างเหมือนกัน อยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้เขียนเอาไว้ โดยมองจากบางประเด็นซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้เผยแพร่เอกสารไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง (ร่าง) แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (พ.ศ. 2555-2559)

อ่านต่อ »


กระจายน้ำสำหรับการเกษตร

อ่าน: 905

พืชต้องการน้ำไปละลายสารอาหารในดินและทำให้ปลายรากดูดซึมสารอาหารในดินด้วยวิธีการออสโมซิส

แต่พื้นที่ภายใต้โครงการชลประทานของเมืองไทยมีอยู่กระจ้อยร่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอีสานและภาคเหนือ ดังนั้นเกษตรกรก็ต้องพึ่งแหล่งน้ำธรรมชาติ อันได้แก่แม่น้ำลำคลองหนองบ่อและน้ำบาดาล การชักน้ำเข้าแปลงเกษตรก็ต้องใช้พลังงานซึ่งคือต้นทุนของเกษตรกร ยิ่งจ่ายค่าพลังงานมาก ต้นทุนก็จะสูงขึ้น กำไรหด เหนื่อยไปแล้วไม่เหลืออะไร ต้นทุนพลังงานในการสูบน้ำเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายที่มองกันไม่ค่อยออกเพราะจับต้องไม่ได้และแยกแยะไม่ออกนะครับ

ถ้าถามว่าพืชจะร่าเริงกับน้ำที่ฉีดมาอย่างแรงเป็นฝอยฟู่หรือไม่ อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เท่าที่จำได้ก็ไม่เคยเป็นพืชเสียด้วย เราสามารถให้น้ำให้ปุ๋ยทางใบได้เหมือนกัน โดยเพิ่มแรงดันน้ำเข้าไปซึ่งหมายความว่าจะต้องจ่ายค่าพลังงานมากขึ้น บางทีเราก็ไม่คิดว่าจะต้องจ่ายค่าพลังงานเรื่องนี้โดยเอาแรงดันน้ำมาจากถังเก็บน้ำสูงๆ จริงอยู่ที่ถังยิ่งสูง ก็ยิ่งมีแรงดันน้ำมาก จะส่งน้ำ(ตามสายยางหรือฉีดน้ำ)ไปได้ไกล แต่ต้นทุนซึ่งเรามักจะไม่คิดกันนั้นมีสองส่วนครับ คือ

  1. ต้นทุนการก่อสร้างเพื่อนำน้ำไปเก็บไว้ที่สูง น้ำหนึ่งคิวหนักหนึ่งตัน ถ้าจะนำน้ำแปดคิวไปไว้สูงสิบเมตร ก็ต้องสร้างโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนังแปดตันที่ลอยอยู่เหนือพื้นดินสิบเมตร สร้างได้ครับ วิศวกรทำได้หมด (แต่แพง!)
  2. ต้นทุนการสูบน้ำ อย่างที่รู้กัน น้ำแปดคิวหนักแปดตัน ถ้าจะยกจากผิวดินขึ้นไปสูงสิบเมตร ก็จะใช้กำลังแปดกิโลวัตต์ตามทฤษฎี (จริงๆ แล้วมากกว่านั้นเพราะปั๊มน้ำไม่ได้มีประสิทธิภาพ 100% กล่าวคือมีการสูญเสีย) หมายความว่าถ้าใช้น้ำมาก ก็ต้องจ่ายค่าพลังงานมากขึ้นตามไปด้วย

อ่านต่อ »



Main: 0.36502408981323 sec
Sidebar: 1.1200358867645 sec