เรียนดิน ก่อนปั้นพระดิน

3 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 31 January 2010 เวลา 18:38 ในหมวดหมู่ ประสบการณ์ชีวิต #
อ่าน: 6232

ช่วงต้นเดือนนี้ ระหว่างทำพระปูน ได้ข้อมูลดีเรื่องดินปั้นหัตถกรรมและวิธีทำแบบหล่อ ก็เลยไปซื้อมาหลายก้อน แจกจ่ายคนยุกยิก… แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรกับดิน เพราะหลังจากนั้น ก็พาพ่อแม่ไปเที่ยวน่าน กลับมาก็ทำ เจ้าเป็นไผ ๑ พิมพ์ครั้งที่ ๒ อีก

ตอนนี้หนังสือจะส่งโรงพิมพ์พรุ่งนี้แล้ว ในระหว่างพักสายตาเมื่อหลายวันก่อน ไปหยิบดินมาทดลอง เพื่อหาข้อจำกัดของดินปั้น

เพื่อการนี้ ก็ใช้ดินประมาณ 60% ของก้อน มาปั้นเล่นเป็นพระปางไสยาสน์ทั้งองค์ แต่มีการทดลองปะดินแบบเอาน้ำลูบ และแบบไม่เอาน้ำลูบ ดูความแข็งตามเวลา และความแข็งของดินเมื่อแห้งแล้ว ลองเอากระดาษทรายขัด ลองทำแบบหล่อ ลองปั๊มด้วยแบบที่ทำนั่นแหละ และลองสี ได้อาการดังนี้ครับ

อ่านต่อ »


เมื่อมองไม่เห็นปัญหา ย่อมแก้ไขไม่ได้

อ่าน: 2007

ไม่ได้เขียนบันทึกหลายวัน แต่ไม่ได้แป้กหรอกนะครับ

ผมร่วมกับบรรณาธิการชาวเฮ ตรวจแก้หนังสือเจ้าเป็นไผ ๑ อีกครั้งหนึ่งเพื่อจัดพิมพ์ครั้งที่สอง… ไม่อยากคุยเลย ของเค้าดีจริงๆ ครับ… หนังสือชุดนี้เป็นบทเรียนชีวิต ถึงแม้ผู้อ่านจะไม่ได้ผ่านประสบการณ์นั้นโดยตรง แต่ก็สามารถเรียน (อย่างแห้งๆ) ได้บ้างว่า กว่าที่คนแต่ละคนจะมายืนอยู่ตรงที่เขายืน ผ่านอะไรต่างๆ มามากมาย ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง “ถูกทาง” บ้าง ไม่ถูกบ้าง แต่ก็ไม่มีใครที่อยู่ดีๆ ก็เป็นแบบที่เป็นอยู่ การจะเป็นอย่างที่เป็น ต้องฝ่าฟันกันทั้งนั้น… ให้นักศึกษาอ่าน สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมหาศาล… ให้ผู้ต้องขังในทัณฑสถานอ่าน ครอบครัวรายงานว่าพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ทำงานทำการมากขึ้น

ที่อยากบอกในบันทึกนี้คือ ภัยแล้งครั้งนี้ หนักหนาสาหัสแน่นอน แต่เราก็ยังมองน้ำเป็นแต่เรื่องน้ำผิวดิน เมืองไทยไม่มีภูเขาสูงพอที่จะดักจับความชื้นในอากาศ หรือมีหิมะตก เรายังพึ่งฝน แต่ก็ทำลายป่าซึ่งดูดความชื้นในอากาศ เอาน้ำจากแม่น้ำนานานชาติมาใช้ก็ไม่ได้ แล้วเราก็บ่นๆๆๆ ชี้นิ้วไปเรื่อยๆ

เรายังคิดเหมือนเดิม (รอฝน) ทำเหมือนเดิม (รอน้ำ) ผลย่อมเหมือนเดิมครับ (รอต่อไป)

มีวิธีเติมความชื้นในอากาศโดยใช้น้ำทะเลสร้าง “เชื้อเมฆ” แก้โลกร้อน และปั่นไฟฟ้าไปในขณะเดียวกัน

บันทึกเก่าๆ เรื่องน้ำนี้ น่าอ่านทุกอันครับ หวังว่าจะได้แง่คิดอะไรบ้าง


ตาข่ายคลุมฟ้า

8 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 24 January 2010 เวลา 13:52 ในหมวดหมู่ สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 2544

คิดต่อจากบันทึกเรื่องอนุสนธิจากแผ่นดินไหวในเฮติ ผมก็หาทางที่จะ restore ระบบสื่อสารขึ้นมา อย่างน้อยก็สำหรับการกู้ภัยครับ

ที่จริงเรื่องนี้ ใช้วิทยุเครื่องแดงหรือเครื่องดำ ก็เหมาะดี แต่ถ้าต่อเน็ตได้ ก็จะได้ข้อมูลที่ไม่ผิดพลาด ได้แผนที่ ส่วนรูปและวิดีโอเข้าส่วนกลาง ทำให้การวางแผนและดำเนินการ สะดวกขึ้นมาก

ก็อกแรก: คิดว่าจะเอาเครื่องทวนสัญญาณ wi-fi ใส่บันลูนปล่อยขึ้นฟ้า แต่ผูกไว้กับพื้นไม่ให้สูงเกิน 30-50 เมตรครับ ใช้เสาอากาศบีมสัญญาณลงพื้น เมื่อไม่มีสัญญาณแพร่กระจายออกไปทุกทิศทาง ก็จะได้กำลังส่งในทิศทางที่ต้องการเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว และยิ่งเมื่อมีสถานีทวนสัญญาณลอยอยู่สูง ปราศจากสิ่งปลูกสร้างรบกวน ก็น่าจะมี coverage ที่ไกลขึ้น เมื่อลมแรงหรือฝนตกก็ดึงเอาบันลูนลงมา แบตหมดก็เช่นกัน

ในส่วน gateway ที่พื้นนั้น รับสัญญาณ wi-fi จากบนฟ้า สามารถเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม (หรือ land line ถ้าไม่เจ๊งไปเสียแล้ว) เข้าอินเทอร์เน็ตได้

อ่านต่อ »


อนุสนธิจากแผ่นดินไหวในเฮติ

อ่าน: 2660

ผมเจตนาไม่เขียนเรื่องนี้ในขณะที่เกิดเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ คืออยากเทียบความคิดกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ว่าห่างไกลกันแค่ไหนครับ

สถานการณ์คือ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2553 เวลา 04:53:10 ตามเวลาประเทศไทย มีแผ่นดินไหวขนาด M7 ห่างจากเมือง Port-au-Prince (ในประเทศเฮติ) 23 กม. เป็นแผ่นดินไหวบนบกที่อยู่ตื้น จึงเกิดความเสียหายกับบ้านเรือนมาก โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายเป็นส่วนใหญ่ ระบบโทรคมนาคมไม่เหลือ (ยกเว้นยิงตรงผ่านดาวเทียม) เฮติตั้งอยู่บนรอยแยกพอดี จึงมีความเสี่ยงนี้เป็นธรรมชาติ บ้านเรือนไม่ค่อยมีตึกสูง ถึงเป็นตึกเตี้ย ก็ถล่มลงเป็นจำนวนมาก

จนถึงขณะที่เขียนนี้ ผ่านไปแล้ว 10 วัน โครงสร้างพื้นฐานยังไม่กลับมา

  • สนามบินในพื้นที่รองรับเครื่องบินได้วันละร้อยเที่ยว ในขณะที่มีความช่วยเหลือต้องการส่งเข้าไปกว่าพันเที่ยว การแก้ไข: เปิดสนามบินสำรองห่างออกไป 40 กม แล้วขอใช้สนามบินอีกสองแห่งในโดมินิกัน (ประเทศติดกัน)
  • ท่าเรือซึ่งเป็นทางผ่านของความช่วยเหลือล็อตใหญ่และน้ำมัน ทหารอเมริกันเพิ่งซ่อมเสร็จ คาดว่าคงอีกวันสองวันกว่าเรือจะเดินทางเข้าไปเทียบได้
  • ไฟฟ้า: หายไปชั่วขณะ
  • โทรศัพท์: ยังไม่มี ยกเว้นโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม
  • อินเทอร์เน็ต: ไม่มี ถ้ามี วิดีโอข่าวจะเร็วกว่านี้
  • โรงพยาบาล: ถูกทำลาย ไม่น่าจะมีไฟฟ้า ผู้บาดเจ็บล้มตายมาก โรงพยาบาลสนามมีจำนวนไม่พอ
  • อาหาร: ไม่พอ น้ำสะอาดไม่พอ
  • เงิน: ไม่มี ถึงมีก็ไม่มีความหมาย
  • ที่พัก: ไม่มี ที่พักชั่วคราวมีจำนวนไม่พอ
  • เศรษฐกิจ: ย่อยยับ

อย่างนี้จึงเรียกวิกฤต เป็นสถานการณ์ซึ่งชีวิตไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างปกติ เงินไม่มีความหมาย ถึงมีเงินก็ไม่รู้จะเอาไปซื้ออะไร ธุรกิจบริการหยุดหมด การซื้อขายสินค้าเจอปัญหาเรื่องการขนส่ง-เดินทาง อาหารเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยไม่ได้ ติดต่อสื่อสารไม่ได้ ตามหาครอบครัวและญาติไม่ได้ เต็มไปด้วยความโกลาหล

นี่เป็นสเกลของภัยพิบัติขนาดใหญ่ ซึ่งต่อให้เตรียมพร้อมอย่างไร ก็ยากที่จะรับมือได้ดี แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะละเลยการเตรียมพร้อม

อ่านต่อ »


เตรียมพิมพ์ “เจ้าเป็นไผ ๑” ครั้งใหม่

6 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 22 January 2010 เวลา 16:59 ในหมวดหมู่ สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 2424

เนื่องจาก จปผ๑ หมดไปหลายเดือนแล้ว แต่ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ถามหาอยู่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพวกเราชาวเฮจะไปร่วมงาน มหกรรมรวมพลังองค์การบริหารส่วนตำบลอุทิศตนปิดทองหลังพระ ระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ดังนั้นก็จะพิมพ์หนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑ เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ในการนี้ จะพยายามแก้ไขเท่าที่จำเป็น โดยไม่ขยับหน้าหรือเลย์เอาท์ ซึ่งหน้าที่แก้ไขได้ (ต้องแก้อยู่แล้วเพื่อเพิ่มข้อมูลการพิมพ์ครั้งใหม่) คือ 16 แผ่นแรกของหนังสือ (ตั้งแต่ต้นจนถึงหน้า 30) แต่เพราะว่าเราเปลี่ยนปก โรงพิมพ์คิดราคาเดิม ดังนั้นอยากแก้อะไรก็แก้ครับ หน้าไหนก็ได้ แต่อย่าให้ข้อความขยับข้ามหน้า กำหนดส่งรายการแก้ไขไม่เกินสิ้นเดือนนี้

ถ้าพบตรงไหนที่ควรแก้ กรุณาฝากความคิดเห็นไว้ครับ

อ่านต่อ »


กรนพิฆาต

2 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 20 January 2010 เวลา 13:46 ในหมวดหมู่ การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ #
อ่าน: 4258

เสียงกรนเกิดจากลมหายใจเข้าออก กระทบบริเวณช่องคอ เนื้อเยื่อในช่องคอ เช่นเพดานอ่อนตรงลิ้นไก่ เกิดการสั่นสะเทือนเป็นเสียงขึ้น บางคนกรนได้ดังพอๆ กับเสียงเครื่องยนต์เจ็ต และนำไปสู่การกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคนที่นอนอยู่ใกล้ๆ

การกรนไม่ได้เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น thaiclinic.com อธิบายไว้ว่า

… เวลาคนเรานอนหลับ กล้ามเนื้อที่ลิ้นและที่โคนลิ้น จะคลายตัวลงไปด้วย ทำให้ลิ้นตกลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้ปิดสนิทนะครับ ทำให้อากาศที่เราหายใจผ่านจมูก และผ่านลงไปยังโพรงจมูกด้านหลัง ผ่านไปไม่สะดวกนัก เกิดคล้ายการกระพือบริเวณที่โคนลิ้น ทำให้เกิดเป็นเสียงกรน กรณีเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ

ถ้าหากเราทำงานหนักมาทั้งวัน หรือเหนื่อยมาก ก็จะนอนหลับสนิทหรือ deep มาก ทำให้ลิ้นตกลงไปได้มากขึ้น ก็ยิ่งกรนหนักขึ้น แล้วโอกาสที่ร่างกายจะพลิกตัวขณะหลับก็น้อย ทำให้คนที่หลับสนิทมากๆ กรนได้มากกว่าทั่วไป…

อ่านต่อ »


เผชิญหน้าอย่างใกล้ชิด

2 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 19 January 2010 เวลา 19:58 ในหมวดหมู่ อาหาร ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ #
อ่าน: 2168

การแสดงดอกไม้ไฟ วันเฉลิมพระชนม์พรรษา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2552 ไม่มีอะไรหรอกครับ เพิ่งเอาขึ้น YouTube ก็เลยเอามาให้ดู

สังเกตพอดอกไม้ไฟจุดไปได้สักพัก มีเสียงกันขโมยรถยนต์ทำงาน แม้สิ่งต่างๆ ทำงานไปตามที่ควรจะเป็น ผลลัพธ์ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ดังนั้นก็อย่ามองอะไรผิวเผินแค่ผลลัพธ์หรือ KPI

อ่านต่อ »


ไปเที่ยว

6 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 12 January 2010 เวลา 22:45 ในหมวดหมู่ อาหาร ท่องเที่ยว กีฬา นันทนาการ #
อ่าน: 2757

ปิดบล็อกไปเที่ยวกับพ่อแม่หลายวันครับ กลับวันจันทร์

นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-น่าน


ปรัชญาแผ่นดิน

อ่าน: 2457

เมื่อครั้งพลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้มีดำริให้รวบรวมขึ้นเป็นหนังสือ ไว้เพื่อเป็นหลักในการบริหารบ้านเมือง มี 6 บท คือ ปรัชญาประมุขบริหารราชการ, ปรัชญาการปกครอง, ปรัชญาสังคม, อภิปรัชญา, ปรัชญาชีวิต และบทสรุป

พลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2523-2531 หลังจากพลเอกเกรียงศักดิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2523 สภาผู้แทนราษฎรทำการหยั่งเสียงเพื่อหาตัวผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีมติเลือกพลเอกเปรม โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หนังสือปรัชญาแผ่นดินนี้ ผมไม่มีข้อมูลว่าพิมพ์ครั้งแรกเมื่อใดครับ แต่พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2525

ผมว่าน่าอ่านทุกบทล่ะครับ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเหมาะกับทุกคนหรอก ออกแนวเซนหรือเต๋า ใช้ paradox ในการเปรียบเทียบ อ่านแล้วต้องคิดเยอะๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อแต่ต้องพิจารณา คนฉลาดก็ต้องเลือกอย่างฉลาดครับ

อ่านต่อ »


จุดยืน

8 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 11 January 2010 เวลา 18:29 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา #
อ่าน: 2950

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าคนที่มีความมั่นคงทางอารมณ์ เป็นคนมีจุดยืน - แม้จะไม่มีความมั่นคงในอารมณ์ ก็จะพยายามแสดงว่ามีจุดยืนเหมือนกัน

ดังนั้นการดูว่าใครมีจุดยืนที่แท้จริงอยู่ตรงไหน อาจไม่สามารถดูได้จากสิ่งที่เขาแสดงออกมา หรือป่าวประกาศเพียงอย่างเดียว (นี่ก็สองอย่างเข้าไปแล้ว)

ถ้าเชื่อว่าปฏิกริยาของคน เริ่มต้นในจิตใจ (รวมทั้งเชื่อว่าความคิดในสมองก็เป็นปฏิกริยาของจิตใจด้วย) จะต้องดูแรงผลักดันสามด้านที่ชักคะเย่อกันอยู่ คือ

  1. ร่างกาย ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายทั้งปวง ความไม่สงบ การเบียดเบียนกัน การตะโกนที่ไม่มีใครฟัง การใช้ความรุนแรง รวมทั้งความไม่แน่นอนอีกด้วย
  2. ศักดิ์ศรี ต้องการเป็นฝ่ายถูก รวมถึงความอยากทั้งหลายของอัตตา เช่นการมีคนมาห้อมล้อม ป้อยอ ยกย่อง เห็นด้วยไปหมดทุกอย่าง ต่อให้รู้ว่าเขาแสร้งทำเฉพาะหน้า ก็ยังพอใจอยู่ดี
  3. จิตสำนึก ต้องการทำในสิ่งที่ถูกต้อง การอบรมเลี้ยงดู จะสร้างค่านิยมว่าอะไรถูกต้อง อะไรที่คนรอบตัวและสังคมรับได้หรือไม่ได้

ในแรงผลักดันทั้งสามนี้ ไม่น่าจะทำให้วุ่นวายได้มาก แต่มันก็เกิดขึ้นด้วย“เหตุผล“ที่ยกมาอ้าง โดยลืมไปว่าแม้ความจริง ก็มีหลายมุมมอง แต่ความจริงในมุมของตน มักมีน้ำหนักมากกว่าความจริงของคนอื่น แถม “เหตุผล” นั้น เราคิดเองหรือฟังคนอื่นมาแล้วเชื่อนะครับ เหตุผลเป็นเพียงความคิด

เมื่อคนเรามีจุดยืนแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่ามั่นคงนะครับ ต้องดูก่อนว่ายืนอยู่บนอะไรด้วย

อ่านต่อ »



Main: 0.047420024871826 sec
Sidebar: 0.16465902328491 sec