ค่ายสวนป่าฮา&เฮ กลุ่มหมู่บ้านพอ

อ่าน: 2426

ยอมรับครับว่าค่ายนี้ เป็นค่ายที่ผมรอคอยและมีความสุขมากที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

กลุ่มหมู่บ้านพอจัดตั้งขึ้นประมาณน้ำท่วมประเทศ ปี 2554 โดยคุณธนน รัตนบรรณกิจ (ปริ๊นซ์) มีหลักการที่คล้ายกับหมู่บ้านเฮ/หมู่บ้านโลกอย่างน่าประหลาด เราได้ตกลงกำหนดค่ายนี้เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 58 ว่าจะจัดระหว่างวันที่ 4-6 เมย 58 มีสมาชิกมาร่วมจากหลายจังหวัด (เลข โคราช ตราด กรุงเทพ) และมาขอมาร่วมจากเพชรบุรีด้วย รวมประมาณ 15 ท่าน

อ่านต่อ »


ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์สำหรับสวนป่า

อ่าน: 2424

เรื่องค่าไฟฟ้ามหาโหดก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความไม่มีเสถียรภาพของระบบจ่ายไฟ เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเสมอมาครับ

ไฟดับบ่อย ถ้าดับไม่นานก็ไม่เป็นไร เราอยู่โดยไม่ใช้ไฟฟ้าได้ชั่วคราว แต่ถ้าดับนานเหมือนเมื่อคราวนิสิตแพทย์ จุฬา รพ.ชลบุรีมาเข้าค่ายเมื่อหลายปีก่อน ไฟดับนาน 40 ชั่วโมง สูบน้ำบาดาลไม่ได้ น้ำในหอเก็บหมดลง เดือดร้อนกันมาก

หลักความมั่นคงสามแนวทาง: อาหาร น้ำ พลังงาน เมื่อไม่มีไฟฟ้า ก็ไม่มีน้ำ เมื่อไม่มีน้ำ ผลิตพืชอาหารได้ลำบาก ดังนั้นจึงรวนไปหมด… อาจารย์นันท์ ภักดี จัดสองอาชีวะพลังงานในเขตบุรีรัมย์หลายครั้ง ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม อาจารย์ก็ชวนให้ไปดูด้วย ก็อยากไปล่ะนะครับ แต่สวนป่ามีงานอบรมเหมือนกัน ทิ้งไปไม่ได้ จนวันหนึ่งใกล้จะหมดกำหนดของงานติดตั้งพลังไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่โณงเรียนมีชัยพัฒนา อ.ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ผมชวนครูบากับแม่หวีไปเที่ยวสำเร็จ จึงชวนอาจารย์นฤมลกับฤๅษีอ้นไปด้วย ก็ได้เห็นหลายอย่างครับ แต่ความต้องการของสวนป่านั้น มีชัดเจนอยู่แล้ว

อ่านต่อ »


นักศึกษาสำนักวิชาวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 1-2 มิ.ย.56

อ่าน: 2511

อาจารย์ทวิชพานักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกจากสำนักวิชาวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มาเยี่ยมสวนป่า โดยจัด “การประชุมเสนอผลงานบัณฑิตศึกษาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ครั้งที่ ๑๐” ในวันที่ 1 มิ.ย. 56

แยกกันมาด้วยรถสามคันครับ อาจารย์ทวิชขับรถมาเอง ส่วนรถตู้และรถบัสขับมาด้วยกัน อาจารย์ทวิชมาถึงช่วงสายๆ รถตู้กับรถบัสขับเลยทางเข้าไปหน่อย แต่เมื่อวกรถกลับมา ก็หาทางเข้าเจอ ผมขับรถออกไปรับ แต่เห็นว่ารถกำลังขับเข้ามา ก็เลยวกรถกลับ

อาจารย์ทวิชเปิดงาน แล้วให้ผมคุยตามเรื่องตามราวกันนักศึกษาสัก 15 นาทีตามประสาวิศวกรประสบการณ์สามสิบกว่าปีคุยกับรุ่นน้อง แต่เพราะว่าให้พูดอะไรก็ได้ ก็เลยเล่านิทานไปหลายเรื่อง ชีวิตจริงไม่เหมือนข้อสอบปรนัยหรอกนะครับ คล้ายข้อสอบอัตนัยมากกว่าในแง่ที่ว่าตัวเลือกนั้น เรากำหนดเอง แต่ไม่เหมือนข้อสอบอัตนัยในแง่ที่ว่ามีทรัพยากรและข้อจำกัดด้วย ไม่มีใครสักคนที่จะมีชีวิตด้านเดียว รู้อย่างเดียว ทำอย่างเดียว พูดเรื่องเดียว ชำนาญเรื่องเดียวได้ แต่คนเราต้องมีเรื่องที่เรารู้จริงอยู่บ้าง มีทักษะความชำนาญเฉพาะตัวลงมือทำแล้วได้ผลดีอยู่บ้าง อย่างสองอย่างก็ยังเรียกว่ามีดี ทั้งนี้เป็นเพราะชีวิตต้องใช้สหวิทยาการ… ที่เขียนมานี่ ไม่ได้พูดหรอกครับ ส่วนที่พูดก็ลืมไปแล้ว รู้แต่ว่าพูดมาก ใช้เวลาเยอะเลย โชคดีที่ก๋วยเตี๋ยวใส่ว่านสาวหลงยังไม่พร้อม

อ่านต่อ »


COMET การศึกษาเรื่องอุตุนิยมวิทยาด้วยตนเอง

อ่าน: 4713

โปรแกรม COMET เป็นโปรแกรมการศึกษาเรื่องอุตุนิยมวิทยาด้วยตนเองของสหรัฐ ผมเรียนๆ หยุดๆ มาสองสามปีแล้วครับ ตั้งแต่เมืองไทยเริ่มมีภัยธรรมชาติคุกคามมากขึ้น

โปรแกรมนี้ต้องลงทะเบียน แต่ทุกอย่างฟรีหมด เรียนทางอินเทอร์เน็ต ถ้าสงสัยอะไร ดูจาก FAQ ของเขาก่อนครับ <– คลิกลิงก์ตรงนี้

ที่นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ให้ได้ศึกษากันเอง จะได้เป็นเครื่องป้องกันข่าวลือแปลกๆ อิงวิทยาศาสตร์แบบครึ่งๆ กลางๆ

The COMET® Program was established in 1989 by UCAR and NOAA’s NWS to promote a better understanding of mesoscale meteorology among weather forecasters and to maximize the benefits of new weather technologies during the NWS’s modernization program. The COMET mission has expanded, and today COMET uses innovative methods to disseminate and enhance scientific knowledge in the environmental sciences, particularly meteorology, but also including diverse areas such as oceanography, hydrology, space weather and emergency management.

COMET has an outstanding, highly trained team of instructional designers, meteorologists, environmental scientists, graphic artists, multimedia developers, and information technology and administrative professionals. A COMET strength is the flexibility of its staff, which allows effective use of program funds and efficient production.

อ่านต่อ »


เตาเผาถ่านไบโอชาร์รุ่นพัดลม

อ่าน: 8695

แรกทีเดียว สองจิตสองใจอยู่ว่าจะลองที่บ้านซึ่งหาอุปกรณ์ได้ง่ายหรือว่าจะยกไปทำที่สวนป่าซึ่งขนเครื่องมือไปแล้วบางส่วน

ในที่สุดก็คิดว่าไปทำที่สวนป่าดีกว่าครับ จะได้มีคนช่วยกันดูหลายๆ คน

เตาเผาถ่านไบโอชาร์แบบพัดลมนี้ เป็นถังทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแตกต่างกัน (แต่ความสูงเท่ากัน) ซ้อนกันอยู่สามถัง เมื่อมองจากด้านบน (Top View) ก็จะเห็นเป็นวงกลมสามวงซ้อนกันอยู่โดยมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน

image

ถังนอก เราติดพัดลม (กระแสตรงสำหรับคอมพิวเตอร์) เป่าลมเข้าถังนอกในแนวเฉียง เพื่อให้ลมที่วิ่งในถังนอก (พื้นที่สีน้ำเงิน วงนอกสุด) หมุนทวนเข็มนาฬิกา ลมที่เป่านี้ เป่าในจุดเดียวก็ได้ อากาศในถังนอกซึ่งไม่มีที่ไป ก็จะพาทุกอณูหมุนตามกันไปทวนเข็มนาฬิกาตามแรงลมเป่า

ถังกลาง ผมจะเจาะร่องสูงสัก 1 นิ้วจากของล่าง ดัดให้ลมหมุนจากถังนอก รั่วเข้าไปถังกลางได้ และเหนี่ยวนำให้อากาศในถังกลาง (พื้นที่สีแดง วงกลาง) หมุนทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน

ส่วนถังใน เจาะช่องเปิดเล็กๆ แล้วดัดจนลมจากถังใน (พื้นที่สีเทา วงในสุด) ไหลมมองมาถังกลาง (พื้นที่สีแดง) ได้โดยไหลทวนเข็มนาฬิกาเช่นกัน

อ่านต่อ »


คันกั้นน้ำอย่างเดียวไม่พอ

อ่าน: 3070

คลิปข้างบน ขอแก้ข้อความ “..ในการสนองโครงการพระราชดำริของมูลนิธิชัยพัฒนา” หน่อยครับ คำว่าโครงการพระราชดำริ ใช้กับพระราชวงศ์ชั้นสูง

แต่หลักการใหญ่ที่ใช้เครื่องผลักดันน้ำนั้นถูกต้องครับ เพียงแต่ว่าควรจะใช้ในร่องน้ำที่มีอัตราไหลต่ำ เช่นคลอง หรือว่าติดหูช้างของประตูระบายน้ำ เช่น (1) บริเวณตําบลโผงเผง อําเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งอัตราไหลของแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงเหลือ 1,800 ลบ.ม./วินาที (2) แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำมูล แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำตะกั่วป่า หรือแม่น้ำปิงช่วงผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งคดเคี้ยวมากทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกไปอย่างรวดเร็ว — เครื่องผลักดันน้ำ ควรจะวางอยู่ที่ก้นร่องน้ำสูงกว่าท้องน้ำนิดหน่อย (วางกลางของความลึกจะดีกว่า แต่วางอย่างนี้ไม่ได้หากมีการสัญจรทางเรือ) น่าเสียดายที่โครงการป้องกันน้ำท่วมสามแสนล้านบาท มีขุดลอกคูคลอง ขุดสันดอนพอเป็นกระษัย แต่ไม่ได้มีความพยายามจะตัดร่องน้ำให้ตรงเพื่อลดแรงเสียดทาน เพิ่มอัตราการไหลของน้ำ

อ่านต่อ »


จะเอาผลแต่รดน้ำเฉพาะกิ่ง

4 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 12 June 2012 เวลา 17:31 ในหมวดหมู่ เทคโนโลยีชาวบ้าน #
อ่าน: 3694

มีคนบ่นว่าบ้านเราดีแต่ขายแรงงานราคาถูก ไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ขายในระดับนานาชาติได้เอง ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาคิดเป็นระดับ 0.3% ของจีดีพี ซึ่งต่ำต้อยด้อยพัฒนาซะเหลือเกิน ประเทศที่พัฒนาแล้วมีตัวเลขนี้สูงกว่าเราสักสิบเท่า จึงหนีไม่รอดที่จะนำเข้าการออกแบบ นำเข้าวัตถุดิบมาผสมกับแรงงานราคาถูก แล้วขายออกไปสู่ตลาดโลกในราคาถูก กำไรที่เกิดขึ้น บริษัทข้ามชาติก็นำกลับไปหมด เหลือเป็นเพียงค่าแรงและเศษภาษีถูกๆ ให้กับคนไทย (เผลอๆ ได้ BOI ไม่เสียภาษีอีกด้วยซ้ำไป)

แต่วันนี้ค่าแรงของเราไม่ได้ถูกอีกต่อไปแล้ว ทั้งสังคมไม่ได้ขวนขวายที่จะพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง ติดแหงกอยู่กับความสะดวกสบาย เคยมีอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้ความเห็นไว้ว่าซื้อเอาง่ายกว่า คุ้มกว่าทำเอง (ซึ่งถูกต้องเมื่อมองเฉพาะเรื่องราคา แต่ไม่ถูกเมื่อมองเรื่องความยั่งยืน) การศึกษาถูกบังคับด้วยหลักสูตรและ “มาตรฐานการศึกษา” ซึ่งรับประกันว่าเป็นความรู้แห้งๆ ทำอะไรไม่เป็น เด็กส่วนหนึ่งจะเข้ามหาวิทยาลัยและเรียนต่อไปได้ ซึ่งเป็นการเลื่อนเวลาการตกงานออกไปในอนาคต

เหมือนกับที่จั่วหัวเรื่องไว้ ผมคิดว่าอาการอย่างนี้ เป็นเหมือนความต้องการที่จะเอาผล แต่ไปรดน้ำเฉพาะตรงกิ่ง แทนที่จะบำรุงทั้งต้นโดยเริ่มตั้งแต่ราก ไม่ว่าจะปฏิรูปการศึกษามากี่หน ก็ไม่เคยคิดว่าบางทีปัญหาจะอยู่ที่ตัวคนปฏิรูปเอง ปฏิรูปไปกี่ครั้งก็เหมือนเดิม เช่นเดียวกับการทำรัฐประหาร และการเลือกตั้ง

อ่านต่อ »


บ่อปลาและแปลงผักในป่าคอนกรีต

อ่าน: 5702

หลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไม่ดีทั่วโลก บ้านเรารับข่าวสารแต่มักจะไม่เข้าใจเนื้อแท้ของข่าวว่ามีอะไรซ่อนอยู่บ้าง

เศรฐกิจโลกไม่ดีมาหลายปีแล้วครับ อัตราคนว่างงานในสหรัฐไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่เข้าใจกัน เนื่องจากปลายช่วงรัฐบาลบุชผู้ลูก มีการเปลี่ยนแปลงการนับจำนวนผู้ว่างงานเป็นจำนวนผู้รับสวัสดิการการว่างงานจากรัฐ แต่ว่ารัฐจ่ายสวัสดิการนี้เพียงปีเดียว ถ้าในหนึ่งปียังหางานไม่ได้ ก็จะไม่นับเป็นผู้ว่างงานอีกต่อไปเนื่องจากไม่ได้รับสวัสดิการการว่างงานจากรัฐอีกแล้ว สหรัฐพิมพ์ธนบัตรเท่าไรก็ได้ เอาไปซื้อน้ำมัน โอเปคไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่านี่มันแบ๊งค์กงเต็ก แต่ไม่มีเงินสกุลใหญ่อื่นๆ ที่มีความมั่นคงพอ จะสังเกตได้ว่าเศรษฐีอาหรับเอาเงินไปซื้อห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือแม้แต่ทีมฟุตบอล ทั้งนี้เพื่อเปลี่ยนเงินสดไปเป็นสินทรัพย์อย่างอื่นเผื่อว่าระบบเงินตราจะมีปัญหาหนัก

ทั้งในอเมริกาและยุโรป นอกจากความเชื่อในกระแสโลกวิบัติปี 2012 แล้ว ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความอยู่รอดของยูโรโซน ปัญหาการขาดดุลย์การค้าที่กลับเพิ่มขึ้นอีกของญี่ปุ่น อัตราการว่างงานในสหรัฐและยุโรป เงินเฟ้อ ประเทศล้มละลาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันผันผวน ทำให้ผู้คนเริ่มระแวงว่าเมื่อระบบโลจิสติกส์มีปัญหา แหล่งผลิตทางอุตสาหกรรมจะมีปัญหาสองเด้ง คือการขนส่งวัตถุดิบเข้ามาผลิตไม่ได้และส่งสินค้าที่ผลิตแล้วไปขายไม่ได้เช่นกัน พื้นที่เกษตรกรรมก็เช่นกัน ถ้าราคาน้ำมันผันผวนมาก เครื่องจักรกลการเกษตรทำงานไม่ได้ จะไม่มีแรงงานเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยว และจะไม่สามารถขนพืชผลไปขายได้

แล้วเมืองจะอยู่รอดได้อย่างไร ถ้าไม่สามารถส่งสินค้าและอาหารจากแหล่งผลิตสู่เมือง คำว่าเมืองไม่ใช่กรุงเทพนะครับ ชุมชนต่างๆ ที่มีความสะดวกสบายแต่ไม่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้ เป็นอาการเดียวกันหมด

บันทึกนี้เสนอวิธีการปลูกพืชอาหารและเลี้ยงปลา โดยอาศัยพึ่งพากันและกัน เรียกว่าระบบ Aquaponics

อ่านต่อ »


หมู่บ้านโลก (4)

อ่าน: 3082

ผู้ที่ศึกษาทางพุทธมาบ้าง จะเข้าใจว่าชีวิตเป็นไปตามกฏของไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่สามารถกำหนด บังคับ ควบคุมได้ หากแต่ชีวิตนั้นมีค่า ไม่ควรปล่อยเวลาและศักยภาพทิ้งให้สูญเปล่า (”เรื่องใหญ่ของมนุษย์ มีอยู่แค่เรื่องเดียว คือเรื่องความไม่รู้ ว่าเรื่องใดน่ารู้” — คิดจากความว่าง โดยดังตฤณ)

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เมื่อนำมาปฏิบัติให้ได้ผลแล้ว ชีวิตจะไม่ตกต่ำลง เนื่องจากปัจจัยสี่มาจากดิน เป็นการเก็บกินไม่ใช่ทำกิน ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องเป็นลูกจ้าง ในเมื่อมีชีวิตอยู่ได้ หากสิ่งใดที่ทำแล้วเกิดคุณค่า ต่างเป็นกำไรของชีวิตทั้งนั้น ในเมื่อทุกคนเป็นนายจ้างของตนเอง จะทำกำไรได้มากเท่าไหร่ ก็แล้วแต่ว่าทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อคนอื่นหรือไม่ และขยันขันแข็งเพียงใด

แต่ว่าร่างกายมีความเสื่อมเป็นธรรมดา คนจำเป็นต้องหาเครื่องมือผ่อนแรงช่วยให้ เครื่องมือเหล่านี้จะเปลี่ยนพลังงานรูปหนึ่งเป็นอีกรูปหนึ่ง มีส่วนต่างที่เกิดเป็น “งาน” ขึ้น ซึ่งงานตรงนี้ เรานำเอามาใช้ผ่อนแรง เช่นแทรกเตอร์ ปั้นจั่น ปั๊มน้ำ ลิฟต์ รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ​ เตา ฯลฯ คงจะพูดไม่ได้ว่าอะไรจำเป็นกว่าอะไร เนื่องจากแต่ละคนมีความจำเป็นที่แตกต่างกัน

ที่กลับมาอัพเดตความคืบหน้าของโครงการหมู่บ้านโลกหลังจากไม่ได้เขียนมาปีหนึ่งนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครเสียกำลังใจ ตรงกันข้ามเลยครับ ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มทำโครงการนี้มาอย่างเงียบๆ (ซึ่งเพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นปีที่แล้ว) ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย อยากนำประสบการณ์นี้มาแบ่งปัน เพื่อให้ผู้ที่คิดจะออกจากระบบเมืองแล้วกลับสู่วิถีธรรมชาติ ได้มองเห็นประเด็นและเตรียมตัวต่างๆ ล่วงหน้า ตั้งความคาดหวังให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง เมื่อพาครอบครัวออกไปสู่วิถีนี้แล้ว จะได้ไม่ต้องผิดใจกันว่ามันไม่เป็นอย่างฝันที่โรแมนติค มีอะไรจะต้องทำอีกเยอะเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะแรก ถ้าคิดว่าจะไปตายเอาดาบหน้า อาจได้เจอดาบเร็วกว่าที่คิดเพราะความไม่รอบคอบครับ

เรื่องความมั่นคงสามแนวทางสำหรับสวนป่าและหมู่บ้านโลกนั้น กล่าวไปแล้วในบันทึกที่แล้วว่าอาหารไม่เป็นห่วงเลย น้ำมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงและปรับปรุงได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องที่ยังไม่ได้พูดนั้นคือเรื่องพลังงาน

อ่านต่อ »


ดินแทนปูน

ไม่มีความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 1 May 2012 เวลา 18:54 ในหมวดหมู่ เทคโนโลยีชาวบ้าน #
อ่าน: 3857

บ้านดินไม่เชิงว่าสร้างจากดินเท่านั้นหรอกครับ เรียกว่าบ้านดินสร้างจากวัสดุธรรมชาติจะดีกว่า

ในการที่ดินจะยึดตัวกันได้นั้น เมื่อเรามองแต่คำว่าบ้านดินก็จะไปนึกถึงดินเหนียวเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่จริงการทำให้ดินจับตัวกันได้ยังขึ้นกับคุณสมบัติของดินในบริเวณนั้นอีกด้วย บางทีดินหมาดๆ อัดด้วยแรงก็อยู่ได้ [กำแพงดินอัด] บางทีก็ต้องใส่ทรายและฟาง ซึ่งฟางเป็นไฟเบอร์ธรรมชาติซึ่งช่วยยึดเกาะอนุภาคของดินไว้ได้ บางทีก็ใช้น้ำแป้งผสมก็พอไหว แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ใช้ปูนซิเมนต์ผสมก่อนนำไปอัดเลยเช่นกรณีของอิฐอัดที่สวนป่า

วัสดุในบันทึกนี้ เรียกว่า cob ซึ่งเป็นส่วนผสมของดิน ทราย ฟาง และน้ำ ผสมคลุกเคล้ากันพอหมดๆ ก็สามารถจะนำไปปั้นหรือพอกใช้เป็นรูปทรงที่ต้องการได้ เมื่อทิ้งให้แห้ง จะมีความแข็งแรงพอสมควร พอที่จะทำกำแพง เก้าอี้ หรือพื้นได้ แต่ถ้า cob จะโดนน้ำ ต้องแน่ใจก่อนว่าทิ้งไว้จนแห้งสนิทแล้ว

อ่านต่อ »



Main: 0.05896782875061 sec
Sidebar: 0.13023495674133 sec