จะเอาผลแต่รดน้ำเฉพาะกิ่ง

โดย Logos เมื่อ 12 June 2012 เวลา 17:31 ในหมวดหมู่ เทคโนโลยีชาวบ้าน #
อ่าน: 4001

มีคนบ่นว่าบ้านเราดีแต่ขายแรงงานราคาถูก ไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ขายในระดับนานาชาติได้เอง ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาคิดเป็นระดับ 0.3% ของจีดีพี ซึ่งต่ำต้อยด้อยพัฒนาซะเหลือเกิน ประเทศที่พัฒนาแล้วมีตัวเลขนี้สูงกว่าเราสักสิบเท่า จึงหนีไม่รอดที่จะนำเข้าการออกแบบ นำเข้าวัตถุดิบมาผสมกับแรงงานราคาถูก แล้วขายออกไปสู่ตลาดโลกในราคาถูก กำไรที่เกิดขึ้น บริษัทข้ามชาติก็นำกลับไปหมด เหลือเป็นเพียงค่าแรงและเศษภาษีถูกๆ ให้กับคนไทย (เผลอๆ ได้ BOI ไม่เสียภาษีอีกด้วยซ้ำไป)

แต่วันนี้ค่าแรงของเราไม่ได้ถูกอีกต่อไปแล้ว ทั้งสังคมไม่ได้ขวนขวายที่จะพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง ติดแหงกอยู่กับความสะดวกสบาย เคยมีอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้ความเห็นไว้ว่าซื้อเอาง่ายกว่า คุ้มกว่าทำเอง (ซึ่งถูกต้องเมื่อมองเฉพาะเรื่องราคา แต่ไม่ถูกเมื่อมองเรื่องความยั่งยืน) การศึกษาถูกบังคับด้วยหลักสูตรและ “มาตรฐานการศึกษา” ซึ่งรับประกันว่าเป็นความรู้แห้งๆ ทำอะไรไม่เป็น เด็กส่วนหนึ่งจะเข้ามหาวิทยาลัยและเรียนต่อไปได้ ซึ่งเป็นการเลื่อนเวลาการตกงานออกไปในอนาคต

เหมือนกับที่จั่วหัวเรื่องไว้ ผมคิดว่าอาการอย่างนี้ เป็นเหมือนความต้องการที่จะเอาผล แต่ไปรดน้ำเฉพาะตรงกิ่ง แทนที่จะบำรุงทั้งต้นโดยเริ่มตั้งแต่ราก ไม่ว่าจะปฏิรูปการศึกษามากี่หน ก็ไม่เคยคิดว่าบางทีปัญหาจะอยู่ที่ตัวคนปฏิรูปเอง ปฏิรูปไปกี่ครั้งก็เหมือนเดิม เช่นเดียวกับการทำรัฐประหาร และการเลือกตั้ง

คลิปที่นำมาให้ดูนี้ เป็นกิจกรรม Maker Faire ในประเทศเกาหลี เป็นเหมือนนิทรรศการที่เปิดให้นักประดิษฐ์นำงานประดิษฐ์ของตนมาแสดงได้ งานประดิษฐ์นั้น นักประดิษฐ์ออกเงินเอง เกิดจากความรักในงาน และความเชื่อมั่นว่าตนสามารถทำให้มันเกิดขึ้นมาได้สำเร็จ ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมากหรอกครับ ถ้าความรู้นั้นเป็นของจริง ก็น่าจะหาวัสดุประกอบที่มีราคาไม่แพงได้ แล้วถ้าเจ๋งจริง ควรหาสปอนเซอร์ได้

งาน Maker Faire ไม่มีรางวัลการประกวดอะไร นักประดิษฐ์ไม่ใช่ว่าจะเอาเงินฟาดหัวได้ทุกคนหรอกครับ มันเป็นงานสร้างสรรค์ เป็น arts มากกว่า science แต่ใช้ความรู้หลากหลายสาขา แค่มีผู้ชื่นชม เห็นประโยชน์ เห็นค่าก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว ถ้าสิ่งประดิษฐ์ดีจริง มีผู้ผลิตมาติดต่อ ก็จะเป็นช่องทางทำมาหากินต่อไป บิลเกตส์เริ่มไมโครซอฟท์จากการเขียน BASIC interpreter ให้ Altair 8800 นะครับ เป็นโปรแกรมง่ายๆ ที่ทำให้โลกมีบริษัทคอมพิวเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ — ผมว่าผู้เข้าชมงานควรจะจ่ายเงินค่าเข้าชมมากกว่าจะเข้าฟรีไปเดินตากแอร์นะครับ ยี่สิบบาทน่าจะเหมาะสม หักค่าพื้นที่แล้วเหลือเท่าไร แบ่งจ่ายคืนให้นักประดิษฐ์ที่นำผลงานมาแสดงไป ถึงนักประดิษฐ์จะไม่เสียค่าบูธ แต่ก็มีค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าที่พัก ฯลฯ

แล้วงานอย่างนี้ ควรจะจัดขึ้นกระจายไปทั่วประเทศ มีรายการทีวีไปรายงาน เลือกสรรสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจมาเผยแพร่… แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ งานสัปดาห์นักประดิษฐ์จัดในกรุงเทพปีละครั้ง นอกจากพิธีเปิดซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ยังไม่ค่อยมีทีวีไปเจาะดูสิ่งประดิษฐ์เลย คงไม่ค่อยเก็ตกันว่าการประดิษฐ์มีความสำคัญอย่างไร ทำไมจึงต้องเผยแพร่สนับสนุน

« « Prev : บ่อปลาและแปลงผักในป่าคอนกรีต

Next : ถอดบทเรียนการทำหนังสือ โมเดลบุรีรัมย์ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 mytomtam ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 June 2012 เวลา 11:00

    ((ถูกต้องเมื่อมองเฉพาะเรื่องราคา แต่ไม่ถูกเมื่อมองเรื่องความยั่งยืน))
    มันเป็นแบบนี้ ซะส่วนใหญ่ บ้านเมืองเรา
    จะเอาผลแต่รดน้ำเฉพาะกิ่ง แถมไม่ใส่ปุ๋ย(ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เหมาะสม ..(อันนี้ความเห็นส่วนตัว)) ต้นไม้ไม่โตแน่

    ขอบคุณค่ะ ^^

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 June 2012 เวลา 13:15
    ลองคิดถึงการพัฒนาคนด้วยนะครับ อาการเดียวกันเลย
  • #3 mytomtam ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 June 2012 เวลา 13:31

    ใช่ค่ะ เป็นอย่างนั้นจริงด้วย
    พัฒนายังไง ทำไมมันถอยหลังลงคลองนะ
    อย่างนั้นก็ไม่เรียกการพัฒนา ไม่รู้จะหลงทางกันอีกนานหรือไม่

  • #4 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 June 2012 เวลา 20:38
    หลงทางยังไม่เป็นไรนะครับ คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ไม่รู้ตัว(ว่าหลง)นี่ ไม่มีโอกาสเลยครับ เข้าป่าลึกเลย

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.058300018310547 sec
Sidebar: 0.14148712158203 sec