นิสิต SAR จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 58

อ่าน: 2276

นิสิตในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร (SAR ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก OCARE) เป็นรุ่นที่สามที่มาส่วนป่า แต่เป็นรุ่นที่สี่ของคณะ (รหัส 56) ซึ่งประกอบไปด้วยนิสิต 48 คน อาจารย์ 4 ท่าน รวมท่านคณบดีด้วย และเจ้าหน้าที่อีก 1 ท่าน เป็นบัณฑิตรุ่น 1 ของ OCARE ซึ่งมาเยือนสวนป่าระหว่างวันที่ 5-7 มิย 58

วันแรก คณะเดินทางมาจากสระบุรี มาถึงแล้วพักรัปทานอาหาร ก่อนฟังครูบาคุยสักครู่ แล้วเริ่มเรียนกับผมเลยครับ คุยกันเรื่องการเรียนรู้ที่สวนป่า ซึ่งชวนสังเกตรื่องเกี่ยวกับชีวิต ไม่จัดเป็นวิชา ไม่มีหลักสูตร ต้องสังเกตและจับประเด็นเอาเอง เห็นไม่เหมือนกัน ได้ไม่เท่ากัน ก็ไม่เป็นไร แล้วเราก็คุยกันเรื่องความมั่นคงสามแนวทาง อาหาร น้ำ พลังงาน ทำไมจึงสำคัญแบบคอขาดบาดตาย คุยกันเรื่องไบโอชาร์ในฐานะของเครื่องมือปรับปรุงดิน กับเรื่องโซลาร์เซล อย่างละนิดหน่อย แล้วคุยเรื่องการเริ่มต้นออกไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ทำอย่างไรจึงจะเริ่มต้นได้ แล้วปล่อยกลับไปเก็บของเข้าที่พัก แล้วกินข้าวเย็นกัน… มีถอดบทเรียนกันเองทุกคืนหลังอาหารเย็นครับ

อ่านต่อ »


ค่ายสวนป่าฮา&เฮ กลุ่มหมู่บ้านพอ

อ่าน: 3637

ยอมรับครับว่าค่ายนี้ เป็นค่ายที่ผมรอคอยและมีความสุขมากที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

กลุ่มหมู่บ้านพอจัดตั้งขึ้นประมาณน้ำท่วมประเทศ ปี 2554 โดยคุณธนน รัตนบรรณกิจ (ปริ๊นซ์) มีหลักการที่คล้ายกับหมู่บ้านเฮ/หมู่บ้านโลกอย่างน่าประหลาด เราได้ตกลงกำหนดค่ายนี้เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 58 ว่าจะจัดระหว่างวันที่ 4-6 เมย 58 มีสมาชิกมาร่วมจากหลายจังหวัด (เลข โคราช ตราด กรุงเทพ) และมาขอมาร่วมจากเพชรบุรีด้วย รวมประมาณ 15 ท่าน

อ่านต่อ »


หมู่บ้านโลก (3)

อ่าน: 5066

มีหนึ่งในกลุ่มคนมีการศึกษาที่คิดจะทิ้งเมืองขอให้เล่าความเป็นมา จะขอศึกษาเพื่อนำไปปรับใช้ ผมก็ถือโอกาสนี้อัพเดตโครงการไปด้วย

แผนงานเรื่องของหมู่บ้านโลกปรับเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง แผนที่ยังไม่ดีก็ปรับเปลี่ยนได้ครับ ถ้าไม่เปลี่ยนเป็นการดันทุรังหรือไม่ยอมรับความจริง

เดิมทีคิดจะสร้างที่พักให้ผู้ที่มาเยือนสวนป่า ตอนนี้ไม่ทำแล้ว อาคารเก่ายังใช้ได้ ทำไมจะต้องสร้างใหม่ ที่พักสำหรับวีไอพี จะลองปรับปรุงเตาเผาถ่านดูก่อน น่าจะเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น หมู่บ้านโลกไม่ใช่หมู่บ้านจัดสรร (ไม่ขายที่ ไม่ขายบ้าน ไม่ให้ตัดต้นไม้ ถ้าอยากสร้างต้องขออนุญาตเจ้าที่แล้วสร้างเอง) ไม่ใช่รีสอร์ต (ไม่ใช่ว่ามีเงินจ่ายก็เข้าอยู่ได้ ถ้าไม่อยากมาเรียนรู้ อยู่บ้านสบายๆ ดีแล้วครับ ไม่มีรูมเซอวิส จะทำอะไรต้องทำเอง) และไม่ใช่โรงทาน (สวนป่ามีค่าใช้จ่าย อย่าแอ๊บลืมนะครับ)

บ้านผม ครูบากรุณาจัดที่เหมาะให้ เนื้อที่สักไร่หนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ในชายป่า พายุมาก็พัดข้ามยอดไม้ไปหมด… ขยับมาเป็นครั้งที่สามแล้วครับ ครั้งแรกเป็นที่โล่งซึ่งตอนนี้คิดว่าเอาไปปลูกไร่ทานตะวันน่าจะดี ครูบาบอกว่าคนสันโดษ(และกวนโอ๊ย)อย่างผม อยากให้อยู่สงบๆ ไม่พลุกพล่าน ครั้งที่สองเป็นที่ขนาดสักสี่ห้าไร่คงจะได้ แต่ไม่มีต้นไม้ใหญ่เช่นกัน แล้วอยู่ห่างจากน้ำบาดาลเกินไปหน่อย ครั้งที่สามนี้เป็นทำเลที่เหมาะมาก ถูกใจทั้งท่านเจ้าของที่และผู้อยู่อาศัยจนกระทั่งครูบาเอากระต๊อบบัญชาการมาตั้งไว้ข้างหน้าที่แปลงนี้ และกินนอนมาเดือนกว่าแล้ว โซนของหมู่บ้านโลก อยู่ทางตะวันตกของบ้านผม ห่างไปสักห้าสิบเมตร

ก่อนจะตัดสินใจบอกครูบาว่าจะขอมาอยู่ด้วยเมื่อปลายปีที่แล้ว ผมหาที่ที่เหมาะสมอยู่หลายปี หลายจังหวัด หลายภาค แต่หาไม่ได้ครับ ที่ “สวยๆ” มีคนจะขายเยอะ แต่มันไม่เหมาะครับ ผมไม่ได้ซื้อมาทำรีสอร์ต ผมจะซื้อมาทำเกษตร ซึ่งที่ดินที่ทำเกษตรที่บอกขายมา เป็นที่ดินที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว เกษตรเคมี ต้นไม้เตี้ย แล้วยังต้องใช้ชีวิตแบบซื้อแหลกเหมือนอยู่ในเมือง ถ้าอาการหนักก็จะเป็นบริโภคนิยมแบบรสนิยมสูงรายได้ต่ำ แย่หนักเข้าไปอีก ผมไม่ปฏิเสธเรื่องการใช้เงินหรอกนะครับ ใช้ได้ตามแต่ความจำเป็น ซื้อพวกเครื่องมือมาทำเองจะพึ่งตัวเองได้กว่า แต่สิ่งที่หาซื้อไม่ได้คือต้นไม้ ธรรมชาติ และคนที่เข้ากันได้ครับ ที่ดินหัวโกร๋น ไม่มีร่มเงาไม้ ดินถูกแดดเผา จะร้อน ร้อน และโคตรร้อน พายุจะมีความรุนแรง

เมื่อตั้งใจไปอยู่ที่สวนป่าแล้ว ต้องทำให้อยู่ได้จริงๆ ด้วย ถ้าเสนออะไรแล้วครูบาเห็นด้วย ก็ต้องทำให้มันเกิดขึ้นจริง อย่ามัวเอ็นจอยแต่การชี้นิ้ว อยากทำให้ใช้ชีวิตอยู่ในสวนป่าโดยไม่ต้องออกไปภายนอกเลย ขนาดที่ว่าครูบา+แม่หวีอยู่ที่นี่มาสามสิบปีแล้ว มีอะไรๆ ตั้งมากมาย หมู่บ้านโลกในสวนป่าไม่ได้เริ่มจากไม่มีอะไรเลย แต่จนถึงขณะนี้ ผมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไปแล้วหลายอย่างแล้ว เช่น ทำถนน ถมปรับที่ ซ่อมปรับปรุงบ่อน้ำบาดาลบ่อที่สอง กระต๊อบ อิฐอัด รั้วกรงแพะสามารถล้อมคอกแพะขนาด 25 ไร่ได้สองคอกหมุนเวียนกันไป ระบบน้ำสำหรับแปลงผักใหม่ยาวร้อยเมตร ระบบ wifi ระบบเก็บกักน้ำฝน ฯลฯ ให้ครูบาเป็นคนรัวกดปุ่ม เติมเชื้อไฟเพื่อความมันในชีวิต อ้อ…ซื้อรถอีกคันหนึ่งไว้ใช้ที่สวนป่า รถเบนซ์ที่ใช้ประจำจะทิ้งไว้ให้พ่อแม่ใช้ที่บ้าน นี่ยังไม่ได้เริ่มสร้างบ้านเลยนะครับ แต่เงินเป็นเรื่องกระจอก คิดว่าทำไปให้เกิดประโยชน์ส่วนรวมก่อนดีกว่า เรื่องบ้านผมยังเป็นเรื่องเล็ก บ้านผมที่สวนป่า จะไม่พรั่งพร้อมสะดวกสบายเหมือนบ้านที่อยู่ตอนนี้ แต่ยังทำงานได้ไม่ลำบาก ถ้าเป็นไปได้ อยากสร้างบ้านเองด้วยแทนที่จะจ้างเขาสร้าง เมื่อมีที่นอนถาวรที่เก็บของได้ คราวนี้จะขนเครื่องมือไปอยู่สวนป่าได้นานๆ จะมีเวลาสร้างสิ่งที่จำเป็นขึ้นอีก น่าจะสนุก

ครูบา+แม่หวีอยู่ที่นี่มาสามสิบปี ใช้วิริยะเปลี่ยนไร่สวนที่พื้นดินร้อนจนต้องตะแคงเท้าเดิน ให้เป็นผืนป่าขนาด 600 ไร่ (1 ตารางกิโลเมตร) และอยู่ได้อย่างร่มเย็น อุณหภูมิต่ำกว่า “ภายนอก” หลายองศา เป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ แต่โลกนี้ “เจริญขึ้น” มีคนหลากหลายมาเรียนรู้ที่สวนป่า เพื่อให้ผู้มาเยือนซึ่งไม่คุ้นเคยกับสภาพตามธรรมชาติไม่ปรับตัวต้องมากนัก สวนป่าก็ควรจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่านี้ ให้คนจากในเมืองที่ยังต้องซื้อแหลกทำอะไรไม่ค่อยเป็น (ผมด้วย) ได้รับความสะดวกสบายตามสมควร

อ่านต่อ »


ทิ้งเมือง 3

ไม่มีความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 15 August 2010 เวลา 0:56 ในหมวดหมู่ ประสบการณ์ชีวิต #
อ่าน: 4918

อนุสนธิจากซีรี่ส์ทิ้งเมืองซึ่งไม่ได้เขียนต่อมาปีกว่าแล้ว มัวแต่ไปหาที่ดิน เจอที่ถูกใจ สเป็คสุดยอด ติดทางหลวง ที่โฉนด มีลำธารผ่านข้างๆ น้ำแรงตลอดปี มีไฟฟ้า แต่ราคาไม่ถูกใจครับ เลยยังไม่ตกลง ที่แปลงนั้นถ้าเช่าซื้อได้ก็จะดีเลย

บ่ายวันนี้ น้องชายผมพาเพื่อนสามีภรรยามาคุย เขาเป็นเจ้าของที่ดินที่อากาศดี ไม่ไกลจากกรุงเทพ ซื้อไว้เยอะหลายแปลง แปลงใหญ่ๆ ทั้งนั้น แต่กลับไม่ได้ทำอะไรน่าเสียดาย สองตายายไม่มีลูก คิดจะไปใช้ชีวิตหลังเกษียณ แต่แหม จะเปิดรีสอร์ตเพื่อหาเพื่อนคุยนี่ ช่างคิดแบบคนกรุงเทพซะเหลือเกินครับ อิิอิ

จนป่านนี้ยังไม่ได้เริ่มอะไร ไม่รู้จะรอจนหมดเรี่ยงแรงก่อนหรือยังไง ก็เลยนั่งคุยกันเกือบสองชั่วโมง ผมสอบถามสภาพพื้นที่ สภาพชุมชน และเล่าให้ฟังว่าที่ดินเปล่าในบริเวณที่มีน้ำ มีลม (มีป่าสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่า) สามารถทำอะไรได้บ้าง ให้ไอเดียธุรกิจไปหลายอย่าง เท่านั้นแหละครับ เจ้าของที่ฝันหวานเลย บอก พี่ ร่วมลงทุนกันเถิดครับ ที่ดินผมเริ่มมีราศีจับแล้ว แหม…เรื่องอย่างนี้ แค่ฟังแล้วตัดสินใจได้เลยหรือ ก็เลยตกลงจะไปดูที่ด้วยกันครับ

ข่าวดี คือมีร้านกาแฟสดชื่อดังประจำถิ่นอยู่ใกล้ๆ ด้วย — ห่างร่มธรรมยี่สิบกว่ากิโล พอปั่นจักรยานไหว แต่ใช้รถเครื่องยนต์ Gasification ดีกว่า

ลงทุนอย่างนี้ต้องแสวงเครื่องเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่คิดฝันไปเองว่าจะทำอะไร แล้วก็ลงทุนขนทุกอย่างไปยัดลงในพื้นที่ เหมาะ-ไม่เหมาะไม่รู้ล่ะ วัดดวงเอา เหมือนถ่ายหนังจากสถานที่จริง บรรยากาศจริง เสียงจริง เทียบกับถ่ายในโรงถ่าย

ผมว่าน่าจะไปดูในพื้นที่อย่างละเอียดว่ามีอะไร ขาดอะไร แล้วจึงพิจารณาตามสภาพว่าทำอะไรจึงจะเกิดประโยชน์ที่สุด ไม่ใช่ดูเฉพาะที่ดินตรงนั้น แต่ดูสภาพบริเวณรอบๆ ด้วย

ทางเลือกนี้น่าสนใจดี แต่คงเร็วไปที่จะบอกว่าตัดสินใจอย่างไร


ลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านเฮ

อ่าน: 4286

หมู่บ้านเฮ เป็นทั้งชุมชนและเป็นพื้นที่ทำกิน คงไม่ถึงกับอยู่ดีๆ ก็มีกินโดยเนรมิตขึ้นมาหรอกนะครับ แต่ว่าข้าวปลาอาหารควรจะหาได้จากพื้นที่ของหมู่บ้านเฮ ไม่ต้องซื้อกิน (จะซื้อก็ได้ ไม่ว่าหรอกครับ)

หมู่บ้านเฮ ควรจะมีความมั่นคงทางพลังงาน พลังงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ของหมู่บ้าน (น้ำ ลม ไบโอดีเซล ขยะ solar thermal ฯลฯ) หักกับพลังงานที่ซื้อหามา แล้วยังเหลือขายกลับไปให้การไฟฟ้าฯ

ก่อนจะเพ้อเจ้อต่อไป ก็ต้องหาที่ก่อนครับ เมื่อคืนคุยกับพ่อครูบา ป้าจุ๋ม ครูสุ กับน้าราณี บรรดาสาวๆ ให้ความเห็นถึงความต้องการพื้นฐานไว้น่าสนใจครับ

ความปลอดภัย

พื้นที่หมู่บ้าน จะต้องมีความปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย จากยาเสพติด จากการใช้กำลังตัดสิน/อิทธิพลมืด หมู่บ้านเฮอยู่ใต้กฏหมายไทย เป็นส่วนของราชอาณาจักรไทย

สังคมรอบข้าง

เราไม่ได้คิดจะไปตั้งหมู่บ้านเฮอยู่กลางป่าที่ห่างไกลผู้คนหรอกครับ จะไปอยู่ตรงไหน ก็จะมีคนอยู่ในพื้นที่นั้นแล้ว และเราก็คิดจะอยู่ร่วมกับเขาอย่างผาสุก จะจ้างงาน จะให้ความรู้ จะพยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชน ด้วยความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ของชาวเฮ

อ่านต่อ »


ทิ้งเมือง 2

ไม่มีความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 9 November 2008 เวลา 0:12 ในหมวดหมู่ สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 3051

อนุสนธิจากบันทึกทิ้งเมือง เรื่องนี้กลายเป็นบทสนทนาสั้นๆ ในการพบปะสังสรรค์ที่บ้านป้าจุ๋มเมื่อคืนวันที่ 7 พ.ย.

ท่านคนดอยเปิดเกมขึ้นมา ผมละงงเลยครับ สงสัยว่าท่านครูบาจะเอาไปเล่า ท่านคนดอยกับท่านอาจารย์ไร้กรอบล่วงหน้าไปก่อนแล้ว แต่ผมจริงจังเรื่องนี้นะครับ ได้รับคำแนะนำมาว่าควรคิดเร็วหน่อย เรื่องอย่างนี้ต้องเรียนเร็วๆ ไม่ต้องไปค้นคว้าใหม่ทั้งหมดก็ได้ มีตั้งหลายเรื่องที่มีผู้ค้นคว้าไว้ให้แล้ว

เออ จริงซินะ

ผมก็พยายามซึมซับบทเรียนจากบล็อกของลุงแหวงอยู่นะครับ อันนี้ท่านเขียนให้เรียนตรงๆ เลย


ทิ้งเมือง

14 ความคิดเห็น โดย Logos เมื่อ 29 October 2008 เวลา 0:14 ในหมวดหมู่ สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 4567

ไม่ใช่เรื่องลับอะไรที่จะบอกว่า ในเวลาที่ผมไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ไม่อยากอยู่กรุงเทพหรอกครับ คงไม่เกิน 10 ปี แต่ไม่ใช่ช่วงที่ยังมีงานสำคัญอยู่นี้

การทิ้งเมืองไม่ได้เป็นการถอยหลังเข้าคลอง หรือว่าต่อต้านสิ่งที่เป็นอยู่ เพียงแต่ความเป็นเมืองไม่ได้ให้คำตอบที่น่าพอใจเมื่ออยู่ไปยาวๆ ครับ — เมืองเป็นผลของการที่คนมาอยู่รวมกัน เมืองให้โอกาสแก่คนที่เข้าใจโอกาส ให้การศึกษาวิธีการเรียนรู้กับผู้แสวงหา ให้การดูแลในยามที่เจ็บป่วย แต่ชีวิตในเมืองสับสนวุ่นวาย

อาจจะเหมือนลัทธิคลั่งศาสนาอะไรสักอย่าง หรือคนพิเรนที่ฝันไม่จบ หรือว่าจะเป็นนิยายที่แต่งไม่จบ พาลทำให้อารมณ์ค้างก็ไม่รู้ — อยากบอกว่าความคิดไม่เห็นต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องมีเหตุผล ไม่เห็นจะเป็นต้องเป็นไปได้ทุกเรื่องเลย ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าความคิดหรือครับ

ผมเห็นว่ารัฐพยายามทำอะไรเยอะแยะแต่ประสิทธิผลต่ำ รัฐบาลยิ่งแย่ใหญ่ มี agenda ส่วนตัวตลอดเวลา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักการเมือง ส่วนหนึ่งคือจัดการไม่ดีเนื่องจากข้อจำกัดของขนาด (ใหญ่เกินไปจนจัดการไม่ได้) อีกส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเรื่องการศึกษาที่สร้างคนลักษณะฉาบฉวย+ผิวเผินออกมาเป็นจำนวนมากจนเละไปหมด

ที่อยู่ในอุดมคติ (แบบของผม)

  • เป็นส่วนของราชอาณาจักรไทย อยู่ใต้กฏหมายไทย เป็นส่วนของสังคมไทย และเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร
  • มีศาสนสถานที่ประกอบศาสนกิจตรงๆ ไม่กระทำเรื่องแอบแฝง
  • เป็นพื้นที่ของเอกชน
  • มีน้ำ — น้ำไหลดีกว่าน้ำนิ่ง เพราะน้ำไหลปั่นเป็นพลังงานได้ดีกว่าน้ำนิ่ง ซึ่งต้องใช้ความสูง
  • net energy เป็นบวก หมายความว่าสร้างพลังงานขึ้นมาเกินการใช้งานภายในชุมชน เมื่อเหลือใช้ก็ขาย (ไฟฟ้า) ออกสู่ระบบ นำกำไรมาพัฒนาท้องถิ่น
  • ทำกินแทนซื้อกิน จะซื้อก็ไม่ห้ามหรอกครับ ซื้อมากๆ ไม่เบื่อบ้างหรือไง
  • มีการบริการสุขภาพที่ดี ถ้าจะสร้างศูนย์การแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ควรเป็นเรื่องโรคผู้สูงอายุ และทันตกรรม
  • ระบบการศึกษาแห่งการเรียนรู้ (ที่ไม่ใช่รับรู้เพื่อสอบ) + จริยธรรมของโรงเรียนวิถีพุทธ
  • มีการเชื่อมต่อสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ดี ทำงานผ่านเน็ตได้ ไม่ตัดขาดจากโลก

อ่านต่อ »



Main: 0.078351974487305 sec
Sidebar: 0.180997133255 sec