มาตรการทางภาษีเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

โดย Logos เมื่อ 17 November 2010 เวลา 17:12 ในหมวดหมู่ การเมือง การปกครอง กฏหมาย, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 3160

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 ออกมาช่วยกระตุ้นความช่วยเหลือจากภาคเอกชน โดยออกเป็นมาตรการทางภาษีตามประกาศของกรมสรรพากร

เงินและสิ่งของบริจาคที่ผ่านมาเป็นน้ำใจอันบริสุทธิ์ของคนตัวเล็กๆ เป็นส่วนใหญ่ ในส่วนบริษัทห้างร้าน ผมเข้าใจว่ามีปัญหาอยู่บ้าง เพราะการบริจาคที่ไม่มีประกาศหรือมาตรการใดรองรับ อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม (ศัพท์บัญชี)

ได้ปรึกษากับ @iwhale ถึงความจำเป็นที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อระดมความช่วยเหลือจากภาคธุรกิจ โดยจำเป็นต้องออกใบเสร็จที่ตรงตามข้อกำหนดของการตรวจสอบบัญชีและกรมสรรพากรยอมรับ เพื่อที่จะปลดล็อคให้ความช่วยเหลือจากบริษัทห้างร้าน ผ่านไปสู่ผู้ประสบภัยได้อย่างไม่ติดขัด — เรื่องนี้ พูดกันตรงๆ ผมก็หนักใจครับ มันเป็นภาระกับมูลนิธิเล็กๆ เหมือนกัน แล้วที่ผ่านมา มูลนิธิไม่ยุ่งเรื่องเงินบริจาคเลย ผมได้ปรึกษากรรมการของมูลนิธิ และสอบถามอาสาสมัครของมูลนิธิแล้วว่าดีหรือไม่ ไหวหรือไม่ ก็ได้รับการยืนยันว่าดีและไหว ดังนั้นมูลนิธิโอเพ่นแคร์จะทำดังนี้ครับ:

  1. มูลนิธิแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ว่าจะเป็นตัวแทนรับเงินบริจาค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
  2. การบริจาคนี้ จำกัดเพียงแค่วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ตามประกาศของกรมสรรพากร
  3. ในการนี้มูลนิธิจะต้อง
    • ทำบัญชีอย่างโปร่งใส และแยกออกจากบัญชีปกติของมูลนิธิ จะอัพเดตรายรับและรายจ่ายบนเว็บ มูลนิธิต้องจัดส่งเอกสารหลักฐานให้แก่กรมสรรพากร ได้แก่ สำเนาบัญชีการรับเงินบริจาคซึ่งต้องแยกออกจากบัญชีการดำเนินงานตามปกติ สำเนาบัญชีแสดงรายการจ่ายค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และสำเนารายชื่อผู้รับบริจาค โดยให้จัดส่งภายในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
    • พิมพ์ใบเสร็จแบบพิเศษ ตามประกาศของกรมสรรพากร และส่งกลับไปยังผู้บริจาคที่ประสงค์จะรับใบเสร็จเพื่อนำไปหักลดหย่อนตามประกาศของกรมสรรพากรดังกล่าว
    • แม้ผู้บริจาคเงินไม่ประสงค์จะรับใบเสร็จ เช่นไม่ส่งชื่อที่อยู่มาที่มูลนิธิแต่โอนเงินเข้ามาเฉยๆ ก็ยังจะต้องลงรายการบนเว็บ ลงบัญชี อัพเดตสมุดฝากเงินเช่นกัน — ทั้งสามรายการ ไม่กระทำโดยคนคนเดียวกัน ตรวจสอบกันเอง และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต อีกทั้งต้องส่งรายการไปยังกรมสรรพากร
    • การอัพเดตรายรับ รายจ่าย จะพยายามทำให้ได้วันต่อวัน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ที่มูลนิธิเปิดบัญชีไว้ ไม่ยอมให้ตรวจสอบยอดบัญชีทางอินเทอร์เน็ต (ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ???) จะต้องไปอัพเดตสมุดคู่ฝากที่ธนาคารทุกวัน
    • การจ่ายเงิน จะต้องมีใบเสร็จการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือมีผู้เซ็นรับพร้อมสำเนาบัตรประชาชน
    • ในกรณีจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แจ้งความจำนงค์ไว้ว่าจะช่วยต่อรองราคาวัสดุก่อสร้างให้ได้ราคาดี
    • หากใช้เงินไม่หมด มูลนิธิจะต้องส่งมอบให้ส่วนราชการ หรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 — หมายความว่ามูลนิธิจะไม่เก็บเงินบริจาคไว้
    • สำหรับผู้บริจาคเงินที่เป็นบุคคลธรรมดา (การบริจาคสิ่งของหรือทรัพย์สิน ไม่ตรงตามประกาศของกรมสรรพากร) ให้ผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดานำเงินที่บริจาคมาหักลดหย่อนได้ โดยเมื่อรวมกับเงินบริจาคอื่นแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
    • สำหรับผู้บริจาคที่เป็นนิติบุคคล ให้ผู้บริจาคนำเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า ที่บริจาค หักเป็นรายจ่ายได้ โดยไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ หากแต่มูลนิธิมีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ซึ่งเป็นตึกสูงและมีการรักษาความปลอดภัยสูง จึงไม่ขอรับบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้า แต่จะประสานกับกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชนให้ โดยมูลค่าการบริจาคไม่ถือเป็นการขาย ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. ทั้งหมดนี้ ไม่จำเป็นต้องบริจาคที่มูลนิธิ เนื่องจากนิติบุคคลที่ออกใบเสร็จได้ ก็สามารถใช้กระบวนการตามประกาศของกรมสรรพากรฉบับนี้ได้เช่นกันครับ — เพียงแต่อย่าลืมว่าต้องทำตามระเบียบ และใช้เงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์

« « Prev : หลุมไฟดาโกต้า แก้หนาว

Next : ทำความรู้จักกับเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.16972398757935 sec
Sidebar: 0.46337008476257 sec