CSR คือหน้าที่ ใช่อาสา

โดย Logos เมื่อ 21 เมษายน 2009 เวลา 0:37 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการ, ประสบการณ์ชีวิต, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 804

ความตอนหนึ่งจากหนังสือ CSR ที่แท้ โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ซึ่งในขณะปัจจุบันนี้ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย (www.thaiappraisal.org)

ผมตัดตอนส่วนสั้นๆ ของบทหนึ่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งหากติดขัดไม่สามารถจะหาหนังสือซื้อนี้มาอ่านได้ ก็ยังสามารถอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ตที่นี่

CSR คือหน้าที่ ใช่อาสา

CSR ดูเหมือนเป็นของเล่นใหม่สำหรับการทำดีแบบ “ลูบหน้าปะจมูก” ของวิสาหกิจเอกชนบางแห่ง ประหนึ่งเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของพวกคุณหญิงคุณนาย และน่าแปลก ที่วิสาหกิจทำผิดกฎหมาย มักชอบอ้างว่าตัวเองมี CSR

ตอนนี้ CSR (Corporate Social Responsibility) คือความ รับผิดชอบของวิสาหกิจ กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) นั้นหมายถึงตั้งแต่ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง ลูกค้า คู่ค้า (supplier) ชุมชนที่วิสาหกิจนั้นตั้งอยู่ ตลอดจนสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจทั่วไปมักนึกถึงผู้ถือหุ้นเป็นอันดับแรก โดยไม่คำนึงถึงกลุ่ม อื่น ๆ การคิดเช่นนี้แสดงว่าขาด CSR นั่นเอง และก่อให้เกิดปัญหาแก่สังคมได้

อย่างไรจึงถือว่ามี CSR

การมี CSR นั้น ย่อมหมายถึงการเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างเหมาะสมโดย ไม่ไปเบียดเบียนฝ่ายใด วิสาหกิจที่มี CSR ย่อมไม่ขูดรีดแรงงานลูกจ้าง ไม่ฉ้อโกงลูกค้า ไม่เอาเปรียบคู่ค้า ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือทำร้ายชุมชนรอบที่ตั้งของวิสาหกิจด้วยการก่อมลพิษ วิสาหกิจที่ขาด CSR ย่อมขาดความโปร่งใส ผู้บริหารในแทบทุกระดับมักหาผลประโยชน์เข้าตัวเองหรือฉ้อโกง <1>

การมี CSR เป็นการทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย (แต่ถ้าใครจะทำให้ดีเกินมาตรฐานกฎหมายหรือจะบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเพิ่ม เติมก็อีกเรื่องหนึ่ง) หรืออีกนัยหนึ่งคือการไม่ทำผิด หมิ่นเหม่หรือหลบเลี่ยงกฎหมายแรงงาน กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอาญา ด้วยเหตุนี้การทำ CSR จึงต้องมีกรอบกฎหมายบังคับ

ถ้าทำการกุศลจริง, บ้านเมืองจะดีกว่านี้

จากการวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ <2> ครัวเรือนหนึ่ง ๆ ของไทยใช้จ่ายเงินเพื่อการบริจาคเป็นเงินเดือนละ 422 บาท หรือ 2.69% ของรายได้ต่อเดือนของครัวเรือน เชื่อว่าแทบไม่มีวิสาหกิจใดทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์จะบริจาคเงินถึง 2.69% ของรายได้ของตนเป็นแน่ เพราะถ้าทำจริง ผลงานสร้างสรรค์คงมีมากกว่านี้ และสังคมคงดีงามผาสุกอย่างมีนัยสำคัญกว่านี้

การที่วิสาหกิจหลายแห่งไม่แสดงตัวเลขการบริจาคชัดเจน ก็คงเป็นเพราะใช้เงินไปเพียงน้อยนิด จึงกระดากที่จะเปิดเผย การที่วิสาหกิจบางแห่งคุยเขื่องว่าตนแทบไม่ใช้เงินในการทำ CSR เลย ก็คงเป็นเพราะวิสาหกิจนั้นอาศัยแรงงานฟรีของพนักงานไปทำอะไรนิดหน่อยให้ พอได้ออกข่าวตามความเกรงใจของสื่อมวลชน และในที่สุด CSR ก็กลายเป็นกิจกรรมคุณหญิงคุณนายในรูปแบบใหม่ สัมฤทธิผลของ CSR จึงไม่อาจพิจารณาจากจำนวนกิจกรรมที่ได้ทำ เพราะอาจเป็นแค่การ “ลูบหน้าปะจมูก” ทำบุญเอาหน้า

ผมเกรงว่าคนที่ชอบอวดอ้างว่าทำ CSR นั่นล่ะครับ ควรจะอ่านหนังสือเล่มนี้ และทำความเข้าใจกับ CSR เสียใหม่


4 ความคิดเห็น

  • #1 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 เมษายน 2009 เวลา 1:37

    ขอบคุณมากๆครับ ที่นำบทความนี้มาเผยแพร่  เป็นประโยชน์มากครับ
    ผมอาจนำบทความนี้ไปต่อยอดนะครัรบ  ขออนุญาติล่วงหน้ามานะที่นี้ก่อนครับ

  • #2 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 เมษายน 2009 เวลา 13:16

    โกงก่อนแล้วทำบุญชดใช้กรรม ทำได้หรือเปล่าค่ะ หรือมีอำนาจก่อนแล้วต้องใช้อำนาจเบ็ดเสร็จให้ได้มาซึ่งอำนาจ บารมีและเงิน เสียก่อน แล้วค่อยทำบุญสร้างภาพ เพื่อลบกรรมเก่าใช่ไหมเอ่ย
    ชาวบ้านธรรมดาเขาร่วมด้วยช่วยกัน แบ่งบันช่วยเหลือ เอื้อเฝื้อยเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน โดยทีไม่เคยอ้าง CSR ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วทำมาโดยตลอด ไม่เห็นพวก………กล่าวถึงเลย

  • #3 » CSR คือหน้าที่ ใช่อาสา ลานเจ๊าะแจ๊ะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 เมษายน 2009 เวลา 19:26

    [...] http://lanpanya.com/wash/archives/741   [...]

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 เมษายน 2009 เวลา 20:04

    ผมก็ขอหยิบไปวิภาคย์หน่อยนะครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม


Main: 0.0839691162109 sec
Sidebar: 0.155000925064 sec