ผนังที่เป็นฉนวน

อ่าน: 5511

เมื่อตอนเด็กๆ จำได้ว่าเคยมีการระดมทำผ้าห่ม โดยการเอากระดาษหนังสือพิมพ์ ทาแป้งเปียก มาต่อกัน เย็บขอบเป็นผืนใหญ่

หลักการก็คืออากาศ(นิ่ง) ระหว่างชั้นของหนังสือพิมพ์ กลายเป็นฉนวนความร้อน ป้องกันความเย็นจากภายนอก และรักษาความอบอุ่นของร่างกายไว้ภายใน แต่ผ้าห่มแบบนี้ ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากหมึกพิมพ์เลอะเทอะเสื้อผ้า ซักออกยาก แถมมีตะกั่วผสมอยู่ในหมึกพิมพ์อีกด้วย ในสมัยนั้น ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่า เด็กในเมืองที่ครูสั่งให้หากระดาษหนังสือพิมพ์(เก่าๆ)ทำกันยังไง เพราะหนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้มีมากมายเหมือนปัจจุบัน

แต่ผมยังคิดว่าหลักการของฉนวนอากาศ ยังใช้ได้อยู่ โดยแทนที่จะเอามาห่ม ก็ใช้แผ่นกระดาษปะฝาผนัง เพิ่มค่า R ให้ผนัง ซึ่งนอกจะป้องกันความเย็นจากนอกบ้าน เก็บรักษาความอบอุ่นไว้ในบ้านแล้ว ก็ยังกันลมเย็นจากรอยแยกตามช่องผนังไม้ (นึกถึงบ้านชาวเขา ซึ่งเป็นไม้ขัดกัน ฯลฯ) เวลาใช้กระดาษเป็นฉนวนติดผนังแล้ว ก็สามารถลดการสัมผัสผิวหนังลงไปได้ ช่วยป้องกันความหนาวเย็นแก่ผู้สูงอายุ ซึ่งอาจจะลงไปผิงไฟไม่ไหว

ตามโรงเรียน สามารถใช้กระดาษหลายชั้นปิดผนัง (ระวังน้ำหนัก) ปิดทับหน้าต่างกระจกซึ่งเป็นจุดที่ห้องสูญเสียความร้อนมาก

  • Plastic sheeting ฝรั่งใช้พลาสสิกแผ่นทำแบบเดียวกัน
  • Cold Climate Emergency Shelter Systems ที่พักฉุกเฉินสำหรับอากาศหนาว เป็นเหมือนเต้นท์แบบครึ่งทรงกระบอก ใช้ท่อพีวีซีขนาดเล็ก มางอให้โค้งเป็นครึ่งวงกลมใช้เป็นโครงหลังคา (งอได้ง่ายๆ) แล้วเอาผ้าเต้นท์ ไยไฟเบอร์ หรืออย่างกรณีไม่มีงบสร้างจริงๆ ก็ใช้กระดาษเก่าหลายชั้นคลุมเป็นหลังคาแทนได้

พูดถึงเรื่องผิงไฟซึ่งนิยมทำกันมาก การผิงไฟมีอันตรายจากควันไฟ ประเทศกำลังพัฒนามีปัญหาอัตราการตายของทารกสูง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทารกสำลักควันไฟจากเตาถ่านที่ใช้ในครัว จึงมีการเผยแพร่เตา gasifier ให้ใช้แทน เนื่องจากเผาไหม้ได้ดีกว่า ควันน้อยกว่า ใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่า

กองไฟให้ความร้อนโดยการแผ่รังสีความร้อน ซึ่งเป็นการให้ความร้อนที่มีประสิทธิภาพต่ำมาก มีผลเดี๋ยวเดียว(คือในขณะที่ได้รับรังสีความร้อนเท่านั้น) ดังนั้นการผิงไฟจึงเผาเชื้อเพลิงมหาศาลไปเรื่อยๆ และทำได้เพียงบรรเทาความหนาวเย็นชั่วขณะเท่านั้น

ผมว่าการผิงไฟ ยังสู้การต้มน้ำร้อนแล้วไปผิงน้ำร้อนยังไม่ได้เลยนะครับ

« « Prev : เที่ยวนานๆ ปีละครั้ง

Next : ทดลอง gasifier กระป๋อง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

14 ความคิดเห็น

  • #1 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 6:40

    ช่วงนี้หนาวกระหน่ำ หลังจากร่ำร้องมานาน อยู่ในสวนป่ามีต้นไม้บังลม มีฟืนให้ก่อไฟ มีเตาถ่านขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า ถ้าเอามาดัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัยในหน้าหนาวน่าจะดี เพราะส่วนเตาลงไปอยู่ใต้ดินถึง4เมตร มีท่อระบายด้านข้างจากพื้นล่างสุดขึ้นเบื้องบนตามข้างเตา 4 ด้าน ถ้าหนาวจัด..สามารถก่อเตาผิงไว้ที่มุมเตาด้านในได้ แล้วต่อท่อควันออกด้านนอก ปูพื้นให้ดี นอนข้างเตาผิง น่าจะอุ่นๆๆๆไปทั่วทั้งเตา แต่ก็ควรตรวจสอบเสียก่อน ว่านอนใกล้คนหลายใจหรือเปล่า อิ อิ
    เรื่องนี้พร้อมทำถ้ามีงบอุดหนุนประมาณ 3 หมื่น/เตา
    สำนักไหนต้องการวิจัย ขอเชิญมาทดลองได้
    ชิมิ ชิมิ

  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 8:37

    ที่ชร.ตอนเด็กๆอาจารย์จะให้เอากระดาษหนังสือพิมพ์กรุหน้าต่าง ช่องเหนือประตูเวลาเริ่มเข้าหนาว เพราะหนาวนานและหนาวต่อเนื่อง ทุกปีจึงเป็นเรื่องสนุกที่จะเตรียมตัวรับในช่วงปลายกย.)  และเคยแนะนำให้พี่น้องชนเผ่าใช้ผ้าพลาสติกบาง ๆ คลุมนอกผ้าห่มเวลานอน และกรุภายในบ้านค่ะ (แม่บอกให้คลุมนอกมุ้งพาดอยู่ข้างนอกเพื่อกันความหนาว แต่ไม่ต้องปิดมิดชิดมากเดี๋ยวจะหายใจไม่ออก อิอิอิ…นอนมุ้งอุ่นนะคะ)

    พลาสติกบางๆ จะเบาและนุ่มไม่แข็งเท่าพลาสติกหนา ราคาไม่แพง ขายเป็นเมตร เมื่อคลุมนอกผ้าห่มจะช่วยรักษาความอุ่นอีกชั้นหนึ่ง คงเหมือนหลักที่พี่รุมกอดยกมานี่แหละค่ะ

  • #3 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 9:44

    1.กระดาษสา กระดาษจามูลช้าง กระดาษจากเส้นใยใบพืชนา นาชนิด  ที่ใช้แล้วน่าจะนำมาใช้ใหม่โดยทำเป็นผ้าห่มได้ดีกวาหนังสือพิมพ์ เพราะเนื้อกระดาษเหล่านี้มีรูพรุน เก็บกักอากาศไว้เก็บความอบอุ่นให้ร่างกายได้ดีทีเดียวค่ะ
    2.กระดาษที่ตัดเป็นเส้นๆ ใช้ในหีบห่อบรรจุของกันกระเทือน เมือใช้แล้วนำมารวบรวมหุ้มด้วยกระสอบน้ำตาล เวลาจะห่มให้ใช้ผ้าถุงเก่าๆ หรือผ้าข้าวม้าห่มตัวก่อนใช้ผ้าห่มทีทำจากเส้นกระดาษที่หุ้มด้วยกระสอบน้ำตาล

  • #4 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 9:51
    ขอบคุณทุกท่านนะครับ ผมนึกถึงชาวบ้านที่ยังผิงไฟอยู่ คงต้อง “แสวงเครื่อง” หาวิธีคลายหนาวโดยไม่ต้องซื้อหาวัสดุอะไรมาโดยไม่จำเป็น แทนการผิงไฟซึ่งอยู่กับที่ ถ้าหนาวเสียดกระดูกจนนอนไม่ไหวนี่ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่แย่แล้วครับ

    หลักการอากาศ(นิ่ง)เป็นฉนวนความร้อน อาจจะหาวัสดุในท้องถิ่นได้ง่าย

    เมื่อเช้าตอนเขียนบันทึก เม้งอ่านแล้ววิจารณ์ว่า เสื้อไม่ต้องหนามากหรอกครับ แต่หากปิดประตูหลักๆ ได้จะช่วยไม่ให้ตายได้ครับ ประตูที่สำคัญคือ ฝ่ามือทั้งสอง ฝ่าเท้าทั้งสอง คอ หัวทั้งก้อน ผ้าห่มหนาๆ ยังสู้ ถุงมือ ถุงเท้า แล้วห่มผ้าห่มทั่วไปไม่ได้เลยครับ ผมไม่แน่ใจว่าที่เค้าไปแจกๆ เค้าเน้นจุดเหล่านี้ด้วยไหม นอกจากเสื้อหนาว

  • #5 สุวรรณา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 10:16

    เมื่อคืนน้านิดหนาวมาก ใส่ถุงนอน ถุงเท้า นอนอุ่นสบาย  เมื่่อเช้าได้ดูข่าวค่ะที่วารินชำราบ พ่อค้าขายเนื้อวัวชำแหละรายได้มากขึ้น 4000-5000 บาท/คืน เพราะชาวบ้านหนาวพิงไฟไปแล้วหิว จึงไปซื้อเนื้อมาย่างกิน พิงไฟอุ่นด้วย  ใช่เหตุมั้ยเนี่ย อิอิ

  • #6 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 10:48
    เรื่องผิงไฟแบบใช้ฟืนนี้ ผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ ต้นไม้ใหญ่หายหมด

    แต่ถ้าใช้กิ่งเล็กๆ มาสับเป็นเชื้อเพลิงของ gasifier ผมเห็นด้วย แล้วมันไม่เปลืองไม้เหมือนเอาฟืนมาเผา ยิ่งกว่านั้นกิ่งเล็กๆ มีตกอยู่ทั่วไป เด็กๆ ก็ช่วยเก็บได้ ซึ่งถ้าไม่มีกิ่งไม้เล็กแล้วจำเป็นต้องตัดกิ่ง ก็เลือกตัดไป ยิ่งตัดก็ยิ่งแตก ดีเสียอีกครับ แต่ว่าต้องเลือกตัดอย่างฉลาด ไม่ใช่ตัดจนต้นไม้ตายนะ

    ส่วนการเป็นผู้ประมาทในอาหาร อาจทำให้อ้วนได้ — ทีนี้ ถ้าผิงไฟ ก็เอาความร้อนไปเผาอิฐเสียเลย ได้วัสดุก่อสร้างไปทำกำแพงกันลมคลายหนาวได้ หรือไม่ก็เอาอิฐก้อนเผาไฟอีก อิฐอมความร้อนไว้ จากนั้นก็ไปผิงอิฐอีกทีหนึ่ง จะประหยัดไม้ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงอีกทอดหนึ่งครับ

    ที่เคยลองทำไต้ไม่มีควัน จุดไฟสามครั้ง เพื่อความสะดวก จึงใช้แอลกอฮอล 1+1+1=3 ซีซี. ต้นทุนสัก 1 บาท จุดไฟสามครั้ง ได้นาน 9+12+34 = 55 นาที ส่วนเศษไม้ก็ใช้ 1-2 ขีดนะครับ ใช้นิดเดียวเอง ไม่ได้เติมเศษไม้เลย ไม่มีควันด้วย — ลองคิดถึงฟืนที่จุดกองไฟได้ 55 นาทีซิครับ จะใช้ฟืนขนาดไหน ควันจะมากแค่ไหน

  • #7 iwhale ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 13:41

    เอากระดาษหนังสือพิมพ์มาขยำๆเยอะๆเสริมในเสื้อหนาวก็ดีนะครับ แสวงเครื่อง

  • #8 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 14:00
    ในบันทึก [แก้หนาว] ก็แนะคอนเซ็ปต์ COLD ซึ่งตัว L บอกว่าใส่เสื้อหลวมหลายชั้น ดีกว่าใช้เสื้อหนาหนักชั้นเดียวครับ หลักการเดียวกัน คือใช้อากาศ(นิ่ง)เป็นฉนวน ดังนั้นเสื้อกันหนาว ถ้ากันหนาวไม่ไหว ก็เย็บผ้าปะเข้าไปที่ผิวเพิ่มชั้นอีกก็ได้ครับ เมื่อมีช่องว่างระหว่างผ้าแล้ว ยัดกระดาษหนังสือพิมพ์ก็ดีนะครับ (ถ้าจะไม่ทำให้ดูผู้ที่ใส่เสื้อกันหนาวกลายเป็นน้อยหน่าไป) ในแง่การเป็นฉนวนความร้อน ดีแน่ครับ
  • #9 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 18:19

    ยังหนาวไม่พอ ถ้ามีหิมะตกละ สนุกแน่

  • #10 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 18:27
    ถ้าถึงอย่างที่ อ.วรภัทร์เคยบอกไว้ ก็ต้อง [หลุมหลบภัยนิวเคลียร์] [เอนไซโคลปิเดีย กาแลคติกา] กับ [ความมั่นคงสามแนวทาง เพื่อให้อยู่ได้] แล้วล่ะครับ
  • #11 มิสเตอร์สะตอฯ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 19:46

    มาเพิ่มเติมแลกเปลี่ยนนะครับ นอกจากประตูที่ต้องปิดแล้วครับ

    อธิบายต่อได้ว่า คนเราก่อนนอนหลับผิงไฟอยู่ พออุ่นสบายหลับเคลิ้มไป พอตกดึกไฟมอด เราหลับลึก ก็จะสูญเสียความร้อนไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ร่างกายสูญเสียความร้อนมาก ก็จะตายในที่สุด ซึ่งกรณีนี้อันตรายมากๆ สำหรับ การหลับแบบไม่เตรียมการ หลายๆ ปีก่อน ที่เสียชีวิตเพราะอากาศหนาวก็เป็นแบบนี้ครับ
    เพราะว่าคนขาดธาตุไฟในขณะนั้น เมื่อขาดความร้อนทุกอย่างก็จบ

    แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายแบบนี้เสมอไปครับ ปกติหากไม่หลับลึกมาก ร่างกายจะสั่งให้ปวดฉี่ครับ เราจะตื่นเสียก่อนครับ เราจะพบว่าในหน้าหนาวเราจะปวดฉี่บ่อยกว่าช่วงหน้าร้อนครับ เป็นระบบการป้องกันด้วยธรรมชาติครับ

    หากใครจินตนาการไม่ออกว่า การปิดประตูนำความหนาวเข้าร่างกาย จำเป็นอย่างไร หากเราเคยนอนห้องแอร์เปิดแอร์แรงๆ ขนาดอยู่ใต้ผ้าห่มหนาๆ โดยไม่ใส่ถุงเท้า ยังหนาวมากเลยครับ ดังนั้นผมขอแนะนำครับ

    แจกถุงมือ ถุงเท้า ผ้าพันคอ ปิดหู หรือหมวกไอ้โม่ง(ไม่ใช่เอาไปปล้นคนอื่นนะครับ) และเสื้อตัวในที่ใส่แล้วแนบเนื้อนะครับ ผมซื้อหนึ่งตัววันก่อนไปเยอรมัน เป็นเสื้อที่ผมชอบมากราคาน่าจะประมาณสองร้อยบาท มันยืดได้ ใส่แล้วรัดตัวเรา ผมพบว่า หน้าหนาวมันทำให้ความร้อนในตัวเราสูญเสียน้อย พอผมใส่หน้าร้อนมันก็ไม่ได้ร้อนด้วยกลับเย็น ไม่แน่ใจว่าทำด้วยวัสดุอะไรครับ อีกอย่างเสื้อสีดำในหน้าหนาวจะช่วยให้อุ่นกว่าเสื้อสีอื่นๆ ครับ เพราะดำดูดความร้อนครับ

    บางทีเราจำเป็นต้องอยู่กับธรรมชาติอย่างเข้าใจ ใช้หลักทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดพลังสูงสุดครับ

    การช่วยเหลือ สิ่งที่สำคัญ ช่วยเหลืออย่างไรไม่ให้ผู้ให้และผู้รับอ่อนแอ….. ในอนาคตเราอาจจะพบกับช่วงพิสัยของอุณหภูมิต่ำสุดกับสูงสุดห่างขึ้น แล้วเราจะอยู่อย่างไรท่ามกลางอุณหภูมิร่างกาย 37 องศาครับ
    ร่างกายเราจะปรับตัวอย่างไร ตามฤดูกาลครับ…..

    ด้วยมิตรภาพครับ
    เม้งครับ

  • #12 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 January 2011 เวลา 22:31

    ขอแจมหน่อย

    • เม้ง พี่เอาเสื้อกั๊ก หรือเสื้อยืด ที่ปกติผู้ชายใส่เอาไว้ชั้นในเสื้อไปทำงาน น่ะ เอามาใส่นอน เอาเสื้อกันหนาวใส่ข้างนอก พี่รู้สึดว่าอบอุ่นมากกว่าใส่เสื้อกันหนาวอย่างเดียว ทุกวันนี้ก็ทำอย่างนั้น  หลักการนี้ใช้ได้ครับ
    • ใส่ถุงเท้า ถุงคลุมหัว ถุงมือ ใช้ได้ดี  คนโบราณเขาตรวจสอบคนป่วยโดยการจับเท้า หากเท้าเย็นก็จะไม่สบาย ต้องห่มเท้า หรือใส่ถุงเท้า ทุกวันนี้คนข้างกายก็ใส่ถุงเท้านอน  อิอิ หนาเตอะเลย ทั้งที่ผมว่าไม่หนาวเท่าไหร่น้า เขาว่าหนาว…  แต่ก็แปลก นี่อาจจะเป็นลักษณะเฉพาะคน เคยเห็นคนนอนหนาว แต่เอาเท้าโผล่ออกมา เราเอาผ้าห่มให้ก็ว่า ขอบคุณ ไม่เอา ขอเอาเท้าโผล่ เขาบอกว่า งั้นหายใจไม่ออก เออ มีแบบนี้ด้วย แปลกคนจริง คนอารายหายใจด้วยเท้า..
    • เรื่องเอาถุงพลาสติดห่ม มีคนทำแล้ว หนาวมากไม่ได้เตรียมเสื้อผ้า ก็เอาถุงพลาสติกใหญ่ๆ ตัดก้นถุงเอาหัวโผล่ตัดช่องเอาแขนออก ใส่นอน แถามเอากระดาษหนังสือพิมพ์ใส่เข้าไปข้างในถุงรอบตัวอีก ใช้ได้ดี ไม่หนาวตาย นี่แบบฉุกเฉินนะครับ  ส่วนเอาพลาสติกห่มบนผ้าห่มก็มีคนทำเช่นกัน เขาว่าอุ่นมากๆ นอนเหยียดได้เลยไม่ต้องขดเหมือนกุ้ง
    • ผมเคยพบสถาปนิคเชียงใหม่ส้รงบ้านให้เศรษฐีกรุงเทพคนหนึ่ง ใช้ไม้สักสร้างทั้งหลัง แต่เขาออกแบบผนังบ้านที่เป็นไม้เป็นสองชั้น รตรงกลางระหว่างผนังไม้สักนั้นเขาเอาโฟมหนาๆใส่ตรงกลาง…..เป็นฉนวน โฮ หน้าหนาวแค่ไหนอยู่ในบ้านไม้สบายมาก เขาว่างั้นครับ
    • ความรู้ที่เราได้จากการดูหนังเมืองหนาวก็เคยเห็นเขาจุดกองไฟ เมื่อเป็นถ่ายพอดี ก็เอาดินกลบให้พอดี แล้วก็นอนทับบนกองไฟที่ปรับใหม่แล้วนั้น ข้างล่างอุ่น หากมีเต้นท์ครอบตัวอีกก็คงนอนได้ทั้งคืน
    • คนบ้านนอกอย่างผมสมัยก่อนนั้น พอถึงหน้าหนาว มันมีลมพัดแรง เนื้อแตกหมด ผ้าห่มเท่าไรก็ไม่อยู่ ชาวบ้านเขาแก้โดย ใช้ฟางข้าวที่เพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จเอามากองทำอุโมงค์ เข้าไปนอนข้างใน มันอุ่นมากครับ แต่ข้อเสียคือ หากทำไม่ดี มันคันนนนนนนน เพราะละอองจากฟางนั่นแหละ ยิ่งคนที่แพ้ละอองแล้วเกาทั้งคืน แม้อุ่นแต่ก็คัน อิอิ  หรือกองฟางที่ปกติชาวบ้านเขาเก็บฟางให้ควายนั้นโดยการกอง ก็ทำช่องเข้าไปนอน หลับจนลืมเวลาไปเลย แต่ก็อันตรายเช่นเคย คือ คนที่สูบบุหรี่ พึงระวัง มีไฟใหม้กองฟางที่ไปนอนมาแล้วเพราะบุหรี่  ดีไม่ดี เผาเป็นไก่อบฟางไปเลย อิอิ
  • #13 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 January 2011 เวลา 4:38
    #11 เสื้อผ้ายืดรัดรูป (compression) คงจะเป็นผ้า spandex/lycra มั๊งครับ เป็นผ้าทำจากไยไฟเบอร์สังเคราะห์ ระบายความชื้นออกสู่ภายนอกได้ดีแต่มีลักษณะกึ่งอับอากาศ จึงนิยมนำมาใช้ทำเสื้อกีฬา เคยเห็น FBT มีขายครับ … ส่วนความช่วยเหลือนั้น ให้ความรู้น่าจะดีครับ ผู้ให้ไม่เสียอะไร ในขณะที่ผู้รับก็จะเข้มแข็งขึ้น และใช่ครับเม้ง ทุกอย่างอยู่ที่การปรับตัว

    #12 เทคโนโลยีวัสดุ ก้าวหน้าไปมากครับ บ้านผมทั้งหลังเก่าและหลังปัจจุบัน เป็นกำแพงสองชั้นมาตั้งแต่ปี 2520 หน้าร้อนไม่ร้อน หน้าหนาวไม่หนาว

    บันทึกนี้ ได้ความรู้มากมาย ทั้งประสบการณ์จริง ข้อคิด+ข้อสังเกตดีๆ ขอบคุณทุกท่านนะครับ

  • #14 มิสเตอร์สะตอฯ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 January 2011 เวลา 0:24

    โอ้..ขอบคุณมากๆ เลยครับพี่บางทราย ได้ความรู้อีกเพียบทำให้ผมนึกถึงตอนก่อกองไฟไล่ยุงเลยครับ ควันคลุ้งเลยครับ อย่าว่ายุงจะรอดเลยครับเพราะคนก็เกือบไม่รอดครับ อิๆๆๆ สำลักควันไฟจนแสบตาครับ ภูมิปัญหาทั้งหลายเข้าท่าดีครับ แต่หากเราไม่ได้สั่งสมบ่มให้รุ่นหลังสิ่งเหล่านี้จะหายไปหมดครับ

    ขอบคุณพี่คอนมากๆ เลยครับ  ผมเดินไปพลิกดูที่เสื้อตัวนั้น ว่าจะดูว่าเป็นผ้าอะไรกลับไม่มีอะไรเขียนติดไว้เลยครับ มีแต่ตัวอักษร AID อะไรไม่รู้ที่หลุดลอกมองไม่ชัดครับ จับแล้วนุ่มอุ่นดีจริงๆครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.26477098464966 sec
Sidebar: 0.33740496635437 sec