อธิบายสังคมด้วยลักษณะของโฮลอน

อ่าน: 6229

วันนี้ได้คุยกับจอมป่วน ท่านพูดถึงโฮลอนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จำได้ว่าท่านพูดถึงครั้งแรกเมื่อปีหรือสองปีก่อน ซึ่งตอนนั้นองค์กรเคออดิกกำลังฮิต ผมก็ไปค้นแล้วครับแต่ไม่ได้เขียน วันนี้เจออีก เลยเอามาเขียนดีกว่า จะผิดหรือถูก เชิญพิจารณาเองครับ

โฮลอน (Holon) เป็นศัพท์ปรัชญาหมายถึงการเป็นทั้งหมดและเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมดในขณะเดียวกัน อ.สุวินัย เรียกว่า “หน่วยองค์รวม” และได้อธิบายความไว้ที่นี่ (ข้ามส่วนอภิปรัชญาไปก็ได้นะครับหากว่าคิดว่าไม่เกี่ยว)

ในความเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมดนั้น โฮลอนมีลักษณะที่เป็นเอกเทศ ไม่เหมือนใคร มีอิสระในตัวของตัวเอง และครบถ้วนบริบูรณ์ในตัวเอง

เช่นร่างกายก็มีอวัยวะต่างๆ แขน ขา ปาก จมูก สมอง ตา หู ตับ ไต ลำใส้ ม้าม ปอด หัวใจ หลอดเลือด กระดูก ฯลฯ ต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง อยู่ร่วมกันเป็นร่างกายโดยที่อวัยวะต่างๆ ไม่ได้เหมือนกันเลย และอวัยวะอื่นจะมาทำแทนก็ไม่ได้ แถมมีใส้ติ่งที่แม้ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเลย แต่ก็ไม่ทำให้ร่างกายเดือดร้อน ก็ยังแฝงอยู่ในร่างกายได้โดยร่างกายไม่ได้ขับออกไป (แต่เมื่อไรที่อักเสบ ต้องโดนเจี๋ยนทิ้งไป)

ไม่ว่าร่างกายจะขยับไปไหน อวัยวะต่างๆ ก็ขยับไปทางนั้นด้วย ประหนึ่งว่าการขยับนั้นเป็นการขยับของหน่วยเดียว — อวัยวะต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ในขณะเดียวกัน แต่ละอวัยวะก็เป็นทั้งหมดของหน้าที่ที่มันทำ ร่างกายเป็นโฮลอน อวัยวะก็เป็นโฮลอน อวัยวะประกอบด้วยเซล เซลประกอบด้วยโมเลกุล โมเลกุลประกอบด้วยธาตุ ธาตุประกอบด้วยอนุภาค อนุภาคประกอบด้วยอนุภาคพื้นฐาน อนุภาคพื้นฐานเกิด-ดับอยู่ตลอด แล้วแต่ว่าเราจะสังเกตมันหรือไม่ แล้วก็ไม่สำคัญว่ามันอยู่ในอนุภาคใด ในธาตุใด ในโมเลกุลใด ในเซลใด ในอวัยวะใด

เหมือนองค์กรธุรกิจ มีระดับใหญ่บิ๊กบึ้ม มีหน่วยธุรกิจ มีฝ่าย มีส่วน มีแผนก มีทีม มีคนผลิต มีคนขาย มีคนทำบัญชี มีคนตัวเล็กๆ ที่พูดอะไรไม่เคยมีคนในองค์กรฟังเลย แต่เมื่อขาดหน่วยใดหน่วยหนึ่งไปแล้ว องค์กรจะเหวอ

โฮลอนที่ยกตัวอย่างทั้งร่างกายและองค์กรธุรกิจ มีลักษณะของความเป็นตัวตนสูง (I-ness) กล่าวคือสามารถนำพาไปทางเดียวกันได้ทั้งหมด เรียกว่า Individual holon

โฮลอนอีกแบบหนึ่ง มีความเป็นองค์รวม (we-ness) มากกว่า เรียกว่า Social holon ซึ่งชื่อก็บอกเป็นนัยอยู่แล้ว ว่ามีลักษณะเหมือนสังคม ความเป็นสังคมนั้น ไม่ควรจะมีใครชี้นำได้หรอกนะครับ นอกจากว่าสังคมนั้นขาดวุฒิภาวะอย่างแรง

สังคมรวมกันและผูกพันกันอยู่ได้ด้วยประโยชน์ร่วมกัน มีกติกาของสังคม (กฏหมาย) กำกับอยู่ เนื่องจากตัวสังคมเองเป็นโฮลอนที่ประกอบไปด้วยโฮลอนย่อยๆ เต็มไปหมด ในเมื่อโฮลอนมีความเป็นเอกเทศ จึงต้องมีกติกาคอยป้องกันการละเมิดระหว่างกันและกัน

เช่นฝูงห่านป่าที่บินอพยพหนีหนาว ห่านแต่ละตัวมีอิสระที่จะบินไปทางไหนก็ได้ บินเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ห่านเลือกที่จะบินไปพร้อมกันเป็นฝูง เพราะว่าถึงอย่างไรก็บินไปทางเดียวกันอยู่แล้ว และการบินเป็นฝูงประหยัดแรงกว่าการบินเดี่ยว ห่านเป็นโฮลอน ฝูงห่านเป็นโฮลอนทางสังคม

ทิศทางที่ “ฝูงห่าน” บินไป ขึ้นกับการเลือกของผู้นำในขณะนั้น ห่านตัวอื่นในฝูงไม่ต้องบินตามก็ได้ แต่ถ้าจะแยกวงก็ต้องรับผลนั้นด้วยตัวเอง เป็นธรรมชาติของสังคมที่มีเข้ามีออก เนื่องจากโฮลอนทางสังคมประกอบด้วยโฮลอนย่อยๆ ที่มีอิสระจะตัดสินใจได้เอง ห่านส่วนใหญ่บินตามกันไป ยกเว้นตัวที่ต้องการหยุดพักจึงจะแตกฝูง แต่ไม่มีห่านสักตัวที่กระพือปีกพร้อมกับตัวอื่นไปตลอดทาง

ระบบนิเวศน์ เป็น social holon เช่นกัน มันประกอบไปด้วยโฮลอนย่อยๆ มากมาย เช่นวงจรน้ำ วงจรพืช หรือต้นไม้+ความชุ่มชื้น+ฝนเป็นโฮลอนหนึ่ง ป่า+ดิน+การหมุนเวียนของธาตุอาหารของพืช+น้ำก็เป็นโฮลอนหนึ่ง อาหาร+สัตว์+ปุ๋ย เป็นอีกโฮลอนหนึ่ง ฯลฯ แต่ละโฮลอนไม่มีใครใหญ่กว่าใครหรอกครับ แต่ต่างก็พึ่งพาเกี่ยวพันกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

สังคมมนุษย์เป็น social holon ที่ชัดเจน ต่างคนต่างคิดกันไปคนละทิศคนละทาง ต่างวุ่นวายจะไปบังคับให้คนอื่นทำตามที่ตัวต้องการ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าสังคมจะรวมกันอยู่ได้นั้น ต้องมีความแตกต่างครับ การบังคับให้โฮลอนอื่นมาเป็นเหมือนโฮลอนที่เราอยู่ คิดจะทำได้ แต่ทำจริงๆ ไม่ได้ครับ (เพราะมันเป็นคนละโฮลอนน่ะซิ)

แต่การข้ามโฮลอนนั้นทำได้ เพราะว่าตัวเราก็เป็นโฮลอนย่อยอันหนึ่ง เป็นเอกเทศ ตัดสินใจได้เอง — ต้องไม่ลืมว่าเวลาเรามองโฮลอนอื่นแบบคนนอก เราเห็นภาพหนึ่ง แต่เมื่อเข้าไปเป็นคนในแล้ว อาจจะเห็นอีกภาพหนึ่ง

การอยู่ร่วมกันในโฮลอนทางสังคม จึงไม่ใช่การทำให้โฮลอนอื่นเป็นแบบโฮลอนที่เราอยู่ เป็นเหมือนที่ใจเราคิด แต่เป็นการเข้าใจบทบาทหน้าที่ของเราต่อสังคมโดยรวม ทำในสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้ทั้งหมดเจริญรุ่งเรืองต่อไป เป็นประโยชน์ต่อทั้งหมด ชี้แจง+ให้เหตุผล และยอมรับการตัดสินใจของโฮลอนอื่นที่อยู่ร่วมกัน แน่นอนว่าจะมีความแตกต่าง (ขืนเหมือนกันไปหมด น่าเบื่อตายชัก) ประเด็นไม่ใช่ใครชนะ ใครถูก แต่เป็นทั้งหมดได้ประโยชน์หรือไม่

« « Prev : สอนให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างไร

Next : ไต้ไม่มีควัน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 December 2010 เวลา 0:29

    cell แต่ละ cell ที่ไม่เหมือนกันหลายๆ cell เป็นองค์ประกอบของอวัยวะ
    อวัยวะหลายๆอวัยวะ  มารวมกันเป็นคน
    คนมารวมกันเป็นครอบครัว  ครอบครัวมารวมกันเป็นชุมชน…….  เป็นตำบล  เป็นอำเภอ  เป็นจังหวัด   เป็นประเทศ  เป็นชาวโลก…. อิอิ
    คนคนเดียวอาจอยู่หลายก๊วน  ก๊วนกอล์ฟ  ก๊วนวิ่ง  กลุ่มหน้าตาดี  กลุ่มเฮฯ (สวย)  ฯลฯ  ต่างเป็นองค์ประกอบของสังคมที่แตกต่างและหลากหลาย  ซึ่งต่างมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันทั้งเชิงบวกหรือลบ(แล้วแต่เราจะคิด)  การเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยของบางสิ่งจะมีผลต่อส่วนรวมได้ (การที่คนตัวเล็กๆ  ทำสิ่งดีๆที่เล็กๆก็มีคุณค่าต่อส่วนรวมได้อย่างที่คาดไม่ถึงได้

    นอกจากคนยังมีสัตว์อีกนานาชนิด  พืชอีกนานาชนิด  มีโลกอื่น  ระบบสุริยะอื่นอีก ฯลฯ  เป็นธรรมชาติ
    การที่มีสิ่งที่แตกต่างกัน  อยู่ร่วมกัน  เป็นของจริง  มีมานานแล้วและจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน(เท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้)
    ปัญหาคือ เราจะอยู่ร่วมกับความจริงแบบนี้อย่างมีความสุขได้อย่างไร ?
    เราคาดหวังและอยากให้คนอื่น  สิ่งอื่นเป็นไปตามที่เราต้องการใช่ไหม?  แล้วผลเป็นอย่างไร?

    ทำไมเราไม่พัฒนาตัวเอง  เรียนรู้ความจริงข้อนี้แล้วอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข 
    อิอิอิอิอิอิอิ

  • #2 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 December 2010 เวลา 1:23

    “โฮลอน” ศัพท์นี้ไม่คุ้นหูคุ้นตา แต่่พออ่านคำขยายความแล้วนึกถึงปรัชญาเวทานตะของอินเดีย ซึ่งมีประเด็นความเห็นต่างไปเป็นลัทธิย่อยๆ ๓ กลุ่ม กล่าวคือ

    “อไทฺวตะ เวทานตะ” ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือ พรหมัน ไม่มีส่วนย่อย ไม่มีความแตกต่างกัน
    “วิเศษาไทฺวตะ เวทานตะ” ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือ พรหมัน แต่มีความต่างกันในส่วนย่อยที่รวมเป็นหนึ่ง โดยยกอวัยวะที่ต่างกันแต่รวมเป็นหนึ่งเดียวของคนเป็นตัวอย่าง (เหมือนกับ โฮลอน )
    “ไทฺวตะ เวทานตะ” ถือว่าพรหมัน ต่างไปจากส่วนย่อยอื่นๆ

    อีกประเด็นหนึ่ง social holon นั้น ถ้าถือเอาตามแนวคิดโพสต์โมเดิร์น ปัจจุบันจัดว่าไม่มีแล้ว เพราะ we ถูกตีแตกแยกสลายกลายเป็น I I I I… (ไอ) ดังนั้น จุดหมายของสังคมจึงต้องสูญหายไปเพราะ we ถูกทำลาย…

    (เคยเรียนเคยสอนปรัชญา แต่เดียวนี้ ไม่ได้เรียน ไม่ได้อ่าน ไม่ได้สอน มีแต่สิ่งเก่าๆ ที่รกสมองอยู่)

    เจริญพร

  • #3 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 December 2010 เวลา 21:21
    • สาธุ สาธุ
    • อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
    • อิอิ
  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 December 2010 เวลา 0:57

    เรื่องนี้ค่อนข้างต้องตั้งสติกันสมควรทีเดียว
    ผมเองก็เฝ้ามอง เฝ้าสังเกตุ เรื่อง Holon อยู่เนืองๆ
    มีมุมมองอย่างนี้ครับ ที่เห็นชัดๆคือ
    เรื่อง บางส่วน และทั้งหมด นั้นเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้ง
    Holon  ของ Body นั้นชัดเจนในเรื่องการทำความเข้าใจ เรื่องนี้
    แต่ Social Holon นั้นมีนัยที่แตกต่างออกไป

    การมอง holon ไปที่ body นั้นแล้วเราเห็น บางส่วน ในหลายระดับ และเห็นทั้งหมด ในหลายระดับเช่นเดียวกัน แต่อยู่ภายใน Body ที่เป็นสภาพทาง Physical ที่ชัดเจน ทีนี้ จองป่วน นำเสนอ “การมองcell แต่ละ cell ที่ไม่เหมือนกันหลายๆ cell เป็นองค์ประกอบของอวัยวะ อวัยวะหลายๆอวัยวะ  มารวมกันเป็นคน คนมารวมกันเป็นครอบครัว  ครอบครัวมารวมกันเป็นชุมชน…….  เป็นตำบล  เป็นอำเภอ  เป็นจังหวัด   เป็นประเทศ  เป็นชาวโลก..”

    จาก Cell มาถึงคนนั้น เป็น Holon หนึ่ง แต่เป็น บางส่วนของ  ครอบครัว  ครอบครัวมารวมกันเป็นชุมชน…….

    จาก Cell มาถึงคนนั้น  มีสภาพทาง Physical ที่เป็นสิ่งที่จับต้องได้
    แต่ จากคน ครอบครัว ชุมชนนั้น  สภาพมันไม่ได้เป็น สภาพทาง Physical
    ดังนั้น คน ครอบครัว ชุมชนนั้น เป็น Holon ที่มีลักษณะแตกต่างไปจาก Body holon

    คนที่เป็น บางส่วน(ในความหมายของ Holon)  รวมตัวเป็น ครอบครัว นั้น เชื่อมกันเป็นทั้งหมด ด้วยอะไร ….? แน่นอนการเชื่อมนี้ไม่ใช่ ลักษณะของกายภาพ ที่เชื่อมต่อกัน ไม่เหมือนอะตอมในร่างกาย มาเป็นตับใตใส้พุง แล้วมาเป็นคน นั้น มันมีกายภาพเชื่อมกัน

    จากครอบครัว ที่เป็น บางส่วน รวมตัวกับครอบครัวอื่นๆ กลายเป็นชุมชน เชื่อมกันด้วยอะไร….? แน่นอนการเชื่อมนี้ไม่ใช่ ลักษณะของกายภาพ
    ผมมองตรงนี้เป็นความแตกต่างของ สภาพ Holon ของทั้งสอง คือ กายคน และ ชุมชน

    ชั้นสูงขึ้นไปอีก โลกเป็น บางส่วน ของกลุ่มดวง และจักรวาล Holon ของจักรวาล ก็แตกต่างไปจาก Holon ของ สังคม
    ทั้งที่ ต่างก็เป็น บางส่วน ของทั้งหมด

    ย้อนกลับมาที่ คน ครอบครัว ชุมชน ที่เป็น บางส่วน และเป็น social holon  การเกาะติดกัน เป็น holon นั้น หรือการเชื่อมเข้าด้วยกันนั้น
    ในระดับชุมชน คือสายสัมพันธ์ ที่ไม่ใช่ ที่ไม่ใช่กายภาพ เป็นเป็นสภาะวะที่สูงกว่าทางกายภาพ ที่มาเกาะเกี่ยวกัน  ผมเรียกมันเบื่องต้นนี้ว่า  วัฒนธรรม ซึ่งมีความหมายกว้าง  มากกว่าเรื่องพิธีกรรมนะครับ รวมไปถึง เครือญาติ  เชื้อชาติ เผ่าพันธ์  ความเชื่อ ความรัก ความศรัทธา  อุดมการณ์ ฯ
    ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบของสังคม ชุมชน ครอบครัว คน และย้อนกลับไปถึงประเทศ โลก

    เมื่อมาจำกัดวงแลกเปลี่ยนที่สังคม ชุมชน  คำว่าวัฒนธรรม ก็มีการเปลี่ยนแปลง  มีความแตกต่าง  มีความคล้ายคลึง  มีความขัดแย้ง  มีความต่อเนื่อง ตามหลัก  dialectic หรือวิภาษวิธี  ดังนั้น องค์กรที่เราจะมองในมุมของ holon นั้น ก็มองได้ แต่องค์กรนั้นการเกาะเกี่ยวกันเป็น holon ก็อาจเหมือน หรือแตกต่างไปกับองค์กร ของ Holon อื่นๆ การเกิดขึ้นขององค์กร เป้าหมาย องค์กร การคงอยู่ขององค์กร การเคลื่อนตัวขององค์กร ฯลฯ ย่อมแตกต่างกันสิ้น มากน้อย ต่างกัน

    หากเราต้องการให้ องค์กร เป็น holon ที่ เป็นหนึ่ง ก็ย่อมที่จะมีการก่อเกิด การดำเนินการ การเคลื่อนตัว พัฒนา ที่สอดคล้องกับองคาพยบของบางส่วนภายใน ที่เป็นองค์ประกอบของทั้งหมด

    เราเพิ่งคุยกันถึง ชุมชนในลาว ว่าเป็นหมู่บ้านที่รัฐได้มอบอำนาจให้เบ็ดเสร็จในการปกครองเอง จริงๆก็คือการกระจายอำนาจ หมู่บ้านอยู่ไม่ได้ ต้องมีองค์กรบริหารจัดการ และมีกติกาบ้าน ซึ่งเขาเรียก “ระเบียบบ้าน” แน่นอนระเบียบบ้านนั้น แต่ละบ้านไม่เหมือยกัน คล้ายกัน ไกล้เคียงกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นกับแต่ละบ้านจะสร้างระเบียบขึ้นมา โดยใช้ที่ประชุมรวมทั้งหมดกำหนดขึ้นมา เรียกการประชุมบ้าน แเมื่อกำหนดมาแล้วจากทุกคน ยอมรับกัน รับรู้กัน ก็มอบหมายให้คณะปกครองบ้านทำหนา้ที่รักษาระเบียบบ้าน เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา คณะปกครองบ้านจัดการแก้ไขปัญหานั้นๆเบ็ดเสร็จ ยกเว้นว่า ปัญหานั้นไม่จบลง ก็เสนอขึ้นขั้นสูงต่อไป  แต่จริงๆแล้ว ระเบียบบ้านคือสิ่งสุดท้ายที่คณะปกครองบ้านจะหยิบมาใช้ ก่อนหน้านั้น ใช้ความเป็นพี่น้อง ใช้ความเป็นคนเผ่าพันธ์เดียวกัน ใช้ความเคารพ นับถือ โดยมี คนกลางที่ทุกคนยอมรับมาทำหน้าที่เรียนกว่า หน่วยไกล่เกลี่ยบ้าน ใครที่ทำละเมิดระเบียบบ้าน หน่วยไกล่เกลี่ยจะทำหน้าที่ทันที โดยใช้วัฒนธรรมชุมชนเป็นเครื่องมือจัดการบริหารปัญหาเหล่านั้น ความเป็นบางส่วนจึงอยู่ร่วมกันได้ และยอมรับกัน จากการศึกษาชุมชนพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่า 90% จบลงที่หน่วยไกล่เกลี่ยบ้าน
    ผมจึงมองว่า นี่เป็นตัวอย่างของ social holon ในทางเป็นจริง ในชีวิตจริง รูปแบบหนึ่ง

    น่าสนใจประเด็นที่คอนแลกเปลี่ยนกับจอมป่วนจริงๆ และดีมากที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมาครับ
    ความเห็นของผมนั้นลูกทุ่งไปหน่อยนะครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.46152901649475 sec
Sidebar: 0.14816403388977 sec