SCG Paper ลงพื้นที่

อ่าน: 695

หัวค่ำเมื่อวาน ได้นั่งฟัง Fa ของ SCG Paper สะท้อนสิ่งที่ได้ไปพบเห็นมาในการลงพื้นที่ในเวลาสั้นๆ

แต่ละกลุ่มต่างก็มีเรื่องน่าสนใจมานำเสนอเป็นที่สนุกสนาน เมื่อจบทั้งสี่กลุ่มแล้ว อ.ศักดิ์พงศ์ มาเล่าเรื่อง insight เกี่ยวกับนักสู้ชีวิตทั้งสี่ที่แบ่งให้แต่ละกลุ่มไปสัมภาษณ์มา ผมได้แต่หวังว่า Fa ฝึกหัดจะเข้าใจว่าต่อให้เป็นเรื่องที่เห็นประจักษ์อยู่ต่อหน้า ก็ยังมีเบื้องหลังอยู่เสมอ การหาคำตอบใดๆ ในงาน จะมองแค่เรื่องเฉพาะหน้า ตามเป้าหมาย ตาม KPI อาจจะเป็นการด่วนสรุปเกินไป (ความเห็นของเราก็อาจผิดได้)

นักสู้ชีวิตทั้งสี่นี้ เคยมาเรียนที่สวนป่าแล้วทั้งนั้น

กลุ่ม 4 เป็นกลุ่มเดียวที่แจ้งว่ามีครูน้อยเป็นพี่เลี้ยง กลุ่มนี้ไปพบพ่ออุทัย อ.สตึก เป็นกลุ่มเดียวที่มี intro ที่ฟังรู้เรื่อง อันนี้ไม่ใช่ข้อติติงกลุ่มอื่น แต่เป็นข้อสังเกตว่ากลุ่มอื่นใช้ assumption (assume ว่าคนอื่นรู้แล้ว) มากกว่ากลุ่มนี้

  • เมื่อ 15 ปีก่อน หมดนา ก็นั่งรถเข้ากรุงเทพ เพราะว่าไม่มีอะไรทำอีก
  • มาเรียนที่สวนป่า สวนป่าส่งเรียนเลี้ยงหมูที่ธรรมศาสตร์ ดูงานบริษัทเอกชนเรื่องเลี้ยงหมูที่ลำปลายมาศ
  • มีรถไถนามือถืออยู่คันหนึ่ง นำมาประดิษฐ์ต่อเป็น
    • เครื่องสูบน้ำ
    • เครื่องไสมันให้หมูกิน (ตากแดดก่อน ลดไซยาไนด์)
    • เครื่องบดปุ๋ย
    • เครื่องบดเม็ดสะเดา เอาไปทำยาฆ่าแมลง
    • ขับเข้าตลาดไปซื้อของ
  • มีที่ 35 ไร่ ทำเองครึ่งหนึ่ง ให้เช่าอีกครึ่งหนึ่ง
  • ประเด็นคิด
    • อยู่กับธรรมชาติ
    • ลองผิดลองถูก
    • ทำเองดีกว่าฟังเขาบอกมา
    • เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ
    • เรียนรู้จากความผิดพลาด
    • ทุก[ปัญหา]มีทางออกเสมอ
    • มีความอยากเป็นตัวตั้ง
    • ทำในสิ่งที่ถนัด
    • ไม่ต้องใช้เงิน
    • มีเหนื่อย/มีท้อ แต่ท้อแล้วไม่ช่วยอะไร ชีวิตต้องไม่หยุดนิ่ง
    • “คนที่เตือนตัวเองได้ดีที่สุดคือตัวเราเอง”
  • เกรงไม่มีคนสืบทอดต่อ
  • รู้เรื่องเศรษฐกิจโลกดี แต่ไม่มีผลกับชีวิตพอเพียง

กลุ่ม 2 ไม่ได้แนะนำตัวเองว่าเป็นกลุ่ม 2 และไม่ได้แนะนำพี่เลี้ยง [ประเสริฐ/Ulem] มีปัญหาเรื่องภาษานิดหน่อย น่าเสียดายที่ไม่ใช้พี่เลี้ยงเป็นผู้แปล พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่เป็นเพียง GPS กลุ่มนี้ไปพบแม่ออน อายุ 65 ที่พยัคฆภูมิพิสัย

  • เป็นโรงเรียนให้คนหลายรุ่น
  • หลังจากมาเรียนที่สวนป่า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
  • ไม่มีหนี้ มีที่ 12 ไร่
  • มีแปลงสาธิต -> แบรนด์ (ของดีขึงสาธิตได้) พืชผลขายหมดทุกวัน
  • มะเขือม่วง จากขายไม่ได้เลย กลายเป็นขายเกลี้ยงทุกวัน (ทำอย่างไร?)
  • อุปสรรค: หมดหน้านา ต้องไปทำอย่างอื่น ไม่ทำก็ไม่มีกิน
  • ดินมีไส้เดือน!
  • รดน้ำด้วยฝักบัว
  • มีการเปรียบเทียบกับเกษตรกรรายอื่นๆ benchmarking พยายามไปดูที่อื่น

กลุ่มที่ 3 ไปพบพ่อดา (70) กับแม่หนูพวน (46) ที่พยัคฆภูมิพิสัย [สุชาดาเป็นพี่เลี้ยง] กลุ่มนี้จับสิ่งที่ไม่เห็นได้มาก

  • นาไม่ร้อนอย่างที่คิด นั่งใต้กอไผ่สูง 5 เมตร
  • ทำนาดำ แก่แล้วทำไม่ไหว ก็จ้างเอาวันละร้อยกว่าบาท
  • พ่อดา: ใช้รถคูโบต้าของลูกเขย ส่วนรถเกี่ยวข้าวใช้จ้างเอา
  • “EM คือปุ๋ยทำให้ต้นไม้งอกงาม KM คือปุ๋ยคนทำให้คนงอกงาม”
  • มีความรู้สมุนไพร เรียนจากครูบาจัน
  • กลุ่มช้างน้าว (เม็กดำ) บ้าน-วัด-โรงเรียน
  • ทดลอง ทดลอง ทดลอง เลี้ยงหมูสี่กลุ่ม ให้อาหารสี่อย่าง ดูว่ากลุ่มไหนดี
  • ไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยหวังกับอนาคต แต่อยากชนะธรรมชาติ
  • แม่หนูพวน: ขยันแต่ลุยทำไปเรื่อยๆ
  • เอาตะแกรงปู หว่านข้าว เมื่องอกเป็นต้นกล้า ดึงตะแกรงขึ้น กล้าติดมาเป็นแพ
  • ปุ๋ยชีวภาพดีกว่าปุ๋ยเคมี แต่ใช้เวลาหมัก(เตรียม)นานกว่า แม่หนูพวนไม่มีเวลา จึงใช้เท่าที่จำเป็น
  • ปุ๋ยเคมีทำให้ดิน/ข้าวกร่อน ถ้าเก็บเกี่ยวไม่ทัน จะเสียหาย
  • ปล่อยควายกินใบ/ยอด ทำให้ข้าวแตกกอ
  • วิเคราะห์เอง: เมื่อพืชจะตาย จะออกดอกออกผล -> ข้าวทิ้งรวงทันที ทำให้ผลผลิตสูงผิดปกติ
  • ใบข้าวเบาบางลง (ถูกควายกิน) -> ปลามา

กลุ่ม 1 พ่อไล (72) [ครูบาเป็นพี่เลี้ยง พร้อมคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน และรถข่าวของทีวีสีช่อง 7] บ้านพ่อไลอยู่ห่างสวนป่าไป 1.7 กม เท่านั้น จึงไม่เสียเวลาเดินทางมาก

  • จบ ป.4 ลูก 5 ยึดวิถีพ่อแม่เพราะเรียนไม่สูง แต่หลานเรียนสูงกว่า เพราะเรียนตามระบบ
  • เป็นห่วงว่าจะไม่มีใครดูต่อ
  • เดิมมีที่ 30 ไร่ แล้วแบ่งให้ลูกจนเหลือไว้ทำเอง 7 ไร่
  • เดิมปลูกยูคาลิปตัส สามปีตัด สามปีตัด; แล้วเปลี่ยนเป็นยาง ปลูกแล้วดูแล 4 ปี กรีดยางได้ 10 ปี ตอนนี้ทำยางมาได้ 20 ปีแล้ว
  • เผาถ่าน ทำเองคนเดียว
  • “KM คือกิโลเมตร”
  • ไม่มีอุปสรรค ไม่่ป่วย ไม่นอนกลางวัน (นอนสองทุ่ม)
  • กรีดยางเอง ตื่นตีสาม

3 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 มิถุนายน 2009 เวลา 20:32

    ขอบคุณค่ะ นี่คือ 3 หน้ากระดาษที่แกะลายมือตัวเองเรียบร้อยแล้ว? ^ ^

    เห็นพี่รุมกอดมีบันทึกเกี่ยวกับบ้านพ่อไล เลยขอสงสัยกลุ่มที่ 1 ว่า
    1. ที่ที่พ่อไลแบ่งให้ลูกๆนั้น ลูกๆยังทำการเกษตรอยู่หรือไม่
    2. พ่อไลทำนาหรือเปล่า และใครช่วย
    3. ผลผลิตยางไปที่ไหน ขายใคร
    4. อายุพ่อ 72 ใครดูแล
    5. พ่อมีการเตรียมการสำหรับชีวิตบั้นปลายอย่างไรบ้าง เงินออม?
    6. ทำไมพ่อไลถึงเลือกปลูกยาง และยางก็มีช่วงอายุการเก็บเกี่ยว ถ้าต้องโค่นต้นยางพ่อไลวางแผนชีวิตยังไง

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 มิถุนายน 2009 เวลา 21:27
    1. ทำครับ
    2. ทำเอง นา 7 ไร่ แม่เปี่ยม (ภรรยา) มือนิ่ม ไม่ได้ช่วย พ่อไล workaholic ทำงานตั้งแต่ตื่นจนนอน
    3. ขายที่ไหนไม่ได้ถามครับ แค่แถวนี้ใครๆก็มียาง คงไม่ต้องไปขายไกล เวลาราคาตก ก็ไม่กรีด ไม่ขาย พ่อไลทำหลายอย่าง ขืนทำอย่างเดียว (เกษตรเชิงเดี่ยว) แย่แน่
    4. ดูแลตัวเองครับ ลูกแกอยู่ด้วย
    5. ไม่ได้ถามครับ
    6. ผมอธิบายเอาตามความเข้าใจนะครับ: ยูคาอายุสั้น พอตัดขายแล้ว ต้องเริ่มใหม่หมด จึงเป็นวัฐจักรเหนื่อยไม่รู้จบ เหมือนปลูกพืชล้มลุก ยางมีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตนานกว่า เมื่อรู้ว่าต้นยางอายุ 10 ปี ในช่วงปีที่ 10-14 ทำอย่างอื่น (ข้าว มะม่วง เผาถ่าน ฯลฯ) รอต้นยางโตพอจะให้ผลผลิต
  • #3 ampatomeve ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 มิถุนายน 2009 เวลา 19:46

    น่าสนใจๆ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม


Main: 0.118548870087 sec
Sidebar: 0.142232179642 sec