วงจรน้ำขึ้น-น้ำลง

โดย Logos เมื่อ 30 October 2011 เวลา 0:08 ในหมวดหมู่ สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 2453

ประมาณการน้ำขึ้นสูงสุดพรุ่งนี้ หลังจากนั้น น้ำทะเลก็จะหนุนน้อย — น้ำขึ้นสูงในวันขึ้นแรม 15 ค่ำ และน้ำลงต่ำสุดในวันขึ้นแรม 8 ค่ำ — แม้เขื่อนยังไม่พัง ก็อย่างเพิ่งดีใจว่าจะรอด

ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนน้อยลง เป็นจังหวะของการระบายน้ำ ซึ่งมีเรื่องที่ยังต้องทำอีกเยอะ ก่อนที่น้ำทะเลจะหนุนสูงอีกครั้งหนึ่งในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

พื้นที่ที่เป็นทางน้ำไหลผ่าน ก็จะยังมีน้ำไหลผ่านไปอีกนานครับ ระดับน้ำจะไม่ได้ลดลง น้ำเหนือยังมีปริมาณอีกมากมายที่นังต้องระบายไปลงทะเลครับ

ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ไปพังคันกั้นน้ำที่คลองประปานั้น ทำให้การผลิตน้ำประปาเป็นปัญหาไปทั่วทั้งกรุงเทพ ฉลาดซะทีดีไหมครับ พังคันกั้นน้ำลงไป ก็ไม่ได้ทำให้น้ำที่ท่วมบ้านท่านอยู่ลดลงไป

ถ้าจะให้น้ำลด ต้องไปกู้คันกั้นน้ำที่แตกไปแล้วขึ้นมาใหม่ แล้วระบายเอาน้ำที่ขังอยู่ออกไปจากพื้นที่ ถ้ามีแรงเหลือ กรุณาใช้แรงย่ด้วยครับ

สำหรับคันกั้นน้ำและแนวกระสอบทรายที่ยังทานแรงน้ำอยู่ อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะคันดินและแนวกระสอบทรายต้านทานน้ำมาเป็นเดือนแล้ว ย่อมเปียก เปื่อย มีน้ำซึม ทำให้สูญเสียความแข็งแรง จังหวะที่น้ำลงนี้ เป็นจังหวะที่ต้องเสริมความแข็งแรงของคันดินและแนวกระสอบทราย ไม่ใช่รอลุ้นว่าเมื่อไหร่มันจะพังครับ

สำหรับบ้านเรือนที่น้ำยังไม่ท่วม การตัดสินใจว่าจะสู้หรือจะอพยพหนี ไม่ได้ขึ้นกับว่าท่านต้องการอย่างไร แต่ขึ้นกับข้อเท็จจริงของภูมิประเทศ ไม่เฉพาะแต่บ้านของท่าน แต่รอบข้างด้วย ถ้าบ้านตั้งอยู่ที่ที่ราบลุ่มต่ำ รอดยากครับ ถ้าบ้านตั้งอยู่ใกล้ทางระบายน้ำ รอดยากเหมือนกัน…

ช่วงเสาร์อาทิตย์นี้ หากไม่มีอะไรทำ ไปช่วยกันเสริมความแข็งแรงตามคันดินและกระสอบทรายตามแนวป้องกันน้ำ ทางด้านเหนือและตามริมฝั่งแม่น้ำกันนะครับ… ถ้าด่านเหล่านี้แตก พื้นที่แห้งในกรุงเทพจะเหลือน้อยมาก เมื่อถนนหนทางรถวิ่งไม่ได้ การขนส่งสินค้าจะหยุดชะงัก แล้วไม่ว่าบ้านของท่านจะแห้งหรือจมน้ำไปแล้ว จะเดือดร้อนเหมือนกันหมด ท่านที่ไม่มีที่ไปจะเดือดร้อนกว่า แต่ถ้าหากถนนยังใช้ได้ (ซึ่งหมายความว่ากำแพงกันน้ำยังยันได้อยู่) ตลาดก็จะยังมีของขาย ท่านที่ยังไม่อพยพก็จะพอดำรงชีวิตอยู่ได้

« « Prev : สัญญาณน้ำ

Next : ทีละหลังสองหลัง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 October 2011 เวลา 0:17

    คนที่ไปพังคันดินไม่ได้อ่าน อิอิ

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 October 2011 เวลา 0:21
    ก็จริงครับ แต่มีคนประเภทนี้อย่างนี้อยู่จริง ตามข่าว(ที่ไม่รู้ว่าเป็นจริงแค่ไหน)มีสอสอให้ท้ายอยู่ด้วย
  • #3 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 October 2011 เวลา 6:43

    พวกที่พันคันดิน ด้วยการอ้างเหตุผลว่า “ระบายน้ำที่ท่วมขังออกไป” ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า “คันดินป้องกันน้ำท่วม” …. จัดว่าเป็นการ “อคติ” คือ “ลำเอียง” ซึ่งมี ๔ ประการกล่าวคือ

    ๑. ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะพอใจ … อาจพอใจโดยส่วนตัวหรือคำชักชวนก็ตาม
    ๒.โทสาคติ คำเอียงเพราะโกรธ … อาจโกรธต่อฝ่ายบริหารเจ้าหน้าที่หรือโกรธใครอะไรสักอย่าง
    ๓. ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว … อาจกลัวคนที่มาชักชวนหรือบังคับแกมขู่ให้ช่วยกันพัง
    ๔. โมหาคติ ลำเอียงเพราะหลง… ครอบจักวาฬ ตลอดถึง ไม่รู้ “ม่เข้าใจ โร้ไม่จริง หรือทำไปเพื่อสนุก

    มิใช่เฉพาะพวกพังคันดินเท่านั้น ที่อาจนำอคติ ๔ มาพิเคราะห์ได้…. แต่ปัญหาต่างๆ เฉพาะกรณีน้ำท่วม ทั้งฝ่ายบริหาร อำนวยการ ปฏิบัติการ ผู้ประสบภัย หรือผู้ช่วยเหลือก็ตาม … อาจนำอคติ ๔ เข้าไปจับได้ทั้งนั้น….

    โดยอย่างยิ่ง เฉพาะผู้นำ (ทุกระดับ) หลักการบอกให้ทุกสำนักว่าอย่่าถึงอคติ …. แต่ปัญหาเริ่มต้นในการดำเนินงาน เกิดขึ้นก็เพราะท่านผู้นำถึงอคตินะแหละ….

    เอวัง ก็มีโดยประการฉะนี้

    เจริญพร

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 November 2011 เวลา 21:42

    ปล่อยจมเสียให้เข็ด จะได้จบๆ
    ปีหน้าค่อยมาจมอีก
    เดี๋ยวก็ชิน


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.45319294929504 sec
Sidebar: 0.19761395454407 sec