ข้อสังเกตรัฐไทย

อ่าน: 2051

คำว่ารัฐนั้น สำหรับผมคือองค์กรที่ดูแลประชาชน จัดการ เตรียมการเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลทิศทาง ดูแลความมั่นคงปลอดภัย เรื่องการต่างประเทศ แก้ปัญหาข้อพิพาทด้วยความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา จะไม่ตรงกับนิยามในวิชารัฐศาสตร์ ก็ช่างเถิดครับ รัฐมีรายได้จากภาษีอากร ซึ่งประชาชน และกิจการเสียให้ ตามกติกาของสังคม (กฏหมายและประมวลรัษฎากร)

รัฐ (ที่ไม่ใช่รัฐบาล) เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีงบประมาณประมาณร้อยละยี่สิบของรายได้ประชาชาติ จึงจัดได้ว่าเป็นผู้ที่แข็งแรงที่สุดในประเทศ เป็นเป้าหมายอันหอมหวลสำหรับผู้ที่ต้องการครอบงำ

ส่วนอีกร้อยละแปดสิบของรายได้ประชาชาตินั้น เกิดจากกิจการต่างๆ ในภาคเอกชน ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย แข่งขันกันอย่างอุตลุด โกง ติดสินบน เอาเปรียบ ฯลฯ แต่ก็ทำให้เราอยู่รอดได้จนวันนี้ แต่ว่าภาคเอกชน ก็แบ่งย่อยจนละเอียดเป็นเบี้ยหัวแตก จะทำอะไรก็ไม่มีกำลังพอ มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง แต่ก็เป็นไปเมื่อมีประโยชน์ร่วมกัน และมักเป็นไปในทางดิ่งตามผมประโยชน์ ส่วนการรวมกลุ่มในทางขวาง-ข้ามความรู้ความชำนาญเฉพาะทางนั้น กลับไม่ค่อยปรากฏ

ไม่อยากเหมารวมหรอกนะครับ แต่ไม่ทำอย่างนี้ก็ไม่รู้จะเขียนบันทึกยังไง คือรัฐ “มักจะ” (ซึ่งหมายความว่ามีข้อยกเว้นเหมือนกัน) ก้าวเข้ามาเป็นผู้จัดการเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเอง โดยไม่ตระหนักถึงความอุ้ยอ้าย เชื่องช้า และข้อจำกัดของระบบราชการ ผมอยากเห็นรัฐที่

  1. มองไปข้างหน้า พัฒนาความมั่นคงสามแนวทางอย่างจริงจัง ประชากรโลกมีแต่จะเพิ่มขึ้น อาหารจะไม่พอ ปริมาณน้ำจืดจะมีน้อยลง และพลังงานจากฟอสซิลจะหมดไป เรื่องเหล่านี้ ทำอะไรจริงจังบ้างหรือยังครับ ยกตัวอย่างเช่น ใช้ไฟเกิน x หน่วย จะต้องลงทุนจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมา 15% (0.15x หน่วย) โดยจ้างชาวบ้านหรือไปลงทุนในพื้นที่ที่เหมาะสมนอกที่ทำการได้ (ตัวเลข 15% เป็นเป้าหมายพลังงานทดแทนของประเทศ) แต่ถ้าจัดหาไม่ได้ ก็ต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นถ้าใช้มาก ก็น่าจะร่วมรับผิดชอบบ้างนะครับ ไม่ใช่ว่ามีเงินจ่ายก็ใช้ต่อไปได้ ไฟฟ้าวันนี้อาจมีพอ แต่ต่อไปจะหายากขึ้นเรื่อยๆ
  2. ให้โอกาสกับธุรกิจที่ถูกต้อง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินบน จัดการกับทุกคนที่มีผลประโยชน์ขัดแย้ง (conflict of interest) อย่างจริงจัง อย่ากีดกันธรุกิจเล็กๆ เลยครับ
  3. ธุรกิจไทยมักเก่งแต่ในบ้าน พวกที่มีศักยภาพในตลาดต่างประเทศก็ต้องส่งเสริมอย่างจริงจัง สร้างโอกาสให้เขาได้เติบโตในธุรกิจระหว่างประเทศ เมืองไทยไปลงนามสัญญา FTA ไว้เยอะแล้ว ทั้งทวิภาคและพหุภาคี มีได้บ้าง-เสียบ้าง แต่การที่มี FTA เยอะ น่าจะใช้ประโยชน์จากการเป็นฐานการส่งออกไปยังประเทศที่ลงนาม FTA ไว้แล้วได้
  4. ไว้ใจพลเมือง(โดยรวม)ว่าต้องการสิ่งดีสำหรับเมืองไทยเหมือนกัน เรื่องดีดี ไม่ต้องเก็บไว้ทำเองทั้งหมดหรอกครับ รัฐทำเองก็ทำไม่ไหว แล้วบางทีก็ไม่ดีด้วยเพราะว่าจัดการมาจากส่วนกลาง ไม่เข้าใจบริบทของท้องถิ่น
  5. ทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ผิดก็ว่าผิด ไม่ผิดก็อย่าไปกล่าวหาคนบริสุทธิ์เลยครับ ช้าไม่เป็นไรแต่อย่าปรักปรำบิดเบือนความจริง ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ให้สะท้อนความเป็นจริง ส.ส.มีหน้าที่ในสภา ก็กรุณาไปทำหน้าที่ของตัวเองด้วย
  6. เมืองไทยมีชื่อเสียงเรื่องการบริการ และทำรายได้ปีละหลายแสนล้านบาท แต่มีปัญหาสำคัญคือผู้ที่จะมาใช้บริการนั้น ต้องเดินทางเข้ามารับบริการในบ้านเรา จึงต้องพยายามระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุให้ยกเลิกการเดินทางเข้ามาเมืองไทย ซึ่งเรื่องการบริการนี้ ไม่ใช่เรื่องการท่องเที่ยวอย่างเดียว
  7. ทำกระบวนการให้โปร่งใส เช่น รัฐประกาศแนวคิดก่อน เปิดรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน เปิดรับข้อเสนอแนะจากเจ้าของประเทศ เรียนรู้+รวมรวมแก้ไขแนวคิด แล้วจึงประกาศว่าจะทำพร้อมกำหนดการ+งบประมาณโดยละเอียด กระบวนการงบประมาณในปัจจุบันนี้ คิดเอง ทำเองหมดเลย

จะดูเป็นการบ่น ก็รับว่าบ่นครับ แต่เรื่องที่บ่นนี้เกินกำลังของผมทั้งนั้น ส่วนเรื่องที่ไม่เกินกำลัง ผมทำเองครับ ไม่ได้บ่นเฉยๆ

« « Prev : แก๊งค์ 203 บุกเขาใหญ่

Next : จบไปอีกเรื่องหนึ่ง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 September 2010 เวลา 18:38

    อ่านไปก็นึกขำๆ พอถึงที่อยากเห็น ก็ทำให้คิดแยกย่อยจาก “รัฐไทย” ไปสู่ “สงฆ์ไทย ในฐานะที่เกี่ยวข้องโดยตรง แม้รายข้อจะแตกต่างกัน แต่ในส่วนสุดท้ายว่า
    “จะดูเป็นการบ่น ก็รับว่าบ่นครับ แต่เรื่องที่บ่นนี้เกินกำลังของผมทั้งนั้น ส่วนเรื่องที่ไม่เกินกำลัง ผมทำเองครับ ไม่ได้บ่นเฉยๆ”

    “……………………………..”
    เจริญพร

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 September 2010 เวลา 18:41
    สาธุ

    ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ ไม่สามารถจะวิจารณ์เรื่องที่ไม่รู้-ไม่มีข้อมูลได้ครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.094305992126465 sec
Sidebar: 0.16377305984497 sec