ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด เกิดขึ้นจากการไม่ทำอะไร

โดย Logos เมื่อ 14 September 2008 เวลา 0:20 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา #
อ่าน: 2872

พระบรมราโชวาท เรียบเรียงขึ้นตามที่ได้บันทึกพระสุรเสียงไว้
พระราชทานแก่คณะกรรมการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
วันจันทร์ ที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๘

ตามที่ได้ฟังมาเมื่อตะกี้นี้ จะขอยกแต่ข้อที่ได้ตกลงในการประชุมนั้น จะขอยกลงไปเป็น ๓ ข้อแรกก็คือการพัฒนาเจ้าหน้าที่เป็นข้อแรก ให้มีความสามารถที่จะเข้าใจปัญหานั่นเป็นข้อที่ ๒ การปฏิบัติต่างๆ ที่ตั้งใจจะปฏิบัติรวมเป็นข้อ ๒ และข้อ ๓ ก็คือ การหาทุนสำหรับมาดำเนินงาน ข้อแรกการเตรียมตัวและพัฒนาตัวเองให้สามารถที่จะกระทำงานให้ลุล่วงไป เข้าใจว่ากรรมการทุกคน และผู้ที่ทำงานในด้านสังคมสงเคราะห์ตระหนักดีอยู่แล้วว่าจะต้องมีความเสียสละ มีความรู้ ความรู้ทางวิชาการ และมีความเมตตาจิตประจำตัว แต่ก็พูดง่าย ทำยาก เพราะว่าแต่ละคนย่อมต้องการได้หน้าบ้าง อย่าเพิ่งโกรธ ไอ้การได้หน้านั่นเป็นสิ่งธรรมดาที่สุดในโลก ที่จะอยากให้คนเขาเห็นใจว่าทำ และเป็นสิ่งที่ต้องมีเพราะว่าถ้าไม่มี ถ้าเราทำแล้วไม่มีใครเห็นด้วย เราทำไม่ได้ เพราะไม่มีใครเลื่อมใส ไม่มีใครที่จะมาช่วยศรัทธานั่นเอง แต่วิสัยของปุถุชนเราย่อมต้องมีความอิจฉา ไม่เข้าใจโง่เขลาเบาปัญญาอยู่ ฉะนั้นการที่ตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองให้มีความดีเต็มเปี่ยมนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็น ขอให้ละทิ้งความอิจฉา ริษยา ขอให้ละทิ้งความที่มีอคติต่างๆ จะทำให้งานของแต่ละคนง่ายขึ้นเอง เพราะว่าบางทีเสียเวลาเป็น….ไม่ใช่เป็นชั่วโมง….เป็นแรมวัน แรมเดือน แรมปีกว่าจะเข้าใจกันได้ เพราะอคติ และระหว่างนั้น เงินก็ร่อยหรอไป ในข้อที่สามก็ร่อยหรอไป และกำลังใจต่างๆ ก็ร่อยหรอไป และข้อที่ ๑ ก็หมดไป ในข้อที่ ๒ ที่จะปฏิบัติการต่างๆ นั้น ของสภาสังคมสงเคราะห์ สภาสังคมสงเคราะห์ได้รวมเอาองค์การ และส่วนงานต่างๆ ทั้งราชการ ทั้งเอกชน ทั้งใหม่ ทั้งเก่า ให้ได้ช่วยกันทำไม่ให้ซ้ำ หรือก้าวก่ายกันมากเกินไป และให้ร่วมมือในสิ่งที่พอจะร่วมมือได้ ที่ไม่ยอมให้ก้าวก่ายนั้นก็ทำไม่ค่อยได้ เพราะว่างานสังคมสงเคราะห์ทุกอย่าง ย่อมต้องก้าวก่ายกัน ถ้าไม่ก้าวก่ายกัน มีความร่วมมือกันไม่ได้ ก็ไม่ได้แตกกัน ต่างคนต่างทำ ก็ต้องมีความเข้าใจระหว่างกัน และในข้อที่สองนี้เอง ก็มีคำว่าร่วมมือกับศาสนาต่างๆ โดยเฉพาะ ๔ จังหวัดภาคใต้ ทางนั้นก็ไม่ใช่ง่ายที่จะเป็นเช่นนั้น เพราะว่า เกิดเหมือนว่าเป็นปัญหาพิเศษ เพราะว่าเคยได้ไปหลายครั้งแล้ว แล้วก็ได้ไปเมื่อเดือนเมษานี่เอง และก็เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างประชาชน หรือผู้ที่มีศาสนาต่างๆ กันไม่มีปัญหา ถ้าใช้หลักความเมตตาซึ่งกันและกัน ซึ่งทุกศาสนามีจะใช้ความเมตตานี้เป็นภาษาของทุกศาสนา ถ้ามามัวแต่มาหวงแหนกัน….คำว่า เมตตา เป็นภาษาของพุทธศาสนา มันก็พูดกับใครไม่ได้ เพราะว่าในภาษาต่างประเทศใดๆ จะเป็นภาษาในบ้านใกล้เคียง หรือภาษาในที่ห่างไกลมันก็เห็นคนละอย่าง คนละคำ แม้แต่โต๊ะเก้าอี้ เขาก็ไม่ได้เรียกโต๊ะ เก้าอี้ ฉะนั้น ขอใช้คำว่า เมตตา คือมองเห็น ช่วยกัน เห็นใจกัน คือ ทุกศาสนาก็มีใช้ ที่ได้เห็นเมื่อเดือนเมษาที่ไปภาคใต้ ที่ได้ไปเห็นในเดือนเมษานี่เองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้ไปเห็นทางภาคเหนือที่ได้ไปเห็นในภาคกลาง ที่ได้พบกับชาวต่างประเทศ และโดยเฉพาะอย่างศาสนทูตวาติกัน มาในเดือนเมษานี่เองเหมือนกันหมด ศาสนาทุกศาสนาร่วมมือกันเพื่อที่จะให้มีความดี และให้ได้ผลตามที่ท่านทั้งหลาย ข้อหนึ่ง ได้ตั้งใจทำข้อสอง งานของหมายเลขหนึ่งที่จะทำงานหมายเลขสองนี่ ทำยากมากเพราะว่ามันกว้างขวาง และต้องเลือกงานตามลำพัง และตามหมายเลขสาม แต่ว่า หมายเลขสามนั่นน่ะ คือ เงิน ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นอุปสรรคมากนัก เพราะว่าแต่ละคน ถ้าทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจ ย่อมทำได้ และพูดกันจริงๆ อย่านึกถึงประโยชน์ และชักชวนผู้อื่นที่อาจจะไม่ใช่พวกเรา กรรมการบริหารให้เข้าใจว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะนึกถึงความเย่อหยิ่ง ความไม่เข้าใจกัน หรือเงินทองที่ตนมี หมายถึง ผู้ที่มีความร่ำรวยพอสมควร มีอยู่ว่าถ้าหากว่าเราไม่ทำงานเต็มที่ ช่วยกันเต็มที่แล้วบ้านเมืองไปไม่รอด แล้วถ้าไปไม่รอดแล้ว ทั้งข้อหนึ่ง ข้อสอง ข้อสาม เป็นอันวอดไป และโดยเฉพาะอย่างที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้บอกมาแล้ว พูดมาแล้ว ในรายงานซึ่งยืดยาว และซึ่งไม่จำเป็นที่จะทำตามคำขอวันสุดท้ายที่ขอโอวาท เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในนั้น ขอให้ไปทานอีกที แต่ว่าอย่าถือว่าเป็นรายงาน ถือว่าเป็นแนวดำเนินงานที่ดีแล้วก็ไม่ต้องรับโอวาทที่ว่าเดี๋ยวนี้ง่ายขึ้นมากแม้แต่ข้อหนึ่ง ข้อสอง ข้อสาม เป็นที่หนักใจ ข้อหนึ่งด้วยความลำบากที่จะทำให้คนเข้าใจ เราต้องทำงานด้วยความเสียสละ ข้อสองความลำบากของงานที่กำลังทำที่ได้วางไว้แต่เดิมและข้อสามเงินที่ขาดแคลน ทั้ง ๓ ข้อนี่นะมันง่าย เพราะว่าสถานการณ์บีบบังคับ ถ้าสถานการณ์เดี๋ยวนี้มีส่วนมีคนมากที่สบาย…สบาย…จะบอกว่า…สบายแฮ….มันยาก แต่เดี๋ยวนี้แต่ละคนก็ไม่สบาย เพราะว่ารู้ว่าสถานการณ์มันหนักแค่ไหน รู้ว่าถ้าผิดพลาดไปในนโยบายใดๆ ทั้งขั้นของสภาสังคมสงเคราะห์ ทั้งขั้นของเอกชนและราชการแล้ว เราไปแล้วไปแล้วแปลว่าไปไม่รอด ฉะนั้น เชื่อว่าสามข้อนี้ จะเป็นที่ซาบซึ้งของทุกท่านและของผู้ที่ท่านเป็นผู้แทนมาแต่ละภาค และขยันหมั่นเพียรในการทำต่อไป ไม่ใช่เพราะว่าจะทำบุญอย่างจะเห็นสวรรค์อยู่ข้างหน้า แต่เพราะว่าไม่อยากเห็นนรกอยู่ข้างหน้า ฉะนั้น ก็ทิ้งปริศนาไว้สำหรับท่านดังนี้ก็พอ ความจริงแล้วก็พอแล้ว เพราะท่านก็มีความเฉลียวฉลาดพอที่จะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร เพราะไม่ทราบจะพูดอย่างไร ถ้ามาพึ่งแต่พระบรมราโชวาทแต่อย่างเดียว และตนเองความจริงไม่คงไม่ได้พึ่ง เพราะว่าแต่ละคนมีสมองของตน มีความคิดของตนที่ดี และมีความสามารถของตนทำได้ ไม่ใช่ทำได้เหมือนรัฐบาลเขาบอกว่า เราทำได้ แต่ทุกคนทำได้ ก็เชื่อว่าพระบรมราโชวาทนี่หมายถึงว่าเป็นคำพูดของคนเดียว รู้ว่าคนไทยทุกคนที่เรียกตัวว่าเป็นคนไทย จะเป็นเชื้อชาติใด จะเป็นศาสนาใด รู้ว่าคนไทยทุกคนจะต้องคิดด้วยความสามารถและเต็มความสามารถที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นประกาศิตจะเป็นจะตายอยู่ที่ตรงไหน แล้วก็ช่วยกันทำ แล้วถึงจะเป็นตามที่ว่า “เราทำได้” คือเราร่วมกัน คนที่เป็นคนไทยแท้จริง ทำได้โดยละอคติทั้งหลาย…..เงิน เอา…..ไม่ได้นึกถึงที่จะทำชื่อเสียงแก่ตัว อันนี้เป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่ว่าจะทำตามลัทธิ ความคิดของตัวหรือของพรรคพวก อันนี้เรื่องใหญ่ ไม่ใช่ทำเพื่อที่จะยึดเอาประเทศไทยไปเป็นของคนอื่น นี่เป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ถ้าจะพูดไป จะพูดหนักขึ้นทุกที เมื่อตะกี้เริ่มต้นด้วยตนเอง เริ่มต้นต่อไปด้วยเพื่อนฝูงหรือกลุ่มของตัว แล้วต่อไปถึงจะเป็นชาติ ก็ขอจบ แต่เข้าใจว่าท่านทั้งหลายคงเข้าใจในเจตนารมณ์ของคำพูดและจะขอ…ไม่ต้องร้อง…ข้าพเจ้าไม่ขอร้องแล้วเพราะว่าท่านต้องเข้าใจแล้วว่าถ้าท่านไม่ทำตามแนวความคิดนี่แล้วท่านตาย ถ้าไม่ตาย ถ้าไม่ตายท่านก็ต้องหนี หนีไปไหน ต้องหนีไปเข้าสวนสัตว์อย่างที่เขาหนีกันไป เขาไปเข้าสวนสัตว์ พวกที่ไม่หนีก็ตาย หนีไปที่ไหน มันร้อนเราก็ต้องพึ่งเย็น ไปพึ่งเย็นบางแห่งก็ถูกขับไส ถ้าพึ่งเย็นของ….เมื่อวานซืนนี้ ได้พูดถึงว่ารอบด้านของเมืองไทยเรามันร้อน มีทิศเดียวที่ไม่ร้อน คือทิศ… ดูไปทางใต้เพราะว่ามีทะเล น้ำทะเลมันค่อนข้างเย็น ฝรั่งก็ยังบอกเลยว่าอย่ามาอาบน้ำเมืองไทยมันร้อน แต่ว่ามันเย็น ก็ตกทะเล ตกทะเลแล้วถ้าไม่มียานพาหนะไหน ก็จมน้ำตายแต่ลอยลำ ถ้ามีใครมารับไหว ก็รับเอาไปสวนสัตว์ดังที่เคย เห็นในหนังสือพิมพ์กันแล้วว่าไปที่ไหนก็ไปเข้าค่าย เข้าค่ายเขาก็มีเมตตาจิตจะรับ จะไปรอดแค่ไหนก็ไม่ทราบ แล้วเขาก็เกิดความคิดที่จะทำสวนสัตว์ หมายถึงว่า เขาจะ…เขาก็มีเมตตาจิตละ เขาจะให้อยู่ในส่วนหนึ่งเขามีที่ แล้วถือว่าเป็น อินโดจีน หรือเอเชียอาคเนย์เล็กๆ ที่เป็นสวนสัตว์เราไม่อยากพบของอย่างนี้ ฉะนั้นไม่ต้องมีปัญหาแล้ว ท่านต้องเข้าใจ และท่านต้องทำ และเราจะอยู่ดี ไม่ใช่ว่าเราจะไม่อยู่ เราจะไม่ตาย เราจะมีเกียรติ เราจะสามารถอยู่อย่างเป็นชาติตัวอย่าง โดยที่วางมาตรการต่างๆ ทำงานโดยความตั้งใจทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าจะเป็นพระศรีอารย์ ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นยูโธเปีย แต่พออยู่ได้ และอยู่อย่างดีพอสมควรทุกคนทำหน้าที่ เมืองไทยเรานี่มีพอสำหรับเลี้ยงคนที่อยู่ในประเทศ มีเหลือที่จะผลิตเลี้ยงต่างประเทศเขา ถ้าทำดีๆ

ฉะนั้น ที่พูดอย่างน่ามืดมนแล้ว จำเป็นที่จะเป็นจริง เราอยู่ได้อย่างเสรีของเรา คือใคร จะทำอะไรทำได้แต่อยู่ในขอบเขต ใครจะนับถือศาสนาใดก็ได้ มีที่ไหนในโลกนี้ที่นับถือศาสนาได้อย่างเสรีอย่างเมืองไทยนี้ ที่อยู่ในขอบเขตก็หมายความอย่าให้เบียดเบียนกัน อย่าให้เอาเปรียบกันเท่านั้นเอง แต่ว่าต้องมีการแข็ง แข็งแกร่ง แข็งที่จะทำอะไรต้องทำได้ ได้พูดต่อกันเป็นเวลาพอสมควรแล้ว คราวนี่เป็นตาของท่าน เป็นเวลาของท่าน เป็นหน้าที่ของท่านที่จะพูดต่อ แต่อย่ามาพูดที่นี่ พูดในใจของท่าน ในสมองของท่านและปฏิบัติ ข้าพเจ้าจะยุติเพียงแค่นี้.

« « Prev : ความคิดบ้าๆ

Next : ผู้รู้เท่าถึงเหตุการณ์เอาตัวรอดได้ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด เกิดขึ้นจากการไม่ทำอะไร"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.25480222702026 sec
Sidebar: 0.49756693840027 sec