ความคิดบ้าๆ

โดย Logos เมื่อ 13 September 2008 เวลา 0:04 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา #
อ่าน: 3212

คุณคิดยังไงถึงมาสมัครทำงานบริษัทเราในตำแหน่งต่ำกว่าเดิม แถมบริษัทเก่าของคุณก็ดังกว่า ให้โบนัสแน่นอนกว่า?

คิดว่าผมจะมีโอกาส ‘คิด’ มากกว่าอยู่บริษัทเก่าครับ!

ที่เก่าตีกรอบความคิดในการทำงานจนคุณอึดอัดงั้นหรือ?

เอาเป็นว่าบริษัทเก่าของผมแข่งขันทางความคิดน้อยไปก็แล้วกัน

ฮ่ะๆ เข้าใจพูดให้ฟังดีนะ แข่งขันทางความคิดน้อยไป พูดตรงๆให้ฟังง่ายคือเจ้านายเก่าชอบให้เลียว่างั้นเถอะ?

ก็อาจจะไม่ถึงขนาดนั้น อือม์… คิดอีกทีอาจจะเป็นอย่างนั้นเป๊ะเลยก็ได้!

ผมชอบคนพูดเปิดอก มาคุยกันตรงๆแบบเป็นกันเองเถอะ ทำไมถึงมาสมัครบริษัทคู่แข่งที่มีแต่อดีต ไม่ค่อยมีอนาคตอย่างนี้ คุณมีเรื่องแค้นเคืองกับที่เก่าหรือเปล่า?

ความแค้นไม่มี แต่อาจมีความไม่พอใจ พวกเขาไม่ชอบคนคิดบ้าๆแบบผม!

อ้อ! นี่แปลว่าบริษัทเรานิยมคนมีความคิดบ้าๆแบบคุณล่ะสิ?

ใช่!

ดูจากตรงไหนไม่ทราบ?

ผลงานที่ผ่านมา และผมก็เคยติดตามศึกษารายละเอียดของบริษัทคุณมานาน!

เอาล่ะ! ผมยอมรับว่าบริษัทเราเต็มไปด้วยคนมีความคิดบ้าๆก็แล้วกัน และการที่คุณเลือกมาอยู่กับบริษัทที่ด้อยกว่าอย่างเรา ก็จัดเป็นความคิดบ้าๆชนิดหนึ่ง น่าจะไปกันได้!

แปลว่าผมได้งานใหม่แล้วใช่ไหม?

คุณรู้ตั้งแต่ก่อนเข้าประตูมาแล้วนี่ คุณสมบัติขนาดนี้ไปที่ไหนใครเขาก็รับ ผมอาจคิดบ้าๆเป็นประจำ แต่ก็ไม่บ้าขนาดปฏิเสธบุคคลสำคัญของบริษัทคู่แข่งหรอกน่า!

ขอบคุณ!

เล่าให้ฟังก็ได้ ก่อนคุยกับคุณวันนี้ผมสืบดูแล้วว่าคุณมีเรื่องกับบริษัทเก่าหรือเปล่า ปรากฏว่าเขากำลังจะเลื่อนขั้นให้คุณด้วยซ้ำ เลยแน่ใจว่าการมาขอทำงานที่นี่ไม่ใช่มุขเก็บกดหรือประชดใคร

เปลืองแรงสืบทำไม ถามดีๆก็ตอบได้ สิ่งที่เขาอยากให้ผมทำมันไม่ถูกต้องนัก แต่เขามองว่าทำได้แต่ไม่ทำถือว่าบ้าเท่านั้น และก็มองด้วยว่าถ้าผมไม่รับจะนับว่าบ้าสุดๆเช่นกัน ไหนจะตำแหน่งผู้บริหาร ไหนจะหุ้นบริษัท ไหนจะสิทธิ์ชิงเก้าอี้ประธานในอนาคต

ก็นั่นน่ะซี… ต่อไปนี้ถือเป็นการคุยทำความรู้จักก็แล้วกัน นอกจากคิดบ้าๆมาสมัครบริษัทเราแล้ว คุณยังมีความคิดบ้าๆอะไรในชีวิตอีกบ้างไหม?

อือม์… หลายอย่าง

ยกมาสักอย่างซิ

ผมคิดเป็นฝ่ายให้ คิดยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แล้วก็คิดจะสละอะไรสำคัญๆในชีวิตออกไปให้คนอื่นทีละอย่างสองอย่าง

การเสียสละเป็นเรื่องสูงส่งน่าสรรเสริญ ทำไมคุณถึงจัดเข้าเป็นความคิดบ้าๆล่ะ?

ตอนคุยกันเล่นทุกคนจะบอกว่านี่เป็นความคิดที่น่าสรรเสริญ แต่พอผมลงมือทำจริงๆ คนรอบข้างจะถามว่า ‘คิดอะไรบ้าๆอย่างนั้น?’ อยู่เรื่อย ทำไปทำมาผมเลยจำว่านี่เป็นความคิดบ้าๆอย่างหนึ่ง!

ต้องพูดให้ครบด้วยว่าเป็นความคิดบ้าๆในสายตาชาวโลก ไหน… ยังมีความคิดบ้าๆอะไรอีกไหม?

ก็… คิดจะซื่อ คิดจะไม่โกหก แล้วก็คิดจะไม่ทำร้ายใครตอบ

อ๊ะ! แต่ว่านั่น… อ้อๆ เข้าใจล่ะ ตอนคุยกันเล่นทุกคนจะบอกว่าเป็นความคิดที่น่าสรรเสริญ แต่พอทำจริงๆคนรอบข้างจะถามคุณว่า ‘คิดอะไรบ้าๆอย่างนั้น’ ใช่ไหม?

ถูกต้อง!

โอเค! แล้วสรุปคือชีวิตคุณได้อะไรจากความคิดบ้าๆบ้าง?

มันทำให้ตัวตนของผมเบาบางลง และผมก็สบายใจกว่าแต่ก่อน!

อือม์… ความสุขคือยอดปรารถนาของคุณสินะ

สมัยก่อนผมนึกไม่ออกหรอกว่ายอดปรารถนาคืออะไร กระทั่งวันหนึ่งเมียผมทักว่า ‘รู้ตัวไหมเธอกำลังจะเป็นบ้า?’ นั่นแหละผมถึงได้สติ ย้อนดูใจแล้วตระหนักและตระหนกว่าที่ผ่านมาตัวเองเป็นทุกข์ขนาดไหน วันนั้นผมได้เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต โจทย์ง่ายๆคือ ‘ทำยังไงจะเป็นทุกข์น้อยลง?’

ไม่ใช่ ‘ทำยังไงจะเป็นสุขมากขึ้น’ หรอกหรือ?

นั่นเป็นความคิดบ้าๆ เป็นโจทย์ที่ทำให้ผู้คนคว้าน้ำเหลวกันทั้งชีวิตต่างหากล่ะ! คนเรานะ แค่เป็นสุขสมหวังวันเดียวก็พร้อมจะกระวนกระวายในรุ่งขึ้นแล้ว กระวนกระวายว่าจะรักษาสิ่งที่ได้มาไว้อย่างไร กระวนกระวายว่าจะเอาใหม่ให้ยิ่งกว่าเดิมด้วยท่าไหน อาการอิ่มเอมเปรมปรีดิ์น่ะของปลอม ส่วนอาการตะกายไม่เลิกนั่นแหละของจริง

คุณจะบอกว่าความสมใจไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง?

เราจะเป็นสุขได้ยังไงถ้าต้องอยู่กับต้นเหตุทุกข์ไม่รู้จบ คนทั้งโลกติดกับกันหมด ทุกคนมีความทะยานอยากเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ และทุกคนก็เห็นดีเห็นงามว่าควรเพิ่มความทะยานอยากให้ยิ่งขึ้นไป!

เอ้อ… สรุปแล้วคนเราคิดบ้าๆกันหมด เสร็จแล้วพอเจอใครเริ่มทำตัวให้หายบ้า ชักเริ่มไม่เหมือนตัวเอง ก็ไปหาว่าเขาบ้ากัน งั้นใช่ไหม?

ความจริงแบอยู่ตรงหน้า ถ้าเปิดตาดูก็จะรู้ว่าเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า!

ไม่มีใครบ้ามาแต่เกิด

แต่แค่วันแรกที่เกิดมา

ทุกคนก็เริ่มคิดบ้าๆแล้ว

คัดลอกจากบทที่ ๒๔ ของ คิดจากความว่าง ๔
ดังตฤณ

« « Prev : โลกกลียุค - โลกรอดเพราะกตัญญู

Next : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด เกิดขึ้นจากการไม่ทำอะไร » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

9 ความคิดเห็น

  • #1 nontster ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 September 2008 เวลา 0:43

    แวะมาอ่านครับ ^^

  • #2 rani ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 September 2008 เวลา 0:44

     น่าคิดแฮะ  โดนๆๆๆ 
    เข้าสถานการณ์ปัจจุบันเป๊ะ
    สรุปว่าตัวฉันบ้า.. อิอิอิ

  • #3 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 September 2008 เวลา 0:56

    สรุปว่าคุณนะบ้า
    สรุปว่าผมก็บ้า
    สรุปว่าสังคมมันบ้า
    ไม่รู้ว่าใครบ้ากว่าใคร

  • #4 ครูสุ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 September 2008 เวลา 2:35

    ขอบคุณค่ะ
    ได้อะไรเยอะเลยจากการอ่านเรื่องนี้
    กำลังจะบ้าอยู่พอดี :-)

  • #5 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 September 2008 เวลา 12:28

    คนข้างบนน่ะคงเริ่มบ้ามานานแล้วครับ  …….ไม่ใช่กำลังจะบ้าอยู่พอดี….. 55555555

    บ้าก็บ้าวะ…..

  • #6 หมอเจ๊ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 September 2008 เวลา 13:03

    บันทึกนี้มาช่วยหยุดความคิดพี่ได้พอดี ความคิดที่ว่าจะเลิกเป็นคนบ้าๆ คิดบ้าๆซะที
    จริงๆด้วยนะที่เวลามีความคิดจะทำอะไรมันไปติดอยู่ที่เรื่องความทะยานอยากอยู่เรื่อย พอไม่ได้ดังที่อยากมันก็เลยมีทุกข์เนาะ แม้กระทั่งคิดที่จะทำตัวให้เบาบางก็มีความทะยานอยากแฝงอยู่ไม่เบา เลยทำให้ยิ่งจมอยู่ในวังวนแห่งทุกข์ที่เพิ่มขึ้น
    ได้ข้อคิดแล้วว่า จะเป็นคนบ้าต่อไป และให้ความทะยานอยากที่ยังมีมันเป็นไปเพื่อลดทุกข์ดีกว่า 

  • #7 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 September 2008 เวลา 1:30
  • #8 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 25 April 2009 เวลา 11:26

    ขอบคุณมากค่ะ  ตอบโจทย์ที่สงสัย  คิดมาตั้งนาน  ว่าตัวเองท่าจะบ้า  อิอิ

  • #9 freemind ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 June 2010 เวลา 11:08

    ตามมาอ่านหัวเราะเอิ๊กอ๊าก…
    บ้าก้บ้าวะ…!!!!
    ;P


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.21701288223267 sec
Sidebar: 0.16857314109802 sec