ตีแตกอีสาน กลายเป็นเฮเจ็ดสำราญ

อ่าน: 2312

ไปสวนป่าคราวนี้ ผมเสียดายแทนผู้ที่ไม่ได้ไปร่วมครับ เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับภูมิปัญญาของแท้ และผมก็เสียดายกับผู้ที่ไปร่วมเหมือนกัน ที่เวลาที่ได้พูดคุยกันน้อยไปหน่อย ยังไม่จุใจเลย (แต่ยังดีกว่าการไม่ได้คุบ หรือไม่ได้ฟังและพิจารณาตาม)

ในงานตีแตกอีสาน (เฮฯ 7) ครูบาโยนไมค์ให้ผมเป็นคิวแรก เหมือนเป็นการเตะคิกออฟ ทำให้เครียดเหมือนกัน เพราะว่าผู้ฟังมีจำนวนมาก มีพื้นฐานหลากหลาย เป็นเรื่องที่จริงจัง ทำให้ปล่อยมุกไม่ออก เลยเครียด อิอิ

แต่มันก็ผ่านไปได้แม้จะพูดสด — มีข้อมูลจดไว้เอามาใช้ หนึ่งบรรทัด — ผมไม่ได้พูดประเด็นสำคัญหลายประเด็นเนื่องจากข้อจำกัดของเวลา; มันเครียดเพราะอยากให้ผู้ฟังเข้าใจ แต่ก็ยากที่จะทำให้ผู้ไม่มีพื้นฐานเข้าใจและคิดต่อได้บ้าง ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ผู้ที่มีพื้นฐานมาเบื่อ

ยังไงก็ผ่านไปแล้วนะครับ เครียดไปก็เท่านั้น อิอิ ดีกว่า

คราวนี้ ยุ่งจนไม่มีเวลาถ่ายภาพ ยกเว้นตอนกลางคืนก่อนนอน แล้วเนื่องจากคุยและฟังตลอดเวลา ทำให้ไม่มีโอกาสได้รายงานความเป็นไปเหมือน เฮฯ หก ซึ่งผมกลับถือเป็นกำไรชีวิตของนะผมครับ — เรื่องแบบนี้ ไม่แสวงหาก็ไม่เจอ; ต่อให้ได้ไปพบพาน ถ้าไม่คิด ไม่นำไปใช้ ก็จะผ่านไปเฉยๆ

กราบขออภัยอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ไม่ได้ไปคุยด้วยครับ คนเยอะ ป๊อปน่าดูเลยเรา

« « Prev : ถ้า Maslow ถูก

Next : ช่องว่างระหว่างความรู้และการกระทำ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 March 2009 เวลา 20:41

    เป็นความโชคดีของพี่ที่ไดฟังการบรรยายที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา กระชับชัดเจน Key word “คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม ผลก็ออกมาเเบบเดิมๆ ” ขอเน้นและนำไปใช้ได้ในทุกสถานะการ  พี่เห็นวิกฤติเศรษฐกิจคราวนี้ สอนให้รู้ว่าความละโมบ ความไม่รู้จักพอ ความไม่มีคุณธรรม นำมาซึ่งความพังพินาศทางเศรษฐกิจทั่วโลก หากไม่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติที่ดี ที่เรามีอยู่ค่ะ

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 March 2009 เวลา 22:13
    ขอบคุณครับอาจารย์ ผมจำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้าง แต่ถ้าสงสัยประเด็นไหน ก็จะตอบได้ครับเพราะพูดมาจากความเข้าใจ ไปสวนป่าคราวนี้ น้ำหนักลดหนึ่งกิโลครับ

    อากาศร้อนจัด รถจอดตากแดด อุณหภูมิ 50.0 °C ถ้าจอดในร่ม อุณหภูมิ 42.5 °C แต่ใจไม่ร้อนรุ่ม กลับเย็น-นั่งฟังได้จนหมดเวลา

  • #3 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 March 2009 เวลา 22:49

    ป๊อบจริง ๆ ค่ะ เลยโดนรุมกอดซะเอวกิ่วไปตั้ง 1 กิโลแหน่ะ ดีใจด้วยนะคะ อิอิ

    ตามมาขอบคุณพี่ใหญ่ใจดี ด้วยความประทับใจ ขอบคุณคร๊าบ

    (^____^)

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 March 2009 เวลา 0:06

    เป็นข้อมูลที่ตอกย้ำแนวทางของระบบธุรกิจแบบปัจจุบัน
    ตั้งประเด็นในใจว่า  หากไม่เปลี่ยน ไม่ปรับ โลกแตกแน่ในอนาคตใกล้นี้
    แต่หากเปลี่ยน ปรับ จะไปแนวไหน กล้าปรับหรือเพราะ…..สำนึกมันไม่มี

    ได้คิดต่อ คิดต่อครับ

  • #5 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 March 2009 เวลา 9:57

    ถูกต้องทีเดียวครับ  ท่านคอนฯ ที่ว่า “คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม ผลก็ออกมาเเบบเดิมๆ ”
    วนเวียนกับเรื่องเหล่านี้
    ถ้าคนเรายังมีกิเลสสูง หนา อย่างนี้  ยังต้องเป็นเหยื่อกันต่อไป  คงจะต้องตกเป็นเครื่องมือของสังคมเน่าเฟะ ของน้ำมือคนกลุ่มหนึ่ง
    ดียังที่มีศาสนาที่คอยคุ้มครอง  ขัดเกลา
    ขอบคุณมากๆครับ  ถึงแม้ผมไม่ได้ไปแต่ก็ได้ซึมซับอะไรดีๆ ตอกย้ำความรู้สึกนึกคิดที่ดี และแน่วแน่ต่อไป
    ขอบคุณครับ

  • #6 ตาหยู ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 March 2009 เวลา 11:05

    ท่านพี่ตีแตกแล้วครับ

    ตีประเด็นเพียงไม่กี่ประเด็นแตก แต่คนฟัง ไปแตกประเด็นตนเอง ก็แตกไปอีกหลายประเด็นครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.17851591110229 sec
Sidebar: 0.49943399429321 sec