ขึ้นรอบปีที่ห้าของลานปัญญา

โดย Logos เมื่อ 2 July 2012 เวลา 2:18 ในหมวดหมู่ ลานปัญญา #
อ่าน: 3523

ลานปัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2551 ดังนั้นในวันที่ 4 ก.ค. นี้ก็จะมีอายุครบสี่ปีบริบูรณ์ และขึ้นรอบปีที่ห้าต่อไป

บันทึกนี้เขียนไม่ตรงกับวันเกิด แต่ผมไม่ถือหรอกนะครับ ก็แค่อีกวันหนึ่งเท่านั้นเอง

ถ้าเทียบกับเด็กอายุสี่ขวบ สังคมลานปัญญาก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสังคมที่รับผิดชอบตนเองได้ในระดับหนึ่งแล้ว ตลอดปีที่ผ่านมา เสถียรภาพของระบบจัดว่าดี แม้ไม่เท่าปีก่อนหน้านั้น แต่ก็ไม่มี major outage ให้ปวดหัว จะเรียกดูเมื่อไหร่ก็ดูได้

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลระบบ ผมก็ไม่ได้ประมาทหรอกครับ เราทำหนังสือเจ้าเป็นไผ ขึ้นมาสองเล่ม ใช้ระดมทุนเข้ากองทุนชาวเฮ เมื่อปีที่แล้วตั้งใจว่าจะนำเงินไปซื้อเซอร์เวอร์ใหม่เพื่อเสถียรภาพของระบบ แต่ไม่มีโอกาสเนื่องจากเกิดภัยพิบัติขึ้นในประเทศหลายครั้ง ยาวนาน และเกิดในหลายภูมิภาค หลังจากภัยพิบัติผ่านไป ยังมีเรื่องของการฟื้นฟูผู้ประสบภัยอีก ดังนั้นผมก็ไม่มีเวลาว่างพอที่จะปรับปรุงระบบหรอกนะครับ หวังว่าสมาชิกทุกท่านคงไม่ว่าอะไร

เงินในกองทุนชาวเฮมีพอสำหรับซื้อเซอร์เวอร์ทดแทนเครื่องเก่าซึ่งมีอายุมากแล้ว เปิดใช้งานมาตลอดหลายปีโดยไม่เคยปิดเลย นอกจากนี้ก็อยากจะอัพเกรดซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมลานปัญญา งานนี้เป็นงานชุดใหญ่ แต่จะทำให้การเขียนบันทึกง่ายขึ้นมาก การอัพโหลดรูปสะดวกสบาย ฯลฯ นอกจากนี้ยังอาจจะเปลี่ยนไอเอสพีอีกด้วย

ในปีที่ผ่านมา มีสมาชิกเป็นจำนวนมากที่ย้ายไปเขียนบนเฟสบุ๊ค ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิทธิ์ครับ ไม่ว่าอะไรหรอก บันทึกที่เคยเขียนไว้ ตลอดจนบัญชีชื่อสมาชิก/รหัสผ่าน ก็ยังเก็บไว้เหมือนเดิม ซึ่งถ้าหากเจ้าตัวจะลบบันทึกและรูปออก ก็ไม่ว่าอะไรเหมือนกันครับ; มีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่สามารถจะผ่าน learning curve ไปได้ — หลายปีก่อน ผมเคยถามสมาชิกว่ามีตรงไหนที่ควรปรับปรุง ก็ไม่มีข้อเสนอแนะอะไร ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคนที่ใช้เป็น ก็ใช้เป็น แทบทุกอย่างที่ต้องการใช้ง่ายไปหมด คล่องไปหมด ส่วนคนที่ใช้ไม่เป็น มันยาก ไม่คุ้นเคย ทำอะไรไม่ถูกอยู่ดี แม้มีคู่มือให้ ก็เอาแต่อ่านโดยไม่ลงมือทำ — การทำไปตามคู่มือทีละขั้น รอดทุกราย แต่ถ้าอ่านแล้วพยายามจะทำความเข้าใจทั้งหมด มักไม่รอดหรอกครับ เพราะนึกภาพจอที่ยังไม่เกิดขึ้นไม่ออก

ช่วงที่เกิดอุทกภัย ลานปัญญาโดนโจมตีจากพวก spammer จากต่างประเทศ เขียนข้อความโฆษณาทิ้งไว้ในความคิดเห็น เมื่อมีเวลา ผมก็ไล่ลบไปหลายพันข้อความ พอโฆษณาหายหมด เค้าก็เปลี่ยนมาเป็น trackback spam ซึ่งไปรบกวนสมาชิกให้ approve เสียเวลา แต่ผมก็เอา plugin ต่อต้าน trackback spam มาติดตั้ง เรื่องนี้จึงหายไป แล้วก็มีความพยายามจะสมัครสมาชิกมาจากยุโรป แต่เมื่อดูชื่อโดเมน ดูชื่อผู้สมัครแล้ว ไม่เชื่อว่าจะอ่านหรือเขียนภาษาไทยได้ ผมก็ไม่ปล่อยไว้หรอกครับ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีงาน เฮฯ 9 ที่สวนป่า น้องจิเรียนจบปริญญาตรีแล้ว

กลับมาเรื่องหนังสือเจ้าเป็นไผ ๑ และ ๒ ซึ่งใช้ระดมทุนเข้ากองทุนชาวเฮ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกลานปัญญา ตอนนี้กองทุนมีเงินพอ แต่จำนวนหนังสือ(เกือบ)หมดแล้ว จึงมอบหนังสือไปให้สวนป่าจัดพิมพ์ครั้งใหม่ เพื่อระดมเงินไปพัฒนาสวนป่า โดยสวนป่าออกทุนและจัดจำหน่ายเอง นักเขียนและ contributor ได้รับหนังสือในโควต้านักเขียนตามเกณฑ์ที่เคยทำมา

ผมขอให้ Amphat เป็น co-admin ซึ่งเธอตอบรับครับ; งาน admin ไม่มีอะไร ระบบที่ดีนั้น เมื่อตั้งค่าถูกต้องแล้ว ไม่ต้องทำอะไรอีก แต่ว่าผมต้องขอให้ช่วยเพราะอาจไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ผมอยู่สวนป่า จะได้มีคนจัดการได้ครับ เราไม่ควรเอาส่วนรวมมาเสี่ยงด้วย

คณะกรรมการสมาชิกสัมพันธ์ ไ ม่ มี ง า น ทํ า

« « Prev : ถอดบทเรียนการทำหนังสือ โมเดลบุรีรัมย์

Next : รอบปีที่สี่ในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 July 2012 เวลา 7:26

    เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก สัมพันธภาพของพวกเรายังยั่งยืน เพียงแต่งานเขียนที่หดหายลงไปบ้างเพราะมัวแต่ไปเล่น facebook ฮา…ลานปัญญาได้ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ได้เรียนรู้จากความรู้ของกันและกัน ได้ผลิตผลงานร่วมกัน(บ้าง) จะพยายามเขียนให้มากขึ้น ไม่อยากจะแก้ตัวแต่เริ่มเบื่อกับอะไรก็กูที่แทบทุกแห่งในพื้นที่โยนใส่ เพราะคนนี้รู้เรื่องดี เฮ้อ…ก็เลยพาลที่จะอยู่เฉยๆ ปลูกผักปลูกหญ้า เลี้ยงหลาน แต่ในความเป็นจริงยังอดไม่ได้ที่จะต้องไปช่วยสังคม ไปสอนหนังสือ สงสัยที่ง่ายที่สุดก็คือเอาเรื่องที่ไปสอนให้ความรู้เด็กมาเล่าดีกว่า ง่ายดีแฮะ..อิอิ

  • #2 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 July 2012 เวลา 8:32

    หายหน้าไปจากการเขียนบันทึกบนลานปัญญาไม่ได้แปลว่าไม่มีเรื่องที่คิดว่ามีแง่มุมน่าสนใจจะเล่าหรอกนะคะ เพียงแต่เป็นคนพูดเก่ง(มาก?)ตามประสาครูบาอาจารย์ที่ชอบขยายความ(อยู่เรื่อย) พอจะเล่าอะไรทีเล่าสั้น ๆ ไม่ค่อยได้ ต้องจัดเต็มตลอด ๆ แต่กว่าจะลุยภารกิจประจำวันเสร็จก็แทบคลานทุกวัน จึงยังหาเวลาว่างยาว ๆ ไม่ค่อยได้ ครั้นจะไปเขียนบน fb ก็ยังไม่ชินอยู่ดี ตัีวอักษรเล็กไป ยิ่งบนมือถือด้วยแล้ว สายตา ส.ว.เยี่ยงหนูแทบหมดสิทธิ์

    ก็จึงยังคงแวะเวียนมาเช่นเดิม เมื่อสบโอกาสก็ยังคงใช้วิธีเขียนบันทึกแล้วนำ link ไปแปะไว้บน fb อะค่ะ ถึงแม้คอมเมนท์บน fb อาจจะหลากหลายกว่า วี๊ด วิ่ว กิ๊ว ก๊าว กว่า เนื่องจากสมาชิกเยอะกว่า ซึ่งก็ดีนะคะ เราจะได้พบเจอเพื่อนใหม่ที่มีความหลากหลาย จากนั้นคงต้องให้ธรรมะจัดสรรว่าจะสามารถรวมพลังกันสร้างงานเพื่อสังคมร่วมกันในแง่ไหนได้บ้าง ที่ไม่ได้ทำอะไรเลยแค่มาทักทาย ชื่นชมไปวัน ๆ ถีงจะมองแล้วอาจไม่มีประโยชน์อันใด แต่ก็ต้องถือว่ายังดีกว่าข้อความที่ส่อเสียดไม่สร้างสรรเป็นไหน ๆ

    โดยส่วนตัวแล้วยังว่าคอมเมนท์ระดับคุณภาพที่ยังประโยชน์กลับมาให้กับเจ้าของบันทึกได้ ส่วนใหญ่นั้นมักพบบนลานปัญญานี่มากกว่าค่ะ อาจจะด้วยความคุ้นชินและสนิทสนมกันโดยส่วนตัว จึงเข้าใจวิธีคิด วิถีปฏิบัติ จนสามารถแนะนำ ตั้งคำถาม หรือชี้แนะเพิ่มเติมได้

    ปัจจุบันปริมาณการใช้งานลานปัญญาเข้าใจว่าอาจไม่หนาแน่นเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังปาวารณาตนเอง ว่าหากมีงานใด ๆ ของส่วนรวมหรือของสมาชิกท่านใด ก็ยินดีร่วมด้วยช่วยกันเช่นที่ผ่านมานะคะ หากเวลาเอื้ออำนวยค่ะ

    ขออนุญาตร่วมกับสมาชิกทุก ๆ คน ขอบพระคุณทีมงาน admin ที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกท่านเลยนะคะ ^^

  • #3 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 July 2012 เวลา 19:39
    เขียนอะไร ที่ไหนเขียน ผู้เขียนเลือกครับ ส่วนอ่านอะไร อ่านที่ไหน ก็เป็นเรื่องที่ผู้อ่านจะเลือกเหมือนกัน

    โดยส่วนตัวผมอยากให้ลานปัญญาเป็นที่สงบๆ ใครอยากอ่านก็อ่าน ไม่อยากอ่านก็ไม่เป็นไร อยากแสดงความคิดเห็นก็แสดง ไม่อยากแสดงก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน ข้อเขียน-ทั้งบันทึกและความคิดเห็น ควรจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่อ่านอยู่ในขณะนั้น *และ* ผู้ที่ตามมาอ่านทีหลัง เพราะว่าเราเก็บทุกข้อความ ทุกรูป และค้นได้ด้วย search engine ทุกตัว อย่างที่เคยว่าไว้ บล็อกเลือกคน(อ่าน) คน(อ่าน)เลือกบล็อก(จากเรื่องที่เขียนหรือจากนักเขียน)

    เรื่องเฉพาะกาลที่จะประกาศ ไปใช้เฟซบุ๊คจะมีผู้อ่านมากกว่าครับ แต่ถ้าเรื่องจะคุยกันส่วนตัว ใช้โทรศัพท์ดีกว่าไหม ถ้าเป็นข้อความ ใช้ IM ดีไหมครับ เรื่องที่คิดว่ามีประเด็นควรค่าแก่การเก็บไว้ ผมแนะให้เขียนบนลานปัญญา ส่วนการพิจารณาว่าอะไรควรเขียนหรือไม่ ก็ต้องเป็นสมาชิกแต่ละคนพิจารณาเอง ถ้าไม่ว่าง ก็ไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นภาระที่จะต้องมาเขียนนะครับ แต่เขียนเพราะอยากแบ่งปัน และ(รู้สึกว่า)มีประเด็นจะแบ่งปัน ผู้อ่านประเมินข้อเขียนได้เอง

    แต่ถ้าไปเขียนบนเฟซบุ๊ค จะไม่มี search engine ตัวใดเลยที่หาเจอ หมายความว่าโอกาสที่จะค้นพบบันทึกเก่าๆ ที่เขียนทิ้งไว้ ไม่สูงนัก ถ้าเขียนแล้วใครไม่อ่านตอนนั้น อาจจะไม่ได้อ่านอีกเลย ยกเว้นว่ารู้ชื่อคนเขียน แล้วไล่อ่านทั้งหมดซึ่งเป็นงานหนัก — ดังนั้น ใช้เฟซบุ๊ค เพื่อสื่อสารข้อความเฉพาะกาล เขียนแล้วทิ้งไปเลยครับ

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 July 2012 เวลา 19:50

    เห็นเด้วยกับอัยการครับ การที่จะเอาเรื่องราวของเด็กมาเล่าต่อนั้นน่าสนใจ ครับ

    เดี๋ยวจะฉลอง 4 ปีด้วยคน

  • #5 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 July 2012 เวลา 9:44

    เมื่อเช้าก็บ่นลงในลานเจ๊าะแจ๊ะ เพราะรู้สึกว่าระยะหลังเคลื่อนไหวน้อยลงๆ แต่ระยะนิ่งกลับถี่ขึ้นและระยะนานยิ่งขึ้น….

    โลกออนไลน์ก้าวหน้าเร็วเหลือเกิน ลานปัญญาแม้จะเปิดเป็นสาธารณะ มีชาวเฮฯ เป็นเจ้าของดูแล แต่บล็อกสาธารณะมีมากมายและหลากหลายเกินกว่าความจำเป็นในการใช้แล้วในยุคนี้ กลุ่มชาวเฮฯ พวกเรา ก็เป็นเช่นคนทั่วไป มิได้กักขังตนเอง จึงต้องโปรยบินแวะเวียนไปตามแหล่งชุมนุมอื่นๆ มิฉะนั้นก็อาจตกยุค….

    สมภารไม่มีเวลาว่างที่จะเรียนรู้ของใหม่ ก็ยังเกาะที่นี้เหมือนเดิม แม้ไม่ค่อยจะได้เขียนหรืออ่านก็ตาม…

    หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รอบปีที่ ๖ จะได้มาบ่นอีกครั้ง…..

    เจริญพร


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.13338208198547 sec
Sidebar: 0.19562292098999 sec