คนดี มาจากไหน ?

อ่าน: 2889

คืนนี้อ่านหนังสือเก่าจากหอสมุดสาขาวังท่าพระ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร เจอหนังสือที่พระราชเวที วัดมกุฏกษัตริยาราม ตีพิมพ์แจกในปี 2480 ชื่อ “คติของนักพูด และคนดี มาจากไหน ?” เป็นหนังสือที่สแกนมา อ่านได้แต่ไม่อยู่ในรูปแบบข้อความดิจิตอล ผมคิดจะพิมพ์ แต่พิมพ์ทั้งหมดก็ไม่ไหว เลยเลือกเอาครึ่งหลัง คือเรื่องคนดี มาจากไหน ? ก็แล้วกันครับ ตัวสะกดโบราณ การแบ่งย่อหน้า เครื่องหมายวรรคตอน (อันอาจเกิดจากข้อจำกัดของการเรียงพิมพ์เมื่อ 73 ปีก่อน) คงไว้ตามที่ปรากฏในหนังสือ

คนดี มาจากไหน​ ?

มนุษย์ทุกคนตกอยู่ในห้วงแห่งความอยาก ถูกกระแสแห่งความอยากพัดพาให้กระเสือกกระสนไปโดยประการต่าง ๆ ความอยากนั้นเล่า ก็มีหลายหลากยากที่จะพรรณนาให้ครบถ้วน เช่นอยากเป็นคนมั่งมี อยากเป็นคนมีชื่อเสียงมีหน้ามีตา อยากเป็นคนใหญ่คนโต อยากมีรายได้มาก ๆ อยากเป็นนักปราชญ์ อยากเป็นผู้สำเร็จ อยากเป็นผู้ชนะ อยากให้ชนทั้งปวงยกย่องสรรเสริญ และอยากเป็นคนดีกว่าคนทั้งปวง เหล่านี้เป็นต้น ล้วนเป็นเหตุก่อกวนให้มนุษย์วุ่นวายปั่นป่วนไม่สงบอยู่ได้ทั้งนั้น แต่เมื่อรวมกล่าวฉะเพาะใจคาวมสำคัญแล้ว ก็คือ ทุกคน อยากดี ไม่เลือกว่าทางใด ถ้าเขานิยมว่าดีแล้วก็ต้องอยากทั้งนั้น แต่ความเป็นคนดีสมกับที่อยาก หาได้สำเร็จมาแต่ความอยากดีอย่างเดียวไม่ ย่อมสำเร็จมาแต่ความพากเพียรพยายามกระทำดีกันจริง ๆ ไม่ใช่สักแต่ว่าทำพอกันเขาว่า คนอยากดีมีดาดดื่น แต่คนทำดีมีน้อย เพราะฉะนั้น คนที่ดีสมกับที่อยากจึงมีน้อย คนที่ดีแล้วพยายามทำความดี ย่อมเป็นคนดีอยู่เสมอทุกขณะที่ทำความดี คนเช่นนี้นับว่ามีประโยชน์แก่ตัวเอง และนับว่ามีประโยชน์แก่หมู่คณะประเทศชาติ เพราะการทำความดีเป็นการช่วยตัวเองให้มีความสุข และไม่เป็นการเบียดเบียนเพื่อนกันให้เดือดร้อน แต่กลับเป็นการเกื้อกูลแก่หมู่คณะให้มีกำลังตั้งมั่น ฝ่ายคนที่อยากดี แต่ไม่พยายามทำความดี ไม่มีทางที่จะเป็นคนดีได้ คนเช่นนี้ ช่วยตัวเองก็ไม่ได้ ทั้งไม่มีประโยชน์แก่หมู่คณะ เป็นภาระเครื่องถ่วงคนดีให้พลอยรำคาญหนักใจไปด้วย ถ้าคนเช่นนี้มีมากในหมู่ใด หมู่นั้นก็ไม่เจริญ มีแต่เสื่อม เพราะฉะนั้น คนที่อยากดี จึงยังไม่ใช่คนดี ที่ควรปรารถนาสำหรับหมู่คนก่อน เพราะไม่ทำหมู่ให้ดีขึ้น ส่วนคนทำดีนับว่าเป็นคนดีแท้ และเป็นคนที่ควรต้องการปรารถนาของหมู่ เพราะมีประโยชน์แก่หมู่ ช่วยทำหมู่ให้เจริญ รวมความว่า “คนดี ไม่ใช่เพราะอยากดี คนดี เพราะทำความดี.”

ความอยากดี เป็นของธรรมดาสามัญ มีประจำอยู่ในอัธยาศัยของคนทั่วไป เราจะถือเอาเป็นเครื่องวัดพิสูจน์คนว่าดียังไม่ได้ เพราะยังไม่มีผลดีกิดขึ้นเพราะความอยากดีนั้น ส่วนการทำดี ต้องอาศัยความอดทน ความกล้าหาญ และความพยายามสม่ำเสมอ เป็นการที่ต้องผ่านความยากลำบาก เหนื่อยกายเหนื่อยใจพร้อมกันไป แต่ย่อมมีผลดีเกิดขึ้นพร้อมกันไปในขณะที่ทำทีเดียว คือผู้ทำดี ย่อมรู้สึกอิ่มใจ ปลื้มใจว่าเรากำลังทำความดี เมื่อทำดีถึงที่สุด คือสำเร็จกิจ มีความสุขความเจริญเป็นผล ก็ย่อมบันเทิงใจยิ่งขึ้น เพราะมองเห็นตัวเองเป็นผู้สามารถทำความดีสำเร็จ ยังประโยชน์สุขให้เกิดขึ้นแก่ตยและแก่หมู่ตณะของตน แต่ว่า ความดีย่อมเกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำทีเดียว ไม่ต้องรอความสำเร็จกิจ เพราะฉะนั้น คนดีจึงเกิดพร้อมกับการทำดี และยิ่งทำความดีมากขึ้นเพียงไร ก็ยิ่งเป็นคนดีมากขึ้นเพียงนั้น.

ก็อะไรเล่าเป็นความดี ? โอ ! ความดีมีมากยากที่จะบรรยายให้จบด้วยเวลาและหน้ากระดาษเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อพูดแต่ใจความแล้ว ก็คงได้ความว่า “การใดที่ทำลงไปแล้ว ไม่ทำตัวเองและผู้อื่นให้ต้องทุกข์ร้อน แต่กลับทำให้อยู่เย็นเป็นสุข การนั้นแหละเป็นความดี.”

คนอยากดี และมุ่งจะทำความดี จำเป็นต้องรู้จักความดีก่อน ไม่เช่นนั้นก็ทำไม่ถูกความดี เพราะฉะนั้น การรู้จักความดี จึงเป็นองคการณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ของผู้มุ่งทำความดี เพราะเหตุว่า คนที่ทำความชั่วโดยสำคัญผิดว่าเป็นความดี มีดาดดื่นอยู่ในทุกวันนี้ ล้วนขาดองคการณ์สำคัญคือความรู้จักดีทั้งนั้น ถ้ารู้จักดีอยู่แล้ว ที่ไหนจะฝืนทำชั่ว.

ความรู้จักดีนั้น แบ่งเป็น ๒ ชั้น คือ ชั้นต้น รู้จักตามความนิยมของประชุมชน คือสิ่งใดประชุมชนนิยมว่าดีก็รู้ว่าดีตามไป และพยายามทำตามกันไป เพราะต้องการทำในทางที่เขานิยมกัน มิฉะนั้นเข้าสมาคมกับเขาไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีใครเห็น อาจทำผิดความนิยมไปก็ได้ เพราะไม่หยั่งเห็นคุณและโทษ ชั้นที่สอง รู้จักโดยเหตุผล คือ รู้โดยที่หยั่งเห็นคุณและโทษว่า นี่เป็นความดี เพราะมีคุณอย่างนี้ นี่เป็นความชั่ว เพราะมีโทษอย่างนี้ ความรู้ชั้นนี้เป็นความรู้ถูกความดีจริง ๆ เป็นเครื่องช่วยตัวได้ คือเป็นเครื่องปลุกใจให้อาจหาญ ทำความดีทั้งในที่ลับและที่แจ้ง คนที่มีความรู้ชั้นนี้แล้ว หาได้ทำความดีด้วยมุ่งจะอวดคนอื่นไม่ ย่อมทำความดีด้วยเห็นว่าเป็นความดีจริง ๆ คนเช่นนี้แหละที่ควรรับรอง ว่าเป็นอารยชน คือคนที่เจริญแล้ว นอกจากนี้ ไม่ควรรับรองเลยทีเดียว.

ความรู้จักดี ต้องอาศัยการเทียบกับสิ่งที่ตรงกันข้าม คือชั่ว ถ้าไม่มีชั่วเป็นเครื่องเปรียบเทียบให้เห็นต่าง ก็รู้จักได้ยากทีเดียว เพราะฉะนั้น ความรู้จักดี จะต้องมีความรู้จักชั่ว เป็นคู่เทียบเสมอไป ด้วยเหตุนี้ ดีกับชั่ว จึงเป็นสิ่งที่จำต้องรู้จักพร้อมกันไป การรู้จักดีและชั่วนั้น เราเริ่มต้นด้วยการติและการชมก่อน คือว่า ตั้งแต่เรายังเป็นเด็กเล็ก ยังไม่รู้เดียงสา เราประพฤติตามอำเภอใจ คืออยากทำอะไร ก็ทำตามใจ ชอบอะไรก็จะเอาให้ได้ โกรธขึ้นมา ก็แผลงฤทธิไปต่าง ๆ อาการเหล่านี้ล้วมแสดงความเป็นพาล ความเป็นผู้อ่อนแอโดยประการทั้งปวง เราละทิ้งความเป็นพาลเหล่านี้เสียได้โดยลำดับ ก็เพราะมีผู้ใหญ่คอยติอยู่ว่าไม่ดี คอยห้ามมิให้กระทำ คอยปราบปรามเมื่อดื้อดึงขืนกระทำ เรารู้จักไม่ดี คือรู้จักชั่วและเว้นชั่ว ซึ่งเราได้รับฟังได้พบเห็นมา เพราะฉะนั้น การติจึงเป็นสิ่งมีคุณ ช่วยให้เราเป็นคนดีขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่เราเป็นเด็ก ฯ เมื่อเราเป็นเด็กเราทำอะไรที่เป็นความดี เช่นเป็นคนว่าง่ายไม่ดื้อ แม้เราไม่รู้ว่าเป็นความดี ผู้ใหญ่ก็ว่าเราเป็นคนว่าง่ายไม่ดื้อ เป็นความดี ชมเราว่าเราเป็นเด็กดีที่น่ารัก เพราะเป็นคนดีที่ว่าอ่อนสอนง่ายดังนี้เป็นอาทิ เราก็รู้ว่าความเป็นคนว่าง่ายไม่ดื้อเป็นความดี และเราชอบทำความดีทุกอย่างที่เรารู้ว่าเป็นความดี เพราะเราชอบให้เขาชม ไม่ชอบให้ใครติ เมื่อเราเป็นเด็ก เราเรียนรู้ความดีด้วยการชมของผู้อื่น เราจึงทำดีที่เขาชมตลอดมาโดยลำดับ โดยนัยนี้ จะเห็นได้ว่าเราเริ่มต้นรู้จักชั่วและรู้จักดี ด้วยการติและการชม และเราตั้งต้นเว้นชั่วและทำดี ก็ด้วยการติและการชมเป็นเหตุ เมื่อเราเติบโตพ้นจากความเป็นเด็กไม่รู้เดียงสา เข้าถึงความเป็นวิญญูชนแล้ว เราก็อาศัยการติการชมเป็นเครื่องช่วยเรา ให้เป็นคนดีขึ้นเป็นขั้น ๆ ไม่ใช่เราดีได้ด้วยไม่ต้องพึ่งอาศัยการติการชมเลย ข้อนี้จะเห็นได้ว่า หากเราทำผิดทำเสียเองโดยไม่รู้ตัว เมื่อมีผู้รู้เห็นติเรา เราก็สำนึกได้ว่าอ้อนี่เป็นความผิดความเสีย หรือเราไม่เคยรู้เลยว่าทำอย่างนี้เป็นความผิดความเสีย แต่เมื่อผู้อื่นไปทำเข้าจนถึงถูกติ เราได้ยินได้ฟัง ก็รู้ว่า อ้อ นั่นเป็นความผิดความเสีย เมื่อรู้แล้วย่อมทำให้เกิดความระมัดระวังตัว ไม่ทำอย่างที่ถูกติมาแล้วอีก ในฝ่ายความดีก็เช่นเดียวกัน การชมของผู้อื่น เป็นเหตุให้คนเกิดอุตสาหะที่จะทำดียิ่งขึ้นเสมอ ข้อนี้จะเห็นได้ เมื่อเราได้ฟังเกียนติคุณความดีของผู้อื่น ที่มีผู้เล่าหรือเลืื่องลือสืบกันมา ก็ชวนใจให้อาจหาญในการที่จะทำความดีต่าง ๆ บ้าง หรือถ้าเราทำดีเอง และความดีนั้นเป็นประโยชน์ใหญ่แก่หมู่คณะ มีผู้ยกย่องชมเชย ก็ชวนให้ปลื้มใจในผลดีของตน และเกิดอัสสาทะคือความเอร็ดอร่อยในรสของความยกย่องสรรเสริญ นอกจากนั้น การชมนั้น ย่อมเป็นเครื่องปลุกใจให้อาจหาญในการที่จะทำความดีให้มากยิ่งขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยยาก ทุกวันนี้การติและการชมเป็นเครื่องกะตุ้นเตือนใจมนุษย์ให้เว้นความชั่วและให้พยายามทำความดีอยู่ทุกขณะ ใครจะดีด้วยพ้นจากการติการชมไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น การติและการชมจึงเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดของเราทุกคน เพราะสองให้รู้จักดีรู้จักชั่ว ช่วยให้สำนึกตัวในความผิด ปละปลุกจิตต์ให้อาจหาญในการทำความดี โดยเหตุนี้ การติและการชม จึงนับว่ามีคุณแก่โลกมากมายทีเดียว.

คนเราไม่ใช่เลว เพราะการติ แต่เลวเพราะทำชั่ว และไม่ใช่ดี เพราะการชม แต่ดีเพราะทำดี การติเป็นผลของการทำชั่ว การชม เป็นผลของการทำดี.

คนเราชอบการชม ไม่ชอบการติของคนอื่น แต่ตัวเองดูเหมือนชอบการติคนอื่นมากกว่าการชม.

ถ้าเราเป็นคนดีอยู่แล้ว เพราะทำความดี การแกล้งติของคนอื่น ก็ไม่ได้ทำให้เราเลวลงได้เลย ถ้าเราเป็นคนเลว เพราะเราทำความชั่ว การหลงชมของคนอื่น ก็ไม่ได้ทำให้เรากลับดีขึ้นได้เลย.

เพราะฉะนั้น การติและการชม เราจึงความถือและความใช้เป็นเพียงบทเรียน สำหรับเตือนให้สำนึกตน เพื่อเว้นชั่วและพยายามทำดีกันเท่านั้น ไม่ควรถือเอาการติมาเป็นเครื่องมือทำใจให้ซบเซาเสร้าหมอง และไม่ควรถือเอาการชมมาเป็นเครื่องยั่งใจให้ลิงโลดตื่นเต้นมัวเมา อันเป็นการที่น่าติซ้ำลงไปอีก เพราะว่าการติย่อมมีอยู่เป็นคู่กับความชั่ว การชมย่อมมีอยู่เป็นคู่กับความดี และจงทราบไว้ด้วยว่า “การติกับการชมนั้น ย่อมมีประจำโลก เพื่อช่วยให้คนเป็นคนดี” ถ้าขาดการติการชมเสียแล้ว คนดีจะมาจากไหนเล่า ?

คนที่ทำดีอยู่แล้ว นอกจากจะสมควรได้รับคำชมหรือให้กำลังใจแล้ว เรายังควรจะช่วยกันทำดีอีกด้วยนะครับ เป็นการส่งเสริมที่ได้ผลมากกว่าการคิดหรือพูดเฉยๆ โดยไม่ลงมือ

« « Prev : ชี้นิ้วโดยนัย

Next : ประชุมสุภาษิตสุนทรภู่ (1) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "คนดี มาจากไหน ?"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.047641038894653 sec
Sidebar: 0.14130997657776 sec