สื่อโทรทัศน์ไทย ไม่เรียนรู้อีกแล้ว

โดย Logos เมื่อ 14 April 2009 เวลา 0:04 ในหมวดหมู่ การจัดการความรู้, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 4962

หลายวันมานี้ มีเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นในเมืองไทย เกิดขึ้นหลายเรื่อง ผมไม่เคยคิดว่าจะเขียนบันทึกวิจารณ์ใคร แต่คราวนี้ขอสักทีเถิดครับ

คนทำอาชีพสื่อ โดยเฉพาะผู้ประกาศทางทีวี ชอบคิดว่าอะไรๆ ก็โทษสื่อ แต่กลับไม่มองคำวิพากษ์เหล่านั้น เป็นเสียงสะท้อนและนำมาพิจารณาปรับปรุง ผมมีคำวิจารณ์ดังนี้

  1. ข่าวการก่อความไม่สงบ ไม่ใช่ข่าวบันเทิง หรือข่าวทั่วไป ไม่ควรใช้นักข่าวทั่วไป ซึ่ง(บางคน)แทรกมาทั้งความเห็น และการคาดเดา กระหืดกระหอบ ยักคิ้วหลิ่วตา
  2. ที่ไม่ชอบมากๆ คือการรายงานสดที่เต็มไปด้วย filler; ถ้าเรียนสื่อสารมวลชนมาก็คงทราบอยู่แล้วว่าไม่ควรอย่างไร สาระ 15 วินาที ก็รายงาน 15 วินาที ไม่ต้องพูด 3 นาที; ถ้าไม่รู้ก็บอกไม่รู้ ถ้าไม่เห็นก็บอกไม่เห็น
  3. คำแนะนำให้แยกแยะว่าเป็นภาพสด หรือภาพจากแฟ้มข่าว ก็ดีแล้ว แต่น่าจะมีวันเวลาที่บันทึกภาพนั้นแปะอยู่ด้วย
  4. ผู้ประกาศที่ประจำอยู่ที่สถานี ควรดึงนักข่าวในพื้นที่ให้กลับสู่ประเด็น คือความเป็นจริงตามที่เกิดขึ้น ไม่ต้องคาดคั้นให้เกิดการคาดเดา; ถ้าผู้ประกาศเหนื่อยหรือเครียด น่าจะเปลี่ยนตัว ถ้าไม่มีตัวก็นำรายการอื่นมาแทนบ้างก็ได้
  5. ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขยายความขัดแย้งระหว่างผู้ก่อการจลาจล กับชาวบ้านให้เลยเถิดไปกว่านี้ครับ รายงานความจริงตามเหตุการณ์เท่านั้นพอแล้ว ถ้าพยายามยืนยันข่าวที่ได้มาจากหลายแหล่งบ้างก็ดี เรียนรู้จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 บ้าง
  6. ในความเห็นของผม ในบรรดาผู้ที่ออกมาพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมดจนถึงขณะนี้ “ผู้ที่พูดได้ใจความที่สุด” คือโฆษกกองทัพบก และ “ผู้ที่พูดให้สาระประโยชน์ที่สุด” คือโฆษกกระทรวงสาธารณสุข
  7. ที่ผิดหวังมากคือผู้กำกับรายการ/ผู้กำกับภาพ ที่ปล่อย filler ออกมามาก - ภาพควัน การขว้างปา การเผาทำลาย การยิงปืนขึ้นฟ้า หรือภาพความรุนแรงอื่นๆ — ไม่มีรายการไหนเลยติดเรตตัวเองเป็น “ฉ” ทั้งที่มีภาพ เสียง และเสียงบรรยายความรุนแรง ซ้ำแล้วซ้ำอีก
  8. ควันไฟกองจริงหายไปหมดแล้ว แต่ภาพที่ท่านฉายแช่เอาไว้เป็นสิบนาที ยังอยู่อีกนาน ท่านคิดกันบ้างหรือเปล่า
  9. สำหรับผู้ชม งานนี้ท่านไม่ควรเชียร์ข้างไหนเลยนะครับ ความเสียหายเกิดแล้ว ร้ายแรงมากด้วย แต่ประเทศไทยแหลกราญทั้งประเทศ สังคมไทยแพ้ย่อยยับทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน
  10. สังคมไทยต้องการการรักษาหมู่เรื่อง PTSD
  11. สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผู้วิจารณ์เลิกนิสัย Monday morning quarterback ได้แล้วครับ ตอนนี้ควรเริ่มคิดหาทางแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง
  12. ก่อนแก้ไขปัญหา จะต้องให้สถานการณ์นิ่งก่อน  — แล้วก็ต้องรู้ว่าปัญหาคืออะไร ข้อจำกัดคืออะไร

ในสถานการณ์ปกติ การจะตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูก จะต้องมีทั้งเกณฑ์การตัดสิน และจะต้องฟังความทั้งสองด้าน การตัดสินโดยไม่มีกฏเกณฑ์คือความอยุติธรรม ส่วนการตัดสินโดยฟังความด้านเดียว คือการใช้อคติ

แต่ในสถานการณ์ความไม่สงบนี้ ดูจากข่าวทีวีโดยไม่ต้องฟังผู้บรรยาย(ซึ่งอาจมีการตีความ) ผู้ชุมนุมละเมิดกฏหมาย ละเมิดความสงบสุข ก่อความรุนแรง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ก็ผิดอยู่ดีครับ จะมีใครเคยย่ำยีสังคม+เกียรติภูมิของประเทศชาติอย่างนี้มาก่อนหรือไม่ ก็ผิดอยู่ดี จะต้องการอะไรจะเรียกร้องอะไร การละเมิดกฏหมาย ละเมิดต่อผู้อื่นแบบนี้ จะช่วยให้ผู้ชุมนุมบรรลุถึงความต้องการได้อย่างไร

« « Prev : กังหันน้ำก้นหอย (5)

Next : ข่าวลือ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

8 ความคิดเห็น

  • #1 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 April 2009 เวลา 8:15

    สื่อมักมองออกไปข้างนอก ไม่หันมามองตัวเองว่าทำหน้าที่อย่างมีคุณภาพหรือเปล่า ขาดความตระหนักต่อความรับผิดชอบ ต่อข่าวสารข้อมูลที่ขาดการตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนสื่อออกไป เมื่อสารออกไปแล้วย่อมถึงผู้รับทันที มีผลทันที กรรมเกิดขึ้นแล้ว ส่วนผู้รับสื่อจะโดยตั้งใจฟังอย่างเป็นผู้มีสติ หรือไม่ตั้งใจฟัง หรือแม้กระทั้งถูกยัดเยียดให้ฟังให้เห็นภาพรุนแรงเกินกว่าจะรับได้(สำหรับเด็กเล็กเด็กโต) สื่อกำลังทำร้ายเด็กโดยขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบ โหดร้ายต่อเยาวชน มัวแต่แข่งขันการเสนอข่าว แต่ไม่แข่งกันเสนอข้อเท็จจริง ทำให้ประเทศชาติต้องมาถึงจุดนี้จนได้ ส่วนการนำเสนอข่าวเป็นการขาดความรู้ความเข้าใจ เสียหายมาก ยังคงใช้คำพูดเดิมเดิมๆ เรียกกลุ่มผู้ชุมนุม (พวกนปช) ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่ผูชุมนุมแล้ว เปลี่ยนสถานภาพทันที่ที่ทำร้ายประเทศชาติด้วยยุทธวิธี ที่พรรคคอมมูมิตเคยใช้ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพิ่มรุนแรงเป็นทวีคูณ  ที่มีฝ่ายสนับสนุนที่แฝงตัวอยู่ในทุกจุด เป็นผู้ก่อการจลาจล แต่ผู้สื่อข่าวยังเรียกว่าผู้ชุมนุม ซึ่งสร้างความสับสนมาก กฏหมายเขาใช้คนละฉบับแล้ว สร้างความเสียหายความยากลำบาก ในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมาย สื่อนั่นเองที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการจราจลโดยไม่รู้ตัว

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 April 2009 เวลา 10:25
    • ไม่ระวังการใช้ภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัววิ่งซึ่งต้องย่อความให้สั้น
    • บกพร่องเรื่องการใช้แผนที่อย่างร้ายแรง
    • ปฎิบัติการทางสังคมจิตวิทยาของ”เสื้อแดง”ล้มเหลว ของรัฐน่าจะดีกว่านี้ได้อีกครับ
    • รัฐขาดความสามารถในการสื่อสารตรงถึงผู้ชุมนุม

    ประเด็นคือ precision ของเหตุการณ์ครับ

  • #3 จันทรรัตน์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 April 2009 เวลา 12:20

    เห็นด้วยมากค่ะ

    และสำหรับผู้อยู่ต่างจังหวัด สื่อไม่เคยให้ข้อมูลที่แท้จริง ไม่ว่าการปิดเส้นทางตรงไหนบ้าง และการปิดนั้นๆ ลักษณะเป็นอย่างไร ทั้งๆที่ข้อมูลที่คนในพื้นที่รู้คือ การปิดถนนเต็มไปด้วยคนเมา …และด้วยจำนวนคนหยิบมือ …ขณะที่ตำรวจในพื้นที่ก็ไม่ได้มีข่าวว่าทำอะไรให้รู้ว่าได้ทำการเจรจาอย่างไรหรือไม่..และข้อมูลให้กับคนเดินทางว่าควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอะไร จะได้ไม่ไปออตรงจุดที่เลี้ยวรถกลับ…..แสนจะอ่อนด้อยทางการเสนอข่าว

    และภาพบนจอควรจะเป็นวินาทีต่อวินาที ไม่ใช่ฉายภาพซ้ำซากและเน้นแต่เอฟเฟก

    สื่อของรัฐโดยเฉพาะทีวี ยิ่งแล้วใหญ่ ทั้งๆที่นายกกล่าวให้ช่อง 11 เสนอข่าว…ก็พยยามจะดูข่าวจากช่อง 11 เพราะคิดว่าจะเป็นสื่อกลางสำหรับข่าวที่คนดูจะได้เข้าใจสถานการณ์….ก็ไม่มี มีแต่รายการปกติ…ทำอย่างกับว่าเรื่องบ้านเมืองเสียหายช่างมัน จะเอาเงินสปอนเซอร์อย่างเดียวเลย…

    และทีวีทุกช่องก็เหมือนกัน

    พอเสนอข่าว…วินาทีนี้ สื่อควรเสนอข่าวตามความเป็นจริง ไม่ใช่เล่นข่าวและทำท่าทางเหมือนกำลังเล่านิยาย หรือเล่าเรื่องที่ไกลตัว ทั้งๆที่ประเทศก็เป็นของทุกคนรวมทั้งนักข่าวด้วย…

    ที่ตามข่าวอยู่ทุกวันนี้ ….ปรากฎว่าข่าวที่ได้กลับได้จากบรรดามือสมัครเล่นที่ถ่ายแล้วโพสทางเน็ตมากกว่าข่าวจากสื่อต่างๆ ทั้งทีวีและวิทยุ…ยอมรับว่าคราวนี้อินเทอร์เน็ตได้ผลสูงกว่า….แต่จะกี่คนที่สามารถเข้าถึงสื่อนี้??…ทีวีและวิทยุ หนังสือพิมพ์จึงน่าจะเรียนรู้ด้วย

    ทำไมโฟนอินมันได้ผล ก็เพราะประสาทเส้นที่ 8 คือเส้นสุดท้ายที่ยังทำงานแม้คนๆ นั้นจะไม่สามารถพูดหรือสื่อสารทางอื่นได้…การใช้สื่อทางเสียงจึงเป็นกลยุทธ์ที่ทุกคน(ทั้งในวงการแพทย์ด้วย) ใช้เสมอสำหรับการสื่อสารกับคนที่ขาดการสื่อทางอื่น….รัฐบาลน่าจะรู้ดีอยู่แล้วแหล่ะ…แต่รัฐบาลขาดคนทำงานอย่างจริงจังและที่รักชาติอย่างแท้จริงด้วย…กระมัง???

  • #4 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 April 2009 เวลา 14:07
    ระบบข้อมูลก็ยังไม่ดีเหมือนเดิมครับ

    เรื่องนี้ คงไม่ใช่ความผิดของสถานีหรอกครับพี่สร้อย แต่ระบบข้อมูลต้นทางมันแย่มาก แย่มานานแล้ว ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือเปล่า ยิ่งเกียร์ว่าง ก็ไม่ได้ขยับไปไหนหรอกครับ

    ยิ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ก็ยิ่งต้องเปิดเผย เรื่องนี้ต้องยกให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตรครับ http://www.haii.or.th/ เก่งจริงๆ ทำไปเรื่อยๆ ร่วมมือไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็มีข้อมูลที่พร้อมมาก และมีความหมายด้วย

    ข้อมูลการจราจร มีที่ http://traffic.thai.net/ แต่ก็ไม่มีของเชียงใหม่เนื่องจากไม่มีข้อมูลจากต้นทางครับ

  • #5 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 April 2009 เวลา 18:09

    ต้นทางไม่ถูกฝึกฝนมาก่อนค่ะ ถ้าได้รับการฝึกฝนก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่านี้ ส่วนใหญ่คนได้ฝึกจะอยในเมืองกรุงซะมากกว่าค่ะ ทางรอบนอกฝึกให้ก็แต่ทำเรื่องอยู่ให้รอดมั๊งค่ะ

  • #6 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 April 2009 เวลา 19:31
    ไม่มีข้อมูลต้นทางครับ ไม่มีแปลว่าไม่มี ไม่ได้ทำ ไม่เตรียมไว้ ไม่มีแผน ไม่มีงบ ไม่มีคนทำ ไม่มีเจ้าภาพ

    ไม่เหมือนกับ(มีแต่)ไม่ดี

  • #7 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 April 2009 เวลา 11:30

    ความ”คม”ของคำถาม..ก็สำคัญค่ะ

    ความชัดเจน ความลึกของเนื้อหา รายงานอย่างรอบด้าน และเสียงของประชาชนที่ไม่ต้องการการจราจล (ไม่ควรเรียกเหตุการณ์รุนแรงว่าการชุมนุม และคำสองคำนี้ไม่เหมือนกันค่ะ) เป็นสิ่งที่่อ่อนด้อยไปอย่างน่าเสียดาย

    ขอต่อในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินหน่อยนะคะ

    รายการสารคดีเกี่ยวกับสถานที่ ประเพณี วัฒนธรรม ชุมชน ธรรมชาติ ฯลฯขอให้แพนกล้องตามสถานที่ ประเพณี วัฒนธรรม ฯลฯในสิ่งที่พิธีกรชี้ชวนอธิบาย ไม่ใช่จับนิ่งแต่พิธีกร ถ้าเป็นอย่างนี้จะอธิบาย แนะนำไปเพื่ออะไร

  • #8 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 April 2009 เวลา 18:02
    ข้อเสนอแนะที่ผมเขียน เขียนก่อนจะจะมีใครทำหรือมีผู้ใดพูดทางโทรทัศน์ครับ ถ้ามีคนทำหรือแนะแล้ว ผมก็ไม่เขียนให้ซ้ำซาก

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.36775398254395 sec
Sidebar: 0.14669513702393 sec