ใช้ชีวิตที่สวนป่า 22 พค - 8 มิย 2555
อ่าน: 756ผมไปสวนป่าเป็นระยะเวลานานอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ตั้งใจจะไปทำหนังสือโมเดลบุรีรัมย์เพื่อส่งโรงพิมพ์ก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรีบขนาดนั้น ฮี่ฮี่ฮี่
ที่เคยทำมา เมื่อเรื่องพร้อม รูปพร้อม ผม (มือสมัครเล่น) จะใช้เวลาครึ่งอาทิตย์ในการเรียงพิมพ์ ปรับรูป วางข้อความและรูปภาพลงในร่างหนังสือ ปรับแก้เรื่องการแบ่งคำและการตัดคำที่ขอบบรรทัด และใช้เวลาอีกสองอาทิตย์ตรวจแก้รายละเอียดโดยทีมบรรณาธิการสามคน เครื่องมือที่เตรียมไปสวนป่า เป็นเครื่องมือสำหรับเรียงพิมพ์หนังสือครับ
แต่ปรากฏว่าเรื่องยังไม่พร้อม สั้นไป จำนวนเรื่องน้อยไป รูปยังไม่ได้รวบรวม จึงต้องรอทั้งเรื่องและรูป ในระหว่างรอก็เลยทำหนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑ (พิมพ์ครั้งที่ 3) กับ เจ้าเป็นไผ ๒ (พิมพ์ครั้งที่ 2) ส่งโรงพิมพ์ไปก่อน ทั้งสองเล่มไม่มีวางขายทั่วไปครับ จะมีขายที่ร้านค้าของหมู่บ้านโลกในสวนป่า ส่วนช่องทางอื่นยังไม่ได้พูดจาตกลงกัน แต่จะไม่วางขายตามร้านขายหนังสือ ที่เคยทำมา สั่งซื้อโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร แล้วผมส่งหนังสือให้ทางไปรษณีย์ เรื่องนี้ไม่ยุ่งยากเพราะหนังสือกระจายอยู่ในวงชาวเฮ ซึ่งรู้จักกันหมด มีที่อยู่อยู่แล้ว หรือไม่ก็เป็นมหาวิทยาลัยสั่งซื้อมา ซึ่งจัดส่งไปให้เป็นล็อตๆ ได้ แต่ถ้าหากหนังสือจะกระจายในวงกว้างขึ้น ต้องหาระบบที่ดีมารองรับก่อนครับ
ทีนี้ในเมื่อหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ยังทำไม่ได้เพราะครูบาป่วยเป็นงูสวัด ก็หาเรื่องอย่างอื่นทำ อย่างแรกก็ส่งหนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑/๒ ไปโรงพิมพ์แล้ว น่าจะพิมพ์เสร็จอาทิตย์หน้า
อย่างที่สองคืองานปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและงานก่อสร้างในหมู่บ้านโลก
ครูบาและแม่หวีใช้ชีวิตอยู่ในสวนป่ามาสามสิบปี ทำมหาชีวาลัยอีสานเป็นศูนย์เรียนรู้มานับสิบปี จะบอกว่าไม่พร้อมนั้นคงไม่ได้ แต่เพื่อขยายขอบเขตการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กว้างกว่าวิถีท้องถิ่น(อีสาน) ไปสู่วิถีของเมือง ซึ่งคนในเมืองนั้นน่าสงสารเช่นกัน มีข้อจำกัดมากมาย มีสิ่งให้หลงไหลเพลิดเพลินจนลืมความจริงของชีวิต การจะให้อีกมุมมองหนึ่งแก่คนจากเมือง สวนป่าจะต้องเพิ่มให้มีความสะดวกสบายตามสมควร ไม่อย่างนั้น ผู้ที่มาเรียนจากในเมือง จะไม่เป็นอันสนใจวิชาความรู้ แต่จะไปหมกมุ่นอยู่แต่กับความไม่คุ้นเคย
จึงมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสวนป่าขนานใหญ่มาตั้งแต่ต้นปี
- ขุด “คูเมือง” เป็นบ่อดิน/บ่อเก็บน้ำผิวดิน เอาดินมาถมที่ ถมถนน
- ปรับปรุงบ่อน้ำบาดาลบ่อที่สองให้ใช้การได้ มีปริมาณน้ำสำรองแทบไม่จำกัด
- ติดตั้งเสาโทรคมนาคมเพื่อรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต และเปิดใช้ Wifi ในป่า
- ปรับปรุงเตาเผาถ่านซึ่งไม่ได้ใช้มานานให้เป็นที่พัก จะทำให้สวนป่าสามารถรับผู้มาเยือนได้มากขึ้นอีกเท่าตัว
- สร้างร้านค้าของหมู่บ้านโลกเพื่อจำหน่ายหนังสือ/ของที่ระลึก/ของกิน/ของใช้ที่จำเป็น
- สร้างที่พักของ residence ซึ่งเรียกเล่นๆ ว่า “บ้านสาวโสด” ที่จริงบ้านสาวโสดไม่ได้เป็นที่พักสำหรับสาวโสดหรอกครับ มันเป็นบ้านเล็กๆ มิดชิด สบาย ราคาไม่แพง ตั้งใจให้เป็นที่พักของ residence และอาจารย์ที่มาสอนในหมู่บ้านโลก ตัว “บ้านสาวโสด” นั้นอยู่ได้สบายครับ แต่ยังไงคนเราก็มีความต้องการที่ต่างกันนะ จะแต่งอย่างไร ต้องการความสะดวกแค่ไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นถ้าต้องการพื้นที่ของตัวเอง ก็สร้างเองครับ จะแต่งแค่ไหนก็ไม่ว่า ไมโครเวฟ ตู้เย็น แอร์ปอดบวม shower screen ส้วมทองคำ ฯลฯ ครูบา แม่หวี และผมจะอยู่บ้านต้นแบบกันก่อนครับ เมื่อได้ประเด็นแล้วจะปรับปรุงแบบเพื่อให้เหมาะกับการอยู่อาศัยต่อไป — ตอนนี้อยู่กระต๊อบไม่มีฝากัน แล้วบ้านเล็กเป็นก๊อกสองนะครับ
อืม เยอะนะ… ก็ไม่น้อยหรอกครับ แต่ทั้งนี้เพื่อให้ contributor ของสวนป่าอยู่ได้โดยไม่รู้สึกลำบาก จะได้ทุ่มเทถ่ายทอดสะกิดประเด็นคิดได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลต่อความเป็นอยู่ ให้สวนป่าดำเนินการอยู่ได้ในระยะยาว ปรับเปลี่ยน “วิชา” ตามยุคสมัยและความเหมาะสม
พาครูบาเข้าเมืองไปหาหมอ แล้วพาไปทั้ง ไทวัสดุ (HomeWorks แปลงร่าง) และ HomePro หลายรอบครับ ไปกินข้าวมันไก่เจ้าประจำบ่อยด้วย ครูบาว่าอุดหนุนร้านเล็กดีกว่า
เรื่องต่อมาคือการเรียนรู้ด้วยภาพ เที่ยวนี้มี 47 ภาพกับ 2 วิดีโอคลิป อัพโหลดขึ้นบนเฟสบุ๊ค แต่ละภาพมีเรื่องราว เป็นสิ่งที่ผมเห็น เป็นประเด็นที่ผมคิด ได้รับความสนใจพอควร อย่างน้อยคนที่ยังไม่เคยไป ก็จะได้เห็นสิ่งที่ยังไม่เคยเห็น
(เสียงเรไรร้อง ถ่ายจากหน้ากระต๊อบที่นอน)
เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่อง “คุณชาย” ซึ่งคำว่าคุณชายนี้จากการพูดกันเล่นๆ กลายเป็นมหากาพย์ของการเรียนรู้ของคนที่อยู่ในเมืองกรุงมาตั้งแต่เกิด เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ วิถีชาวบ้าน และชุมชนรอบตัว
มีคนแซวว่าเรื่องนี้เป็น reality show แต่นั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์หรอกครับ ผมถือความเป็นส่วนตัวมาก เรื่องของผมที่ยอมให้เปิดเผยได้ มีแค่ที่เขียนไว้ในหนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑ เท่านั้น แต่อยากให้มองเรื่องคุณชายว่าเป็นการเรียนรู้ทางไกล เป็นตัวอย่างเพียงอันหนึ่งสำหรับคนจากเมืองที่คิดจะไปใช้ชีวิตในชนบท จะให้ดีที่สุด ก่อนกระโดดจากตลิ่งลงไปในคลอง นอกจากแน่ใจว่าว่ายน้ำเป็นแล้ว ยังต้องรู้ว่าใต้น้ำไม่มีตออีกด้วยครับ
รู้สึกสนุกมากมาย ไม่ใช่นิยายหรือจินตนาการด้วย แต่ว่ากว่าจะสนุกอย่างนี้ได้ ต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง คือมีพี่เลี้ยงที่ดี มีชุมชนที่ดี มีธรรมชาติที่ดี เรียนรู้เป็น และปรับตัวเป็นด้วย การย้ายถิ่นฐาน ไม่เคยง่ายเลยครับ และการไปอยู่ป่ายิ่งไม่ง่ายใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานแทบไม่มีเลย
สิ่งที่เห็นมันเห็นเอง สิ่งที่ทำก็ทำเอง ประเด็นที่คิดก็คิดเอง และสำหรับสิ่งที่เขียนรู้เห็นอะไรมาก็เขียนไปอย่างนั้น รวมทั้งเรื่องไปทำถนนด้วย เห็นชาวบ้านทำกันเองแล้ว รู้สึกว่าเป็นการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ต้องไปลงแขก ขนเครื่องมือใส่รถไป ซื้อน้ำซื้ออาหารไปช่วย ทำความรู้จักกันไว้ก่อน
การไปใช้ชีวิตที่สวนป่า จึงไม่ใช่การปลีกวิเวก หลบหนีหรือพิสูจน์อะไร แต่เป็นการย้ายถิ่นฐานไปพัฒนาอีกส่วนหนึ่งของสังคมไทย อยู่ในเมืองทำได้แค่ประสานงานกับชี้นิ้ว แต่อยู่ชนบทได้พบได้เห็นได้แก้ปัญหาของชาวบ้าน ได้เข้าใจข้อจำกัด ได้แสวงเครื่อง ได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่ และได้เข้าใจถึงความรู้ที่คิดว่ามีแต่ที่จริงมีไม่พอใช้งานจริงครับ
Next : บ่อปลาและแปลงผักในป่าคอนกรีต » »








4 ความคิดเห็น
เมื่อไปถึงสวนป่า ครูบาย้ายไปนอนที่กระต๊อบใหม่ซึ่งเป็นบริเวณที่จะสร้างบ้านใหม่ครับ อยู่ใกล้แปลงผักร้อยเมตร ผมก็เลยได้นอนกระต๊อบอันเก่าซึ่งสะดวกสบายมาก นอนอยู่ชายป่า น้ำไฟพร้อม แต่ไฟดับบ่อยมาก จึงไปจัดหาไฟฟ้าสำรองให้ครูบา ส่วนกระต๊อบผมนั้นมีโซล่าร์เซลซึ่งเตรียมไปจากบ้านไม่ลำบาก มีความพยายามที่จะหาโซล่าร์เซลมาใช้ทั้งสวนป่าเพื่อไม่ให้การอบรมต้องหยุดชะงัก อย่างน้อยก็ต้องมีไฟฟ้าสำหรับสูบน้ำบาดาล เรื่องนี้ถ้าได้ก็ดีครับ แต่ถ้าไม่ได้ก็เดินตามแผนเดิมของหมู่บ้านโลกซึ่งมีแผนการใช้พลังงานธรรมชาติอยู่แล้ว ถึงไม่พอจะใช้ทั้งสวนป่า แต่โครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ จะยังคงอยู่ได้
ครูบาชวนว่าเมื่อกระต๊อบสาวโสดเสร็จ ให้ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ใกล้ๆ กัน ผมเข้าใจดีว่าครูบาเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และอาหารการกินต่างๆ แต่ผมตอบปฏิเสธความหวังดีนี้ไปครับ บริเวณกระต๊อบที่นอนอยู่นี้สบายดีแล้ว เป็นที่สัปปายะ สงบมาก มีเสียงนกร้องทุกเช้า มีหิ่งห้อยให้ดูตอนกลางคืน มีเสียงป่าเป็นแบ็คกราวนด์ มีหมามาขอขนมทุกวัน มีต้นไม้ให้ดูแล มีเน็ตที่เร็วพอใช้งาน ฯลฯ
เมื่อบ้านเล็กสร้างเสร็จ ผมก็จะแปลงบริเวณหลังบ้านเป็นห้องปฏิบัติการทดลองทำอะไรไปเรื่อย อาจมีเสียงหนวกหูจากสว่าน เลื่อย เสียงเครื่อง CNC หรือเสียงตอกอะไรโครมคราม ดังนั้นเพื่อไม่ให้รบกวนใคร แยกออกมาอยู่ห่างร้อยกว่าเมตรดีแล้วครับ ในที่สุดครูบาก็เห็นชอบด้วย บอกว่าอย่างนี้ดีเหมือนกัน ให้บริเวณที่ผมอยู่เป็นบริเวณของงานวิจัย ไม่ให้ใครไปยุ่ง แล้วถ้าหากผมจำเป็นต้องสร้างบ้านสำหรับครอบครัวมาพัก ก็จะอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน
ครูบาให้ผมดูแผนกไฟ (เตา ความร้อน พลังงาน) และขอให้ช่วยนำความชุ่มชื้นกลับมาสู่ป่าเพิ่มจำนวนกบเขียด ก็จะทำไปตามนั้นนะครับ เรื่องโซล่าร์เซล เจอที่เหมาะจะตั้งแผงเพิ่มขึ้นอีก อยู่ไม่ไกล สามารถจ่ายไฟให้แสงสว่างฉุกเฉินและเสาโทรคมนาคมได้ ส่วนน้ำนั้น อาศัยน้ำฝนในโอ่งขนาดใหญ่ไปก่อน อย่างน้อยมีน้ำกินและให้ห้องน้ำใช้ได้ครับ อย่างอื่นเช่นรดน้ำต้นไม้ รอได้สักพักครับ
อยู่ 18 วัน น้ำหนักลดไป 5 กก. สงสัยว่าถ้าอยู่บ้านนานอาจได้กลับคืนมา ดังนั้นควรรีบทำหนังสือให้เสร็จแล้วไปสวนป่าใหม่
ก้าวหน้าไปเยอะแล้วนะครับ
ขอบคุณมากครับที่แบ่งปันประสบการณ์
สงสัยอยุ่เล็กน้อยครับว่า ถ้าไม่มี WiFi และไฟฟ้า จะมีความรู้สึกอย่างไร
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน สวนป่าก็ไม่มีไฟฟ้า น้ำบาดาลต้องโยกจนครูบาเจ็บหน้าอกจนทนไม่ไหวต้องเอาไฟฟ้าเข้ามา
หลายปีก่อนกระทรวงไอซีทีเคยเอาอินเทอร์เน็ตดาวเทียมมาติดให้เพราะเป็นศูนย์เรียนรู้ เลิกไปเพราะเค้าต้องการ KPI ที่พิลึกกึกกือ ชาวบ้านไม่ได้อะไรกับ KPI นี้ มีแต่ข้าราชการเอาไปเคลมผลงาน พอเลิกก็ต้องจ่ายค่าดาวเทียมเองซึ่งช้าและแพงมาก เลยเลิกอีก ครูบาต่อเน็ตผ่าน GPRS โดยไม่ต้องไปคิดถึง EDGE หรือ 3G หรอกครับ เขียนอ่านโพสต์รูปได้แต่ช้ามากครับ (ซึ่งไม่เป็นไร) เพียงแต่ดูวิดีโอความรู้ต่างๆ ไม่ไหวครับ
ฐานของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ใกล้ที่สุดคือเสาของ AIS ห่าง 2 กม. ใช้ EDGE ความเร็ว GPRS; เสาของ TruemoveH (3G) ก็เน่าแม้อยู่ในตัวอำเภอจนชาวอำเภอบ่นว่าเห็นเขาเป็นอะไร ของ TOT (3G) ดูจะมี coverage กว้างขวางแต่ว่ามาไม่ถึงสวนป่าครับ ดังนั้นกิจการร้านเน็ตยังเฟื่องฟูอยู่เพราะว่าชาวบ้านไม่มีทางเลือก — นั่งมอเตอร์ไซค์ไปกลับแถวอำเภอครั้งหนึ่ง มีต้นทุนค่าน้ำมันอีก 20 บาท ไม่รวมค่าสึกหรอ ไม่รวมค่าชั่วโมงเน็ต
พอทำโครงการหมู่บ้านโลก ก็ตั้งเสาโทรคมนาคมสูง 40 เมตร ยิงสัญญาณจากอำเภอมาที่เสา ข้ามต้นไม้สูงในป่ามา ความเร็ว 8 Mbps ครูบาอยากได้ 12 Mbps แต่ผมท้วงไว้ว่าลองแค่นี้ดูก่อนดีกว่าครับ ถ้าคุณภาพดีพอและถ้าความเร็วไม่พอใช้ค่อยอัพเกรดอีกที จากเสาส่งต่อให้ Wifi access point ยังไม่ได้ทำ Wifi mesh เพราะว่าตอนนี้บริเวณที่ใช้งานรับสัญญาณจาก access point ที่เสาได้โดยตรงครับ…ที่ใช้หนักๆ ก็เป็นกระต๊อบเจ้าป่า กับกระต๊อบคุณชาย ส่วนห้องพักบนอาคารใหญ่ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะอยู่ไกล+มีต้นไม้บัง
ถ้าไม่มีไฟฟ้า+ไม่มีเน็ต ไม่สะดวกหรอกครับ แต่อยู่ได้