ใช้ชีวิตที่สวนป่า 22 พค - 8 มิย 2555

โดย Logos เมื่อ 9 June 2012 เวลา 11:16 ในหมวดหมู่ ประสบการณ์ชีวิต, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 4466

ผมไปสวนป่าเป็นระยะเวลานานอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ตั้งใจจะไปทำหนังสือโมเดลบุรีรัมย์เพื่อส่งโรงพิมพ์ก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรีบขนาดนั้น ฮี่ฮี่ฮี่

ที่เคยทำมา เมื่อเรื่องพร้อม รูปพร้อม ผม (มือสมัครเล่น) จะใช้เวลาครึ่งอาทิตย์ในการเรียงพิมพ์ ปรับรูป วางข้อความและรูปภาพลงในร่างหนังสือ ปรับแก้เรื่องการแบ่งคำและการตัดคำที่ขอบบรรทัด และใช้เวลาอีกสองอาทิตย์ตรวจแก้รายละเอียดโดยทีมบรรณาธิการสามคน เครื่องมือที่เตรียมไปสวนป่า เป็นเครื่องมือสำหรับเรียงพิมพ์หนังสือครับ

แต่ปรากฏว่าเรื่องยังไม่พร้อม สั้นไป จำนวนเรื่องน้อยไป รูปยังไม่ได้รวบรวม จึงต้องรอทั้งเรื่องและรูป ในระหว่างรอก็เลยทำหนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑ (พิมพ์ครั้งที่ 3) กับ เจ้าเป็นไผ ๒ (พิมพ์ครั้งที่ 2) ส่งโรงพิมพ์ไปก่อน ทั้งสองเล่มไม่มีวางขายทั่วไปครับ จะมีขายที่ร้านค้าของหมู่บ้านโลกในสวนป่า ส่วนช่องทางอื่นยังไม่ได้พูดจาตกลงกัน แต่จะไม่วางขายตามร้านขายหนังสือ ที่เคยทำมา สั่งซื้อโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร แล้วผมส่งหนังสือให้ทางไปรษณีย์ เรื่องนี้ไม่ยุ่งยากเพราะหนังสือกระจายอยู่ในวงชาวเฮ ซึ่งรู้จักกันหมด มีที่อยู่อยู่แล้ว หรือไม่ก็เป็นมหาวิทยาลัยสั่งซื้อมา ซึ่งจัดส่งไปให้เป็นล็อตๆ ได้ แต่ถ้าหากหนังสือจะกระจายในวงกว้างขึ้น ต้องหาระบบที่ดีมารองรับก่อนครับ

ทีนี้ในเมื่อหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ยังทำไม่ได้เพราะครูบาป่วยเป็นงูสวัด ก็หาเรื่องอย่างอื่นทำ อย่างแรกก็ส่งหนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑/๒ ไปโรงพิมพ์แล้ว น่าจะพิมพ์เสร็จอาทิตย์หน้า

อย่างที่สองคืองานปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและงานก่อสร้างในหมู่บ้านโลก

ครูบาและแม่หวีใช้ชีวิตอยู่ในสวนป่ามาสามสิบปี ทำมหาชีวาลัยอีสานเป็นศูนย์เรียนรู้มานับสิบปี จะบอกว่าไม่พร้อมนั้นคงไม่ได้ แต่เพื่อขยายขอบเขตการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กว้างกว่าวิถีท้องถิ่น(อีสาน) ไปสู่วิถีของเมือง ซึ่งคนในเมืองนั้นน่าสงสารเช่นกัน มีข้อจำกัดมากมาย มีสิ่งให้หลงไหลเพลิดเพลินจนลืมความจริงของชีวิต การจะให้อีกมุมมองหนึ่งแก่คนจากเมือง สวนป่าจะต้องเพิ่มให้มีความสะดวกสบายตามสมควร ไม่อย่างนั้น ผู้ที่มาเรียนจากในเมือง จะไม่เป็นอันสนใจวิชาความรู้ แต่จะไปหมกมุ่นอยู่แต่กับความไม่คุ้นเคย

จึงมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสวนป่าขนานใหญ่มาตั้งแต่ต้นปี

  • ขุด “คูเมือง” เป็นบ่อดิน/บ่อเก็บน้ำผิวดิน เอาดินมาถมที่ ถมถนน
  • ปรับปรุงบ่อน้ำบาดาลบ่อที่สองให้ใช้การได้ มีปริมาณน้ำสำรองแทบไม่จำกัด
  • ติดตั้งเสาโทรคมนาคมเพื่อรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต และเปิดใช้ Wifi ในป่า
  • ปรับปรุงเตาเผาถ่านซึ่งไม่ได้ใช้มานานให้เป็นที่พัก จะทำให้สวนป่าสามารถรับผู้มาเยือนได้มากขึ้นอีกเท่าตัว
  • สร้างร้านค้าของหมู่บ้านโลกเพื่อจำหน่ายหนังสือ/ของที่ระลึก/ของกิน/ของใช้ที่จำเป็น
  • สร้างที่พักของ residence ซึ่งเรียกเล่นๆ ว่า “บ้านสาวโสด” ที่จริงบ้านสาวโสดไม่ได้เป็นที่พักสำหรับสาวโสดหรอกครับ มันเป็นบ้านเล็กๆ มิดชิด สบาย ราคาไม่แพง ตั้งใจให้เป็นที่พักของ residence และอาจารย์ที่มาสอนในหมู่บ้านโลก ตัว “บ้านสาวโสด” นั้นอยู่ได้สบายครับ แต่ยังไงคนเราก็มีความต้องการที่ต่างกันนะ จะแต่งอย่างไร ต้องการความสะดวกแค่ไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นถ้าต้องการพื้นที่ของตัวเอง ก็สร้างเองครับ จะแต่งแค่ไหนก็ไม่ว่า ไมโครเวฟ ตู้เย็น แอร์ปอดบวม shower screen ส้วมทองคำ ฯลฯ ครูบา แม่หวี และผมจะอยู่บ้านต้นแบบกันก่อนครับ เมื่อได้ประเด็นแล้วจะปรับปรุงแบบเพื่อให้เหมาะกับการอยู่อาศัยต่อไป — ตอนนี้อยู่กระต๊อบไม่มีฝากัน แล้วบ้านเล็กเป็นก๊อกสองนะครับ

อืม เยอะนะ… ก็ไม่น้อยหรอกครับ แต่ทั้งนี้เพื่อให้ contributor ของสวนป่าอยู่ได้โดยไม่รู้สึกลำบาก จะได้ทุ่มเทถ่ายทอดสะกิดประเด็นคิดได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลต่อความเป็นอยู่ ให้สวนป่าดำเนินการอยู่ได้ในระยะยาว ปรับเปลี่ยน “วิชา” ตามยุคสมัยและความเหมาะสม

พาครูบาเข้าเมืองไปหาหมอ แล้วพาไปทั้ง ไทวัสดุ (HomeWorks แปลงร่าง) และ HomePro หลายรอบครับ ไปกินข้าวมันไก่เจ้าประจำบ่อยด้วย ครูบาว่าอุดหนุนร้านเล็กดีกว่า

เรื่องต่อมาคือการเรียนรู้ด้วยภาพ เที่ยวนี้มี 47 ภาพกับ 2 วิดีโอคลิป อัพโหลดขึ้นบนเฟสบุ๊ค แต่ละภาพมีเรื่องราว เป็นสิ่งที่ผมเห็น เป็นประเด็นที่ผมคิด ได้รับความสนใจพอควร อย่างน้อยคนที่ยังไม่เคยไป ก็จะได้เห็นสิ่งที่ยังไม่เคยเห็น

(เสียงเรไรร้อง ถ่ายจากหน้ากระต๊อบที่นอน)

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่อง “คุณชาย” ซึ่งคำว่าคุณชายนี้จากการพูดกันเล่นๆ กลายเป็นมหากาพย์ของการเรียนรู้ของคนที่อยู่ในเมืองกรุงมาตั้งแต่เกิด เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ วิถีชาวบ้าน และชุมชนรอบตัว

มีคนแซวว่าเรื่องนี้เป็น reality show แต่นั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์หรอกครับ ผมถือความเป็นส่วนตัวมาก เรื่องของผมที่ยอมให้เปิดเผยได้ มีแค่ที่เขียนไว้ในหนังสือ เจ้าเป็นไผ ๑ เท่านั้น แต่อยากให้มองเรื่องคุณชายว่าเป็นการเรียนรู้ทางไกล เป็นตัวอย่างเพียงอันหนึ่งสำหรับคนจากเมืองที่คิดจะไปใช้ชีวิตในชนบท จะให้ดีที่สุด ก่อนกระโดดจากตลิ่งลงไปในคลอง นอกจากแน่ใจว่าว่ายน้ำเป็นแล้ว ยังต้องรู้ว่าใต้น้ำไม่มีตออีกด้วยครับ

รู้สึกสนุกมากมาย ไม่ใช่นิยายหรือจินตนาการด้วย แต่ว่ากว่าจะสนุกอย่างนี้ได้ ต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง คือมีพี่เลี้ยงที่ดี มีชุมชนที่ดี มีธรรมชาติที่ดี เรียนรู้เป็น และปรับตัวเป็นด้วย การย้ายถิ่นฐาน ไม่เคยง่ายเลยครับ และการไปอยู่ป่ายิ่งไม่ง่ายใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานแทบไม่มีเลย

สิ่งที่เห็นมันเห็นเอง สิ่งที่ทำก็ทำเอง ประเด็นที่คิดก็คิดเอง และสำหรับสิ่งที่เขียนรู้เห็นอะไรมาก็เขียนไปอย่างนั้น รวมทั้งเรื่องไปทำถนนด้วย เห็นชาวบ้านทำกันเองแล้ว รู้สึกว่าเป็นการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ต้องไปลงแขก ขนเครื่องมือใส่รถไป ซื้อน้ำซื้ออาหารไปช่วย ทำความรู้จักกันไว้ก่อน

การไปใช้ชีวิตที่สวนป่า จึงไม่ใช่การปลีกวิเวก หลบหนีหรือพิสูจน์อะไร แต่เป็นการย้ายถิ่นฐานไปพัฒนาอีกส่วนหนึ่งของสังคมไทย อยู่ในเมืองทำได้แค่ประสานงานกับชี้นิ้ว แต่อยู่ชนบทได้พบได้เห็นได้แก้ปัญหาของชาวบ้าน ได้เข้าใจข้อจำกัด ได้แสวงเครื่อง ได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่ และได้เข้าใจถึงความรู้ที่คิดว่ามีแต่ที่จริงมีไม่พอใช้งานจริงครับ

« « Prev : เปิดตัวคุณชาย

Next : บ่อปลาและแปลงผักในป่าคอนกรีต » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 June 2012 เวลา 12:13
    เขียนต่อซะหน่อย เล่าเฉพาะเรื่องที่ไม่ได้เล่าเอาไว้บนเฟสบุ๊คนะครับ

    เมื่อไปถึงสวนป่า ครูบาย้ายไปนอนที่กระต๊อบใหม่ซึ่งเป็นบริเวณที่จะสร้างบ้านใหม่ครับ อยู่ใกล้แปลงผักร้อยเมตร ผมก็เลยได้นอนกระต๊อบอันเก่าซึ่งสะดวกสบายมาก นอนอยู่ชายป่า น้ำไฟพร้อม แต่ไฟดับบ่อยมาก จึงไปจัดหาไฟฟ้าสำรองให้ครูบา ส่วนกระต๊อบผมนั้นมีโซล่าร์เซลซึ่งเตรียมไปจากบ้านไม่ลำบาก มีความพยายามที่จะหาโซล่าร์เซลมาใช้ทั้งสวนป่าเพื่อไม่ให้การอบรมต้องหยุดชะงัก อย่างน้อยก็ต้องมีไฟฟ้าสำหรับสูบน้ำบาดาล เรื่องนี้ถ้าได้ก็ดีครับ แต่ถ้าไม่ได้ก็เดินตามแผนเดิมของหมู่บ้านโลกซึ่งมีแผนการใช้พลังงานธรรมชาติอยู่แล้ว ถึงไม่พอจะใช้ทั้งสวนป่า แต่โครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ จะยังคงอยู่ได้

    ครูบาชวนว่าเมื่อกระต๊อบสาวโสดเสร็จ ให้ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ใกล้ๆ กัน ผมเข้าใจดีว่าครูบาเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และอาหารการกินต่างๆ แต่ผมตอบปฏิเสธความหวังดีนี้ไปครับ บริเวณกระต๊อบที่นอนอยู่นี้สบายดีแล้ว เป็นที่สัปปายะ สงบมาก มีเสียงนกร้องทุกเช้า มีหิ่งห้อยให้ดูตอนกลางคืน มีเสียงป่าเป็นแบ็คกราวนด์ มีหมามาขอขนมทุกวัน มีต้นไม้ให้ดูแล มีเน็ตที่เร็วพอใช้งาน ฯลฯ

    เมื่อบ้านเล็กสร้างเสร็จ ผมก็จะแปลงบริเวณหลังบ้านเป็นห้องปฏิบัติการทดลองทำอะไรไปเรื่อย อาจมีเสียงหนวกหูจากสว่าน เลื่อย เสียงเครื่อง CNC หรือเสียงตอกอะไรโครมคราม ดังนั้นเพื่อไม่ให้รบกวนใคร แยกออกมาอยู่ห่างร้อยกว่าเมตรดีแล้วครับ ในที่สุดครูบาก็เห็นชอบด้วย บอกว่าอย่างนี้ดีเหมือนกัน ให้บริเวณที่ผมอยู่เป็นบริเวณของงานวิจัย ไม่ให้ใครไปยุ่ง แล้วถ้าหากผมจำเป็นต้องสร้างบ้านสำหรับครอบครัวมาพัก ก็จะอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน

    ครูบาให้ผมดูแผนกไฟ (เตา ความร้อน พลังงาน) และขอให้ช่วยนำความชุ่มชื้นกลับมาสู่ป่าเพิ่มจำนวนกบเขียด ก็จะทำไปตามนั้นนะครับ เรื่องโซล่าร์เซล เจอที่เหมาะจะตั้งแผงเพิ่มขึ้นอีก อยู่ไม่ไกล สามารถจ่ายไฟให้แสงสว่างฉุกเฉินและเสาโทรคมนาคมได้ ส่วนน้ำนั้น อาศัยน้ำฝนในโอ่งขนาดใหญ่ไปก่อน อย่างน้อยมีน้ำกินและให้ห้องน้ำใช้ได้ครับ อย่างอื่นเช่นรดน้ำต้นไม้ รอได้สักพักครับ

    อยู่ 18 วัน น้ำหนักลดไป 5 กก. สงสัยว่าถ้าอยู่บ้านนานอาจได้กลับคืนมา ดังนั้นควรรีบทำหนังสือให้เสร็จแล้วไปสวนป่าใหม่

  • #2 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 June 2012 เวลา 19:43

    ก้าวหน้าไปเยอะแล้วนะครับ

  • #3 somyot ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 June 2012 เวลา 23:42

    ขอบคุณมากครับที่แบ่งปันประสบการณ์
    สงสัยอยุ่เล็กน้อยครับว่า ถ้าไม่มี WiFi และไฟฟ้า จะมีความรู้สึกอย่างไร

  • #4 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 June 2012 เวลา 12:32
    ถ้าไม่มีไฟฟ้าและไม่มี Wifi สักพักก็คงไหวครับ นานนักมีปัญหาเรื่องน้ำ (จึงแก้ไขโดยการซื้อโอ่งใหญ่มาหลายใบ)

    เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน สวนป่าก็ไม่มีไฟฟ้า น้ำบาดาลต้องโยกจนครูบาเจ็บหน้าอกจนทนไม่ไหวต้องเอาไฟฟ้าเข้ามา

    หลายปีก่อนกระทรวงไอซีทีเคยเอาอินเทอร์เน็ตดาวเทียมมาติดให้เพราะเป็นศูนย์เรียนรู้ เลิกไปเพราะเค้าต้องการ KPI ที่พิลึกกึกกือ ชาวบ้านไม่ได้อะไรกับ KPI นี้ มีแต่ข้าราชการเอาไปเคลมผลงาน พอเลิกก็ต้องจ่ายค่าดาวเทียมเองซึ่งช้าและแพงมาก เลยเลิกอีก ครูบาต่อเน็ตผ่าน GPRS โดยไม่ต้องไปคิดถึง EDGE หรือ 3G หรอกครับ เขียนอ่านโพสต์รูปได้แต่ช้ามากครับ (ซึ่งไม่เป็นไร) เพียงแต่ดูวิดีโอความรู้ต่างๆ ไม่ไหวครับ

    ฐานของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ใกล้ที่สุดคือเสาของ AIS ห่าง 2 กม. ใช้ EDGE ความเร็ว GPRS; เสาของ TruemoveH (3G) ก็เน่าแม้อยู่ในตัวอำเภอจนชาวอำเภอบ่นว่าเห็นเขาเป็นอะไร ของ TOT (3G) ดูจะมี coverage กว้างขวางแต่ว่ามาไม่ถึงสวนป่าครับ ดังนั้นกิจการร้านเน็ตยังเฟื่องฟูอยู่เพราะว่าชาวบ้านไม่มีทางเลือก — นั่งมอเตอร์ไซค์ไปกลับแถวอำเภอครั้งหนึ่ง มีต้นทุนค่าน้ำมันอีก 20 บาท ไม่รวมค่าสึกหรอ ไม่รวมค่าชั่วโมงเน็ต

    พอทำโครงการหมู่บ้านโลก ก็ตั้งเสาโทรคมนาคมสูง 40 เมตร ยิงสัญญาณจากอำเภอมาที่เสา ข้ามต้นไม้สูงในป่ามา ความเร็ว 8 Mbps ครูบาอยากได้ 12 Mbps แต่ผมท้วงไว้ว่าลองแค่นี้ดูก่อนดีกว่าครับ ถ้าคุณภาพดีพอและถ้าความเร็วไม่พอใช้ค่อยอัพเกรดอีกที จากเสาส่งต่อให้ Wifi access point ยังไม่ได้ทำ Wifi mesh เพราะว่าตอนนี้บริเวณที่ใช้งานรับสัญญาณจาก access point ที่เสาได้โดยตรงครับ…ที่ใช้หนักๆ ก็เป็นกระต๊อบเจ้าป่า กับกระต๊อบคุณชาย ส่วนห้องพักบนอาคารใหญ่ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะอยู่ไกล+มีต้นไม้บัง

    ถ้าไม่มีไฟฟ้า+ไม่มีเน็ต ไม่สะดวกหรอกครับ แต่อยู่ได้


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.40240597724915 sec
Sidebar: 0.17829298973083 sec