ทำไมน้ำท่วมกรุงเทพแค่เข่า จึงวุ่นวายได้ขนาดนี้

โดย Logos เมื่อ 2 November 2011 เวลา 18:41 ในหมวดหมู่ สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 5141

ตามข้อมูลของกรมการปกครองเมื่อสิ้นปี 2553 กรุงเทพและปริมณฑล มีประชากร 10.3 ล้านคน และจากรายงานประจำปีของกรมสรรพากร ทางกรมเก็บภาษีเงินได้จากกรุงเทพ (ไม่รวมจังหวัดปริมณฑล) ได้ 49.9% ของภาษีเงินได้ทั้งประเทศ

ผมไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพ แต่เข้าใจกรุงเทพดีพอ ระบบการขนส่งของกรุงเทพนั้น ใช้การขนส่งทางบกเป็นหลักไม่ว่าจะขนคนหรือขนของ เมื่อน้ำท่วม การขนส่งหยุดชะงัก ทำให้มีคนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ชานเมือง ห่างไกลจากที่ทำงาน ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์หรือคอนโดมิเนียมในเมืองก็มีสภาพติดเกาะ

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊คดังนั้นคนกรุงเทพถ้ามีกำลังพอก็จะใช้รถยนต์ ในเมื่อรถยนต์ใช้ไม่ได้จึงลำบาก ยิ่งกว่านั้นกรุงเทพเป็นเมืองที่ไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอ ตลาดใกล้บ้านก็พึ่งพาการขนส่งทางบกเช่นกัน ในเมื่อถนนหนทางถูกน้ำท่วม ขนส่งไม่ได้ ข้าวปลาอาหารจึงขาดแคลน การปล่อยให้กรุงเทพน้ำท่วมจึงเป็นฝันร้ายของผู้บริหาร เพราะการปล่อยให้ประชากรหนึ่งในหกของประเทศที่มีฐานภาษีเงินได้ครึ่งหนึ่งของประเทศเดือดร้อนนั้น เกินกำลังของมนุษย์ปกติที่จะจัดการได้

น้ำเหนือปริมาณมหาศาลหลากมา ยังไงน้ำก็ต้องไหลลงทะเลครับ และจะต้องผ่านกรุงเทพและปริมณฑลแน่นอน จะมาตีโพยตีพายร้องแรกแหกกะเชอไม่มีประโยชน์อะไร ต้องพยายามจำกัดปริมาณน้ำที่ทะลักเข้ามาในเขตกรุงเทพและปริมณฑล คำว่าทะลักนี้ไม่ได้หมายความว่ากันไม่ให้เข้าเลย แต่ให้ไหลผ่านไปในปริมาณที่ควบคุมเอาไว้ไม่ให้ท่วมถนนหนทาง ไม่ท่วมจนรถวิ่งไม่ได้

การควบคุมก็ต้องซ่อมคันกั้นน้ำที่รั่วอยู่ ป้องกันคลองประปาเพื่อให้เป็นแหล่งจ่ายน้ำสะอาดให้คนหลายล้านคน จริงอยู่ที่น้ำท่วมทีไร ประปาเจ๊งทุกที แต่ประปาของกรุงเทพมีระบบป้องกันที่ดีพอสมควร แม้จะมีคนไม่มีความรู้และเห็นแก่ตัวไปทำลาย (ซึ่งไม่ได้ช่วยให้น้ำที่ท่วมอยู่ลดลงเลย แต่ทำให้คนอีกหลายล้านคนเดือดร้อน)

ปริมาณน้ำที่ท่วมอยู่ทางตอนเหนือของกรุงเทพ ต้องทำหลายอย่างพร้อมๆ กัน คือเร่งซ่อมคันกั้นน้ำ ไม่ให้น้ำไหลเข้ามาเพิ่มอีก จากนั้นจึงเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังออกตามคลองต่างๆ เปิดผิวการจราจรให้มากขึ้น คนเห็นแก่ตัวไม่เคยหมดไปจากแผ่นดินไทย ดังนั้นก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลคนพวกนี้ไม่ให้ทำอะไรได้ตามใจโดยไม่สนใจว่าจะทำให้ใครเดือดร้อนอีกบ้าง เรื่องพวกนี้ จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่พอนะครับ

ก็เหมือนกันคนไทยทั่วไป คนกรุงทพไม่ใช่คนโวยวายหรือมีอภิสิทธิ์เหนือคนไทยคนอื่น คนกรุงเทพปรับตัวเยอะเช่นเดียวกับผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ แต่เนื่องจากพื้นที่นี้มีคนอาศัยอยู่เยอะมาก แถมสื่อทุกสื่อแทบจะลืมพื้นที่ประสบภัยอื่นไปหมดแล้ว (บ้านของคนทำงาน และสำนักงานของสื่อต่างๆ ก็อยู่ในกรุงเทพเป็นส่วนใหญ่) กระแสความสนใจจึงตกอยู่ที่พื้นที่กรุงเทพ… เป็นคนไทยอย่าลืมง่ายครับ ตั้งแต่กลางปีหลังจากการเลือกตั้ง เมื่อน้ำเริ่มท่วมทางเหนือไล่ลงมาทางภาคกลาง ความช่วยเหลือจากกรุงเทพนี่แหละ เป็นกำลังสำคัญ

อย่างไรก็ตามขณะนี้การคมนาคมถูกตัดขาด ความช่วยเหลือจากกรุงเทพ ส่งออกไปยังพื้นที่ประสบภัยอื่นๆ ไม่ได้นะครับ ดูไปดูมาเหมือนคนกรุงเทพช่วยแต่ตนเอง (ซึ่งไม่จริง) เพียงแต่จำนวนผู้ประสบภัยในกรุงเทพ มากมายเหลือเกิน และความช่วยเหลือจากต่างจังหวัดก็เข้าช่วยมาช่วยด้วย

ภาพประกอบจากไทยโพสต์

ปล. บ้านป้าจุ๋มกับบ้านผม อยู่ใกล้น้ำท่วมมาก แต่ยังแห้งอยู่ครับ น้ำมาใกล้แต่ก็ผ่านไปผ่านมา
ปปล. แม่น้ำท่าจีนหงิกงอ แบบเดียวกับแม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำยมช่วงบางระกำ ผลก็คือท่วมเละเทะเพราะน้ำระบายออกไปได้ช้าเนื่องจากเลี้ยวไปเลี้ยวมา ทำไมไม่คิดทำทางด่วนน้ำ โดยวางท่อขนาดใหญ่ฝังดิน ตัดโค้ง ตัดคุ้งน้ำ เพื่อให้น้ำไหลไปได้สะดวกขึ้น

« « Prev : ทีละหลังสองหลัง

Next : EM น้ำ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 November 2011 เวลา 19:43

    อ่านมาถึงข้อความว่า “คนเห็นแก่ตัวไม่เคยหมดไปจากแผ่นดินไทย” …. ทำให้นึกถึงปัญหาในวัด เพราะกำลังเตรียมงานทอดกฐิน….

    อาหารไม่พอเลี้ยง คนมางานแล้วไม่ได้กินข้าว…. นี้คือประเด็นปัญหา และปีนี้ วัดที่ทอดไปก่อนหลายวัด ก็ถูกตำหนิเรื่องนี้ ก็พูดไปว่า “คนที่นำข้าวหม้อแกงหม้อ หรือขนมอีกผลไม้อื่นๆ มาเลี้ยง น้อยบ้างมากบ้าง ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึง อีกคนก็ลืมง่าย… แต่คนที่ไปงานแล้วไม่ได้กินข้าวนั้น มักจะนำมาพูด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางที่เหตุการณ์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ก็ยังพูดถึง อ้างถึง…..”

    ปัญหาน้ำท่วม ก็เหมือนๆ กับปัญหาวัดๆ มีคนช่วยเหลือมาก แต่ก็มีคนอยากได้อย่างไม่ชอบธรรม… มีคนช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ก็มีคนที่ต้องการเพื่อเอาหน้า…. เป็นต้น ฯ

    ที่จริงสังคมก็เป็นอย่างนี้แหละ ไม่ว่าที่ไหน อย่างไร… คนเห็นแก่ตัวยังมีอยู่ทุกยุคสมัย เพียงแต่เราจะทำสังคมให้คนเห็นแก่ตัวน้อยลง และหรือ จะควบคุมคนเห็นแก่ตัวมิให้กำเริบ ได้อย่างไร ?

    ปัญหาวัดเล็กๆ อาจไม่ต้องใช้คนที่มีความสามารถและประสิทธิภาพของทีมงานมากนัก แต่ปัญหาของประเทศ จะต้องใช้คนและทีมงานระดับสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่………….. (อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นในใจได้)

    เอวัง ก็มีโดยประการฉะนี้
    เจริญพร

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 November 2011 เวลา 19:52
    กฐินวัดยางทอง อ.สงขลา วันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ใช่ไหมครับ
  • #3 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 November 2011 เวลา 21:35

    http://lanpanya.com/chaiwut28/?p=89

    เจริญพร


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.078265190124512 sec
Sidebar: 0.24043297767639 sec