ยินดีต้อนรับ…สู่บ้านที่ท่านไม่รู้จัก

โดย Logos เมื่อ 18 August 2011 เวลา 23:20 ในหมวดหมู่ สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 2728

เมืองไทยนี้ ถามใคร ต่างก็บอกว่ารัก แต่ถ้าถามว่ารู้จักเมืองไทยแค่ไหน อาจจะจนกลางกระดาน!

จากข้อมูลในปี 2553 เมืองไทยมี 76 จังหวัด (จังหวัดบึงกาฬ ตั้งในวันที่ 23 มีนาคม 2554 จึงไม่ได้นับเป็นจังหวัด ส่วนโครงสร้างอื่นๆ นับรวมกับหนองคาย) มี 927 เขต/อำเภอ/กิ่งอำเภอ มี 7,409 แขวง/ตำบล มี 74,944 หมู่บ้าน มี 1,241 เทศบาล และมี 6,685 อบต.

ถ้าบอกว่ารู้จักเมืองไทย — เอาเป็นว่าเคยคลุกคลีอยู่กับตำบล 3,704 ตำบล (ครึ่งหนึ่งของจำนวนตำบลทั้งประเทศ) โดยแต่ละตำบลนอนอยู่ 3 วัน (ซึ่ง 3 วันก็ไม่รู้จักตำบลนั้นหรอกนะครับ) เอาล่ะ ถ้าสมมุติว่ารู้จักตำบลนั้นดีใน 3 วันแล้ว จะต้องใช้เวลาต่อเนื่องกว่า 30 ปี กว่าจะไปได้ครบ

ดังนั้นเวลาฟังใครบอกว่า ต้องอย่างนี้เท่านั้น จึงดีที่สุดสำหรับเมืองไทย ผมสงสัยนะครับ

มีคนว่ามีความเหลื่อมล้ำกันมาก ซึ่งอันนี้คงจริง เพราะคนมั่งมี ก็มีจนเกินพอ ส่วนคนที่ไม่มี หันหน้าไปทางไหนก็เจอแต่ปัญหา

ครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทจดทะเบียนทำกำไรเกือบสี่แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.6% จากครึ่งแรกของปีก่อน เรื่องกำไรนี้ ท่านทำงานด้วยทุน กำลัง และสติปัญญาของท่านเอง กำไรก็เป็นของท่าน ชอบธรรมแล้วครับ — เพียงแต่อยากจะกระตุกขากางเกงว่า ถ้าท่านอยู่รอดเพียงคนเดียว โดยรอบข้างสูญสิ้นไปหมด ต่อให้มีเงินก็ซื้ออะไรไม่ได้นะครับ (หรือว่าท่านเคยปลูกข้าว เกี่ยวข้าว นวดข้าว สีข้าว ขายข้าว หุงข้าว?)

ตลาดหลักทรัพย์ (SET) มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 475 บริษัท ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) มีอีก 70 บริษัท แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะมีกำไร

สมมุติมี 300 บริษัทที่มีกำไร สามร้อยบริษัทนี้ แบ่งกันดูแลบริษัทละสามอำเภอ (อาจจะเว้นกรุงเทพก็ได้) ก็ครอบคลุมทั้งประเทศแล้วครับ แสดงให้เห็นหน่อยซิ ว่ากำไรที่ท่านได้มาจากธุรกิจทั่วประเทศนั้น ท่านยังมีอะไร “ให้” อีก นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ที่ท่านขายไป

ที่ว่า “ให้” นี้ ไม่ได้หมายถึงเงินหรอกครับ แต่ให้ความใส่ใจ ส่งพนักงานลงไปแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ ดีกว่าก่นด่าการศึกษาไทยตั้งเยอะ ขนาดงานที่ดูว่าไม่เกี่ยวเช่นบัญชี ก็ยังสอนบัญชีครัวเรือนได้ครับ สอนวิธีขาย สอนเครื่องมืออย่างง่าย สอนการจัดการ สอนการวางแผน สอนการรวมกลุ่มรวมพลัง สอนเรื่องการบริหารความเสี่ยง ยิ่งมีตำแหน่งใหญ่โต ก็ยิ่งน่ากระตุ้นให้ลงพื้นที่นะครับ ให้ไปเรียนรู้ว่ากว่าจะพลิกฟื้นชีวิตขึ้นมา จะต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง (จะได้เข้าใจพนักงานของตัวเองซะบ้าง — ที่จริงก็คงรู้ แต่อาจจะลืมไป เป็นใหญ่นานๆ แล้ว อัตตาบังความจริงไปหมด)

ถ้าบริษัทสปอนเซอร์รถตู้หนึ่งคัน จัดทีมพนักงานสี่คนลงพื้นที่ ให้ใช้เวลางานจันทร์ถึงศุกร์ (บวกเสาร์อาทิตย์หัวท้าย) รวมเก้าวัน ค่าใช้จ่ายของบริษัทจะสักเท่าไหร่กันครับ รวมค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ารถ+น้ำมัน อาจจะสักสองสามหมื่นต่อทริปเท่านั้นเอง น้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของ บจ. แต่เวลาที่พนักงานลงพื้นที่ ท่านมีโอกาสได้ทดสอบระบบตัวตายตัวแทน ลดความเครียดของพนักงานจากงานประจำได้ ให้โอกาสเขาได้สร้างความภูมิใจในตนเอง และท่านได้พนักงานที่มีความเป็นมนุษย์กลับมา

CSR แบบยกป้ายถ่ายรูปนั้น เลิกเสียเถิดครับ จริงใจหน่อย ถ้าหากให้ชาวบ้าน ก็ให้ความรู้ สร้างโอกาสใหม่ในชีวิตให้เขา การส่งพนักงานลงพื้นที่ เป็นเรื่องที่น่าลงในรายงานประจำปี มากกว่ามูลค่าการบริจาคของท่านเสียอีก

CSR ไม่ควรเป็นงบประชาสัมพันธ์ Justification เรื่องนี้ไม่ควรใช้ “มูลค่าโฆษณา” (คิดเป็นคอลัมน์-นิ้ว คูณกับอัตราค่าโฆษณาของสื่อนั้นๆ) ไม่ควรใช้ BSC หรือ KPI แต่ลองใช้ EVA ดูไหมครับ ยิ่งถ่ายทอดความรู้ออกไปจนสร้างผลกระทบได้สูง ก็ยิ่งดี เอาไปพิจารณาโบนัสด้วย ส่วนใครที่ตั้งเงื่อนไขว่าต้องอย่างนี้ต้องอย่างนั้นก่อน หรือว่าต้องซื้อโน่นซื้อนี่ ก็จะได้รู้ว่าแรงเอาชนะอุปสรรคไม่ค่อยมี

เรื่องนี้จะทำให้เห็นประจักษ์ ว่าคนที่ท่านคิดว่าดีนั้น จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ส่วนคนที่ท่านคิดว่าไม่ดี แต่ทำอะไรได้เยอะแยะนั้น เป็นเพราะท่านไม่ได้ให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมืออย่างเพียงพอหรือไม่

ถ้ามีดีจะให้ ให้ความรู้ ให้ความคิดซึ่งเป็นของดีซิครับ เงินทองข้าวของน่ะเรื่องเล็ก ให้แล้วก็หมดไป เมื่อใช้หมดแล้ว ผู้รับก็ทุกข์ยากเหมือนเดิม เค้าจำท่านไม่ได้หรอก

ป.ล. ผมเป็นอดีตซีอีโอ บจ. เคยใช้อย่างนี้มาหลายปี และได้ผลดีครับ เคยเขียนเล่าเรื่องไว้สี่ห้าปีก่อน ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว

« « Prev : เรือกู้ชาติ พับได้

Next : ผูกขาด » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 August 2011 เวลา 7:26

    บริษัท ใน สรอ. เขากระจายกันอยู่ในภูมิภาค เขาก็เลยต้อง csr โดยธรรมชาติ เช่น ให้เงินสนับสนุนกิจกรรมรร. ท้องถิ่น

    GM อยู่มิชิแกน Procter Gamble อยู่Ohio Dow Chemical อยู่ Minnesota โบอิ้งอยู่วอชิงตัน ก็กระจายกันไป ส่วนเรา กระจุกอยู่ที่มาบตาพุด แถมเป็นของต่างชาติเสีย 90% ใครมันจะมามีกระจิตใจมาช่วยเล่าครับ

    ผมถึงได้เขียนมา 10 ปีว่า ต้องสร้างอุตฯไทย ขึ้นมาในท้องถิ่น กระจายไปทั่วระแหงหัว

  • #2 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 August 2011 เวลา 7:50

    ผมได้เขียนไว้มากหลายแห่งว่า ปัญหาสำคัญที่สุดของผู้นำไทยคือ ไม่รู้จักพื้นฐานของคนในชาติตนเอง ส่วนคนต่างชาติก็ไม่รู้แต่ทำกระแดะว่ารู้ (เพราะไปเรียนเมืองนอกมาตั้งสามปี..แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นสามปีที่ไม่เคยสัมผัสรากหญ้าเมืองนอก อยู่แต่ในห้องเรียน)

    แถมไปมาสามปี กลับมาทำเป็นพูดไทยไม่ชัดซะงั้น

  • #3 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 August 2011 เวลา 14:33

    โดนใจค่ะ

    อ่านแล้วก็เทียบเคียงกับการ “ใหญ่โต” ของมหา’ลัย คณะ วิชาต่างๆ ที่มีค่าตัวชี้วัดมากมายว่าพัฒนา..ได้ค่าดัชนีแรงกิ้งมากมาย……แต่ได้คนทำงานที่เป็นกำลังเป็นซอมบี้ และกำลังจะเป็นซอมบี้ มากขึ้นเรื่อยๆ ….ใครขาดทุนถ้าไม่ใช่คนทั้งประเทศ??


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.03564190864563 sec
Sidebar: 0.15872001647949 sec