ไฮโซจุดไฟ

โดย Logos เมื่อ 29 April 2011 เวลา 0:36 ในหมวดหมู่ เทคโนโลยีชาวบ้าน #
อ่าน: 8238

เวลาจะก่อกองไฟ เรามักจะเอาเศษไม้แห้งมาก่อเป็นกอง เอาไฟแช็กจุดกระดาษหรือเศษใบไม้ให้เผาเศษไม้จนติดไฟ แต่ถ้าไม้ไม่แห้ง ก็เอาไฟแช็กเผามันไปเรื่อย ซึ่งทั้งร้อนทั้งเปลืองก๊าซในไฟแช็ก​ (ซึ่งหาได้ยากในภาวะขาดแคลน)

ไฮโซคงไม่เคยทำอะไรบ้านๆ แบบนี้ เผอิญบ้านเราก็มีไฮโซและผู้ที่พยายามจะเป็นเยอะเสียด้วยซิครับ พจนานุกรมคำใหม่ ให้คำจำกัดความคำว่า “ไฮโซ” ไว้ว่า “ผู้อยู่ในสังคมชั้นสูง” ซึ่งแปลเป็นภาษาชาวบ้านว่าผู้ที่ทำอะไรไม่เป็น หรือผู้ที่ทำเรื่องง่ายๆ ให้วุ่นวายเกินควร จะได้ดูดีมีสกุล โดยทั่วไป ไฮโซทำอะไรมานิดหน่อย ก็ต้องเอามาป่าวประกาศเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตที่ผู้คนควรจะรู้ไว้ (ก็พอเข้าใจได้ว่าไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน)

การก่อกองไฟโดยใช้เทียน เป็นทางออกที่ดีเหมือนกัน แต่ไฮโซไม่ใช้เทียนหรอกครับ นอกจากเวลากินข้าวแบบโรแมนติก ดังนั้นต้องใช้วิธีพิสดารให้สมกับสภาพไฮโซ

หลักการของเทียน

เราจุดเทียนเผาไส้เทียนจนเกิดความร้อน เนื้อเทียนซึ่งเป็นแว็กซ์หรือพาราฟินหรือขี้ผึ้ง ซึ่งเป็นไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนสูง (>25) ก็ละลายเป็นของเหลว ถูกไส้เทียนนำย้อนขึ้นสูงไปเผาไหม้ กลายเป็นไฟ ดังนั้นความร้อนและแสงสว่างที่เกิดขึ้น จึงเป็นการเผาไหม้เนื้อเทียน โดยที่ไส้เทียนหายไปทีละนิดเดียว

เลียนแบบเทียน

  • ใช้สำลี (ซึ่งบรรดาคุณไฮโซและไฮซ้อ อาจใช้สำลีแบบทีใช้เช็ดเครื่องสำอางค์ก็ได้) มาปั้นเป็นก้อนหลวมๆ
  • สำลีใช้แทนไส้เทียน — แต่การจุดไฟสำลีนั้นไม่ง่ายเหมือนจุดไส้เทียน เราเลยจุดสำลีเปียกแอลกอฮอล์แทน แต่แอลกอฮอล์เดี๋ยวค่อยใส่
  • ส่วนเนื้อเทียนก็ใช้วาสลีน (petroleum jelly หรือ petrolatum หรือ soft paraffin) แล้วแต่ว่าอะไรจะเรื่องมากกว่ากัน
  • เอาวาสลีนพอกก้อนสำลี
  • ใส่แอลกอฮอล์ในก้อนสำลีพอกวาสลีน พอหมาดๆ กลายเป็นก้อนเชื้อไฟ
  • ยิ่งแอลกอฮอล์มีความบริสุทธิ์มากก็ยิ่งดี ถ้าจะให้ยุ่งยากยิ่งไปกว่านั้น ก็ไปหาเอทิลแอลกอฮอล์ 95% (ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์) เค้าเรียกว่าเอทานอล
  • เอาก้อนเชื้อไฟใส่ถุงซิปล็อกหรือใส่ขวดแก้วที่มีฝาปิด เพื่อไม่ให้แอลกอฮอล์ระเหยไปหมด
  • แต่ถ้าคิดจะใช้น้ำมันแทนแอลกอฮอล์ ต้องบอกว่าไม่ดีครับ เพราะ petroleum jelly ละลายได้ในน้ำมัน

ก้อนเชื้อไฟนี้ มีสามเด้งคือการเผาแอลกอฮอล์ในตอนจุดไฟครั้งแรก การเผาวาสลีนเมื่อร้อนขึ้น และการเผาสำลีเมื่อเชื้อไฟหมดไปแล้ว; อาจจะติดไฟอยู่ได้ 5-10 นาที ถ้าเวลาแค่นี้ยังก่อกองไฟไม่ได้ ก็อย่าคิดทำอะไรเลยครับ อิอิ ไฮโซจริงๆ

ลองทำ

คือว่าผมใช้นามสกุลพระราชทาน ก็คงเป็นไฮโซเหมือนกันครับ เลยต้องลองทำดูว่าตัวเองเป็นเหมือนที่เขียนไว้ข้างบนหรือไม่

  1. ไปหาสำลีจากตู้ยามาสองก้อน
  2. ขับรถไปซื้อวาสลีนกระปุกเล็ก (ที่บ้านไม่มี)
  3. ส่วนแอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูงนั้น เคยซื้อมาเล่นใน [ทดลองแช่แข็ง]
  4. สำลีแต่ละก้อน แบ่งครึ่งเป็นแถบเล็กๆ สองแถบ ฉีกให้หยุ่นๆ (ขยาย)
  5. เอาปลายช้อนตักวาสลีนมาป้ายแถบสำลีบางๆ ป้ายด้านเดียวพอ ม้วนสำลีกลับเป็นก้อนให้วาสลีนอยู่ด้านนอก
  6. เอาใส่ขวดแบรนด์
  7. เอาแอลกอฮอล์สองฝา (2 ซีซี) ราดลงไปบนสำลีในขวดแบรนด์ ปิดฝา เขย่า สังเกตดูก็เปียกอย่างทั่วถึง

แล้วก็จุดไฟทดลอง

รูปซ้ายเป็นไฟจากฤทธิ์แอลกอฮอล์นาทีเดียวก็หมดฤทธิ์ รูปกลางเวลาผ่านไปสามนาทีเป็นไฟจากวาสลีน ที่จริงเปลวไฟยังสูงอยู่นะครับ แต่จังหวะที่ถ่ายมามันเป็นอย่างนี้เอง พอวาสลีนหมดได้ไม่นานไฟก็ดับ รูปซ้ายถ่ายเปลวไฟไม่ทันแต่เป็นการเผาไหม้สำลี รวมเวลาทั้งสิ้นห้านาทีครึ่ง

ถ้าหากต้องการเวลานานกว่านี้ ก็พอกวาสลีนให้หนากว่านี้ครับ

ส่วนสองรูปข้างล่างนี้ ลองจุดไฟใหม่อีกครั้งหนึ่ง ไม่รู้จะเห็นชัดเจนหรือเปล่า ผมจุดก้อนเชื้อไฟ “บนน้ำ” ครับ เอาน้ำหยอดลงไปที่ก้นกระป๋องซึ่งใช้เป็นเบ้าสำหรับเผา จุดไฟแล้วทิ้งก้อนเชื้อไฟลงไปในน้ำ ไฟไม่ดับ แถมมีเสียงเปรี๊ยะๆ (สะเก็ดสีขาวในรูปขวา) เพราะวาสลีนเดือดเจอกับน้ำซึ่งซึมผ่านสำลีขึ้นมา

เวลาหยิบก้อนเชื้อไฟออกมาจากขวด อย่าลืมว่ามันเปียกแอลกอฮอล์และแอลกอฮอล์ติดไฟได้ อย่าเอามือนั้นไปจุดไฟแช็ก จะให้ปลอดภัย ใช้ไม้เขี่ยสำลีออกมาดีกว่า

ก้อนเชื้อไฟแบบนี้ช่วยไม่ให้คนอื่นเห็นว่าท่านไฮโซ๊ไฮโซ ที่เวลาจะก่อกองไฟกองหนึ่ง ต้องใช้ไม้ขีดครึ่งกลัก! (อย่าไปกลัวใครเค้าว่าอะไรเลย แต่ควรกลัวถ้าใช้ไม้ขีดทีละครึ่งกลัก)

« « Prev : แผ่นดินเคลื่อนสับสน

Next : ตรวจปริมาณฝนระยะไกล » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 April 2011 เวลา 1:46

    พวกหิวโซทำอย่างนี้ครับ
    เตรียมเชื้อไฟตามปกตินั่นแหล่ะ
    ใช้ขี้ไต้-ใช้ไม้สนเกี๊ยะ-ใช้เมล็ดมะม่วงหิมมะพานต์
    ตัวใดตัวหนึ่งที่หาง่ายสะดวกใส่ตรงจ่อจุดไฟ
    จุดไฟปับ ติดปุบ เลยละขอรับ  หึ หึ

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 April 2011 เวลา 2:45
    สำหรับไฮโซ สงสัยว่าจะไม่มีอะไรง่ายเลยครับ อิอิ
  • #3 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 April 2011 เวลา 21:49

    พอเห็นหัวข้อ ทำให้นึกชีวิตวัยเด็ก ในฐานะเป็นพี่ชายคนโต (ต้องดูแลน้องที่อ่อนกว่า 6-7 ปี สองคน) มีหน้าที่ต้องหุงข้าวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็จำไม่ได้ (อาจเริ่มต้นก่อนเข้าโรงเรียนก็ได้)… ไม่มีใครอยู่บ้านต้องทำเอง ส่วนกับข้าวไม่มีปัญหา ที่บ้านเลี้ยงเป็ด (ใต้ถุนบ้านเป็นเล้าเป็ดร้อยกว่าตัว) หุงข้าวแล้วล้างไข่เป็ด 2 ฟองใส่ลงไปตอนข้าวเดือด 1 ฟองสำหรับพี่คนโต ส่วนอีกฟองแบ่งให้น้องคนละครึ่ง…

    ที่บ้านค่อนข้างมีฐานะจึงใช้ถ่าน (บ้านอยู่ริมทะเลสาบสงขลา ไกลทุ่งนาออกไป โดยมากบ้านใกล้เรือนเคียงที่ไม่ขัดสนเกินไป มักจะซื้อถ่านสำเร็จรูปมาใช้ ส่วนไม้ฟืนก็ชื้อจากพวกชาวเกาะที่นำมาขาย บางครั้งถ้ามีเวลา ที่บ้านก็อาจซื้อฟืนมาเผาถ่านเอง… ส่วนบ้านที่ค่อนข้างขัดสน มักจะเดินไปหางวงตาลหรือก้านตาลมาใช้เป็นฟืนจากทุ่งนา ระยะทางใกล้ที่สุดก็ประมาณครึ่งกิโล)

    ปัญหาก็คือ เหยื่อไฟต้องใช้เศษไม้เล็กๆ โดยผ่าหรือถากจากไม้ฟืนดุ้นโตๆ ใช้กระดาษจุดไฟให้ติดแล้วเอาเศษไม้เล็กๆวางบนกระดาษที่ติดไฟ แล้วค่อยๆ เอาถ่านวางลงไป โดยเอาถ่านที่เคยใช้แล้วซึ่งเก็บในหม้อดินปิดฝาไว้มาวางไว้บนเศษไม้ที่ติดไฟก่อน แล้วค่อยๆ วางถ่านใหม่ๆ ก้อนใหญ่ ลงไปอีกครั้งหนึ่ง….
    …ด้วยความเป็นเด็กและขี้เกียจ อีกทั้งฉลาดในเรื่องโง่ๆ จึงมักจะไม่ค่อยผ่าไม้ฟืนให้เป็นเหยื่อไฟชิ้นเล็กๆ จึงมักจะแอบราดน้ำมันก๊าซในตะเกียงใส่ไปที่ฟืนและถ่าน พอหมดฤทธิ์น้ำมันก๊าซ ไฟก็ดับ ถ่านก็ไม่ติด จึงต้องราดซ้ำอีกครั้งและอีกครั้ง… ทำนองนี้ บ่อยๆ จำได้ว่า เมื่อผู้ใหญ่ผ่านมาเห็นมักจะโดนดุเสมอ (แต่เพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน มักจะใช้วิธีฉลาดแต่โง่ทำนองนี้เหมือนกัน บางคนก็โดนเฆี่ยนเพราะน้ำมันก๊าซหมด)… สมัยนั้น น้ำมันก๊าชขวดละบาท จัดว่าเป็นขอแพง
    … การก่อไฟในวัยเด็ก เป็นปัญหาใหญ่ทุกครั้ง เมื่อไม่มีเศษไม้เล็กๆ ที่ใช้เป็นเหยื่อไฟ สาเหตุก็คือ ขี้เกียจ แต่ฉลาดในเรื่องโง่่ (…………)

    ต่อมา ได้ไปเที่ยวท้องถิ่นที่มีสวนยางพารา เค้าใช้เศษยาง เท่าหัวแม่เท้าจุดไฟ แล้วก็ค่อยๆ วางถ่านลงไป ก็สามารถก่อไฟได้… ในสมัยนั้น เกิดความรู้สึกว่า ง่ายจังเลย ! ถ้าแถวบ้านเรามีสวนยาง จะได้ก่อไฟโดยสะดวก….

    เรื่องนี้ ไม่เคยลืมเลย คงจะฝังใจเพราะเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบในวัยเด็ก….

    เจริญพร

  • #4 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 April 2011 เวลา 13:26

    ผมท้า doc ปริญญาเอกฟิสิกส์ หรือ เครื่องกล เคมี มานาน ว่า ให้เวลาท่าน 1 วันเอาไม้ไผ่มาสีกันให้ติดไฟตามที่เรียนมาแต่ม. ๔ …รับรองว่าทำไม่ได้แน่

    ผมเองก็เคยลองมาแล้ว จนกล้ามโป่ง เหงื่อย่อย ก็ทำไม่ได้ พอมาเห็นเทคโนฯชาวบ้าน ผมแทบกราบตะรีน

    แสดงว่าคนไตโบราณรู้ซึ้งซึ่งหลักการทางฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์อย่างเหลือเชื่อ เชื่อ เชื่อ เชื่อ ………….

  • #5 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 April 2011 เวลา 21:29
    เจอตะบันไฟเข้าไป คงมึนครับ

    ความรู้แห้งๆ ความรู้มือสอง ความรู้ตามทฤษฎี เมื่อถึงเวลาที่จะต้องใช้ อาจใช้ไม่ได้เพราะไม่เคยลองใช้ ไม่รู้ข้อจำกัด และไม่รู้บริบท พลิกแพลงก็ไม่เป็นอีกต่างหาก — อย่างนี้ รู้กับไม่รู้แทบไม่ต่างกันเลย คือเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้อยู่ดี

  • #6 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 May 2011 เวลา 13:57

    ไม้ไผ่ที่จะสีกันให้ติดไฟได้นั้น เขาบากเป็นรูปตัว V เจาะรูกลมตรงกลาง เอาขุยไผ่อัดไว้  แล้วไม้ที่จะเอามาสีเขาทำเป็นคมมีด สีไปตรงร่องตัว V จนขุยไผ่ติด

    หลักการดังกล่าวเต็มไปด้วยเทคโนโลยี ที่น่าทึ่งมากๆ ครับ ไม่เคยเห็นที่ไหนในโลก นอกจากเมืองไทย (เคยดูสารคดีการติดไฟโบราณ ก็ไม่มีแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นการเอาแท่งไม้มาหมุนด้วยมือ ลงไปในรูที่เจาะไว้)

    แต่หนังสือมัธยมไม่เคยบอกละเอียดเช่นนี้เลย ทำให้ doc แบบผมอยากลอง เอาดุ้นไม่ไผ่สองดุ้นมาสีกัน จนเหงื่อย้อยก็ไม่ติด โง่จริงเรา

  • #7 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 May 2011 เวลา 22:00

    การลงมือทำสำคัญจริงๆค่ะ  ป้าหวานไม่เคยทำ ก่อไฟไม่เป็นจริงๆ  ตอนแต่งงานมาใหม่ๆ ลองหัดใช้เตาถ่าน ก่อเป็นนานสองนานก็ไม่ติด ไม้ขีดหมดไปครึ่งกล่อง เพราะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ (ไม่บอกว่ามาก..) ไม้ฟืนที่ตลาดขายเป็นมัดๆ แล้วก็ถ่าน  555 กว่าจะเรียนรู้ จนก่อเป็น  …. ยากกว่าชู้ตบาสหลายเท่าเลย แต่พอทำเป็นแล้ว..อ๋อ.ง่ายๆอย่างนี้นี่เอง..


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.30527186393738 sec
Sidebar: 0.30686211585999 sec