เหตุเกิดที่กรุงชิง-นบพิตำ

โดย Logos เมื่อ 9 April 2011 เวลา 0:45 ในหมวดหมู่ การจัดการความรู้, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 3937

กรุงชิงมีสภาพเป็นที่ราบผืนเล็กที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงทุกทิศทาง เคยเป็นฐานการก่อความไม่สงบมาก่อนเนื่องจากเข้าถึงได้ลำบาก — นบพิตำเป็นที่ราบสุดท้ายก่อนเข้าไปกรุงชิง โดยต้องเลาะไปตามโตรกเขา ซึ่งมีทางน้ำไหลอยู่

ขอให้พิจารณากรุงชิงก่อนนะครับ เกิดฝนตกหนักในปริมาณเกินวันละ 100 มม. 6 วันติดต่อกันโดยไม่หยุด (NASA อ้างว่ารวมประมาณ 1,200 มม.) ถ้ายืนอยู่ที่ราบ น้ำฝนปริมาณนี้ยังท่วมเข่า-น่อง-เอว-อก เลยนะครับ แต่ภูมิประเทศของกรุงชิง มีที่ราบเล็กๆอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยภูเขาทั้งด้านเหนือและด้านใต้ เมื่อฝนตก ฝนไม่ได้ตกเฉพาะในที่ราบ แต่ตกบนเขาด้วยปริมาณที่พอๆ กัน ซึ่งน้ำฝนที่ตกบนเขา ก็ต้องไหลลงมาที่ต่ำด้วยแรงดึงดูดเป็นธรรมดา

ถ้าประมาณว่าที่ราบของกรุงชิงเป็นหนึ่งส่วน พื้นที่ภูเขาทางด้านเหนือ ซึ่งรับน้ำฝนที่เทน้ำลงมาที่ราบกรุงชิงเป็นหนึ่งส่วน ทางใต้มีอีกหนึ่งส่วน ปริมาณน้ำที่ที่ราบของกรุงชิงรับ กลายเป็นสามเท่า; ที่ขอบบนของแผนที่ ฉลองก็น่าจะมีอาการเดียวกันครับ

เมื่อน้ำท่วมกรุงชิงแล้ว ทางระบายน้ำตามธรรมชาติ ก็คือคลองเส้นเล็กๆ อันคดเคี้ยวเพียงไม่กี่เส้น ซึ่งไม่พอหรอกครับ น้ำที่ถล่มกรุงชิง ไหลไปตามคลองกลายตามโตรกเขา เป็นน้ำป่าไปยังนบพิตำซึ่งตั้งขวางอยู่ - กรุงชิงเจอปริมาณน้ำฝน เจอดินโคลนถล่ม การติดต่อสื่อสารยากลำบาก ออกมาขอความช่วยเหลือก็ยาก; นบพิตำเจอน้ำป่าจากกรุงชิงถล่มด้วยความรุนแรง น้ำป่ามา สะพานข้ามคลองจะเหลือหรือครับ…และแล้วภัยพิบัติก็เกิดขึ้น

การระบายน้ำด้วยคลองคดเคี้ยว ทำได้ช้า แถมด้วยปริมาณน้ำฝนซึ่งตกในแต่ละพื้นที่อีก น้ำจึงลดได้ช้ามาก

จริงอยู่ที่ปริมาณน้ำฝนครั้งนี้ มากมายผิดปกติ แต่เมื่อผิดปกติได้ครั้งหนึ่ง ก็ผิดปกติซ้ำได้ หรือจะไปผิดปกติที่อื่นก็ได้

มีข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งว่าภูมิประเทศที่ตั้งถิ่นฐาน มีความเสี่ยงตามธรรมชาติที่ควรจะรู้ล่วงหน้า พื้นที่อื่นในเมืองไทยที่มีภูเขาล้อมรอบ ตั้งอยู่ใกล้ทางน้ำ ก็มีความเสี่ยงแบบเดียวกันครับ จะต้องหาทางเตรียมรับมือเอาไว้ล่วงหน้า อย่าไปภูมิใจเลยว่ามีรีสอร์ตอันสวยงาม อากาศดีเลยครับ โดนเข้าครั้งเดียว อาจหมดตัวได้นะครับ

มนุษย์ต้านทางภัยธรรมชาติไม่ไหว แต่ยังพอเลือกถิิ่นฐานอาชีพสภาพแวดล้อมได้ เข้าใจความเชื่อมโยงของธรรมชาติ แล้วเลือกอย่างฉลาดเถิดครับ

« « Prev : ระวัง-ยิง-เล็ง

Next : พลวัตของการบรรเทาทุกข์ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 April 2011 เวลา 1:01

    อ่านไปก็คิดไป…

    เกิดมาได้ยินคำว่า “น้ำป่า” เมื่อไหร่ก็จำไม่ได้ แต่ไม่เคยเจอเลย จินตนาการแล้ว ก็พอจะคาดหมายได้ว่าน่ากลัว…

    สมัยก่อนกรุงชิงและนบพิตำ ก็คงจะมีน้ำป่าเกิดขึ้นแล้ว แต่สภาพแวดล้อมในสมัยก่อนต่างจากปัจจุบัน คนสมัยก่อนมีวิธีรับมือกับน้ำป่าในสมัยก่อน … เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป การรับมือแบบสมัยก่อนก็ต้องเปลี่ยนไป…

    มาเทียบเคียงหาดใหญ่ เมืองที่เคยอยู่ สามสิบปีก่อนตอนยังเป็นวัยรุ่น ไม่ไกลจากสี่แยกน้ำพุ เป็นที่ลุ่ม คนพายเรือปลูกผักบุ้ง เรียกกันว่านาผักบุ้ง บางส่วนที่ลึกๆ ก็กว่าสองเมตร… เดียวนี้ เป็นตึกสิบกว่าชั้น…
    เมื่อครู่ฟังโยมในงานคุยกันเรื่องน้ำท่วมว่า ครั้งนี้ หาดใหญ่ขึ้นธงเหลืองแล้ว แต่ก็ไม่ท่วม…
    การที่มีระบบธงเตือนภัยหาดใหญ่ เป็นต้น ก็คือวิธีการอย่างหนึ่งที่สร้างขึ้นมา เป็นการปรับตัวหลังจากน้ำท่วมหาดใหญ่และเสียหายหนักหลายครั้ง…

    อ่านบันทึกนี้ ก็ได้ความคิดขึ้นมาอย่างนี้… คนมีค่าน้อย ต้องใช้คนจำนวนหนึ่งเสียสละ เพื่อเป็นบทเรียน ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า…

    เจริญพร

  • #2 ลานปลาหมึก » สงกรานต์ที่กรุงชิง : คนไทย มีน้ำใจ ไม่ทิ้งกัน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 April 2011 เวลา 15:28

    [...] คลิก เหตุเกิดที่กรุงชิง-นบพิตำ จึงทำให้สะพานฟัง เส้นทางตัดขาด [...]


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.091089010238647 sec
Sidebar: 0.19717311859131 sec