ข้อคิดส่งท้ายปีวัวดุ - แก้อาการสะกดจิตตัวเอง

โดย Logos เมื่อ 31 December 2009 เวลา 21:53 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา #
อ่าน: 3366

ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ทั้งขอขอบใจท่านเป็นอย่างมากที่วิตกห่วงใยในการเจ็บป่วยของข้าพเจ้าและ แสดงออกโดยประการต่างๆ จากใจจริง ที่จะให้ข้าพเจ้าหายเจ็บป่วยและมีความสุขสวัสดี

ความสุขสวัสดีนี้ เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่งของคนเรา แต่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถและสติปัญญา ในการประพฤติปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล

ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ชาวไทยทุกคนได้ตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงแน่วแน่ ที่จะประพฤติตัวปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ โดยมีสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือจะคิดจะทำสิ่งใด ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีให้รอบคอบ ทำให้ดี ให้ถูกต้อง

ข้อสำคัญจะต้องระลึกรู้โดยตระหนักว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้น เป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลัก ในการประพฤติตัวและปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริง ซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน ความสุขสวัสดีจักได้เกิดมีขึ้น ทั้งแก่บุคคล ทั้งแก่ชาติบ้านเมืองไทย ดังที่ทุกคนทุกฝ่ายได้ตั้งใจปรารถนา

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากโรคภัย ให้มีความสุขกายสุขใจและความสำเร็จสมประสงค์ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน


ทุกคนต่างมีปัญหาของตัวทั้งนั้น แต่เมื่อต่างคนต่างนำปัญหาของตนมารวมกัน กลายเป็นปัญหาที่ซับซ้อนจนไม่มีใครแก้ไขได้สักคน… ต่างก็รู้ดี แม้จะไม่ค่อยยอมรับกัน

หลายสิบปีที่ผ่านมา ภายใต้ระบบการศึกษาแบบที่เป็นอยู่ สร้างความคุ้นเคยว่าจะมีคำตอบเสมอ เป็นคำตอบเดียวเดียวที่ถูกต้องที่สุด และเป็นคำตอบที่ทำให้ได้คะแนนในข้อนั้น… ในชีวิตจริง ไม่แน่ว่าสำหรับทุกคำถาม จะมีคำตอบที่สมบูรณ์ หรือเป็นอุดมคติแบบนั้น… ทุกปัญหาที่เผชิญอยู่ อาจไม่มีคำตอบที่ทำให้พอใจ ยิ่งเป็นปัญหาซับซ้อน ก็มักจะยิ่งหาทางออกที่ทุกคนพอใจได้ยาก

แต่ว่า

ที่แน่ๆ คือทุกข์ สุข เป็นอารมณ์อยู่ในใจ เกิดขึ้นและดับไปเป็นธรรมดาทั้งสุขและทุกข์ เวลาเดือดร้อนจะเป็นจะตาย โวยวาย อาละวาด เบียดเบียนคนอื่นไปทั่ว แต่ก็ไม่เห็นตายสักที

เพียงแต่ไม่คิดเรื่องทุกข์ ก็ไม่รู้สึกทุกข์แล้ว… อืม พูดง่ายแต่ทำยากนะครับ… ผมได้แต่เตือนว่าการมามัวนั่งจมอยู่กับทุกข์ เป็นการทำร้ายตัวเอง และไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย… ไม่ทำ ไม่เปลี่ยน ไม่แก้ แล้วจะพ้นจากเหตุแห่งทุกข์ได้อย่างไร จะให้ใครมาแก้ไขให้

คิดเหมือนเดิม -> ทำเหมือนเดิม -> ผลเหมือนเดิม

สวัสดีปีใหม่ครับ

« « Prev : เฮฯ มงคล @ภูเก็ต - สรุป

Next : การจัดสรรความถี่สาธารณะ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 January 2010 เวลา 5:10

    ปีใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่ ผลลัพธ์ใหม่
    ทบทวนเรื่องใหม่ แคว๊กๆ

  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 January 2010 เวลา 9:55

    หึหึหึที่ผ่านมาต่างคนต่างทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นเป้าหมายของตัวเอง แต่ไม่มีเป้าหมายร่วมในภาพรวมทั้งประเทศมันก็เป๋

    กราบข้อคิดจากพระองค์ท่านด้วยจิตคารวะจากใจ

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

    …และสวัสดีปีใหม่ค่า

  • #3 ป้าจุ๋ม ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 January 2010 เวลา 14:43

    -ขอมากราบรับพรจากพระองค์ท่านอีกครั้งค่ะ หลังจากที่ได้ตั้งใจรับมาแล้วเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค. 52  เวลา 2 ทุ่ม ตอนนั้นป้าจุ๋มรับพรจากพระองค์ท่านที่เขื่อนสิริกิติ์  บรรยากาศในวันนั้น…ซาบซึ้งใจมากและได้ตั้งใจว่าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมต่อไปอีกตามกำลังความสามารถที่จะทำได้ค่ะ…
    -ค่ะตามที่พระองค์ท่านตรัสไว้  “ประโยชน์ส่วนรวมนั้น เป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลัก ในการประพฤติตัวและปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริง ซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน ความสุขสวัสดีจักได้เกิดมีขึ้น ทั้งแก่บุคคล ทั้งแก่ชาติบ้านเมืองไทย ดังที่ทุกคนทุกฝ่ายได้ตั้งใจปรารถนา” อยากให้คนไทยกลับมาอ่านตรงนี้และคิดอีกหลายๆรอบค่ะ
    -หลังจากอ่านแล้วก็อาจจะคิดได้บ้างว่าคนที่บอกว่าจะมาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาตินั้น แต่จะทำลายชาติทุกรูปแบบให้ย่อยยับก่อนแล้วค่อยมาสร้างใหม่กระนั้นหรือ???  คิดๆๆๆคิดดูให้ดี เราน่าจะช่วยกันประคับประคองประเทศชาติเรียกว่าคนละไม้คนละมือ ใครมีกำลังมากก็ออกแรงมากหน่อย แต่ใครที่ไม่ค่อยมีกำลังก็ประคับประคองตัวเองอย่าให้เป็นภาระสังคม ประเทศเราน่าจะไปรอดค่ะ…

  • #4 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 January 2010 เวลา 21:59
    ผมมีข้อสมมุติฐานอย่างหนึ่งครับ เวลาคนทะเลาะกันและตะเบ็งเสียงใส่กัน เสียงของตัวเองกลบเสียงคนอื่นหมด (ผ่านช่อง Eustachain tube)

    คนที่กำลังพูด จึงฟังคนอื่นไม่รู้เรื่อง แถม”มีเหตุผล”เสียอีก ก็เลยพยายามแย่งทุกคนพูด (ซึ่งขึ้นกับการพัฒนาตั้งแต่วัยเด็กด้วย-อาจจะขาดความสำคัญมาตั้งแต่เด็ก) และไม่ได้ฟังใคร

    ในเมื่อไม่ได้ฟัง จะรู้ได้อย่างไรว่าจุดยืนของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ตรงไหน จะเป็นเรื่องน่าสมเพชมากหากทะเลาะกันแทบเป็นแทบตาย ท้ายที่สุดพบว่าต้องการสิ่งเดียวกัน ยังไงก็ตาม เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาท มักเป็นเรื่องของอัตตาเสมอๆ นะครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.49855589866638 sec
Sidebar: 0.6981840133667 sec