ท้องฟ้าสวย

ไม่มีความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 23:58 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 151

ท้องฟ้าสวยใกล้พระอาทิตย์ตกดินที่ขลุง จันทบุรี วันมาฆะบูชา

ท้องฟ้าสวยย่ำค่ำที่ร้านRimpha Larin ชลบุรี

ท้องฟ้าสวยย่ำรุ่งที่สวนนงนุช

สืบเนื่องมาจากท้องฟ้าสวยของคุณบางทราย(ที่สวยจริงๆค่ะ) ทำให้ป้าจุ๋มอยากนำภาพท้องฟ้าสวยมาอวดบ้าง(เกือบสวย…อิอิ) ภาพเหล่านี้เพิ่งถ่ายมาในช่วงวันมาฆะบูชาค่ะ ในรายการพาลูกรักตระเวณกินอาหารทะเลให้หายอยากค่ะ…ความจริงของจริงสวยซึ้งมากแต่ถ่ายมาอวดได้สวยแค่นี้เองค่ะ


เมื่อลูกรักหนีหนาวกลับบ้าน(ตอนที่2)

10 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 2 มีนาคม 2010 เวลา 17:26 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 197

เมื่อรู้ข่าวแน่แล้วว่าลูกรักจะกลับมาแม่ก็เตรียมตัวเตรียมบ้านเพื่อให้ดูดี(เพราะบ้านหลังใหม่เขาเป็นผู้ออกแบบให้ และยังไม่เห็นบ้านตอนสร้างเสร็จแล้วค่ะ) และยังเตรียมต้นไม่รอบๆบ้านพยายามเร่งบำรุงและจัดการใส่ปุ๋ยเพื่อให้เขาได้ออกดอกช่วงที่ลูกกลับมา ดูเหมือนต้นไม้จะเล่นด้วย ก็พยายามมาออกดอกตอนนี้ให้ได้สดชื่นกันค่ะ ดอกจำปีสีนวลข้างบ้านต้นโตตั้งนานแล้วไม่ยอมออกดอก จนหวานใจบ่น แต่ตอนนี้ออกดอกเต็มต้นเลยค่ะ และที่แปลกค่ะคือมีดอกเข้าพรรษาปกติจะออกดอกช่วงก่อนเข้าพรรษา แต่นี่จนออกพรรษาจะเข้าอีกรอบแล้วยังออกดอกอยู่เลยค่ะ แปลกแต่จริงค่ะ(ภาพที่อยู่ใต้ดอกบัวค่ะ)  ส่วนแม่เอหยีก็รู้ว่าคุณกุ้งรักหมาในวันที่คุณกุ้งจะมาถึงก็จับเจ้า 3 ตัวมาอาบน้ำแชมพู เป่าผม หวีผมเสียหอม ดูน้องหมาๆก็ให้ความร่วมมือดีเช่นกัน ยืนให้เกาให้ถูอย่างดีแล้วเอหยีสั่งห้ามไปซนๆด้วยเดี๋ยวจะมอแม(หมายถึงมอมแมม…แต่เอหยีพูดมอแมค่ะ…)

ภาพข้างบนคือดอกจำปีที่ต้องถูกบ่นจึงออกดอกแต่ก็ออกเต็มต้นเลยค่ะกลิ่นหอมมากค่ะ ยังมีดอกแก่นตะวันที่อ.แป๋วให้นานแล้วก็หลบอยู่นานตอนแรกคิดว่าตายแล้ว แต่แล้วก็มาขอออกดอกด้วย ดอกเขาน่ารักมากค่ะ มีดอกช้องแมวนี่เป็นสมุนไพรค่ะ(ผลของเขานะคะเมื่อแก่หรือสุกนำมาเชื่อมกับน้ำตาลกรวดเป็นยากัดเสมหะในลำคออย่างดีค่ะ) และอีกชนิดคือดอกกาหลงสามสี ดอกเขาเปลี่ยนสีจากแรกแย้มเป็นสีขาว แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ตอนแก่เป็นสีม่วงค่ะ มองไปทั้งต้นรวมๆแล้วมี3สีพร้อมๆกัน  คิดว่าหลายท่านคงมีปลูกไว้บ้างแล้ว


เมื่อลูกรักหนีหนาวกลับมาบ้าน(ตอนที่1)

4 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 2 มีนาคม 2010 เวลา 10:28 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 200

เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้ไปเยี่ยมลูกรักพร้อมทั้งเข้าร่วมในพิธีรับปริญญาโอกาสที่เรียนจบด้วย ก็ชื่นใจกันทั้งบ้านค่ะ ช่วงนี้อากาศที่นั่นหนาวมากแม่ก็เลยยุส่งเลยว่ากลับมาบ้านเราดีกว่า ทุกคนเห็นดีด้วยก็เลยมีวันนี้ค่ะคือลูกได้กลับมาเยี่ยมบ้านตามที่แม่หวังไว้ค่ะ

 

 


“พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว”

2 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 13 กุมภาพันธ 2010 เวลา 19:00 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 181

“พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านทางแดง ต.แค้มป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เริ่มก่อสร้างราวปี 2547 ค่ะ ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโดยรอบ ที่มาของคำว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีว่าชาวบ้านทางแดงมักเห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้าและลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่พระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา ถือว่าเป็นสถานที่ที่เป็นมงคล มีความศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาก็เรียกตามๆกันว่า “ผาซ่อนแก้ว”  พุทธสถานนี้ตั้งอยู่ในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงได้ชื่อว่า “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว”ค่ะ

พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้วนี้ เป็นที่วิเวกสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งความเบิกบานของธรรมชาติจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกดสมาธิ เรียกว่าความสุขทำให้เกิดสมาธิ สมาธิจะทำให้เกิดปัญญา สถานที่นี้จึงเหมาะต่อการปฏิบัติธรรม  หลักการปฏิบัติธรรมที่นี่จะเน้นความเรียบง่ายเป็นหลักเพื่อให้รู้จัก”ฐานที่ตั้งของสติ” ตั้งแต่กาย ซึ่งเรียกว่ารูปธรรม และนามธรรม ตั้งแต่ อารมณ์ จิตใจ ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลา ดังนั้นคำสอนหลักของการปฏิบัตฺธรรมที่พุทธธรรมสถานฯนี้เน้นเพื่อให้รู้จักหลักของการเจริญสติปัฏฐาน 4 เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

สถานที่สำคัญมี 1. เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชธรรมนฤมิตร วัตถุประสงค์การสร้างเจดีย์นี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี มีพระพุทธรัตนประทีปที่งดงามมากประดิษฐานอยู่ค่ะ 2. ศาลาปฏิบัติธรรม(ศาลาพระหยกเขียว)หรือพระพุทธเลิศรัตนโชติมณี เป็นพระพุทธรูปหยกปางมารวิชัย เป็นศิลปสมัยเชียงแสนที่งดงามมาก 3.พระพุทธรัตนสัมฤทธิ์ผล หรือพระหยกขาว เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิเพชร สร้างตามรูปแบบคันธาระ งดงามมากอีกเช่นกัน 4.ลานพระสิวลี 5. ลานโพธิ์ มีต้นศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยาประเทศอินเดีย

ยังมีธรรมชาติที่งดงามอีกมากที่ไม่สามรถบรรยายได้หมดค่ะ การที่ป้าจุ๋มมีโอกาศดีมาปฏิบัตฺธรรมในครั้งนี้นับเป็นบุญค่ะ ในช่วงสนทนาธรรมกับพระอาจารย์อำนาจ โอภาสี เป็นช่วงที่มีคุณค่ามาก ท่านเป็นศิลปินที่ยิ่งกว่าอัจฉริยะ สามารถนำศิลปมาประยุกต์กับศาสนาได้อย่างแยบยล ท่านมีวิธีอธิบายธรรมะที่ใช้ได้ตรงกับชีวิตจริง  บางอย่างตรงกับชีวิตจริงของตัวเอง อย่างคำว่า “สัจจอธิษฐาน” ในสิ่งที่ชอบธรรม  หากจะอธิษฐานต้องมีสัจจะที่จะทำในสิ่งที่ได้อฐิษฐานไว้ให้สำเร็จและอย่าท้อแท้ อย่าละความพยายามก็จะสำเร็จ มีหลายอย่างในชีวิตที่ผ่านมาได้ปฏิบัติธรรมะโดยไม่รู้ตัว ทำไปตามธรรมชาติที่คิดว่าดี มีปัญหาก็อดทนหาวิธีแก้ปัญหาด้วยเหตุผลและทางออกที่ถูกต้อง  มีหลายอย่างที่สำคัญก็สำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้  มานั่งนึกดูสิ่งที่ผ่านมานั้นได้บทเรียนจากคนใกล้ตัวที่สุดคือพ่อ-แม่  ปู่-ย่า  ตา-ยาย โชคดีตอนเด็กๆได้ใกล้ชิดได้เห็นตัวอย่างที่ดีจากการปฏิบัติจริงของท่าน พอจำได้บ้างพอเราเจอปัญหาก็นำมาประยุกต์ใช้    อยากให้ทางการศึกษาตั้งแต่ประถมจนถึงระดับอุดมศึกษาได้บรรจุหลักสูตรวิชาธรรมะศึกษาเข้าไปด้วย ให้เด็กได้ซึมซับตั้งแต่เด็กจนโต ปัญหาในบ้านเมืองคงจะไม่มีมากมายเช่นทุกวันนี้

  ธรรมะที่พระอาจารย์อำนาจท่านสอนนั้นตกผลึกจากชีวิตจริงทั้งหมด ท่านจึงสอนได้ชัดเจน แม่นยำและมั่นใจ ได้สติและปัญญาเกิดขึ้นหลายอย่าง นับเป็นบุญที่ได้ไปปฏิบัตฺธรรมที่ผาซ่อนแก้วในครั้งนี้ ขอกราบพระอาจารย์อำนาจ โอภาสีด้วยความเคารพค่ะ และขอกราบพระอาจารย์อุทัย(พระครูสุวิมลกาญจนวัฒน์)ด้วยความเคารพเช่นกันค่ะ สุดท้ายขอบคุณนพ.สุธี ตระกูลฮั่น และขอขอบคุณเทศบาลนครพิษณุโลก ที่ช่วยให้ป้าจุ๋มได้ไปปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ค่ะ ขอให้บุญกุศลที่ได้จากการไปปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ได้ส่งผลให้ทุกท่านมีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตทุกท่านค่ะ


ห่วงใยสุขภาวะคนไทย(ตอน1.สารพิษตกค้างในผัก ผลไม้นำเข้า)

9 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 22 ธันวาคม 2009 เวลา 11:44 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 333

-ระยะหลังนี้คนไทยให้ความสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะอย่างไรเสียการดูแลตัวเองไม่ให้มีสุขภาพดีไม่ให้เจ็บป่วยนั้นย่อมดีกว่าการรักษาแน่นอนค่ะ แต่คนไทยเรานั้นบางครั้งเมื่ิอฮิตอะไรขึ้นมาแล้วมักจะทำแบบว่าสุดโต่งเลยทีเดียว จนบางครั้งเรียกว่าขาดสติไปเลยก็ได้ อย่างช่วงที่ฮิตกินผักเพื่อสุขภาพก็จะกินจำเจซ้ำซากจนน่าเป็นห่วงว่าจะมีการขาดอาหารในภายหลัง แต่ถ้ารอให้มีการแสดงอาการขาดอาหารก็เกือบสายไปเสียแล้ว จะอย่างไรก็ขอเตือนสติพี่น้องสักนิดค่ะว่าอย่าลืมหลักโภชนาการว่าในหนึ่งวันนั้นร่างกายเราต้องการอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเท่าใดด้วยเช่นคาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ ในอาหารแต่ละชนิดก็จะมีความแตกต่างกันไปบ้างในเรื่องคุณค่า ดังนั้นถ้าเอาหลักกว้างๆคือพยายามหมุนเวียนกินอาหารและพืชผักผลไม้ให้หลากหลาย อย่าจำเจ ชอบอะไรก็กินแต่อย่างนั้นอาจมีอันตรายได้

-ที่กล่าวว่ามีอันตรายก็เพราะมีข้อมูลอยู่ในมือเป็นข้อมูลงานวิจัยฯ จึงน่าเชื่อถือและนำมาเป็นข้อเตือนใจได้ค่ะ เรื่องมีว่าภายหลังวันที่ 1 ต.ค.2546 ไทยเราได้ทำ FTA ไทย-จีน  ประเทศไทยก็มีการนำเข้า ผัก ผลไม้ในปริมาณสูงมากโดยเฉพาะจากประเทศจีน ถ้าดูตัวเลขแล้วน่าตกใจ ขอยกตัวอย่างให้ดูสัก 2 ปี แล้วช่วยกันคิดสักหน่อยค่ะ ปี 2546 ไทยนำเข้าผักจากจีน ปริมาณ 85,087.12 ตัน คิดเป็นมูลค่า 777.12 ล้านบาท  และในปี 2550 นำเข้าในปริมาณ 147,755.29 ตัน มูลค่า 2,705.02 ล้านบาท นำเข้าเพิ่มถึง 348.08 เปอร์เซ็นต์ ผักที่นำเข้ามามากได้แก่ แครอท เทอร์นิปสด พืชตระกูลกะหล่ำ กระเทียม ถั่วลันเตา พืชตระกูลถั่ว เป็นต้น ส่วนผลไม้สดที่มีการนำเข้ามากได้แก่ ท้อ องุ่น สาลี่ แอปเปิ้ล พลับ ทับทิม ลิ้นจี่ โดยมีการนำเข้าตลอดทั้งปีตามฤดูกาลของผลไม้(ที่มาหนงสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ 9 พ.ค. 2551)  ในขณะเดียวกันกลุ่มงานวิจัยสารพิษตกค้าง สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตรกรมวิชาการเกษตรก็ได้ดำเนินการไปสุ่มเก็บตัวอย่างพืชผักและผลไม้ที่นำเข้า ในปี 2551 เพื่อมาวิเคราะห์สารพิษตกค้าง โดยตรวจวิเคราะห์ผักและผลไม้ทั้งหมด 31 ชนิด มีกระเทียม กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี กะหล่ำปลีเจดีย์ กะหล่ำปลีม่วง คะน้า แครอท เซอเลอรี่ ถั่วปากอ้า ถั่วลันเตา ถั่วลันเตาหวาน ทับทิม บร๊อคโครี่ ปวยเล้ง ผักกาดกวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดฮ่องเต้ พริกสด พลับ พุทธาจีน ยอดถั่วลันเตา รากบัว ส้ม สลัดแก้ว สลัดคอส สาลี่ หอมแดง หอมหัวใหญ่ องุ่น แอปเปิ้ล ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศจีนโดยไปสุ่มเก็บที่ท่าเรือกรุงเทพฯ ด่านลาดกระบัง ด่านสุวรรณภูมิ และด่านเชียงแสน เก็บทั้งหมด 1,165 ตัวอย่าง พบสารพิษตกค้างเป็นจำนวน 422 ตัวอย่าง คิดเป็น 36.22 เปอร์เซ็นต์ และมีมากเกินค่Codex MRLs2 ตัวอย่าง(ค่าCodex MRLs คือค่ามาตรฐานสากลที่กำหนดร่วมกันว่าสารพิษจะพบเท่านี้หรือสูงกว่านี้ในอาหารไม่ได้ถือว่าเป็นอันตรายห้ามจำหน่ายและไม่ควรบริโภค)

-จะขอนำเสนอรายละเอียดข้อมูลที่กลุ่มวิจัยสารพิษตกค้าง ได้วิเคราะห์ไว้ดังนี้

ผลไม้ ที่ตรวจมี 7 ชนิด จำนวน 499 ตัวอย่าง พบสารพิษ  207 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ  41.5 ปริมาณที่พบไม่เกินค่าCodex MRLs   ตัวอย่างที่พบสารพิษตกค้างมากเมื่อคิดจากตัวอย่างที่พบคือ พุทธาจีน 83.3%  ส้ม 80.6% องุ่น 57.4 % สาลี่ 48.81% ทับทิม 45.8%และแอปเปิ้ล 27.2%

ผัก นำเข้าที่สุ่มตรวจมา  19 ชนิด จำนวน 641 ตัวอย่าง พบสารพิษตกค้าง 213 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 33.2 ของตัวอย่าง ตัวอย่างที่พบสารพิษตกค้างมากเมื่อคิดจากตัวอย่างที่พบมีดังนี้ ปวยเล้ง 74.1%  เซอเลอรี่ 71.0% สลัดคอส 63.6%ถั่วลันเตาหวาน 47.4% และถั่วลันเตา 47.1%

ส่วนตัวอย่างอื่นๆอีก 5 ชนิด ได้แก่ รากบัว กระเทียม ถั่วปากอ้า หอมแดง หอมใหญ่อีก 25 ตัวอย่าง พบสารพิษตกค้าง 2 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของตัวอย่าง

ชนิดของสารพิษที่พบ ได้แก่ cypermethrin 28.31%   chlorpyrifos 22.79%   cyhalothrin 9.74% omethoate 3.86%  และcabendazim 3.68%

อย่างไรก็ตามสารพิษตกค้างที่พบถึงแม้ในหลายตัวอย่างที่ตรวจพบว่ามีค่าไม่เกินตามที่Codex MRLs ได้กำหนดไว้ก็ตาม แต่หากเราบริโภคทุกวันหรือบ่อยๆอะไรจะเกิดขึ้น สารเหล่านี้เมื่อเข้าไปในร่างกายก็จะมีการสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายแล้วแต่โครงสร้างของสารพิษเหล่านั้นว่าจะเหมาะไปเกาะอยู่ที่ใดของเซลล์ในร่างกายเรา…

ถึงเวลาที่เรามาย้อนดูว่าคนไทยเราควรระวังอะไรบ้างอย่าเอาแต่ง่าย สะดวก ไหนรัฐบาลคนที่คิดว่าเก่งเคยคุยโม้ว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นครัวโลกให้ได้  แหมคุย From farm to table …ถลุงงบประมาณแผ่นดินไปไม่รู้เท่าไหร่ ในที่สุดก็มาทำFTAเสร็จก็นำเข้าผัก ผลไม้เป็นการใหญ่  มันพูดอย่างทำอย่างตลอด แทนที่จะเอางบมาสนับสนุนให้เกษตรกรไทยตาดำๆได้ลืมตาอ้าปากบ้าง และที่สำคัญคือไม่ต้องนำเข้าผักผลไม้อย่างที่เห็นตัวเลขนำเข้า นับวันจะมากขึ้นทุกที ที่สำคัญผักผลไม้ที่นำเข้าและบริโภคกันอย่างเอร็ดอร่อยนั้นเป็นการ…ผ่อนส่งไหม  ตัวอย่างเช่นพุทธาจีนมีสรรพคุณดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่หากมีสารพิษมากมายจะยังคงดีและสมควรบริโภคไหม?   ปัจจุบันสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยคือมะเร็งค่ะ  ลองจัดงบวิจัยให้ตามดูว่าคนไข้มะเร็งเหล่านั้นบริโภคอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร

ตั้งใจจะนำข้อมูลนี้เสนอมานานแล้วแต่ก็ไม่ได้ฤกษ์เสียที จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วน้องเบิร์ดมาออกงานได้เจาะเลือดคนกรุงเทพฯดังที่ลงไว้ในblog น้ำฟ้าปรายดาว ก็เลยคิดว่ามีเหตุผลที่จะต้องนำข้อมูลมาเตือนใจพี่น้องให้ระมัดระวังด้วยค่ะ ไม่ต้องการให้ข้อมูลที่นำเสนอทำให้คนตื่นตระหนก  แต่ด้วยความห่วงใยก็ขอให้ตาสว่างขึ้นมาบ้างเท่านั้นค่ะ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพพลานามัยดีค่ะ  อโรคยา ปรมาลาภา เป็นสัจจธรรมอยู่คู่โลกตลอดกาลค่ะ


ดีใจที่มีวันนี้…

19 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 8 กุมภาพันธ 2009 เวลา 0:13 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 547

ดีใจที่มีวันนี้…ไม่ใช่วันนี้ของป้าจุ๋มหรอกจ้า…เพราะป้าจุ๋มมีวันนี้มา 34 ปีแล้วค่ะ  แต่เป็นดีใจที่มีวันนี้ของท่านครูบาที่จะได้เป็นพ่อตาเสียที หลายท่านอาจจะงงๆ

ขอเล่าความเดิมว่าที่สวนป่าเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้วมีสาวนกยูงตัวหนึ่งมาจากไหนไม่ทราบได้พลัดหลงเข้ามาพึ่งใบบุญท่านครูบา ท่านก็เมตตารับเป็นบุตรสาวบุญธรรม เขาเชื่องมากกลางวันก็จะเดินเข้ามาในบ้านเลย ท่านครูบาก็สังเกตเห็นว่าลูกสาวบุญธรรมดูจะเหงาๆเศร้าๆ  ก็เลยปรารภกับพี่น้องเฮฮาฯว่าอยากให้ลูกสาวมีคู่ตุนาหงันเผื่อจะมีความสุขและหายเหงาไปบ้าง

ต่อมาน้องเบิร์ดก็แจ้งท่านครูบาว่าคุณน้าของน้องเบิร์ดยินดีจะหาลูกเขยให้  ในที่สุดก็สมหวัง ได้ว่าที่ลูกเขยตามที่ได้เคยปรารภไว้ หลังจากนั้นก็มีการวางแผนการขนย้ายเจ้าบ่าว ตามที่ได้เล่าบ้างแล้วในลานเจาะเเจ๊ะ เริ่มจาก 7โมงเช้าของวันที่ 6 คุณLogos ได้ไปรับเจ้าบ่าวมาจากบ้านแพ้ว สมุทรสาคร มาถึงบ้านป้าจุ๋มประมาณ 11 โมงเช้าที่บ้านป้าจุ๋มเมืองนนท์ ก็ให้พักและดื่มน้ำท่า  แล้วเปลี่ยนมาขึ้นรถป้าจุ๋ม ออกเดินทางประมาณเที่ยงกว่าๆแล้วพามาแวะคารวะอ.Lin Hui และพักประมาณ45 นาที ตอนที่พักที่บ้านอ.Lin Hui นั้นได้ยกเจ้าบ่าวมารับอากาศบริสุทธิ์นอกรถ(ที่สนามหญ้าใต้ต้นไม้)  ส่วนพวกเราก็ไปนั่งทานน้ำและผลไม้ในบ้าน

แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นทั้งเจ้าบ่าวและผู้ขนย้ายเจ้าบ่าว เพราะเจ้าปลาทองสุนัขแสนรักของอ.Lin Hui ได้มุดหัวเข้าไปทักทายเจ้าบ่าวในกล่อง  เคราะห์ดีที่คุณLogosออกมาเห็นทันเวลา  แต่ก็ทำเอาเจ้าบ่าวตกใจทีเดียว   ป้าจุ๋มแอบถ่ายภาพไว้ก็คงตกใจพอสมควรทีเดียว เพราะภาพที่ได้ตาเหลือกเล็กน้อย (คงตกใจ)ตามภาพข้างล่าง และหลังจากนั้นก็ลา อ.Lin Hui ออกเดินทางถึงสวนป่าโดยสวัสดิภาพ   พาเจ้าบ่าวเข้าเรือนหอ

ตื่นเช้ามาป้าจุ๋มก็ตื่นไปดูแต่เช้าปรากฎว่าเห็นสาวเจ้ามาแนะนำตัวแล้ว  เห็นตอนแรกต๊กกะใจคิดว่าเจ้าบ่าวออกมาได้อย่างไร แต่พอเข้าใกล้กลายเป็นว่าสาวเจ้ามาแนะนำตัวเสียแล้ว ก็ดีใจว่าถึงแม้จะคลุมถุงชนแต่ดูว่าเขามีทีท่าพอใจกัน  ก็โล่งใจไป  ภาพที่ 1 ระหว่างขนย้าย (ภาพนี้ถ่ายที่บ้านป้าจุ๋ม)หล่อไม่เบาเลยค่ะ

เมื่อเช้าที่รีบตื่นไปดูพบว่ามีเพื่อนๆสัตว์เลี้ยงแสนรักคือเป็ดเทศและไก่ต๊อกมารอแสดงความยินดี

ภาพข้างล่างที่เห็นคือเจ้าสาวปืนมาอยู่บนหลังคา ส่วนเจ้าบ่าวนี่เดินงุ่นงานอยู่ในเรือนหอออกมาหาสาวไม่ได้ ได้แต่ส่งเสียง ก๊อกๆๆ เฮอ!!!เพิ่งได้ยินเสียงเจ้าบ่าว

ข้างบนเป็นภาพเจ้าสาวมายืนบนหลังคา เป็นผลทำให้เจ้าบ่าววิ่งพล่านในเรือนหอ…เพราะยังออกมาหาสาวเจ้าไม่ได้

ภาพที่เจ้าบ่าวงุ่นง่านที่ออกมาหาเจ้าสาวไม่ได้  ยังหรอกเดี๋ยวผิดผีจ้า…ใจเย็นๆๆๆ

แต่ท่านครูบาบอกว่าพรุ่งนี้แหละหนาจะเป็นวันวิวาห์แน่เอย…โปรดรอฟังรายงานต่อจ้า…


ส่งภาพประกวด

13 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 14 ธันวาคม 2008 เวลา 21:05 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 639

ไชโย!!!ในที่สุดป้าจุ๋มก็สามารถส่งภาพเข้าประกวดได้ จากความอนุเคราะห์ของท่านรอกอด ท่านจอมป่วน ครูสุ น้องราณี ที่ได้กรุณาช่วยตามมาสอนป้าจุ๋มถึงบ้าน ขอขอบคุณจริงค่ะ

ภาพที่ 1″รักนี้สุดห้ามใจ-เชียงรายระทึก!!!”

ภาพที่ 2   “เชียงรายรำลึก”

ภาพี่ 3. “ปัญจสีห์มิ่งเมืองคู่ฟ้าเชียงราย”

ป้าจุ๋มขอเพิ่มเติมคำอธิบายว่าทำไมถึงเลือกภาพต่างๆดังนี้

ภาพที่ 1 หลังจากที่ได้แอบรู้ความผูกพันที่ลุงสุดที่loveและหลานรักนอกใส้คู่นี้ที่มีต่ออาเหลียง แล้วป้าจุ๋มเก็บภาพนี้ได้ เลยส่งประกวดและตั้งชื่อว่า”รักนี้สุดห้ามใจ-เชียงรายระทึก!!!”

ภาพที่ 2 เป็นภาพที่เช้าแรกทีมเราไปถึงเชียงรายก่อนใครๆ  ตื่นเช้าแอบหนีใครบางคน(เอ๊ยไม่ใช่ อยากให้พักผ่อนมากๆ)ไปซื้อไก่ทอดแสนอร่อยของเชียงราย แล้วน้องเบิร์ดพาทัวร์วัดที่อยู่ใกล้ๆตลาด พอไปถึงวัดนี้ได้สังเกตเห็นท้องฟ้าสีฟ้าสดใสไม่มีก้อนเมฆเลย ป้าจุ๋มก็เลยเก็บภาพนี้และชอบก็เลยส่งภาพนี้ พร้อมตั้งชื่อว่า  “เชียงรายรำลึก” เพราะจะจดจำความงดงามนี้ตลอดไป

ภาพที่ 3 ประตูวัดมิ่งเมือง น้องเบิร์ดอธิบายว่าภาพแกะสลักประตูนี้เป็นรูปสัตว์ 5 ชนิดในตัวเดียวกันเรียกชื่อว่า “ปัญจสีห์”(ถ้าไม่ถูกรบกวนน้องเบิร์ดช่วยแก้ไขด้วยจ้า ป้าจุ๋มชอบภาพนี้เช่นกันและให้ชื่อว่า “ปัญจสีห์มิ่งเมืองคู่ฟ้าเชียงราย”


บุญบันดาล

18 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 9 กันยายน 2008 เวลา 1:37 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 487

ป้าจุ๋มทราบข่าวการนัดหมายเฮฮาสองแควในครั้งนี้ด้วยความเสียดายและเสียใจในตอนแรกคิดว่าตัวเองไม่สามารถไปได้แน่ๆ แต่ในที่สุดก็สามารถไปได้ในวินาทีสุดท้าย เมื่อไปถึงกำหนดการที่วางไว้เดิมถูกเปลี่ยนหมดคงเป็นด้วยบุญบันดาล ทำให้เปลี่ยนไปในสิ่งที่ทุกคนประทับใจมากคือคุณหมอจอมป่วนท่านพาไปธรรมสถานพระธาตุผาซ่อนแก้ว  ระหว่างเส้นทางทิวทัศน์สองข้างทางสวยมากพวกเราก็แวะพักเพื่อเก็บภาพมาอวดผู้ที่พลาดโอกาสทองในครั้งนี้

   

วันนี้ทุกอย่างเหมือนจะเป็นใจให้พวกเรา  อากาศก็ดีมาก เมื่อไปถึงก็พบพระอาจารย์อำนาจยืนอยู่ตรงที่เราไปจอดรถพอดีเหมือนกับจะรอคอยต้อนรับพวกเราอยู่นับว่าโชคดีมากเพราะเห็นคุณหมอจอมป่วนบอกว่าถ้าไม่ได้นัดไว้อาจไม่พบท่าน  หลังจากทักทายแนะนำตัวกันแล้วท่านก็พาชมและอธิบายพร้อมทั้งสนทนาธรรมด้วยรู้สึกศรัทธาและทึ่งในความสามารถของท่านมาก  ท่านได้เล่าถึงศิลปที่บรรจงสร้างมหาเจดีย์ว่าเกิดจากความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจที่มาจากความคิดความแตกต่างทางศิลปมาร่วมกันรังสรรค์ปะติดปะต่อผนังเจดีย์และพื้นฐานเจดีย์นับเป็นความแตกต่างทางความคิดที่ญาติธรรมที่เป็นคนไทยด้วยกันมาร่วมสร้างมหาเจดีย์ผาซ่อนแก้ว สิริราชธรรมนฤมิตรแห่งนี้ โดยได้ร่วมทั้งกำลังทรัพย์-กำลังกาย ที่มารวมเป็นหนึ่งเดียวที่มีความงดงามมากจนน่าทึ่ง  ป้าจุ๋มได้ไหว้พระพร้อมอฐิษฐานขอให้คนไทยรักและสามัคคีกันมาร่วมมือร่วมใจช่วยสร้างสิ่งที่ดีๆกัน  ขอให้ทุกฝ่ายลดความทิฐิและอัตตาลงบ้าง อโหสิกรรมให้กันบ้าง เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข  วันนี้ลุงเอก ป้าจุ๋มและครูสุได้ช่วยกันตกแต่งผนังมหาเจดีย์ฯเสร็จไปประมาณ2-3 ตารางฟุตเนื่องด้วยเวลามีจำกัด แต่ก็พยายามทำกันสุดฝีมือนับว่าสวยใช้ได้ทีเดียว และได้ตั้งใจไว้ว่าจะมาอีก  หลังจากนั้นต้องรีบกลับเพราะเย็นวันนี้มีรายการไปล่องเรือทานอาหารเย็นพร้อมฉลองวันเกิดน้องราณี อาหารอร่อยบรรยากาศดีได้กอดพี่น้องแซ่เฮทั้งหลายด้วยความรักความอบอุ่น หลานโก๊ะจิจังฝากป้าจุ๋มทั้งกอดและหอมแก้มใครต่อใครตามที่ขอพร้อมถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานเกือบทั้งหมดตามคำขอแล้วน๊ะจ๊ะ ป้าคิดถึงหลานมากเลยแต่ไม่เป็นไรพลาดโอกาสในครั้งนี้เพราะหลานกำลังเตรียมตัวสอบ ก็ขอให้ตั้งใจและโชคดีในการสอบ อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วย  วันนี้ดึกมากแล้วขอลาไปนอนก่อน มีภาพบางส่วนมาให้ชมจ้า(แต่ภาพบางอย่างที่หนูจิให้ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน เอาไว้ให้ดูเป็นการส่วนตัว เดี๋ยวคนอื่นจะอิจฉามากกว่านี้  อิ.อิ)


เปิดลานป้าจุ๋ม

12 ความคิดเห็น โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 7 กันยายน 2008 เวลา 23:19 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 418

ป้าจุ๋มมาแล้วจ้า… ดีใจจังวันนี้เปิดลานได้สำเร็จโดยมีน้องรานีและครูสุคอยกำกับให้ หลังจากที่ปลุกปล้ำพยายามเปิดเองอยู่นานแต่ไม่สำเร็จ ก็ได้แต่วนเวียนเข้าไปอ่านของคนอื่นด้วยความ…



Main: 0.380749940872 sec
Sidebar: 0.541168928146 sec