ตามใจใคร

โดย Logos เมื่อ 30 May 2010 เวลา 0:16 ในหมวดหมู่ ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์, สังคม ชุมชน ครอบครัว #
อ่าน: 3303

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันพุธที่ 17 พฤศจิกายน 2519 ความตอนท้ายว่า

… ขอย้อนไปในเรื่องที่เรียกว่าคนไม่ดี และผลประโยชน์ที่จะได้ คือคิดออกว่า ผลประโยชน์ที่จะได้นั้นมันมีอยู่ ๒ อย่างใหญ่ๆ แบ่งได้เป็นผลประโยชน์ในทางการเงิน คือทางกาย ทางกายหรือจะเรียกว่าทางวัตถุ ได้ผลประโยชน์เป็นเงิน เป็นสิ่งของ เป็นอิทธิพลเป็นผลประโยชน์ทางวัตถุ ซึ่งแปลออกมาเป็นเงินได้ แปลออกมาเป็นราคาได้ ผลประโยชน์อีกทางหนึ่ง เป็นผลประโยชน์ที่จะเรียกว่าทางใจก็ได้ คือความพอใจในอำนาจ พอใจในลัทธิ พอใจในทฤษฎี บางคนมีไม่ใช่เป็นเรื่องของลัทธิ มีเป็นเรื่องของทฤษฎีว่าต้องทำอย่างนี้ต้องทำอย่างโน้น ยังไม่ถึงลัทธิ แต่ทฤษฎีนั้นอาจจะไม่เหมาะสมกับส่วนรวมก็ได้ เพราะว่าเป็นทฤษฎีที่วางไว้บนก้อนเมฆ อาจจะวางไว้บนก้อนเมฆบ้าง หรือแม้จะวางบนก้อนเมฆได้ ก้อนเมฆนั่นมันบังเสา ซึ่งหมายความว่าทฤษฎีนั้นวางไว้บนลัทธิ ซึ่งลัทธิทั้งหลายก็เป็นทฤษฎีอยู่นั่นเอง แต่เป็นของคนอื่น ไม่ใช่ของตนเอง บางคนที่นึกว่าทำเพื่อลัทธิ หรือไม่ใช่เพื่อลัทธิ เพื่อทฤษฎีของตน ความพอใจของตน นี้ก็เป็นผลประโยชน์ทางใจ เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวเหมือนกัน ที่จะได้รับความพอใจในลัทธิ หรือในทฤษฎีของตน แต่ไม่ได้นึกถึงว่า ทฤษฎีของตนนั้น ส่วนมากก็วางบนลัทธิซึ่งพราง เพราะมีก้อนเมฆพราง แล้วไม่ได้นึกว่า ลัทธินั้นความจริงไม่ได้เป็นของตน เป็นของคนอื่น จะเป็นของชาติอื่นหรือคำพูดของคนอื่นก็ไม่สำคัญ แต่ว่าเป็นสิ่งที่ในที่สุดถ้าดูดีๆ เอาก้อนเมฆออกแล้วจะเห็นว่านั่งบนทฤษฎีซึ่งมีคนเชิด มีเสาที่รองรับทฤษฎีของตน และตนเองไม่ได้เป็นคนเชิด ตนเองคิดว่าเป็นคนเชิด ตนเองคิดว่าเป็นคนทำ ตนเองนึกว่าเป็นผลประโยชน์ของตัว แต่แท้จริงเป็นคนที่ถูกเชิด อันนี้แหละที่เห็นภาพขึ้นมาอย่างนี้ ก็บรรยายออกมา อาจจะเห็นตลก อาจจะเห็นประหลาดก็ได้ที่พูดอย่างนี้ แต่ก็รู้สึกว่าเห็นภาพดีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ขอฝากความคิดนี้ให้แก่ท่านทั้งหลาย ผู้ที่มีหน้าที่จะดูว่าใครเห็นแก่ตัวในทางวัตถุก็ตาม ในทางใจคืออยากได้ความพอใจในทฤษฎีของตัวก็ตาม ซึ่งอาจจะทำให้เสียหายต่อหน้าที่ของตน วันนี้ก็เลยมาพูดในหัวข้อทั้งหมดเพื่อวินิจฉัย แต่ว่าก็ไม่ได้วินิจฉัยแท้เพราะว่าเป็นการพูดทั่วๆ ไป …

ทีนี้ก็ขอดำริ ดำริคือความคิดริเริ่มที่จะทำ อะไรๆ อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าดำริต้องเป็นโครงการ เป็นโครงการนั้นก็เป็นเรื่องเฉพาะ ท่านทั้งหลายที่อยู่ในจังหวัดที่มีโครงการที่เรียกว่า ตามพระราชดำริ หรือพระราชประสงค์ คำต่างๆ เหล่านี้แต่งขึ้นมา ก็ทราบดีว่าทำอย่างไร เป็นอย่างไร ดำรินี้คือพระราชดำริ ก็คือไปที่ไหน ไปท้องที่ไหน เกิดมีความจำเป็นที่จะช่วยเหลือประชาชนในท้องที่นั้นก็เกิดความคิด หมายความว่าเกิดความดำริความคิดนั้นเกิดจากไปดูท้องที่ ไม่ใช่เกิดมาจากนั่งกับโต๊ะ ถ้านั่งกับโต๊ะก็รู้ว่านั่งเก้าอี้ เก้าอี้บางทีก็แข็ง บางทีก็นุ่ม บางทีก็นั่งกับพื้น แล้วก็โต๊ะมีอะไร ก็อาจจะมีแผนที่ก็ได้ นั่นก็เป็นการดี แต่ว่าโดยมากก็เพียงแต่กระดาษ เรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัด กระผมขอร้องทุกข์อย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นก็ไม่เห็นของจริง ต้องไปดูในท้องที่เฉพาะผู้ที่ร้องทุกข์นั้น เราก็อาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล เราก็อาจจะแก้ไขเป็นส่วนบุคคลไป แต่บางทีก็เกิดเห็นว่าทั้งท้องที่ หรือกรณีอย่างนี้น่าจะทำเป็นโครงการไปเลย โครงการนั้นบางทีไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองมากมาย เพราะว่าเจ้าหน้าที่มีอยู่แล้ว แล้วก็ช่วยกันคิด เมื่อตอนเริ่มดำรินี้ คิดเริ่มคิด ไม่ได้สิ้นเปลืองมากอะไร ต่อไปเมื่อความคิดนั้นได้รับการปรึกษาหารือจากผู้ที่ทั้งอยู่ในท้องที่ ทั้งผู้ที่มีความรู้ทางหลักวิชามากขึ้น ก็จัดเป็นโครงการ จะเป็นโครงการเฉพาะ หรือเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการอื่นก็ตาม ก็จะต้องวางขั้นตอนและวางงบประมาณว่าจะทำได้อย่างไร คือคาดคะเนว่าจะทำได้ในระยะเท่าไร นานเท่าไร ถ้าโครงการเหล่านี้ดี ก็เข้าใจว่าติดต่อกับทางกระทรวง หรือติดต่อกับทางกระทรวงข้างเดียว หน่วยราชการข้างเดียว ก็จะสามารถที่จะดำเนินการตามโครงการได้โดยดี ด้วยอาศัยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่น นี่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับดำริ คำว่าดำรินี้ ก็ให้ไม่ได้ตามที่ขอ รวมทั้งวินิจฉันเมื่อกี้นี้ ก็ไม่ได้ให้วินิจฉัย ไม่ได้ให้ดำริ แต่ก็พูดถึงว่าให้ทำเอง ท่านอาจจะมีความดำริอย่างไร ก็เชื่อว่าท่านทั้งหลายก็มีความดำริทั้งนั้น และสามารถที่จะปฏิบัติยังมาประชุมกันอย่างนี้ ข้อแรกความคิดที่ดำริไว้อาจจะเกิดเป็นโครงการใหญ่ ทั้งประเทศชาติ และทางกระทรวงจะรับความคิดนี้ไป แล้วตั้งเป็นโครงการใหญ่ก็ได้

ฉะนั้น ก็ได้พูดในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ และที่สำคัญที่สุดก็ขอให้การประชุมครั้งนี้ ที่มาพบปะกันได้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่านอกจากที่ได้รับนโยบาย นอกจากจะนำข้อขัดข้องมาถามว่าปฏิบัติอย่างไร เป็นการเรียนปฏิบัติ มาพูดแลกเปลี่ยนความคิดในทางวิชการในข้อต่างๆ ยังเป็นข้อสำคัญที่มาแลกเปลี่ยนความรู้สึกว่าเราควรจะตั้งความรู้สึกอย่างไร ตั้งจิตใจของแต่ละคนอย่างไร เพื่อให้รวบรวมกันได้ และตัวเองทำได้ ฉะนั้นเชื่อว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเกิดประโยชน์อย่างมากมาย และยังขอให้การสัมมนาครั้งนี้เป็นไปโดยเรียบร้อยเป็นประโยชน์ และข้อสำคัญที่สุดก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ตรวจการ และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาประชุมกันพร้อมหน้าในวันนี้ ได้ประโยชน์สามารถที่จะปฏิบัติความดีของตนเอง เพื่อความพอใจของตน

ขอให้พร้อมด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังใจสมบูรณ์ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ให้ทำได้ และให้ประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่ และในความพอใจส่วนตัวของแต่ละคน.

เวลาจะทำอะไร ต่างคนต่างก็คิดว่าคิดดีแล้ว แต่ที่ทุกคนตอบไม่ได้ก็คือสิ่งที่คิดนั้น ดีจริงหรือไม่ มีที่ดีกว่าหรือไม่ เพราะจิตที่ไม่ได้ขัดเกลา ยึดอัตตาเป็นใหญ่เสมอ ยึดเอาความคิดของตนว่าเหนือกว่า ถูกต้องกว่า จึงมักจะคับข้องใจเมื่อจะไปบังคับให้คนอื่นเห็นด้วยเสมอๆ

ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเก่งหรือมีใครมายกยอมากๆ ยิ่งเรียนมากอ่านมากทำให้รู้สึกว่ามีความรู้มาก ยิ่งผ่านร้อนผ่านหนาวยิ่งประสบความสำเร็จมามาก ก็ยิ่งต้องระวังอย่าผูกขาดความถูกต้องครับ ความคิด(ไปเอง)ทำให้หลงได้ง่าย พลาดง่าย

« « Prev : ปลูกต้นไม้โดยอาศัยความรู้ที่ศึกษาจากธรรมชาติ

Next : น้ำค้าง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "ตามใจใคร"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.21778702735901 sec
Sidebar: 0.13945388793945 sec