สวนกล่อง

อ่าน: 4268

มีคนมากมายที่บอกว่าการปลูกต้นไม้ ดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ บางคนก็ว่ากินผักปลอดสารพิษ โดยไม่เข้าใจเลยว่าการที่สินค้าเคลมว่าปลอดสารพิษนั้น ไม่ได้หมายความว่าปลอดสารพิษจริง

อย่างนี้ก็ต้องลองกันครับ ยกเอาข้อจำกัดออกก่อน

นาย Mel Bartholomew เขียนหนังสือขายดีชื่อ Square foot Gardening (อ่านบางส่วนได้ที่นี่) โดยทำแปลงดินขนาด 1×1 ฟุต หลายๆชุด ยกมาใส่ในกล่อง เขาอ้างว่ามีต้นทุน 50% ใช้พื้นที่ 20% ใช้น้ำ 10% และใช้เมล็ดพันธุ์พืชเพียง 5% และใช้แรงงานแค่ 2% ของการปลูกลงดินตามปกติ เหตุที่เป็นเช่นนี้ได้ อยู่บนหลักการง่ายๆ คือสร้างสภาวะแวดล้อมที่ควบคุมได้ เช่นถ้าดินไม่ดี แทนที่จะปรับปรุงดินทั้งแปลง ก็เพียงแต่หาดินที่ดีมาใส่ในกล่อง(พื้นที่เล็กๆ) ถ้าไม่มีน้ำ ก็รดน้ำแค่ในกล่องเล็กๆ น้ำที่รดแล้ว ก็อยู่ในดินซึ่งอยู่ในกล่องนั่นแหละ จะประหยัดน้ำ ก็ใช้ชลประทานน้ำหยดได้ง่ายเนื่องจากอยู่ในพื้นที่จำกัด ฯลฯ

สวนกล่องเป็นความพยายามที่จะปลูกพืชในแนวตั้ง เนื่องจากกล่องบรรจุดินอยู่แล้ว ไม่ต้องวางอยู่กับดิน จะแขวน จะห้อย จะวางอยู่กับคอนกรีตก็ได้

« « Prev : อากาศพลศาสตร์แบบชาวบ้าน สำหรับรถกระบะ

Next : การล่มสลายของประชาธิปไตย » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

9 ความคิดเห็น

  • #1 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 April 2010 เวลา 17:32

    จะมีสวนอย่างนี้ ก็ควรรู้จักนิสัยของพืชด้วยซินะ

  • #2 pphetra ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 April 2010 เวลา 17:54

    ผมเคยทำบนดาดฟ้า(กรณีตั้งบนคอนกรีต)  แล้วพบว่ามันไม่เหมาะกับการปลูกที่ระบบรากลึกเช่น มะเขือเทศ

    ตอนนั้นคิดจะปลูกทานตะวันครับ ปรากฎว่าพี่ทานตะวันมีระบบรากลึก 1.50-2.70 เมตร
  • #3 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 April 2010 เวลา 17:57
    ที่ปลูกในกล่องนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกผักสวนครัวแบบพอกินในครอบครัว เช่นมี 8 ช่อง ก็เวียนไปสองวันช่องหนึ่งหรืออะไรทำนองนั้น หรือไม่ก็เป็นไม้ดอก ไม้กระถางสำหรับครอบครัวที่มีอันจะซื้อกินหรือทำกิน และไม่ต้องการจะเก็บกินครับ อะไรที่ปลูกในกล่องข้างบนได้ ก็สามารถปลูกในกระถางได้เช่นกัน

    เช่นเดียวกับสวนกระสอบของโสทร ก็ไม่ใช่ว่าต้นไม้ทุกชนิดจะเหมาะกับกระสอบ หรือภาชนะใดๆ นะครับ

    ทานตะวัน ผมหยอดไว้เม็ดหนึ่งติดถนนคอนกรีตเลย ดันขึ้นมาได้อีก ดอกโตสัก 8-9 นิ้วคงได้… ว่าจะรอจนดอกเหี่ยวแล้วเก็บเมล็ดไว้แจกผู้คน พอมีพลุ คนแห่มาดูกันแน่นขนัด ปรากฏว่ามีมือดีตัดไปทั้งดอกเลย ติดเมล็ดแล้วแต่ยังไม่แก่พอเก็บ… ผมก็ชวนหลานปลูกเพราะมันขึ้นง่ายมาก แต่คนเมืองนะครับ ทำอะไรก็ไม่เป็น หลานปลูกแน่นขนัด ดูแล้วเหมือนพยายามปลูกถั่วงอก ผมย้ายไปลงดินเป็นกลุ่มๆ โดยไม่ถอนออกเลย ก็โตขึ้นมาได้นะครับ แต่ไม่โตเท่าต้นแรกที่ปลูกเดี่ยว

    ชมจันทร์หยอดเมล็ดลงดินเลย อยู่ดีๆ ก็ขึ้นมา ทั้งที่เมล็ดแข็งเหมือนถั่ว ส่วนเมล็ดที่แช่น้ำจนบวมเป่งกลับไม่ขึ้น สงสัยจมน้ำตาย

  • #4 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 April 2010 เวลา 20:31

    ถ้ามีโครงยึดจะกลายเป็นสวนแนวตั้งในหลายรูปแบบได้ใช่มั้ยคะ อย่างทำซัก 4 ชั้นเวลาให้น้ำก็ได้ไม่สูญเปล่ามาก ส่วนเรื่องแดดทำให้ชั้นเหลื่อมกันคงดีกว่า

    แหมคนเก่งงานช่างคงมีเรื่องให้เล่นเยอะเลยค่ะ

  • #5 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 April 2010 เวลา 21:34
    หากลงมือทำ เวิร์คทุกชนชั้นหรือสาขาอาชีพครับ — ส่วนพวกที่ไม่ได้ทำแต่พูดเยอะ เป็นช่างที่เรียกว่าช่างเถอะ
  • #6 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 April 2010 เวลา 21:50

    หลายปีก่อน ไปนอนที่โรงแรมภูคำ เชียงใหม่ ขณะขึ้นลิฟท์ มีคนขึ้นไปพร้อมๆกันด้วยสามสี่คน สอบถามว่ามาจากไหน บอกมาจากกรุงเทพฯ เขาบ่นว่า ไม่ไหวชีวิตในกล่อง เช้าออกจากบ้านแต่เช้า เย็นค่ำมืดก็กลับบ้าน แล้วก็ซุกหัวแต่ในห้องสี่เหลี่ยม ทำเช่นนี้เป็นวัน เดือน ปี หลายๆปี ทนไม่ไหว พอมีเวลบาหยุดยาวสักสามวันก็ออกต่างจังหวัดหมด ไปสูดอากาศต่างจังหวัดบ้าง เขาบอกว่าบางทีไม่ณุ้เป้าหมายแต่ขอให้ออกไปจากกรุงเทพฯก่อน แล้วตัดสินใจในรถกัน…..น่าสงสารจริงๆ

    การมีสวนกล่อง ปลูกผักในถุง อะไรเหล่านี้น่าจะช่วยสุขภาพจิตคนกรุงได้บ้างนะครับ

  • #7 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 April 2010 เวลา 22:13
    ครับพี่ ผมคิดว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนเป็นเรื่องน่าสงสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการปฏิบัติด้วยแบบมนุษย์ ซึ่งเรื่องนี้เขียนมาหลายบันทึกแล้ว

    บางทีคนเราก็ไม่มีอิสระที่จะทำอย่างที่อยากทำ แต่หลายครั้งเลยที่น่าเศร้ากว่า เพราะไม่รู้ว่าอยากทำอะไร หรือควรจะทำอะไรนะครับ ชีวิตดำเนินต่อไป อาหารใส่ปากท้องเป็นต้นทุนชีวิตที่กลับไม่ค่อยนึกถึงกัน

    สวนกล่องมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือสามารถแยกไม่ให้วัชพืชมารบกวนพืชสวนครัวได้ ไม่ต้องสร้างด้วยไม้ จะให้วัสดุที่เหมาะสมอะไรที่หาในท้องถิ่น ก็ทำได้ครับ ดินปั้น อิฐ ผ้า กระสอบ ฯลฯ

  • #8 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 April 2010 เวลา 9:27

    เหมาะสมจริง สำหรับวัดยางทอง เพราะมีพื้นที่น้อย อยู่กลางเมือง แต่น้ำอุดมสมบูรณ์…. และตอนนี้ ก็มีโครงการเพิ่มบาดาลหรือจุดพักน้ำในวัดอีกจุดเพื่อสะดวกยิ่งขึ้น….

    เจริญพร

  • #9 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 April 2010 เวลา 10:05

    ทุกวันนี้ก็กำลังทดลองทำลักษณะนี้แหละ
    ได้ผลยังไงจะทยอยบอกเล่า
    การปลูกพืชใต้ร่มไม้ใหญ่ ถ้าไม่แบ่งสัดส่วนให้พืชเล็กอยู่ได้โดยรากพืชต้นใหญ่ไม่รังแก
    ก็จะอยู่ร่วมกันได้ แต่พืชรากติื้นบางชนิดก็อยู่ได้ตามลักษณะเฉพาะทางธรรมชาติ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.036602973937988 sec
Sidebar: 0.12313199043274 sec