กิจกรรมบนดวงอาทิตย์ ทำลายโลกได้หรือไม่

โดย Logos เมื่อ 25 December 2010 เวลา 20:31 ในหมวดหมู่ การจัดการความรู้, วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี #
อ่าน: 3739

คำถามแบบชื่อบันทึกนี้ ไม่อยากตอบเลยครับ…

การปฏิเสธว่า “ไม่” นั้น ไม่สมเหตุผลทั้งปวงเพราะว่าผมไม่รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง; ส่วนการตอบว่า “ได้” ก็ไม่มีหลักฐานใดๆ เท่าที่รู้ — แต่ว่าถ้าถามว่า ในห้าสิบปีที่ผ่านมา กิจกรรมบนดวงอาทิตย์ทำลายโลกหรือไม่ อันนี้ตอบได้ว่าไม่ เพราะผมมีชีวิตอยู่ตลอดช่วงเวลาในคำถาม ถ้าโลกถูกทำลายผมมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ถ้าถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ อย่าคาดหวังคำตอบสั้นๆ ที่ฉาบฉวยว่าได้หรือไม่ได้เลยครับ อะไรๆ ที่ยังไม่เกิดก็เป็นไปได้ทั้งนั้นล่ะ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าความเสี่ยงของสาเหตุแบบต่างๆ นั้น มีอยู่เท่าไหร่ต่างหาก

ดวงอาทิตย์อยู่ห่างโลก 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 93 ล้านไมล์ แต่ดวงอาทิตย์เช่นกัน เปล่งพลังงานมาหล่อเลี้ยงโลกมาตั้งแต่ต้น พลังงานของดวงอาทิตย์เกิดจากปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นที่แกนกลาง ก่อให้เกิดความร้อนมหาศาล ความร้อนภายในเนื้อของดวงอาทิตย์นี้ ถูกถ่ายเทจากแกนกลางออกมาสู่ผิวหน้า วนเวียนไปมาช้าๆ ในรูปของพลาสมา (ก๊าซร้อนยิ่งยวด) แผ่เป็นพลังงานหล่อเลี้ยงโลกมาตั้งแต่กำเนิด

ไม่แต่รังสีความร้อน กระบวนการไหลของพลาสมาในพื้นผิวของดวงอาทิตย์ เกิดการปะทุปล่อยก๊าซร้อนยิ่งยวดออกสู่อวกาศ สร้างสนามแม่เหล็กความเข้มข้นสูง เกิดลมสุริยะ (ถ้ารุนแรง เรียกพายุสุริยะ) เกิดจุดดับบนดวงอาทิตย์ ฯลฯ เหล่านี้เรียกว่ากิจกรรมของดวงอาทิตย์​ซึ่งนักดาราศาสตร์เฝ้าศึกษามา 400 ปี พบว่ากิจกรรมบนดวงอาทิตย์ เกิดเป็นช่วงๆ บางปีสงบ-บางปีอลหม่าน ในปีที่อลหม่าน (Solar Maximum) ก็จะมีการเกิดจุดดับมากผิดปกติ มีการปะทุที่ผิวปล่อยสนามแม่เหล็กและลมพายุสุริยะมากผิดปกติ

ช่วงที่เกิดกิจกรรมบนดวงอาทิตย์ มีคาบประมาณ 10.7 ปี แต่เกิดขั้นได้ในช่วง 9-14 ปี ไม่ได้เกิดทุกๆ 11 ปีตามที่เข้าใจกัน… กิจกรรมบนดวงอาทิตย์ครั้งล่าสุดคือในปี 2543 นับถึงปัจจุบันก็ 10 ปีแล้ว ดังนั้นช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่รอว่า Solar maximum จะเกิดขึ้นเมื่อไร

เมื่อเกิดการปะทุบนดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ปล่อยทั้งอนุภาค รังสี และสนามแม่เหล็กออกมาจากจุดที่ปะทุ; หากการปะทุพุ่งมาทางโลก ก็ก่อให้เกิดผลกระทบบ้าง — เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น และไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องชิลชิลจะทำไม่รู้ไม่ชี้ได้ แต่ว่ายังไม่มีหลักฐานใดว่าจะก่อให้เกิดอันตรายโดยตรงต่อชีวิต

สำหรับเหตุการณ์ในปี พ.ศ.2402 (ค.ศ.1859) โดยย่อเป็นดังนี้ครับ ข้อมูลจาก Scientific American ฉบับ 28 ก.ค. 2551 เล่าในแบบของผมเอง

วันที่ 26 ส.ค. 2402 เกิดกลุ่มจุดดับในดวงอาทิตย์กระจุกใหญ่ที่เส้นแวง 55° ตะวันตก (เลยแนวประจันหน้ากับโลกไปแล้ว 55°) มีการปะทุรุนแรง

วันที่ 28 ส.ค. 2402 CME เดินทางมาถึงโลก ส่วนที่เป็นพลาสมา (ก๊าซร้อน) อาจใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรืออาจหลายวัน แต่ว่าส่วนที่เป็นอนุภาคพลังงานสูง เช่นรังสีแกมมา หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะเดินทางได้เร็ว — จากข้อมูลที่อ่านเจอแต่ไม่ได้เก็บลิงก์ไว้ ส่วนอนุภาคเดินทางด้วยความเร็ว 1/3 ของความเร็วแสง ดังนั้นนักบินอวกาศมีเวลา “หลบ” เพียง 15 นาทีจากการปะทุ แต่ว่าส่วนของพลาสมา ใช้เวลา 3.5 วันกว่าจะมาถึงโลก

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากดวงอาทิตย์ปล่อย CME มาทางโลก สนามแม่เหล็กโลกถูกรบกวนอย่างหนัก โดยสถานีตรวจวัด Greenwich Magnetic Observatory ตรวจจับความเพี้ยนของสนามแม่เหล็กโลกได้

แม้โลกจะโดนหางเลขเข้า สนามแม่เหล็กโลกก็ป้องกันชีวิตบนโลกไว้ได้ — อย่างไรก็ตาม มีการรบกวนต่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวพันกับแม่เหล็กและไฟฟ้า เช่น โทรเลขเจ๊ง เกิดแสงเหนือ-แสงใต้ (aurora) ทั่วโลก และเห็นที่เส้นรุ้งต่ำๆ ด้วย อย่างในทะเลคาริเบียนที่เส้นรุ้งที่ 23

วันที่ 1 ก.ย. 2402 เกิด CME อีก คราวนี้ที่เส้นแวง 12° ตะวันตก (กำลังพูดถึงเส้นแวงของดวงอาทิตย์นะครับ — เกือบตรงกับโลก ถ้า 0° กับ 0° ล่ะโป๊ะเชะ)

แต่เส้นแวง 12° ตะวันตกนี้ ถึงไม่ตรงโลก ก็ใกล้เคียงครับ ดังนั้น CME จึงมีความรุนแรงมากกว่า CME อันแรกมาก คราวนี้มีหลักฐานการเห็นแสงเหนือ ลงไปต่ำถึงเวเนซูเอลลา (เส้นแวง ที่ 4.5º เหนือ หมายความว่าประเทศสยาม น่าจะเห็นแสงเหนือครั้งนั้นทั้งประเทศ) แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับโลก นอกจากเห็นแสงเหนือ-แสงใต้ต่อไปสามสี่วัน

ในยุคปัจจุบัน หากมี CME พุ่งมาทางโลก ดาวเทียมจะเป็นศพแรกครับ เนื่องจากระบบป้องกันดาวเทียม ไม่น่าที่จะป้องกันพายุแม่เหล็กไฟฟ้าและรังสีจากการปะทุที่รุนแรงได้ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะรบกวนแม่เหล็กโลกทำให้สั่นกระเพื่อม และเมื่อแม่เหล็กโลกกระเพื่อมขึ้นลง ก็จะเกิดการรบกวนในระบบสายส่งและหม้อแปลงไฟฟ้าตามกฏของฟาราเดย์ (เส้นลวดเคลื่อนในสนามแม่เหล็ก สายส่งไฟฟ้าเป็นเส้นลวด-สนามแม่เหล็กโลกเด้งขึ้นเด้งลง) ระบบจ่ายไฟฟ้าจะเสียหาย เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นที่รัฐควิเบคในปี 1989

เนื่องจากโลกในปัจจุบัน พึ่งพาระบบไฟฟ้า การสื่อสารโทรคมนาคมพึ่งพาระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งพึ่งพาระบบไฟฟ้าอีกที ดังนั้นหากระบบไฟฟ้าถูกรบกวน ก็จะระเนระนาดกันไปหมด

NOAA พยายามเตรียมการโดยแสดงข้อมูลไว้ที่ Space Weather Now ครับ ถ้าไม่สบายใจ ก็หมั่นไปดูเว็บนี้นะครับ ดวงอาทิตย์หมุนจากขวาไปซ้าย geomagnetic K-index ระดับ 0-4 แปลว่าสงบ ส่วน 5-9 แสดงระดับความแรงของพายุสุริยะ

ส่วนคำทำนายใดๆ ที่ว่ากิจกรรมบนดวงอาทิตย์ จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว เกิดสึนามิ เรื่องนั้นเกินความสามารถที่ผมจะอธิบายครับ (ไม่ได้บอกให้เชื่อหรือไม่เชื่อ) แต่พอจะอนุมาณได้ว่าโลกจะไม่เหมือนลูกวอลเลย์บอล ที่โดนตบเต็มแรงหรอกครับ

ถึงจะไม่รู้แจ้งทุกเรื่อง ก็ยังน่าจะพิจารณาแยกแยะระหว่างสิ่งที่มีประโยชน์ และสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ได้นะครับ

« « Prev : Biochar ปรับปรุงดินและลดโลกร้อน

Next : ความมั่นคงสามแนวทาง เพื่อให้อยู่ได้ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "กิจกรรมบนดวงอาทิตย์ ทำลายโลกได้หรือไม่"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.061083078384399 sec
Sidebar: 0.1764440536499 sec