อารยะนินทา

โดย Logos เมื่อ 19 February 2009 เวลา 0:01 ในหมวดหมู่ ภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ #
อ่าน: 3512

คำว่าอารยะนินทานี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในลานเจ๊าะแจ๊ะ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2551 ด้วยข้อความว่า:

ถ้าหายไปนานกว่านี้อีกนิดเดียว ก็จะโดนมาตรการทางสังคมแล้วครับ เรียกว่า อารยะนินทา

คำนี้ ค้นดูในฐานข้อมูลแล้ว พบว่าผมเป็นคนเขียนเองล่ะครับ ค้น Google ไม่พบคำนี้นอกจากในเว็บที่รับข่าวออกไปจากลานปัญญา

ในช่วงนั้น เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองซึ่งมีการใช้คำว่าอารยะขัดขืน ซึ่งตาม wikipedia ในวันนี้ ให้ความหมายไว้ว่า

Civil disobedience is the active refusal to obey certain laws, demands and commands of a government, or of an occupying power, without resorting to physical violence [โดยไม่ใช้ความรุนแรง]. It is one of the primary tactics of nonviolent resistance. In its most nonviolent form (known as ahimsa [อหิงสา] or satyagraha [सत्याग्रह สัตยคราหะ=การต่อต้านขัดขืนโดยไม่ใช้ความรุนแรง]) it could be said that it is compassion in the form of respectful disagreement. …

ตอนยึดสนามบิน ไม่ใช่อารยะขัดขืน แต่ไม่รู้เรียกว่าอะไร ภาษาอังกฤษเรียก Civil Unrest (Civil Disorder)

Civil disorder, also known as civil unrest, is a broad term that is typically used by law enforcement to describe one or more forms of disturbance caused by a group of people. Civil disturbance is typically a symptom of, and a form of protest against, major socio-political problems; the severity of the action coincides with public expression(s) of displeasure. Examples of civil disorder include, but are not necessarily limited to: illegal parades; sit-ins and other forms of obstructions; riots; sabotage; and other forms of crime. It is intended to be a demonstration to the public and the government, but can escalate into general chaos.

กับคำว่าอารยะนินทานี้; อารยะ แปลว่าเจริญ ส่วน นินทา แปลว่าติเตียนลับหลัง และโครงสร้างคำในภาษาไทย วางคำหลักไว้ข้างหน้า  เช่นมะนาวหวาน หมายถึงมะนาว

ดังนั้นอารยะนินทา จึงควรจะเป็นการพูดในที่ที่เปิดเผย (เป็นการกระทำอันเป็นอารยะ ที่ไม่ใช่อีแอบ) แม้จะไม่ต่อหน้า แต่ก็เข้าใจและอนุมาณได้ว่า ข้อความจะไปถึงผู้ที่ถูกกล่าวถึง*โดยไม่ผิดเพี้ยน* — มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึง คิดถึงประเด็นที่ถูก “นินทา” ซึ่งไม่ได้มีความหมายในเชิงติเตียน

หากจะกล่าวถึงในที่ลับหลัง เพื่อความสนุกสนานระหว่างเพื่อน ควรจะใช้คำว่านินทาเฉยๆ ครับ

« « Prev : ประชุมสรุปงาน OpenCARE กับอนุกรรมการวิจัยของเนคเทค

Next : บาปใหญ่-บาปลึก » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

12 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 0:19

    อิอิ อีกหน่อยจะเข้าไปสู่พจนานุกรมฉบับใหม่…

  • #2 nontster ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 0:43

    อาจจะเพราะบางคนไม่พร้อมจะถูกตำหนิตรงๆได้ อิอิ

  • #3 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 7:27

    พวกเราบางคนเอามาใช้ในทำนอง นินทาแบบอารยะค่ะน้อง นินทาแบบเอ็นดูคนที่ถูกกล่าวถึงนะ เข้าข่ายอ่ะปล่าว

  • #4 Suchada ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 12:25

    ที่ทำงานเราใช้คำว่า สุนทรียะนินทา ล่ะ  ^_^

  • #5 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 12:32
    ภาษาไทย ไม่ได้เป็นภาษาที่ตายแล้ว ความหมายจึงเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลสมัยนะครับ ผมคงไม่ตีความว่าใช่หรือไม่

    แต่ในประเด็นที่คิดว่าเป็นอารยะหรือไม่ ผมคิดตามแนวที่พระอาจารย์มหาชัยวุธได้ให้อรรถาธิบายไว้ ในศีลข้อมุสาฯ ครับ

  • #6 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 13:17
    สุนทรีย์ เกิดในใจเรา ฟังดูน่าจะเป็นเรื่องในมุมบวก ทั้งกับตัวเราและผู้ที่ถูกกล่าวถึงครับ แต่มันจะไปถึงปลายทางหรือไม่ก็ไม่รู้; ส่วนอารยะนินทานั้น ผมคิดว่ามี component สำคัญคือมี mechanism ที่จะส่งข้อความจะไปถึงผู้ที่ถูกกล่าวถึง*โดยไม่ผิดเพี้ยน* เช่นลองเขียนถึงใครคนหนึ่งซึ่งหายไปนานในลานฯ เดี๋ยวเพื่อนก็ไปลากมาอ่านเอง แบบนี้ข้อความไม่เพี้ยนแน่ แม่นกว่าฝากข้อความต่อๆ กันไป
  • #7 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 15:13

    เปิดมาดูบันทึกนี้ ๒-๓ ครั้งแล้ว ครั้งนี้ มีการอ้างถึง (อารยะนินทา ?) ก็ขอใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงนิดหน่อย…

    ครั้งแรกที่เจอศัพท์ว่า *อารยะนินทา* ก็รู้สึก ทึ่ง ! กับผู้คิด… และตอนนี้รู้สึกว่าคำนี้เริ่มจะติดตลาด ดังนั้น เพื่อการหมายรู้ในทำนองเดียวกันก็ต้องมีการนิยามความหมายหรือให้ความจำกัดความ…

    เบอร์ทัลดิ์ รัสเซลล์ เคยให้ความเห็นว่า ความหมายของคำนั้น คล้ายๆ กับแสงสว่างที่เกิดมาจากโคมไฟที่แขวนอยู่บนยอดเสาในคืนที่มีลมแรง นั่นคือ สั่นไหวตลอดและเอาแน่นอนได้ยาก…

    โดยส่วนตัว ผู้เขียนอาจเจอแต่ศัพท์บัญญัติที่เข้าใจยากๆ เป็นปกติก็ได้ จึงไม่ค่อยจะใช้ศัพท์แปลกๆ ชอบจะใช้แต่คำง่ายๆ ทำนองว่า คำไทยแท้ๆ คำโดด คำประสม อะไรทำนองนี้

    แต่ในโลกปัจจุบัน การที่จะสื่ออะไรให้สะดุดใจ การนำเสนอบางอย่างด้วยศัพท์แปลกๆ ใหม่ๆ นับว่าเป็นจุดขายและเรียกร้องความสนใจได้พอสมควร…

    อย่างไรก็ตาม หากว่า *อารยะนินทา* ซึ่งมีกำเนิดที่ลานปัญญา ติดตลาดขึ้นมา ผู้เขียนก็รู้สึกปลื้ม ในฐานะที่เป็นสมาชิกลานปัญญา และเป็นหนึ่งในจำนวนคนกลุ่มแรกที่ได้เห็นศัพท์นี้ แม้จะไม่เคยใช้เป็นการส่วนตัวเลยก็ตาม…

    เจริญพร

  • #8 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 15:15
    สาธุ

    อารยะนินทา - นินทาอย่างผู้เจริญ (แต่ผู้เจริญไม่นินทาผู้อื่นลับหลัง)

  • #9 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 18:28

    รีบอุ๊บอิ๊บว่า การเอ่ยถึงลับหลังด้วยความยินดีและเอ็นดูต่อผู้ทีเอ่ยถึง อยู่ในข่ายของการนินทาอย่างผู้เจริญ…….อิอิ

  • #10 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 February 2009 เวลา 19:19

    “อรยนท”   อารยะนินทา    เป็นการกล่าวขานของคนตั้งแต่สองคนขึ้นไปต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนในสถานที่ส่วนตัว หรือ ที่ลับ ในด้านบวก
    ในอนาคต อาจจะต้องบัญญัติศัทพ์ใหม่ในด้านลบ หรือ นินทาในด้านลบ   ว่า   “อฆนท”   ก็เป็นไปได้

  • #11 ตาหยู ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 February 2009 เวลา 14:59

    ท่านพี่ครับ ผมหาทางเข้าลานได้แล้ว หลังจากจำuser password ไม่ได้ หาทางเข้ามาร่วม2เดือน
    27 กพ. ผมรวมลาน ณสวนป่าด้วยครับ

  • #12 ลานซักล้าง » ขึ้นรอบปีที่สามของลานปัญญา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 July 2010 เวลา 17:41

    [...] ได้ มีงานบวชเม้ง เปลี่ยนคำฮิตจาก “อรยนท” (อารยะนินทา:กริยา) เป็น “แห้ว” [...]


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.22386717796326 sec
Sidebar: 0.27471494674683 sec