หัวหน้าบ้า ๆ บอ ๆ

อ่าน: 10523

ด้วยงานแบบบู๊ ๆ ลุย ๆ อาจารย์งานพัฒนาวินัย ฯ มักเหนื่อยล้ากว่าส่วนอื่น ๆ ครูปูจึงจัดกิจกรรมทัศนศึกษาพาน้อง ๆ เที่ยวเชิงหลั่นล้ากันทุกปี  เมื่อสองปีที่แล้วหลังน้ำลด เราเห็นตรงกันว่าควรไปอยุธยา จะได้แวะไปช่วยกันจัดบ้านและข้าวของให้กับเพื่อนคนหนึ่งในอำเภอบางบาลที่ถูกน้ำท่วมเสียหายด้วย พักคืนหนึ่งรุ่งขึ้นก็ไปช่วยอีกหลังที่อ่างทอง วางแผนแบ่งงานกันอย่างลงตัว กำหนดการก็ถูกวางไว้อย่างครื้นเครง แวะไหว้พระไปด้วย หาอะไรอร่อย ๆ กินกันไปด้วยตลอดทาง

อยุธยา

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านเป้าหมายก็ลงมือทันที ได้เนื้องานด้วยความสนุกสนานครื้นเครงตลอดวัน ชาวบ้านเห็นทีมหนุ่ม ๆ 2-3 คันรถ แห่กันมาช่วยปรับพื้นที่ โกยดิน ขนขยะไปทิ้งให้ ก็คงชอบ ยกขนม กล้วย ข้าวต้ม กับข้าวมาวางไว้ให้ ทำไปทำมาบ้านที่จะบูรณะก็กลายสภาพเป็นบ้านงานไป เพราะแค่พักเดียวก็มีใครไม่รู้ มาปีนเสาติดไฟสี ๆ ให้ มีโต๊ะกลมมาวาง ผ้าแดงปู โต๊ะจีน อย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะค่ะ ^^

ทีมเราที่ไปกัน 10 กว่าชีวิต ก็เป็นคอเฮไหนเฮนั่นกันอยู่แล้ว แถมเป็นมือสันทนาการหาตัวจับยากกันทั้งนั้น พักเดียวก็เนียนไปกับชาวบ้านได้ ยิ่งรู้จักก็ยิ่งอาสา ทำไปพูดคุยแลกเปลี่ยนสรวลเสเฮฮากันไป ตกค่ำก็ต่อคาราโอเกะ ร้องรำลั่นทุ่งกันไป โดยไม่มีบุหรี่หรือแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่ประการใด ^^

บ้านทรงไทย

สังเกตว่ามีแต่ผู้ใหญ่เฝ้าบ้านทุกหลังไป พอจะมีสาว ๆ กลางคนบ้างก็คงเพราะมีลูกเล็ก ๆ จึงต้องอยู่ดูแล นอกนั้นเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด บ้านของอาจารย์ที่เราไปเยี่ยมนี่คงหนักสุด มีคุณพ่ออายุ 80 อยู่บ้านคนเดียว ยังคงเดินหลังโก่งไปทำนา และทำกิจวัตรทุกอย่างตามลำพังเป็นประจำ  เห็นภาพผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุในบ้านเรา ที่ลูกหลานหนุ่มสาวเลือกไปใช้วิถีชีวิตในเมืองกันได้อย่างชัดเจน

ครูปูก็นั่งโม้กับลุง ๆ ป้า ๆ บ้างก็เอน บ้างก็นอน ปรับทุกข์เล่าเรื่องลูกเรื่องหลานให้ฟัง ยังกับเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวก็มิปาน ^^

อยุธยา


เช้าวันกลับสังเกตว่าทุกคนยิ้มแย้มหยอกล้อกันอย่างมีความสุขตลอดเวลา มองไปแล้วเหมือนแต่ละคนเป็นลูกหลานบ้านนั้นจริง ๆ ไม่มีความเขินอาย หรือละล้าละลังจะหยิบจับช่วยเหลืองานใด ๆ เลย  แทนที่จะแสดงความอิดโรย จากการถูกหลอกว่าจะพามาเที่ยวแล้วต้องมาลุยงานหนักกว่าอยู่วิทยาลัยเสียอีก ทุกคนกลับดูอิ่มเอมจากการให้กันโดยถ้วนหน้า

ททมาโน ปิโย โหติ  ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก จริง ๆ เนาะคะ ^^

ช่วยน้ำท่วม

ขากลับยังได้รับขนมของฝากจากบ้านนู้นหน่อยจากบ้านนี้นิด พวกเราก็ไม่ลืมอุดหนุนสินค้าของแต่ละบ้าน ทั้งข้าวโพดหวานที่เด็ดมาจากไร่ใหม่ ๆ และขนมหวานของดีจากศูนย์กลางของชุมชนบางบาล ก่อนจะออกจากหมู่บ้านเจ้าถิ่นกำชับนักกำชับหนาว่าจะต้องแวะไปสักการะหลวงพ่อใหญ่ ที่วัดไทรน้อยให้ได้ ทีมเราจึงดิ่งไปยังจุดหมายดังกล่าวทันที

รำแก้บน

จอดรถป๊าด… แม่หัวขบวนตาไวก็เริ่มตั้งข้อสังเกตก่อนเพื่อน
“เอ งานบวชใครหว่า ดูดิ่ คุณยายแก่จนจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว รำเฉิบ ๆ อยู่คนเดียว ทำไมขบวนเขาดูเหงา ๆ เซ็ง ๆ กันจังหว่า”

จำไม่ได้ว่าใครตอบกลับมา

“อาจารย์ปูครับ ผมว่าคนเขาก็รำให้มันเสร็จ ๆ ไปพอเป็นพิธีมังครับ”

“อ้าว เหรอ งั้นระหว่างรอเนี่ยะ เราก็ไปช่วยเขารำดีไหม ได้บุญนาเฟ๊ย พี่เคยได้ยิน ว่าแล้วก็ลุยเลยดีกว่านะ อิอิอิ”

แม่คุณไม่รอช้า ตั้งวงรำเฉิบ ๆ ไปโค้งคุณยายขอเข้าขบวนทันที ลูกพี่ออกลูกบ้าอย่างนี้แล้ว ลูกน้องจะรอดไหมล่ะค่ะ ฮ่า…

ชาวบ้านในขบวนมองด้วยความมึนงงกันพักเดียว ก็ยิ้มรับ คนที่เดินเฉย ๆ ไม่รำก็มารำเป็นเพื่อนกับพวกเรา หนุ่ม ๆ ขบวนเราก็ไปอาสารับกลองยาวมาแบกแล้วก็ช่วยตีกันดังลั่นทุ่งกว่ามืออาชีพเขาเสียอีก ใครมีท่าทีเงียบ ๆ เหงา ๆ พวกเราก็ไปรำล้อมหน้าล้อมหลังให้ได้เขินอาย จนต้องตั้งวงรำตอบกับเราไปด้วย

รำแก้บน

เมื่อเห็นว่าคุณป้าคนโห่ต้นเสียง เสียงเบาและแหบไปแล้ว จึงรีบอาสาทันที

“คุณป้าขา เดี๋ยวหนูช่วยโห่ ดีไหมคะ”
“เออดี ๆ อีหนูเอาเลย โอยมีน้ำใจจริง จริ๊งช่ะ ลูกใครวะเอ็งอะ”

คิดว่าถ้ามัวแนะนำชื่อบุพการีกัน คงเป็นการเสียเวลา เพราะยังไงแล้วคุณป้าแกก็คงไม่รู้จักบุพการีของเราอยู่ดี อย่ากระนั้นเลย

“โห่………………………ฮี้……………..โห่………ฮี้…..โห่….ฮี้….โห่….ฮี้…..โห่….ฮี้… โห่…..ฮี้….โห่ย………….”

ลูกน้องขานรับ

“ฮิ๊ว………………………………………………………………………….”

โห่ด้วยความเมามัน และสำเนียงที่แล้วแต่ขณะนั้นจะนึกครีเอทออกมาได้ไปหลายสิบรอบ ขำก็ขำ ไม่เคยทำอะไรมันขนาดนี้มาก่อน หันไปมองพวกน้อง ๆ  ทุกคนล้วนขำำกันน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน แต่ก็สนุก  จนน้องผู้หญิงคนนึง ขำจนรำต่อไม่ไหว นั่งยอง ๆ เช็ดน้ำตาอยู่ข้างทาง

พอโห่และรำรอบโบสถ์จนครบ 3 รอบแล้ว จึงนั่งพัก มีคนเอาน้ำมาเสิร์ฟบริการผ้าเช็ดหน้าเช็ดตา ก็เพิ่งจะมาตั้งข้อสังเกตกัน

“เอ แต่เราเดินรำกันไม่ทันเห็นนาคสักรอบนึงเลยเนอะ คงอยู่ในโบสถ์แล้วแหละ เข้าไปกราบพระแล้วชมนาคกันสักนิดก่อนกลับดีกว่าเนอะเรา”

เสียงไอ้เจ้าน้องคนหนึ่งกระซิบข้างหูเบา ๆ

“อาจารย์ปูครับ ผมก็สงสัยเลยเดินไปถามป้าหัวหน้าขบวนมาแล้ว แกบอกว่า แกเป็นคณะรำแก้บนไม่ใช่งานบวชหรอกครับ แต่ผมเห็นอาจารย์ปูเริ่มไปแล้ว ก็เลย เอ่อ… เลยตามเลยอะครับ”

“เง้อ!……………………..”

เพิ่งเข้าใจคำว่า “หน้าแตก” ก็วันนี้แหละค่ะ ความรู้สึกตอนนั้นคือมันเหวอ ๆ โหวง ๆ แสบ ๆ อาย ๆ ระคนกันไปอะค่ะ แต่ก็ไม่วายตะโกนบอกพรรคพวกที่เหลือให้ได้ระเบิดหัวเราะกันเป็นหมู่คณะ รวมทั้งยังหน้าไม่อายไปบอกชาวบ้านแถวนั้นด้วยว่า พวกหนูเข้าใจผิดนะเนี่ยะ นึกว่าขบวนแห่นาค ทีนี้เลยได้ฮากันทั้งตำบลบางบาลไปอะนะ ^^

เที่ยวอยุธยา

วันนี้คุยกับน้อง ๆ เรื่องความรับผิดชอบในการทำงาน บอกน้อง ๆ ไปว่าอะไรที่ครูปูมอบหมายไปแล้วขอให้ปฏิบัติตามนั้นได้เลย ได้ผลเป็นอย่างไร ติดตรงไหน ขอให้บอก หากปรากฎว่าเกิดความเสียหายจากคำสั่งนั้น ๆ ความผิดจะอยู่ที่ครูปูแต่เพียงผู้เดียว ขอให้สบายใจได้เลย

พูดไปก็ย้อนเรื่องนี้เอามาขำกัน แล้วบอกน้อง ๆ ว่าการเป็นหัวหน้าเขานี่ ไม่ได้ดูเท่เพราะได้เป็นเจ้าของการตัดสินใจเท่านั้นหรอกนะคะ ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบด้วย เพราะวินิจฉัยหรือคำสั่งที่หัวหน้าปล่อยออกไปต้องมั่นใจว่าไตร่ตรองมาอย่างดี มีข้อมูลประกอบเพียงพอ เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่งผลด้านลบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด หากเกิดผลด้านลบดังกล่าวขึ้นจริง ก็ต้องเป็นคนแรกที่แสดงความรับผิดชอบอีกด้วย

เรื่องเล่าขำ ๆ แบบด้านบนนี่ วันหนึ่งคงขำไม่ออก ถ้าครูปูโดนผู้ใต้บังคับบัญชาต่อว่าโทษฐานที่พาเขาไปเหนื่อย ไปอาย ไปร้อน ไปบ้า โดยไม่ใช่หน้าที่ (ดีนะที่เราบ้านำไปก่อน เลยไม่มีใครบ่นว่าอะไร)

เอ หรือว่ามีหว่า ใครผ่านมาทาง VBAC ก็ลองสอบถามทีมนี้ดูก็แล้วกันนะคะ ^^

อาจารย์ VBAC


เตรียม ตัว ตาย

อ่าน: 2793

ไหน ๆ ก็เป็นป้ายสุดท้ายที่ทุกชีวิตต้องจอดกันโดยถ้วนหน้าเนาะคะ จะช้า จะเร็ว หรือในสภาพไหนเท่านั้นเอง

ขั้นตอนหนึ่งของการเตรียมตัวตายของครูปู คือ การบริจาคดวงตา บริจาคอวัยวะและบริจาคร่างกายที่เหลือให้กับสภากาชาดไทย เพื่อสมัครรับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของนักศึกษาแพทย์ต่อไปค่ะ

ข้อมูลการบริจาคดวงตา อวัยวะและร่างกายให้กับสภากาชาดไทย

บอกน้อง ๆ ในที่ทำงานว่า

“พี่มันคนทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง ตอนอยู่ก็เป็นแค่รองอาจารย์ใหญ่ตอนตายก็อยากก้าวหน้ากว่านี้หน่อยเลยอยากเป็นอาจารย์ใหญ่อ่ะ ฮ่า ๆ”

(หนนี้ไม่ค่อยมีใครยอมขำด้วยเลยแฮะ?)

อ่านต่อ »


เมื่อครูอังกฤษคิดจะแต่งกลอน ^^

อ่าน: 1985

  • กราบสวัสดีปีใหม่พ่อครูบา

อีกพี่ป้าน้าอา(ม่า)เฮฮาหลาย

ขอปีนี้แสนดีสะดวกสบาย

สุขภาพจิตสุขภาพกายสมบูรณ์พลัน

อ่านต่อ »


พรุ่งนี้ พี่จะลุย!

อ่าน: 1455

ครูปูมีร้านข้าวเช้าเจ้าประจำอยู่ร้านนึง เจ้าของร้านเป็นคนเหนืออัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายพูดเล่นชวนลูกค้าหัวเราะหัวฮาได้ทุกคน แถมให้ลูกค้าตักเองได้ตามใจชอบด้วยนะ ราคาก็แสนถูก มากันกี่คนก็ตาม ต่อให้สั่้งกับข้าวเต็มโต๊ะ เฉลี่ยแล้วก็ไม่เคยเกินคนละ 20 บาทเสียที ยิ่งครูปูเลือกกินแต่กับที่เป็นผักข้าวก็ไม่ค่อยกิน “ป้าบัว” ก็ยิ่งคิดราคาถูกเข้าไปใหญ่ ข้าวครึ่งก้อน+ผัดผักอย่างละนิด 2 อย่าง คิดครูปู 5 บาท

แป่ว!

นึกถึงสมัยเรียนประถมที่ ตจว.ขึ้นมาเลยอ่ะค่ะ ให้มากกว่านี้ก็ไม่เอา บอกกินนิดเดียวเอง แกคิดตังค์ไม่ลง ครูปูจึงมักหาน้ำพริกรสเด็ดหรืออาหารเหนือไปฝากเพื่อเป็นการขอบคุณอยู่บ่อย ๆ

ตอนเช้า ๆ ร้านป้าบัวเลยเป็นแหล่งรวมเด็กนักเรียนในตอนเช้า ภาพเด็กกำลังงัวเงียขณะถูกพ่อแม่บังคับให้กินข้าวมีให้เห็นทุกวัน

มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง แม่ลูกสี่คน คนโตอยู่ ม.3 ตัวโตเป็นสาวแล้ว คนกลางน่าจะอยู่ ม.2 หรือไม่ก็ ม.1 เพราะตัวโตไล่ ๆ กัน เจ้าน้องชายคนสุดท้องตัวกะเปี๊ยกเดียว น่าจะอยู่อนุบาลหรือไม่ก็ ป.1-2  ทุกครั้งที่เจอจะเห็นยายแม่อ้วนดำคนนี้สูบบุหรี่ปุ๋ย ๆ ไม่ได้หยุดปาก เสียงดังโวยวายตลอดเวลา ทุกคำพูดล้วนด่าทอลูกชายลูกสาวหยาบ ๆ คาย ๆ ทำนองประชดพ่อของลูกที่แอบไปมีเมียน้อย?

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

ที่ประหลาดก็คือ พ่อเด็กเองก็นั่งฟังอยู่ตลอดเวลาขณะนั่งจิบกาแฟอยู่ร้านตรงข้ามเพื่อรอส่งลูก ๆ ไปโรงเรียน?

อ่านต่อ »


ถอดบทเรียนการทำ คนนี้ไง’จารย์ปูครูพันธุ์ก๊าก!

อ่าน: 1572

คืนวันที่พุธที่ 1 ก.ย.53 พ่อครูโทรมาตอนหัวค่ำ “แห้วเอ๊ย ไปเจอกันที่โรงแรมรามาการ์เดนท์เดี๋ยวนี้เลย มีเรื่องใหญ่จะบอก

เรื่องใหญ่หยังวา ไปก็ไป เดี๋ยวก็รู้ กระโดดขึ้นแท็กซี่ไปในบัดดล

ไปถึงจึงได้กอดจากอุ๊ยและพี่หมอเจ๊ แถมได้ของฝากจากอินตะระเดียกะเขาด้วยนะ

ขอบคุณค่ะพี่หมอเจ๊ขา สา…ธุ

ได้คุยกันหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องสำคัญที่จะไม่เล่าในที่สาธารณะ

วันที่ 2 ก.ย.พ่อบอก

แห้วเอ้ย ปั่นต้นฉบับแบบด่วน ๆ หน่อย ทำหนังสือแสดงฝีมือครูอาชีวะเอกชนไปเล้ย เราต้องสร้างจุดเด่นให้ได้

เหรอคะ ?  เอางั้นเหรอคะ

อ่านต่อ »


JUST SEE THEM

อ่าน: 1974

อานิสงส์จากงาน Ignite Thailand ของ เครือข่ายพลังบวก ในคืนวันที่ 16 มิถุนายน 2553 ที่ลุมพินีสถาน อาคารลีลาศ ยังทิ้งร่องรอยประทับไว้ในห้วงคำนึงหลายเรื่องค่ะ

จาก สิ่งที่ไม่ควรลืม ซึ่งโผล่ออกมาอย่างอัตโนมัติระหว่างการพูดคุยที่ตั้งใจจะให้กำลังใจกับเด็กนักศึกษา

ก็ยังมีเรื่องนี้อีกค่ะ ที่ทั้งภาพและเรื่องราวทำให้ตัวเองรู้สึก “อาย”

(ขอบคุณ คุณนที สอนวารี ที่กรุณาเตือนสติค่ะ)

อ่านต่อ »


แจ๋วขี้เซา ณ สวนป่า 4 พ.ค.2553

อ่าน: 1862

เช้านี้นกยูงคงทนเห็นภาพครูปูนอนอล่างฉ่างคนเดียวบนเสื่อหน้าทีวีในห้องโถงไม่ไหว เลยเคาะประตูกระจก โป้่ก ๆๆ นึกถึงเสียงยายตะโกนปลุกที่บ้านเลย

ปูเอ๊ยยยย ตื่นได้แล้ว…

แม่หวีหายไปไหน แล้วหว่า (จะสงสัยทำไมไม่ทราบ ก็มันสายโด่ง 7 โมงกว่าแล้วนี่)

อ่านต่อ »


เกณฑ์ตัดสินความเป็นผู้นำและจิตอาสา

อ่าน: 2173

เนื่องด้วยช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเข้าลานสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีเรื่องที่ใจอยากจะเขียนเยอะแยะ (แหว่ะ! แก้ตัว ๆ)

เพิ่งจะเล่าเรื่องการเป็นกรรมการสัมภาษณ์อาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนให้พ่อครูฟัง  พ่อครูจึงเอ่ยปากว่า ช่วยเล่าเรื่องนี้เป็นบันทึกหน่อยได้ไหม เผื่อจะตอบโจทย์ของ อ.สุรีย์ ในบันทึก  คนเดียวหัวหาย ได้ด้วย

เลยเพิ่งทราบว่าเขาตอบกันไปตั้งนานแล้วล่ะลุง เอ๊ย ป้า แต่ไม่เป็นไรค่ะ มาช้าตอนนี้ ดีกว่าช้ากว่านี้เนาะ อิอิอิ

คำถามที่ 1

การจะรับนักศึกษาพยาบาลในโควต้าดีเด่นด้านการเป็นผู้นำและจิตอาสา จะกำหนดจุดตัดสินอย่างไรดีคะ หากต้องหาจุดที่ชัดเจน

อ่านต่อ »


ทีมไ่ก่โห่ถึงสวนป่า 3 พ.ค.2553

7 ความคิดเห็น โดย krupu เมื่อ 16 พฤษภาคม 2010 เวลา 19:05 ในหมวดหมู่ aar, กิจกรรมจิตอาสา, เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 2094

ตลอดเดือนเมษาที่ผ่านมา จะถูกพ่อครูบาฯ ขายยา เอ๊ย ชักชวนให้ไปสวนป่า ฯ ทริปคณะพี่ครูอึ่งตลอด

(ตอนนั้นรู้แค่นี้จริง ๆ ค่ะ)  เลยเดาไปเรื่อยเปื่อยว่าพี่ครูอึ่งคงจะพาครูที่โรงเรียนมงคลวิทยามาล่ะมั๊ง แล้วคงเชิญ อ.โสรีช์ มาด้วย (ได้รู้จักท่านผ่านตัวหนังสือเท่านั้น)   กี่คนก็ไม่รู้  มาอบรมหัวข้ออะไร มาทำอะไรกันบ้าง ไม่รู้!

เอาแค่รู้ว่ามีงาน ได้มาช่วยพ่อครูฯ ได้มาช่วยพี่ ๆ ได้บ้าง ทำไปได้เรียนรู้ไป ถ้าพอมีเวลาก็มาอยู่แล้วค่ะ เลยบอกพ่อครูว่า “ไปค่ะไป”

อ่านต่อ »


ศิษย์อกตัญญูหาว่าครู”ไม่มีน้ำยา”

อ่าน: 2439

ตอนเด็ก ๆ พอทำการบ้านส่งเสร็จครูปูจะมีหน้าที่นวดให้ครูบ้าง ตรวจการบ้านแทนบ้าง เติมน้ำในแจกันบนโต๊ะครู วิ่งเอากับข้าวหรือเอาของไปเก็บที่บ้านครูบ้าง ไม่ว่าเราจะสนิทสนมกับคุณครูท่านนั้นมากน้อยแค่ไหนแต่หากถูกใช้ไหว้วานเราจะรู้สึกเต็มใจเต็มที่สู้ตายทุกเรื่อง

ถ้าเพื่อนคนไหนรู้เข้าก็จะยิ่งมาช่วยมะรุมมะตุ้มกันเข้าไปอีก เราเองจะหน้าบานเป็นจานข้าวแมวภูมิใจและเป็นเกียรติที่เราเป็นคนได้รับคำสั่งจากคุณครูมาโดยตรงเชียวนะ  :-)

อาจเพราะเรามองครูว่าสูงส่ง ไม่มีการจับผิดจ้องพลาดด้วยความลังเลสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นครูนะจะไปคิดจะไปมองท่านเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร

อ่านต่อ »



Main: 0.075146913528442 sec
Sidebar: 0.45339012145996 sec