หากชีวิตยังปรารถนาจะมีคู่…

โดย krupu เมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 9:00 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต, มุมมองของชีวิต, วิถีชีวิต, สังคม #
อ่าน: 2177

โหยหาความรักกันบ้างไหม ?

เหตุที่ทำให้เจอคู่ดีคู่ไม่ดีนั้นมีอยู่มาก ที่เป็นแรงบังคับผลักไสหน่วงเหนี่ยวจากอดีตก็มี ที่เป็นแรงยุของเพื่อนดีเพื่อนไม่ดีหรือด่วนได้ขณะหน้ามืดตอนเหงาจัด ๆ ก็มี พูดง่าย ๆ คือเหตุผลของการที่คนไปเลือคู่มานั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าตัวเองมีความเชื่อย่างไร ขอยกตัวอย่างพอสังเขปกรณีผลักไสจากบุญบันดาล ถ้าเป็นการสนับสนุนของ “บุญ” ก็จะบันดาลให้เกิดเหตุการณ์ดีดี ประจวบเหมาะให้พบกันซึ้งใจกัน มีโอกาสได้เกื้อกูลกัน อย่างกรณีการผลักไสหรือการบังคับของบาปก็จะบันดาลเหตุการณ์ร้าย ๆ ให้ประจวบเหมาะได้พบกันและผูกมัดกัน จนดิ้นจากกันไม่หลุด

หากชีวิต ยังปรารถนาจะมีคู่ แล้วจะทำอย่างไร จึงจะได้เจอคนดี ที่จริงใจ ?

อยากจะบอกว่าการเลือกแฟนแบบไหนให้ตัวเองก็ตาม รู้ไว้เถอะว่าเรากำลังเลือกใจตัวเองด้วย เขาเป็นแบบไหนใจเราก็จะค่อยเป็นแบบนั้น ถ้าเขาเอาแต่สนุกใจเธอก็อยากสนุกด้วย ถ้าเขาฉาบฉวยใจเราก็ฉาบฉวยตาม  เราเลือกใครนั่นหมายความว่าเรายอมให้กรรมของผู้นั้นเข้ามาเกื้อกูลหรือรบกวนวิถีชีวิตของเรา  หากอยากเจอคนดี มีศีล น่าอบอุ่นใจ ก็ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเองในด้านมืด เข้าใจง่าย ๆ คือ ถ้าเรายกระดับความดีตัวเองสูงขึ้นแค่ไหน โอกาสจะไปเจอคนในระดับนั้นก็มีสูงขึ้นด้วย ยกระดับฐานะยากนัก ก็ยกระดับจิตใจเป็นไง

เคยมีหญิงชายคู่หนึ่งไปถามพระพุทธเจ้าว่าเขาสองคนนั้นรักกันมาก จะทำอย่างไรให้สามารถครองคู่กันได้ยาวนานยั่งยืนและติดตามไปทุกภพทุกชาติ

พระพุทธเจ้าท่านก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุและผล

อย่างถามว่า ความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร ?  ท่านทรงตอบว่า

การที่ชายหญิงที่ได้ครองคู่กันนั้นเกิดจากบุพเพสันนิวาสเคยได้อยู่ร่วมกันมาก่อน และมีความเกื้อกูลกันในชาติปัจจุบันด้วย นอกจากนั้น หากต้องการจะครองคู่กันได้ตลอดไปทุกภพทุกชาติ มีวิธีเดียวคือ ทำให้ ศรัทธา ศีล ปัญญา จาคะ เสมอกัน เท่าเทียมกัน ถ้าหากว่าเราเข้าใจจริง ๆ ว่าสิ่งนี้ที่พระพุทธเจ้าหมายถึงก็คือการจูนจิตให้เสมอกัน จูนชีวิต จูนสถานะภาพในชาติปัจจุบันเสมอกัน มันก็สามารถรักษาภาวะคู่ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง และหากชาติหน้าต้องเกิดอีก ก็มีเหตุให้ได้ตามติดไปเกิดกันได้เพราะว่ากรรมเสมอกัน ก็ส่่งไปให้อยู่ในภาวะที่ใกล้เคียงกันและเสมอกัน

ประโยคทิ้งท้าย :

ถ้าเราทำให้ใครสักคนตาสว่างด้วยการเห็นธรรมะ ถ้าเราสามารถทำให้ใครสักคนอบอุ่นใจด้วยการเห็นธรรมะเป็นที่พึ่ง ความรู้สึกมันยิ่งกว่าทำให้คนรักปิติด้วยของกำันัลล้ำค่าใด ๆ การมีตาที่สว่างและใจที่อบอุ่นด้วยธรรมะนั้น จะติดตัวทั้งสองฝ่ายตราบจนแยกจากกันเข้าสู่นินพพาน ไม่มีอะไจะมาทำให้เกิดความร้าวฉานแก่สัมพันธภาพระหว่างกันได้อีก”

“อุบาสิกา…ณชเล”

Post to Facebook

« « Prev : บุพเพสันนิวาส

Next : คู่บาป-คู่บุญ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

22 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.062210083007812 sec
Sidebar: 0.5743100643158 sec