หากชีวิตยังปรารถนาจะมีคู่…

โดย krupu เมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 9:00 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต, มุมมองของชีวิต, วิถีชีวิต, สังคม #
อ่าน: 45563

โหยหาความรักกันบ้างไหม ?

เหตุที่ทำให้เจอคู่ดีคู่ไม่ดีนั้นมีอยู่มาก ที่เป็นแรงบังคับผลักไสหน่วงเหนี่ยวจากอดีตก็มี ที่เป็นแรงยุของเพื่อนดีเพื่อนไม่ดีหรือด่วนได้ขณะหน้ามืดตอนเหงาจัด ๆ ก็มี พูดง่าย ๆ คือเหตุผลของการที่คนไปเลือคู่มานั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าตัวเองมีความเชื่อย่างไร ขอยกตัวอย่างพอสังเขปกรณีผลักไสจากบุญบันดาล ถ้าเป็นการสนับสนุนของ “บุญ” ก็จะบันดาลให้เกิดเหตุการณ์ดีดี ประจวบเหมาะให้พบกันซึ้งใจกัน มีโอกาสได้เกื้อกูลกัน อย่างกรณีการผลักไสหรือการบังคับของบาปก็จะบันดาลเหตุการณ์ร้าย ๆ ให้ประจวบเหมาะได้พบกันและผูกมัดกัน จนดิ้นจากกันไม่หลุด

หากชีวิต ยังปรารถนาจะมีคู่ แล้วจะทำอย่างไร จึงจะได้เจอคนดี ที่จริงใจ ?

อยากจะบอกว่าการเลือกแฟนแบบไหนให้ตัวเองก็ตาม รู้ไว้เถอะว่าเรากำลังเลือกใจตัวเองด้วย เขาเป็นแบบไหนใจเราก็จะค่อยเป็นแบบนั้น ถ้าเขาเอาแต่สนุกใจเธอก็อยากสนุกด้วย ถ้าเขาฉาบฉวยใจเราก็ฉาบฉวยตาม  เราเลือกใครนั่นหมายความว่าเรายอมให้กรรมของผู้นั้นเข้ามาเกื้อกูลหรือรบกวนวิถีชีวิตของเรา  หากอยากเจอคนดี มีศีล น่าอบอุ่นใจ ก็ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเองในด้านมืด เข้าใจง่าย ๆ คือ ถ้าเรายกระดับความดีตัวเองสูงขึ้นแค่ไหน โอกาสจะไปเจอคนในระดับนั้นก็มีสูงขึ้นด้วย ยกระดับฐานะยากนัก ก็ยกระดับจิตใจเป็นไง

เคยมีหญิงชายคู่หนึ่งไปถามพระพุทธเจ้าว่าเขาสองคนนั้นรักกันมาก จะทำอย่างไรให้สามารถครองคู่กันได้ยาวนานยั่งยืนและติดตามไปทุกภพทุกชาติ

พระพุทธเจ้าท่านก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุและผล

อย่างถามว่า ความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร ?  ท่านทรงตอบว่า

การที่ชายหญิงที่ได้ครองคู่กันนั้นเกิดจากบุพเพสันนิวาสเคยได้อยู่ร่วมกันมาก่อน และมีความเกื้อกูลกันในชาติปัจจุบันด้วย นอกจากนั้น หากต้องการจะครองคู่กันได้ตลอดไปทุกภพทุกชาติ มีวิธีเดียวคือ ทำให้ ศรัทธา ศีล ปัญญา จาคะ เสมอกัน เท่าเทียมกัน ถ้าหากว่าเราเข้าใจจริง ๆ ว่าสิ่งนี้ที่พระพุทธเจ้าหมายถึงก็คือการจูนจิตให้เสมอกัน จูนชีวิต จูนสถานะภาพในชาติปัจจุบันเสมอกัน มันก็สามารถรักษาภาวะคู่ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง และหากชาติหน้าต้องเกิดอีก ก็มีเหตุให้ได้ตามติดไปเกิดกันได้เพราะว่ากรรมเสมอกัน ก็ส่่งไปให้อยู่ในภาวะที่ใกล้เคียงกันและเสมอกัน

ประโยคทิ้งท้าย :

ถ้าเราทำให้ใครสักคนตาสว่างด้วยการเห็นธรรมะ ถ้าเราสามารถทำให้ใครสักคนอบอุ่นใจด้วยการเห็นธรรมะเป็นที่พึ่ง ความรู้สึกมันยิ่งกว่าทำให้คนรักปิติด้วยของกำันัลล้ำค่าใด ๆ การมีตาที่สว่างและใจที่อบอุ่นด้วยธรรมะนั้น จะติดตัวทั้งสองฝ่ายตราบจนแยกจากกันเข้าสู่นินพพาน ไม่มีอะไจะมาทำให้เกิดความร้าวฉานแก่สัมพันธภาพระหว่างกันได้อีก”

“อุบาสิกา…ณชเล”

Post to Facebook

« « Prev : บุพเพสันนิวาส

Next : คู่บาป-คู่บุญ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1342 ความคิดเห็น