บ้านของหนูในสวนของพ่อ

โดย krupu เมื่อ 7 เมษายน 2012 เวลา 21:00 ในหมวดหมู่ aar, มุมมองของชีวิต, วิถีชีวิต, สังคม, หมู่บ้านโลก, เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 36162

โปรเจ็คหมู่บ้านโลกที่พ่อครูบาสุทธินันท์และป๋า Conductor Logos ตีฆ้องกันมาสักระยะหนึ่งแล้วนั้น เพิ่งถูกพ่อครูบากดปุ่มอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการถมที่ให้เห็นกับตา

เห็นทั้งทางเ้ข้าสวนป่าที่เคยนั่งรถโขยกเขยกด่อก ๆ แด่ก ๆ ลงหลุมนู้นเหวนี้กันจนชิน ถ้าถือแก้วน้ำมาด้วยก็ต้องเตรียมตัวเกร็งกันได้เลย มิฉะนั้นน้ำจะกระฉอกไปกระฉอกมาอย่างแน่นอน แต่มาบัดนี้กลับราบเรียบด้วยดินที่ถูกนำมาถมปรับพื้นให้สม่ำเสมอตลอดทางเข้าจนถึงสี่แยกคอกวัวเลยทีเดียวเชียว

home

บริเวณที่พ่อสั่งถมดินไว้สำหรับสร้างเป็นบ้านของป๋าสวยและสงบมาก ยังกะภาพวาดแน่ะค่ะ ไม่ได้โม้นะคะ ไม่เชื่อถามป๋าดูเลย

พ่อบอกแค่สางไม้เล็ก ๆ ออกแค่บางส่วน ก็ได้ที่ปลูกบ้านของป๋าที่สวยยังกะเวทีโอเปร่าก็มิปาน ^^

ส่วนบริเวณที่เป็นบ้านพ่อเองก็เลือกแปลงที่ถัดจากแปลงปลูกกล้วยที่ขนานกับถนนเข้าตัวบ้านซึ่งเป็นช่องรับลมพอดี แค่ไปยืนแถวนั้นก็อยากจะเอนกายลงเสียให้ได้ ด้วยเงาร่มไม้และความเย็นสบายจากลมที่พัดโกรกมาทางคอกวัวตลอดเวลา

ใจก็ระริกระรี้อยากเห็นแบบบ้านพ่อ บ้านป๋าและอาคารสัมมนาเหลือเกิ๊น เพราะจะได้เห็นว่าต่อไปรูปแบบของกิจกรรมของสวนป่าจะสามารถจัดไปในทิศทางไหนได้บ้าง ครูปูต้องการข้อมูลเพื่อจะได้ปรับตัวปรับตารางให้สอดรับในการแบ่งเบาภาระของสวนป่าเท่าที่จะทำได้บ้าง เหมือนที่เคยทำมา

เคยปรึกษาป๋าขำ ๆ ไว้แต่แรกแล้วว่า ถ้าพ่อกับป๋ามีบ้านกันแล้ว หนูไปซุกกับพ่อก็ได้นะ หรือจะจ่อมอยู่ห้องหลังทีวีในเรือนใหญ่กับแม่หวีเหมือนเดิมก็ได้อยู่ดี ดีด้วยจะได้ช่วยวิ่งหยิบจับนู่นนี่นั่น แบ่งเบาภาระแม่หวีได้บ้าง หรือจะเร่เป็นผีไม่มีศาลอยากนอนไหนก็นอน จะหลายใจ หลายหน้า หนูก็นอนใกล้ ๆ ได้ ไม่เรื่องมากหรอก อิอิอิ ก็น่าจะมันดีออก :P

ป๊าด… เที่ยงวันหนึ่งระหว่าง เฮเก้า พ่อครูบาหันมายักคิ้วหน่อยนึงแล้วบอกว่า

“บ้านไอ้แห้วมันต้องพิเศษหน่อยโว้ย”

ห๋า… บ่ะ…บ้านหนูเหรอ?

“เออ น่า รับรอง พ่อจะทำให้คนเห็นบ้านหลังนี้แล้วต้องอ้าปากค้างเลยก็แล้วกัน ฮ่า ๆๆๆ”

ตั้งแต่ประโยคนี้เป็นต้นไป ก็ยัง มึน จัง ปู ว่า แล้วมันวกกลับมาเป็นบ้านหนูตอนไหนเนี่ยะ???

ใจก็อยากร้องถามออกไปว่า

“หนูไม่ได้อยากได้คำรับรอง หนูแค่อยากรู้ว่ามันมายังไง ทำไมหนูต้องมีบ้านเป็นเรื่องเป็นราวกับเขาด้วยล่ะ หนูก็ภาระไม่ใช่เล่นจะโยกย้ายอะไรก็ต้องวางแผนยาววววว สตุ้ง สตางค์ฺ ก็ต้องเตรียมเหมือนกันนา…”

แค่ความประทับใจแล้วชื่นชมโสมนัสกับ สิ่งที่พ่อครูบาทำ บางคนถึงกับเอ่ยว่า

“อยากไปอยู่สวนป่าจังเลย”

“อยากมีวิถีชีวิตแบบนั้นจังเลย”

แท้จริงแล้ว จังหวะชีวิตเราลงตัวให้เหมาะ ให้ควรที่จะทำอย่างนั้นแล้วหรือยัง และเราทำได้จริง ๆ หรือเปล่า

ใครที่เคยเป็นแขกสวนป่ามาก่อน ได้ตื่นเช้ามาเจออากาศดี ๆ ได้เดินชมสวนเด็ดผัก ได้ทดลองทำอาหารเป็นหมู่คณะ ได้นอนชมดาว ได้คุยกัน ได้ข้อคิดที่แตกต่างจากที่ตัวเองเคยคุ้นชิน ประสบการณ์แค่ช่วงข้ามคืนนี้เป็นที่ประทับใจและติดตรึงตราในความรู้สึกของแขกของสวนป่ารุ่นแล้วรุ่นเล่า

แต่ ทั้งหมดนั่น ก็ยังไม่ใช่ การไปอยู่ จริง ๆ นะคะ

อากาศดี ๆ ที่เราได้รับ เรามีเอี่ยวที่ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมแบบนั้นบ้างไหม ผักที่เราเด็ด เราเคยลงมือขุด พรวนดิน นั่งยอง ๆ หลังขดหลังแข็งท่ามกลางแดดร้อน ๆ แบบพ่อครูบาแบบแม่หวีบ้างหรือยัง

เราจะอดทนแก้ปัญหาการทำการเกษตรภายใต้ภาวะอากาศแปรปรวนไปได้สักกี่น้ำกัน

เราจะช่วยรับมือกับการบริหารจัดการงานเอกสาร งานบ้าน งานครัว วัสดุ อุปกรณ์ คนงานยังไงได้บ้าง

สัตว์เลี้ยงที่น่ารักน่าเอ็นดู วัว แพะ นกกระจอกเทศ ไก่พันธุ์พื้นเมือง ฯลฯ เกิดโรคขึ้นเราจะดูแลรักษาเขาอย่างไร

เราจะเดินตามวิถีแห่งพ่อครูบา ที่บุกตะลุยอย่างสนุกสนาน ไม่ครั่นคร้านทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวขนาดนั้นได้หรือไม่

การประคับประคองสัมพันธภาพเมื่อต้องไปอยู่ร่วมกับพ่อครูบา แม่หวี  ท่านว่าที่ ผญบ. ที่อุตส่าห์มุ่งมั่นและเสียสละลงทุนทั้งเวลา กำลังทรัพย์ กำลังสมองจนหน้าคล้ำ (แต่ไม่คร่ำเครียด) เพื่อพัฒนาสวนป่าให้น่าอยู่และเอื้อต่อการพัฒนามากขึ้น รวมถึงลูกบ้านของหมู่บ้านโลกท่านอื่น ๆ อีก

ไหนจะเรื่องการสมดุลย์ขีดจำกัดทางสุขภาพ+โลกส่วนตัวของเรากับวิถีชีวิตและภารกิจของสวนป่า

ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ชุมชน ฯลฯ

การบริหารเวลา การบริหารปัจจัยที่ต้องใช้ในการติดต่อกับสังคมญาติมิตรนอกสวนป่า ภาระการดูแลครอบครัวเราเอง?

พ่อครูบาจะสอนเสมอว่าให้เลิกวางเงื่อนไขกับตัวเอง แต่ไหน ๆ มันก็มีมาแล้วอะนะ วางได้ก็วาง ยังวางได้ไม่หมด ก็ต้องค่อย ๆ คนที่เกี่ยวข้องจะได้ไม่ต้องรับผลกระทบมากนัก

ฯลฯ

คำถามที่ครูปูถามตัวเองก่อนคิดจะ  ไปอยู่ ก็คือ

เรามี “องค์ความรู้”  + “องค์ความรัก” มากพอหรือยัง ?

ครูปูเอง องค์แรกท่าจะยังไม่รอดค่ะ แหะ แหะ  สารภาพไปเลยดีฝ่า

ส่วนองค์หลังพูดเองไม่เหมาะค่ะ ต้องให้พ่อครูบากับแม่หวีเป็นคนตอบ

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา โปรเจ็คบ้านเจ้าแห้ว ยิ่งจริงจังและเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

พ่อครูบาระบุขนาดที่ต้องการไว้แล้ว กำหนดที่แปลงที่จะสร้างแล้ว เหลือแค่ผสานแบบจากผู้มีความรู้เข้ากับแบบที่อยู่ในใจตนเอง

เอาล่ะวุ๊ย ไงดีล่ะฉัน

แบบบ้านพ่อก็ไม่แม้จะถามครูปูเลยนะคะ ขอบอก

แค่พาไปดูที่นู่นที่นี่ แล้วตัวพ่อเองก็บอกว่า

“เชื่อพ่อเหอะ เอาแบบพ่อดีกว่า”

แง่ว!

แต่มาคิดดูอีกที ไหน ๆ ตัวเองก็กระเสือกกระสนอยากจะไปแต่สวนป่า ทั้ง ๆ ที่ไม่่ได้ไปติดหนุ่ม หรือหลงแสงสีอะไรแถวนั้นสักหน่อย    ไปเพื่อที่จะไปอยู่ในสวนป่าจริง ๆ ไปแล้วสามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง แปลงร่างเป็นตัวจักรได้ทุกขนาดทุกไซส์  แถมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปอีกต่างหาก

นึกแล้วก็แปลกนะคะ หนีน้ำท่วมไปอยู่สวนป่าเฉย ๆ ยังไม่เบื่อเลยค่ะ ^^

ว่าแล้วก็เชื่อใจพ่อครูบา มั่นใจในความเมตตาที่ท่านมีต่อเรา

และเชื่อสัญชาตญาณตัวเองหน่อยก็แล้วกัน

ที่เหลือจะเป็นเรื่องเวลา ปัจจัย เงื่อนไขบ้าบออะไร  ก็เตรียมการกันไปแล้วกันเนาะ

พ่อจะชวนไปอยู่ใกล้ ๆ แล้วยังมีหน้าจะเล่นตัวอีก

พ่อคงนึกอยากจะ ถ สระ อีบ อยู่ในใจบ้างแล้วล่ะ

ฮ่า ๆ ๆ

home

ยิ่งนึกถึงหน้าพ่อครูบาตอนที่พาไปชี้ที่ที่จะปลูกบ้านให้ แล้วพูดไปยิ้มแฉ่งไปว่า

“พ่อจะทำสะพานเชื่อมระหว่างบ้านปูกับบ้านพ่อนะ เราจะได้เดินหากันได้ทั้งวันไงล่ะ”

ใครเจอแบบนี้เข้าไป ยังจะกล้าปฏิเสธ ความเมตตา ความเอ็นดูที่ผู้ใหญ่มีให้เราี้อีกเหรอคะ

เอาเป็นว่าหนูขอสร้าง…

บ้านของหนู ในสวนของพ่อ


อีกสักหลัง


นะคะ


พ่อขา…


(^___________________^)

Post to Facebook

« « Prev : นิทานร้อยบรรทัด เล่ม 6 : เรื่องที่ 1 ทุกคนรู้หน้าที่

Next : คบกันทนจน 40 ปี » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1809 ความคิดเห็น