บ้านของหนูในสวนของพ่อ

โดย krupu เมื่อ 7 เมษายน 2012 เวลา 21:00 ในหมวดหมู่ aar, มุมมองของชีวิต, วิถีชีวิต, สังคม, หมู่บ้านโลก, เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 4577

โปรเจ็คหมู่บ้านโลกที่พ่อครูบาสุทธินันท์และป๋า Conductor Logos ตีฆ้องกันมาสักระยะหนึ่งแล้วนั้น เพิ่งถูกพ่อครูบากดปุ่มอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการถมที่ให้เห็นกับตา

เห็นทั้งทางเ้ข้าสวนป่าที่เคยนั่งรถโขยกเขยกด่อก ๆ แด่ก ๆ ลงหลุมนู้นเหวนี้กันจนชิน ถ้าถือแก้วน้ำมาด้วยก็ต้องเตรียมตัวเกร็งกันได้เลย มิฉะนั้นน้ำจะกระฉอกไปกระฉอกมาอย่างแน่นอน แต่มาบัดนี้กลับราบเรียบด้วยดินที่ถูกนำมาถมปรับพื้นให้สม่ำเสมอตลอดทางเข้าจนถึงสี่แยกคอกวัวเลยทีเดียวเชียว

home

บริเวณที่พ่อสั่งถมดินไว้สำหรับสร้างเป็นบ้านของป๋าสวยและสงบมาก ยังกะภาพวาดแน่ะค่ะ ไม่ได้โม้นะคะ ไม่เชื่อถามป๋าดูเลย

พ่อบอกแค่สางไม้เล็ก ๆ ออกแค่บางส่วน ก็ได้ที่ปลูกบ้านของป๋าที่สวยยังกะเวทีโอเปร่าก็มิปาน ^^

ส่วนบริเวณที่เป็นบ้านพ่อเองก็เลือกแปลงที่ถัดจากแปลงปลูกกล้วยที่ขนานกับถนนเข้าตัวบ้านซึ่งเป็นช่องรับลมพอดี แค่ไปยืนแถวนั้นก็อยากจะเอนกายลงเสียให้ได้ ด้วยเงาร่มไม้และความเย็นสบายจากลมที่พัดโกรกมาทางคอกวัวตลอดเวลา

ใจก็ระริกระรี้อยากเห็นแบบบ้านพ่อ บ้านป๋าและอาคารสัมมนาเหลือเกิ๊น เพราะจะได้เห็นว่าต่อไปรูปแบบของกิจกรรมของสวนป่าจะสามารถจัดไปในทิศทางไหนได้บ้าง ครูปูต้องการข้อมูลเพื่อจะได้ปรับตัวปรับตารางให้สอดรับในการแบ่งเบาภาระของสวนป่าเท่าที่จะทำได้บ้าง เหมือนที่เคยทำมา

เคยปรึกษาป๋าขำ ๆ ไว้แต่แรกแล้วว่า ถ้าพ่อกับป๋ามีบ้านกันแล้ว หนูไปซุกกับพ่อก็ได้นะ หรือจะจ่อมอยู่ห้องหลังทีวีในเรือนใหญ่กับแม่หวีเหมือนเดิมก็ได้อยู่ดี ดีด้วยจะได้ช่วยวิ่งหยิบจับนู่นนี่นั่น แบ่งเบาภาระแม่หวีได้บ้าง หรือจะเร่เป็นผีไม่มีศาลอยากนอนไหนก็นอน จะหลายใจ หลายหน้า หนูก็นอนใกล้ ๆ ได้ ไม่เรื่องมากหรอก อิอิอิ ก็น่าจะมันดีออก :P

ป๊าด… เที่ยงวันหนึ่งระหว่าง เฮเก้า พ่อครูบาหันมายักคิ้วหน่อยนึงแล้วบอกว่า

“บ้านไอ้แห้วมันต้องพิเศษหน่อยโว้ย”

ห๋า… บ่ะ…บ้านหนูเหรอ?

“เออ น่า รับรอง พ่อจะทำให้คนเห็นบ้านหลังนี้แล้วต้องอ้าปากค้างเลยก็แล้วกัน ฮ่า ๆๆๆ”

ตั้งแต่ประโยคนี้เป็นต้นไป ก็ยัง มึน จัง ปู ว่า แล้วมันวกกลับมาเป็นบ้านหนูตอนไหนเนี่ยะ???

ใจก็อยากร้องถามออกไปว่า

“หนูไม่ได้อยากได้คำรับรอง หนูแค่อยากรู้ว่ามันมายังไง ทำไมหนูต้องมีบ้านเป็นเรื่องเป็นราวกับเขาด้วยล่ะ หนูก็ภาระไม่ใช่เล่นจะโยกย้ายอะไรก็ต้องวางแผนยาววววว สตุ้ง สตางค์ฺ ก็ต้องเตรียมเหมือนกันนา…”

แค่ความประทับใจแล้วชื่นชมโสมนัสกับ สิ่งที่พ่อครูบาทำ บางคนถึงกับเอ่ยว่า

“อยากไปอยู่สวนป่าจังเลย”

“อยากมีวิถีชีวิตแบบนั้นจังเลย”

แท้จริงแล้ว จังหวะชีวิตเราลงตัวให้เหมาะ ให้ควรที่จะทำอย่างนั้นแล้วหรือยัง และเราทำได้จริง ๆ หรือเปล่า

ใครที่เคยเป็นแขกสวนป่ามาก่อน ได้ตื่นเช้ามาเจออากาศดี ๆ ได้เดินชมสวนเด็ดผัก ได้ทดลองทำอาหารเป็นหมู่คณะ ได้นอนชมดาว ได้คุยกัน ได้ข้อคิดที่แตกต่างจากที่ตัวเองเคยคุ้นชิน ประสบการณ์แค่ช่วงข้ามคืนนี้เป็นที่ประทับใจและติดตรึงตราในความรู้สึกของแขกของสวนป่ารุ่นแล้วรุ่นเล่า

แต่ ทั้งหมดนั่น ก็ยังไม่ใช่ การไปอยู่ จริง ๆ นะคะ

อากาศดี ๆ ที่เราได้รับ เรามีเอี่ยวที่ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมแบบนั้นบ้างไหม ผักที่เราเด็ด เราเคยลงมือขุด พรวนดิน นั่งยอง ๆ หลังขดหลังแข็งท่ามกลางแดดร้อน ๆ แบบพ่อครูบาแบบแม่หวีบ้างหรือยัง

เราจะอดทนแก้ปัญหาการทำการเกษตรภายใต้ภาวะอากาศแปรปรวนไปได้สักกี่น้ำกัน

เราจะช่วยรับมือกับการบริหารจัดการงานเอกสาร งานบ้าน งานครัว วัสดุ อุปกรณ์ คนงานยังไงได้บ้าง

สัตว์เลี้ยงที่น่ารักน่าเอ็นดู วัว แพะ นกกระจอกเทศ ไก่พันธุ์พื้นเมือง ฯลฯ เกิดโรคขึ้นเราจะดูแลรักษาเขาอย่างไร

เราจะเดินตามวิถีแห่งพ่อครูบา ที่บุกตะลุยอย่างสนุกสนาน ไม่ครั่นคร้านทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวขนาดนั้นได้หรือไม่

การประคับประคองสัมพันธภาพเมื่อต้องไปอยู่ร่วมกับพ่อครูบา แม่หวี  ท่านว่าที่ ผญบ. ที่อุตส่าห์มุ่งมั่นและเสียสละลงทุนทั้งเวลา กำลังทรัพย์ กำลังสมองจนหน้าคล้ำ (แต่ไม่คร่ำเครียด) เพื่อพัฒนาสวนป่าให้น่าอยู่และเอื้อต่อการพัฒนามากขึ้น รวมถึงลูกบ้านของหมู่บ้านโลกท่านอื่น ๆ อีก

ไหนจะเรื่องการสมดุลย์ขีดจำกัดทางสุขภาพ+โลกส่วนตัวของเรากับวิถีชีวิตและภารกิจของสวนป่า

ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ชุมชน ฯลฯ

การบริหารเวลา การบริหารปัจจัยที่ต้องใช้ในการติดต่อกับสังคมญาติมิตรนอกสวนป่า ภาระการดูแลครอบครัวเราเอง?

พ่อครูบาจะสอนเสมอว่าให้เลิกวางเงื่อนไขกับตัวเอง แต่ไหน ๆ มันก็มีมาแล้วอะนะ วางได้ก็วาง ยังวางได้ไม่หมด ก็ต้องค่อย ๆ คนที่เกี่ยวข้องจะได้ไม่ต้องรับผลกระทบมากนัก

ฯลฯ

คำถามที่ครูปูถามตัวเองก่อนคิดจะ  ไปอยู่ ก็คือ

เรามี “องค์ความรู้”  + “องค์ความรัก” มากพอหรือยัง ?

ครูปูเอง องค์แรกท่าจะยังไม่รอดค่ะ แหะ แหะ  สารภาพไปเลยดีฝ่า

ส่วนองค์หลังพูดเองไม่เหมาะค่ะ ต้องให้พ่อครูบากับแม่หวีเป็นคนตอบ

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา โปรเจ็คบ้านเจ้าแห้ว ยิ่งจริงจังและเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

พ่อครูบาระบุขนาดที่ต้องการไว้แล้ว กำหนดที่แปลงที่จะสร้างแล้ว เหลือแค่ผสานแบบจากผู้มีความรู้เข้ากับแบบที่อยู่ในใจตนเอง

เอาล่ะวุ๊ย ไงดีล่ะฉัน

แบบบ้านพ่อก็ไม่แม้จะถามครูปูเลยนะคะ ขอบอก

แค่พาไปดูที่นู่นที่นี่ แล้วตัวพ่อเองก็บอกว่า

“เชื่อพ่อเหอะ เอาแบบพ่อดีกว่า”

แง่ว!

แต่มาคิดดูอีกที ไหน ๆ ตัวเองก็กระเสือกกระสนอยากจะไปแต่สวนป่า ทั้ง ๆ ที่ไม่่ได้ไปติดหนุ่ม หรือหลงแสงสีอะไรแถวนั้นสักหน่อย    ไปเพื่อที่จะไปอยู่ในสวนป่าจริง ๆ ไปแล้วสามารถทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง แปลงร่างเป็นตัวจักรได้ทุกขนาดทุกไซส์  แถมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปอีกต่างหาก

นึกแล้วก็แปลกนะคะ หนีน้ำท่วมไปอยู่สวนป่าเฉย ๆ ยังไม่เบื่อเลยค่ะ ^^

ว่าแล้วก็เชื่อใจพ่อครูบา มั่นใจในความเมตตาที่ท่านมีต่อเรา

และเชื่อสัญชาตญาณตัวเองหน่อยก็แล้วกัน

ที่เหลือจะเป็นเรื่องเวลา ปัจจัย เงื่อนไขบ้าบออะไร  ก็เตรียมการกันไปแล้วกันเนาะ

พ่อจะชวนไปอยู่ใกล้ ๆ แล้วยังมีหน้าจะเล่นตัวอีก

พ่อคงนึกอยากจะ ถ สระ อีบ อยู่ในใจบ้างแล้วล่ะ

ฮ่า ๆ ๆ

home

ยิ่งนึกถึงหน้าพ่อครูบาตอนที่พาไปชี้ที่ที่จะปลูกบ้านให้ แล้วพูดไปยิ้มแฉ่งไปว่า

“พ่อจะทำสะพานเชื่อมระหว่างบ้านปูกับบ้านพ่อนะ เราจะได้เดินหากันได้ทั้งวันไงล่ะ”

ใครเจอแบบนี้เข้าไป ยังจะกล้าปฏิเสธ ความเมตตา ความเอ็นดูที่ผู้ใหญ่มีให้เราี้อีกเหรอคะ

เอาเป็นว่าหนูขอสร้าง…

บ้านของหนู ในสวนของพ่อ


อีกสักหลัง


นะคะ


พ่อขา…


(^___________________^)

Post to Facebook

« « Prev : นิทานร้อยบรรทัด เล่ม 6 : เรื่องที่ 1 ทุกคนรู้หน้าที่

Next : คบกันทนจน 40 ปี » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

85 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.10018610954285 sec
Sidebar: 0.47093296051025 sec