เกณฑ์ตัดสินความเป็นผู้นำและจิตอาสา

อ่าน: 23100

เนื่องด้วยช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเข้าลานสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีเรื่องที่ใจอยากจะเขียนเยอะแยะ (แหว่ะ! แก้ตัว ๆ)

เพิ่งจะเล่าเรื่องการเป็นกรรมการสัมภาษณ์อาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนให้พ่อครูฟัง  พ่อครูจึงเอ่ยปากว่า ช่วยเล่าเรื่องนี้เป็นบันทึกหน่อยได้ไหม เผื่อจะตอบโจทย์ของ อ.สุรีย์ ในบันทึก  คนเดียวหัวหาย ได้ด้วย

เลยเพิ่งทราบว่าเขาตอบกันไปตั้งนานแล้วล่ะลุง เอ๊ย ป้า แต่ไม่เป็นไรค่ะ มาช้าตอนนี้ ดีกว่าช้ากว่านี้เนาะ อิอิอิ

คำถามที่ 1

การจะรับนักศึกษาพยาบาลในโควต้าดีเด่นด้านการเป็นผู้นำและจิตอาสา จะกำหนดจุดตัดสินอย่างไรดีคะ หากต้องหาจุดที่ชัดเจน

ด้วยคำเชื่อม “และ” ของอาจารย์สุรีย์เลยเข้าใจว่า ต้องมีคุณลักษณะทั้งสองอย่างคือมีคุณลักษณะความเป็นผู้นำด้านจิตอาสา

ดูเหมือนทางคณะเองยังไม่ได้สรุปลงไปเสียทีเดียวมังคะว่า

1. จะเอานักศึกษาพยาบาลกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนปกติ จบไปก็ทำงานตามครรลองของวิชาชีพ ถ้าเป็นตามข้อนี้เรื่องสร้างแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์ขั้นต้นคงไม่ยากเท่าไหร่เนาะคะ

หรือ

2. มีหลักสูตรพิเศษ (ด้านจิตอาสา) เพิ่มเติมสำหรับความมุ่งหวังพิเศษ รอนักศึกษากลุ่มนี้อยู่

นี่จะทำให้นักศึกษาคนนั้น จำเป็นมากที่จะต้องมีคุณลักษณะดังกล่าว   ถ้างั้นกระบวนการที่คุณหมอสุธีแนะนำให้พิจารณาเรื่องจิตใจ  อุ๊ยแนะนำเรื่องการออกไปดูสภาพจริง และที่พี่บางทรายแนะนำว่าควรออกแบบสำรวจแล้วตามด้วยการไปเก็บข้อมูลในพื้นที่จริงนั้นน่าจะครอบคลุมนะคะ

การพิจารณาเลือกผู้สัมภาษณ์ฺให้ตรงกับคุณลักษณะ เอาตัวจริงเสียงจริงเขามาสัมภาษณ์กันเอง แปลว่าอาจไม่ต้องเกรงใจเลือกกรรมการสัมภาษณ์ตามตำแหน่ง เช่น หัวหน้าคณะหรือผู้ใหญ่ตามสายงาน แต่ให้ยึดเอาคนที่เขาปฏิบัติงานอยู่จริงมาสัมภาษณ์กัน มาทดลองปฏิพานไหวพริบกันเอง เขาจะสื่อกันได้ชัดกว่า

เพราะโจทย์นี้ยากพอสมควรเลยล่ะค่ะ จะออกแบบสอบถามตูมเดียวโดยไม่ใช้กระบวนการอื่นเข้าร่วมด้วย  อาจคัดแยกผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามโจทย์ได้ไม่ง่ายนักค่ะ ยกเว้นกรรมการที่มีประสบการณ์และวิสัยทัศน์สูง ๆ

ด้วยประสบการณ์ของตัวเองที่ไม่ค่อยได้สัมผัสวิชาชีพพยาบาลมากนัก  พยาบาลที่จะไปเป็นผู้นำด้านจิตอาสา  ครูปูนึกถึงทีมลงชุมชน มีกิจกรรม คลุกคลีตีโมงกับชาวบ้านเพื่อจะได้ข้อมูลด้านสุขภาวะที่แท้จริง แล้วสามารถโน้มน้าวและเข้าไปนั่งในใจของชาวบ้านได้จนดึงให้ชาวบ้านเข้ามาร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ เข้าใจว่าอย่างนี้นะคะ

แต่ที่แน่ ๆ คุณลักษณะเด่นของพยาบาลคือผู้ที่มีองค์ความรู้ในการให้การรักษาดูแลเพื่อให้ผู้อื่นมีสุขภาพดี มีสุขภาวะ  มีจิตใจคิดจะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ  มีเมตตาปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข

ครูปูสรุปเอาเองว่า “พยาบาลต้องเป็นคนดี”

สรุปเอาเองอีกทีว่า “อาจารย์กำลังมองหาคนดีที่มีลักษณะความเป็นผู้นำ”

เพราะคุณลักษณะการมีจิตอาสา เป็นสับเซ็ตของการเป็นคนดีนี่เนอะ

ถ้าคิดอย่างนี้แล้ว เกณฑ์เรื่องความเป็นผู้นำจะชัดขึ้น และเกณฑ์เรื่องคุณลักษณะของคนดีจะกว้างขึ้นไหมคะ

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเป็นกรรมสัมภาษณ์ที่ตัวเองต้องเจออยู่ทุกวันด้วยหน่อยนะคะ

ไม่ทราบที่อื่นสัมภาษณ์กันอย่างไร แต่ถ้าครูปูเข้าเป็นกรรมการด้วยจะเป็นฝ่ายให้ข้อมูลผู้รับการสัมภาษณ์ก่อนเลยค่ะ ว่าเขากำลังสมัครงานกับที่ทำงานแบบไหน วัฒนธรมองค์กรเป็นอย่างไร เราคือใคร มีปัญหาอะไรและเราต้องการผู้ที่มีคุณลักษณะแบบไหนมาช่วยเรา คือจะแบไต๋ไปเลยค่ะ ที่เหลือก็แค่นั่งรอฟังคำตอบเอาค่ะ

ยิ่งถ้าเป็นนักศึกษาเพิ่งจบใหม่มักแต่งตัวตามใจฉัน ไม่ได้ทำการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ความเหมาะความสมหรือคุณลักษณะประจำวิชาชีพ มาก่อนเลย แต่งตัวตามแฟชั่นมาก ไอ้กิ๊บลูกหมาอันใหญ่ยังหนีบกลางกบาลเด่อยู่เลย คนที่บ้านไม่ได้บอกหรือตั้งใจหว่า หรือไม่ได้คิดว่ามัีนจะเกี่ยวข้องกับอะไรเลยจริง ๆ ก็ไม่รู้

โรงเรียนครูปูเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนใน กทม.ค่ะ จึงประสบปัญหาเรื่องสมองไหล เพราะอาจารย์ไปสอบบรรจุราชการบ้าง ทิ้งงานไปสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนอื่นบ้าง ยิ่งมีนักศึกษามากขึ้น ก็ทำให้ต้องเปิดรับสมัครและสัมภาษณ์กันแทบจะทุำกภาคเรียน  ผู้สมัครทุกท่านที่กำลังจะกล่าวถึง ล้วนมีใบประกอบวิชาชีพครูทั้งสิ้นนะคะ แต่แทนที่ใบประกอบวิชาชีพจะช่วยให้พิจารณารับได้ง่ายขึ้น  ไม่ซะทีเดียวค่ะ


ถาม : ประสบการณ์ความประทับใจจากการฝึกสอน

ตอบ : เจอพี่เลี้ยงดี พาไปเลี้ยงข้าวประจำ และหนูได้เกรด 4  ค่ะ

ถาม : กลัวไหม ไม่มีประสบการณ์กับเด็กอาชีวะอย่างนี้

ตอบ : ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็คงต้องลองมั๊งครับ

ถาม : ถ้าอาจารย์รับคุณเข้าเป็นอาจารย์ผู้สอน คุณว่าคุณจะปรับเปลี่ยนเรื่องทรงผมฮิปปี้ของคุณอย่างไร

ตอบ : เอาไว้ถึงวันที่ผมจะขึ้นสอนจริง ๆ แล้วผมจะตัดก็แล้วกัน

ถาม : ถ้าอาจารย์ไปเจอเด็กไม่สนใจเรียนในห้องเรียน อาจารย์จะมีวิธีจัดการยังไง

ตอบ : เราก็เลือกสอนเฉพาะเด็กที่อยากเรียนสิคะ

ถาม : หากโรงเรียนมีกิจกรรมที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากอาจารย์ อาจารย์ยินดีให้ความร่วมมือ หรือมีข้อยกเว้นอะไรที่เราควรทราบไหมคะ

ตอบ : ต้องแจ้งผมล่วงหน้านะ เพราะผมรับจ๊อบไว้หลายที่ อยากให้โรงเรียนปรับตามตารางงานผมนะ

ถาม : ถ้าโดยปกติไม่ใช่สถานการณ์การสัมภาษณ์ ตัวตนของคุณเป็นยังไงคะ

ตอบ : ผมหน่ะง่าย ๆ ยังไงก็ได้ แต่อย่ามานินทาลับหลังผมแล้วกัน ผมไม่ชอบให้ใครมาทำผมก่อน ผมสู้ตายแน่

(ไอ้หมอนี่ เล่นเอากรรมการสัมภาษณ์หน้าเจื่อนไปเป็นแถว รีบยิ้ม ๆ ให้แล้วเชิญกลับอย่างสุภาพสุด ๆ ในเวลาอันรวดเร็วสุด ๆ เช่นกัน)

เรื่องสัมภาษณ์นี่สงสัยต้องแยกไปเขียนอีกบันทึกนึงต่างหาก อย่างพ่อครู ว่าจริง ๆ ด้วยล่ะค่ะ รีบจบก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ได้ตอบคำถามข้อที่ 2 อ่ะค่ะ

^^

Post to Facebook

« « Prev : ทีมไ่ก่โห่ถึงสวนป่า 3 พ.ค.2553

Next : การทำให้คนในองค์กรคิดถึงส่วนรวม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2956 ความคิดเห็น