เกณฑ์ตัดสินความเป็นผู้นำและจิตอาสา

อ่าน: 5125

เนื่องด้วยช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเข้าลานสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีเรื่องที่ใจอยากจะเขียนเยอะแยะ (แหว่ะ! แก้ตัว ๆ)

เพิ่งจะเล่าเรื่องการเป็นกรรมการสัมภาษณ์อาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนให้พ่อครูฟัง  พ่อครูจึงเอ่ยปากว่า ช่วยเล่าเรื่องนี้เป็นบันทึกหน่อยได้ไหม เผื่อจะตอบโจทย์ของ อ.สุรีย์ ในบันทึก  คนเดียวหัวหาย ได้ด้วย

เลยเพิ่งทราบว่าเขาตอบกันไปตั้งนานแล้วล่ะลุง เอ๊ย ป้า แต่ไม่เป็นไรค่ะ มาช้าตอนนี้ ดีกว่าช้ากว่านี้เนาะ อิอิอิ

คำถามที่ 1

การจะรับนักศึกษาพยาบาลในโควต้าดีเด่นด้านการเป็นผู้นำและจิตอาสา จะกำหนดจุดตัดสินอย่างไรดีคะ หากต้องหาจุดที่ชัดเจน

ด้วยคำเชื่อม “และ” ของอาจารย์สุรีย์เลยเข้าใจว่า ต้องมีคุณลักษณะทั้งสองอย่างคือมีคุณลักษณะความเป็นผู้นำด้านจิตอาสา

ดูเหมือนทางคณะเองยังไม่ได้สรุปลงไปเสียทีเดียวมังคะว่า

1. จะเอานักศึกษาพยาบาลกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนปกติ จบไปก็ทำงานตามครรลองของวิชาชีพ ถ้าเป็นตามข้อนี้เรื่องสร้างแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์ขั้นต้นคงไม่ยากเท่าไหร่เนาะคะ

หรือ

2. มีหลักสูตรพิเศษ (ด้านจิตอาสา) เพิ่มเติมสำหรับความมุ่งหวังพิเศษ รอนักศึกษากลุ่มนี้อยู่

นี่จะทำให้นักศึกษาคนนั้น จำเป็นมากที่จะต้องมีคุณลักษณะดังกล่าว   ถ้างั้นกระบวนการที่คุณหมอสุธีแนะนำให้พิจารณาเรื่องจิตใจ  อุ๊ยแนะนำเรื่องการออกไปดูสภาพจริง และที่พี่บางทรายแนะนำว่าควรออกแบบสำรวจแล้วตามด้วยการไปเก็บข้อมูลในพื้นที่จริงนั้นน่าจะครอบคลุมนะคะ

การพิจารณาเลือกผู้สัมภาษณ์ฺให้ตรงกับคุณลักษณะ เอาตัวจริงเสียงจริงเขามาสัมภาษณ์กันเอง แปลว่าอาจไม่ต้องเกรงใจเลือกกรรมการสัมภาษณ์ตามตำแหน่ง เช่น หัวหน้าคณะหรือผู้ใหญ่ตามสายงาน แต่ให้ยึดเอาคนที่เขาปฏิบัติงานอยู่จริงมาสัมภาษณ์กัน มาทดลองปฏิพานไหวพริบกันเอง เขาจะสื่อกันได้ชัดกว่า

เพราะโจทย์นี้ยากพอสมควรเลยล่ะค่ะ จะออกแบบสอบถามตูมเดียวโดยไม่ใช้กระบวนการอื่นเข้าร่วมด้วย  อาจคัดแยกผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามโจทย์ได้ไม่ง่ายนักค่ะ ยกเว้นกรรมการที่มีประสบการณ์และวิสัยทัศน์สูง ๆ

ด้วยประสบการณ์ของตัวเองที่ไม่ค่อยได้สัมผัสวิชาชีพพยาบาลมากนัก  พยาบาลที่จะไปเป็นผู้นำด้านจิตอาสา  ครูปูนึกถึงทีมลงชุมชน มีกิจกรรม คลุกคลีตีโมงกับชาวบ้านเพื่อจะได้ข้อมูลด้านสุขภาวะที่แท้จริง แล้วสามารถโน้มน้าวและเข้าไปนั่งในใจของชาวบ้านได้จนดึงให้ชาวบ้านเข้ามาร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ เข้าใจว่าอย่างนี้นะคะ

แต่ที่แน่ ๆ คุณลักษณะเด่นของพยาบาลคือผู้ที่มีองค์ความรู้ในการให้การรักษาดูแลเพื่อให้ผู้อื่นมีสุขภาพดี มีสุขภาวะ  มีจิตใจคิดจะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ  มีเมตตาปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข

ครูปูสรุปเอาเองว่า “พยาบาลต้องเป็นคนดี”

สรุปเอาเองอีกทีว่า “อาจารย์กำลังมองหาคนดีที่มีลักษณะความเป็นผู้นำ”

เพราะคุณลักษณะการมีจิตอาสา เป็นสับเซ็ตของการเป็นคนดีนี่เนอะ

ถ้าคิดอย่างนี้แล้ว เกณฑ์เรื่องความเป็นผู้นำจะชัดขึ้น และเกณฑ์เรื่องคุณลักษณะของคนดีจะกว้างขึ้นไหมคะ

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเป็นกรรมสัมภาษณ์ที่ตัวเองต้องเจออยู่ทุกวันด้วยหน่อยนะคะ

ไม่ทราบที่อื่นสัมภาษณ์กันอย่างไร แต่ถ้าครูปูเข้าเป็นกรรมการด้วยจะเป็นฝ่ายให้ข้อมูลผู้รับการสัมภาษณ์ก่อนเลยค่ะ ว่าเขากำลังสมัครงานกับที่ทำงานแบบไหน วัฒนธรมองค์กรเป็นอย่างไร เราคือใคร มีปัญหาอะไรและเราต้องการผู้ที่มีคุณลักษณะแบบไหนมาช่วยเรา คือจะแบไต๋ไปเลยค่ะ ที่เหลือก็แค่นั่งรอฟังคำตอบเอาค่ะ

ยิ่งถ้าเป็นนักศึกษาเพิ่งจบใหม่มักแต่งตัวตามใจฉัน ไม่ได้ทำการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ความเหมาะความสมหรือคุณลักษณะประจำวิชาชีพ มาก่อนเลย แต่งตัวตามแฟชั่นมาก ไอ้กิ๊บลูกหมาอันใหญ่ยังหนีบกลางกบาลเด่อยู่เลย คนที่บ้านไม่ได้บอกหรือตั้งใจหว่า หรือไม่ได้คิดว่ามัีนจะเกี่ยวข้องกับอะไรเลยจริง ๆ ก็ไม่รู้

โรงเรียนครูปูเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนใน กทม.ค่ะ จึงประสบปัญหาเรื่องสมองไหล เพราะอาจารย์ไปสอบบรรจุราชการบ้าง ทิ้งงานไปสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนอื่นบ้าง ยิ่งมีนักศึกษามากขึ้น ก็ทำให้ต้องเปิดรับสมัครและสัมภาษณ์กันแทบจะทุำกภาคเรียน  ผู้สมัครทุกท่านที่กำลังจะกล่าวถึง ล้วนมีใบประกอบวิชาชีพครูทั้งสิ้นนะคะ แต่แทนที่ใบประกอบวิชาชีพจะช่วยให้พิจารณารับได้ง่ายขึ้น  ไม่ซะทีเดียวค่ะ


ถาม : ประสบการณ์ความประทับใจจากการฝึกสอน

ตอบ : เจอพี่เลี้ยงดี พาไปเลี้ยงข้าวประจำ และหนูได้เกรด 4  ค่ะ

ถาม : กลัวไหม ไม่มีประสบการณ์กับเด็กอาชีวะอย่างนี้

ตอบ : ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็คงต้องลองมั๊งครับ

ถาม : ถ้าอาจารย์รับคุณเข้าเป็นอาจารย์ผู้สอน คุณว่าคุณจะปรับเปลี่ยนเรื่องทรงผมฮิปปี้ของคุณอย่างไร

ตอบ : เอาไว้ถึงวันที่ผมจะขึ้นสอนจริง ๆ แล้วผมจะตัดก็แล้วกัน

ถาม : ถ้าอาจารย์ไปเจอเด็กไม่สนใจเรียนในห้องเรียน อาจารย์จะมีวิธีจัดการยังไง

ตอบ : เราก็เลือกสอนเฉพาะเด็กที่อยากเรียนสิคะ

ถาม : หากโรงเรียนมีกิจกรรมที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากอาจารย์ อาจารย์ยินดีให้ความร่วมมือ หรือมีข้อยกเว้นอะไรที่เราควรทราบไหมคะ

ตอบ : ต้องแจ้งผมล่วงหน้านะ เพราะผมรับจ๊อบไว้หลายที่ อยากให้โรงเรียนปรับตามตารางงานผมนะ

ถาม : ถ้าโดยปกติไม่ใช่สถานการณ์การสัมภาษณ์ ตัวตนของคุณเป็นยังไงคะ

ตอบ : ผมหน่ะง่าย ๆ ยังไงก็ได้ แต่อย่ามานินทาลับหลังผมแล้วกัน ผมไม่ชอบให้ใครมาทำผมก่อน ผมสู้ตายแน่

(ไอ้หมอนี่ เล่นเอากรรมการสัมภาษณ์หน้าเจื่อนไปเป็นแถว รีบยิ้ม ๆ ให้แล้วเชิญกลับอย่างสุภาพสุด ๆ ในเวลาอันรวดเร็วสุด ๆ เช่นกัน)

เรื่องสัมภาษณ์นี่สงสัยต้องแยกไปเขียนอีกบันทึกนึงต่างหาก อย่างพ่อครู ว่าจริง ๆ ด้วยล่ะค่ะ รีบจบก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ได้ตอบคำถามข้อที่ 2 อ่ะค่ะ

^^

Post to Facebook

« « Prev : ทีมไ่ก่โห่ถึงสวนป่า 3 พ.ค.2553

Next : การทำให้คนในองค์กรคิดถึงส่วนรวม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

459 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 2.1444540023804 sec
Sidebar: 0.11812615394592 sec