TT&T/4 รุ่นมากับฝน
อ่าน: 149(คุณนันทวัน แสงใส ปลูกต้นไม้ประจำรุ่น ต้นพระเจ้า5 พระองค์)
รุ่นนี้เจอดีเปรสชั่น จวนสว่างแล้วอึ่งยังร้องระงมข่มเสียงฝน ได้บรรยากาศบ้านคอกคอกนาเต็มๆ ฝนเปาะแปะกระทบหลังคาไหลริน ไม่มีลมไม่มีฟ้าร้อง เป็นเม็ดฝนล้วนๆนอนฟังไปก็เพลิน กลายเป็นเสียงเห่กล่อมไปเสียนี่ เช้านี่จะชวนย่องป่าเป็นพระลอเดินดง แต่ดูอาการแล้วท่าจะให้นอนแบบเต็มที่สักวัน ไม่ต้องแหกตาตื่นเหมือนอยู่บ้าน ที่ต้องรีบปลุกลูกๆไปโรงเรียน เจ้าตัวก็รีบแต่งกายาไปทำงาน ..มนุษย์คิดนาฬิกาขึ้นมากำกับตนเอง ไม่เหมือนพวกนกหนูไม่รู้จักนาฬิกา มีแมวตัวไหนบ้างที่ใส่นาฬิกา การบริหารชีวิตของแมวจึงขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะหน้า แค่ไหนก็แค่นั้น
(กอดต้นไม้ขยายความรักธรรมชาติ)
คืนนี้สวนป่าจึงร่ำรวยขึ้นตาเห็น
ท่านรู้ไหมว่าฝนตกลงมาครั้งหนึ่งมีมูลค่าเท่าไหร่?
ลองควักเงินไปซื้อน้ำมาโปรยปรายให้เปียกชุ่มเท่ากับฝนวันนี้
ก็จะรู้ว่า..เปนเงินมากน้อยเท่าไหร่?
ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ หลังจากอาหารมื้อเที่ยงผ่านไป อากาศครึ้มๆ ผมเอนหลังนอนเก้าอี้ฮ่องเต้ เพลียหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาทุกคนนอนเรียงกันล่ายซ่าย แถมยังปิดไฟสลัวให้สะลึมสะลือยิ่งขึ้น หลับยกโขยงทั้งเจ้าบ้านและผู้มาเยือน นึกไปถึงประเทศลาวนอนสามัคคี ช่วงบ่ายอย่างนี้เขาจะงีบหนึ่งกันทุกคน ตื่นมาสดชื่น ทำงานกันต่อ เคยไปเดินตลาดในเวียงจันทร์ยามบ่าย พบว่าแม่ค้าแม่ขายจะนอนกันส่วนใหญ่ เอาผ้าเอาสื่อมาคลุมสินค้าแล้วเจ้าตัวก็นอนเขลงลงข้างๆหลับง่ายๆเพราะร่างกายเคยชิน ตั้งนาฬิกาชีวิตไว้อย่างนั้น จะเห็นว่าคนเราฝึกได้ ทำอะไรบ่อยๆประจำก็จะกลายเป็นความเคยชิน 10 เท่าของความเคยชินจะเป็นนิสัย 10 เท่านิสัยก็จะเป็นสันดาน แต่ก็ใช่ว่าจะตายตัวเป๊ะนะครับ ขึ้นอยู่กับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้มากน้อยต่างกัน แต่ที่กำหนด10เท่า ถือเป็นมาตรการกลางๆ เรียกว่า “มาตรการขี้เซาเด้อ”
รุ่นนี้เป็นผู้บริการที่มาจากภาคอีสานทั้งหมด จึงใช้เสียงในฟิมล์ได้ ประกอบกับมีฐานด้านวัฒนธรรมประเพณีเหมือนกัน จึงชอบฟังการเดี่ยวแคนของพ่อสมบัติ ฉิมล้า และเพลงกล่อมลูกทำนองอุบล กิจกรรมเดินป่าโยกับหน่องพาย่องไปบ้างแล้ว สับใบไม้ให้วัวก็ทำได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็เข้าใจได้เร็วเพราะหลายคนก็เลี้ยงวัว แต่ไม่เคยรู้ว่าใบไม้เอามาเลี้ยงวัวได้ดีอย่างนี้ จึงจะนำเอาไปขยายผลต่อไป
(พ่อครัวหัวป้่าส์ ทำไข่เจียวบันลือโลก)
มื้อเย็นให้ทำกับข้าว ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อครัวหัวป่าบรรเลงเอง แม่ครัวเลือกเป็นลูกมือ เมนูแบบง่ายๆสไตล์อีสานบ้านเฮา แกงอ่อม น้ำพริกกะปิ ผัดผัก ปลาดุกทอด แค่นี้ก็เจี๊ยะพรึบเติมข้าวกันรอบ2 อิ่มหมีพีมันชวนกันเข้าห้อง นำเสนอแผนที่ความคิด
มาสวนป่าแล้วได้อะไร จะนำไปใช้อย่างไร?
1. ในระดับครอบครัวตนเอง
2. ในระดับองค์กร/หน้าที่การงานในฐานะผู้บริหาร
3. ในระดับสังคม
(ช่วยกันออกแบบการนำเสนอบทเรียน)
ทุกกลุ่มเสนอได้ดี มีเวลาก็สนทนากันแบบถามมาตอบไป หลายคนบอก เข้าใจป่าไม้มากขึ้น เข้าใจธรรมชาติยิ่งขึ้น เหมือนกับมาเติมเต็มภาควิชาเฮฮาศาสตร์ ถึงส่วนใหญ่จะเรียนจบปริญญาโทมา แต่ก็ไม่มีภาควิชาไหนมหาวิทยาลัยใดสอนวิชานี้กันหรอก
“วิชายูเทริ์นชีวิตและสังคม”
“วิชาเหลียวหน้าแลหลัง”
“วิชาหมาหลงอยู่บนทางด่วน”
“วิชาอย่าเอานางสาวไทยมาเป็นคนใช้”
“วิชาเสน่ห์ปลายตะหลิว”
“วิชาดินดิ้นได้”
“วิชายังฉลาดได้อีก”
“วิชาเลือกเผื่อรัก”
“วิชาถ้าจะงอนต้องรู้จักง้อ”
“วิชาเฮฮาให้เป็นศาสตร์”
“วิชาดวงตาเห็นทำ”
“วิชากินง่ายนอนง่ายตายยาก”
“วิชากอดด้วยสายตา”
“วิชายิ้มนิดคิดเท่าไหร่?”
“วิชาขงเบ้งตีเทนนิส”
* พันธกิจช่วงสุดท้ายเป็นรายการ“เปลือยครูบา” โยให้ทุกคนเอกซเรย์ครูบา บอกสิว่าเธอเห็นตาแก่คนนี้เป็นอย่างไร? ในมุมมองใด? แจกกระดาษให้ืุเขียนข้อที่เลือกมา 1 ข้อ แล้วหมุนเวียนแลกเปลี่ยนกระดาษไปในกลุ่ม ทุกคนเขียนเติมเขียนแก้อย่างไรก็ได้จนครบรอบ สุดท้ายก็จะได้ข้อสรุปที่ถือว่าที่สุดกลุ่มละ 1 ข้อ ผมก็นอนฟัง ส่วนมากก็มองเห็นแต่ด้านดี หรือไม่ก็สะท้อนแบบเกรงใจ ถ้าให้ดีเจ้าตัวคนที่ถูกเปลือยต้องไม่อยู่ในห้องด้วย จะได้ปะ-ฉะ-ดะ-อย่างตรงไปตรงมา
หลังจากนั้นก็แจกลายเซ็น
เข้าแถวรับหนังสือเจ้าเป็นไผ เล่ม1-2
ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งแต่จ่ายเต็มราคา 2 เล่ม 280 บาท
รอบนี้รับทรัพย์เข้ากองทุน 5,700 บาทเศษ
ชาวคณะฯเก็บข้าวของแล้วถ่ายรูปหมู่กัน
รับต้นเอกมหาชัยกลุ่มละ 10 ต้นไปปลูก
แล้วชาวTT&Tรุ่น4 ก็อำลาไป
โดยเอาความห่วงใยมหาชีวาลัยอีสานตามไปด้วย
โชคดีเถอะนะ..หนุ่มสาวผู้เป็นความหวังของประเทศชาติ
























