TT&T/4 รุ่นมากับฝน

3 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 3 กันยายน 2010 เวลา 6:28 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 149

(คุณนันทวัน แสงใส ปลูกต้นไม้ประจำรุ่น ต้นพระเจ้า5 พระองค์)

รุ่นนี้เจอดีเปรสชั่น จวนสว่างแล้วอึ่งยังร้องระงมข่มเสียงฝน ได้บรรยากาศบ้านคอกคอกนาเต็มๆ ฝนเปาะแปะกระทบหลังคาไหลริน ไม่มีลมไม่มีฟ้าร้อง เป็นเม็ดฝนล้วนๆนอนฟังไปก็เพลิน กลายเป็นเสียงเห่กล่อมไปเสียนี่ เช้านี่จะชวนย่องป่าเป็นพระลอเดินดง แต่ดูอาการแล้วท่าจะให้นอนแบบเต็มที่สักวัน ไม่ต้องแหกตาตื่นเหมือนอยู่บ้าน ที่ต้องรีบปลุกลูกๆไปโรงเรียน เจ้าตัวก็รีบแต่งกายาไปทำงาน ..มนุษย์คิดนาฬิกาขึ้นมากำกับตนเอง ไม่เหมือนพวกนกหนูไม่รู้จักนาฬิกา มีแมวตัวไหนบ้างที่ใส่นาฬิกา การบริหารชีวิตของแมวจึงขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะหน้า แค่ไหนก็แค่นั้น

(กอดต้นไม้ขยายความรักธรรมชาติ)

คืนนี้สวนป่าจึงร่ำรวยขึ้นตาเห็น

ท่านรู้ไหมว่าฝนตกลงมาครั้งหนึ่งมีมูลค่าเท่าไหร่?

ลองควักเงินไปซื้อน้ำมาโปรยปรายให้เปียกชุ่มเท่ากับฝนวันนี้

ก็จะรู้ว่า..เปนเงินมากน้อยเท่าไหร่?

ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ หลังจากอาหารมื้อเที่ยงผ่านไป อากาศครึ้มๆ ผมเอนหลังนอนเก้าอี้ฮ่องเต้ เพลียหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาทุกคนนอนเรียงกันล่ายซ่าย แถมยังปิดไฟสลัวให้สะลึมสะลือยิ่งขึ้น หลับยกโขยงทั้งเจ้าบ้านและผู้มาเยือน นึกไปถึงประเทศลาวนอนสามัคคี ช่วงบ่ายอย่างนี้เขาจะงีบหนึ่งกันทุกคน ตื่นมาสดชื่น ทำงานกันต่อ เคยไปเดินตลาดในเวียงจันทร์ยามบ่าย พบว่าแม่ค้าแม่ขายจะนอนกันส่วนใหญ่ เอาผ้าเอาสื่อมาคลุมสินค้าแล้วเจ้าตัวก็นอนเขลงลงข้างๆหลับง่ายๆเพราะร่างกายเคยชิน ตั้งนาฬิกาชีวิตไว้อย่างนั้น จะเห็นว่าคนเราฝึกได้ ทำอะไรบ่อยๆประจำก็จะกลายเป็นความเคยชิน 10 เท่าของความเคยชินจะเป็นนิสัย 10 เท่านิสัยก็จะเป็นสันดาน แต่ก็ใช่ว่าจะตายตัวเป๊ะนะครับ ขึ้นอยู่กับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้มากน้อยต่างกัน แต่ที่กำหนด10เท่า ถือเป็นมาตรการกลางๆ เรียกว่า “มาตรการขี้เซาเด้อ”

รุ่นนี้เป็นผู้บริการที่มาจากภาคอีสานทั้งหมด จึงใช้เสียงในฟิมล์ได้ ประกอบกับมีฐานด้านวัฒนธรรมประเพณีเหมือนกัน จึงชอบฟังการเดี่ยวแคนของพ่อสมบัติ ฉิมล้า และเพลงกล่อมลูกทำนองอุบล กิจกรรมเดินป่าโยกับหน่องพาย่องไปบ้างแล้ว สับใบไม้ให้วัวก็ทำได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็เข้าใจได้เร็วเพราะหลายคนก็เลี้ยงวัว แต่ไม่เคยรู้ว่าใบไม้เอามาเลี้ยงวัวได้ดีอย่างนี้ จึงจะนำเอาไปขยายผลต่อไป

(พ่อครัวหัวป้่าส์ ทำไข่เจียวบันลือโลก)

มื้อเย็นให้ทำกับข้าว ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อครัวหัวป่าบรรเลงเอง แม่ครัวเลือกเป็นลูกมือ เมนูแบบง่ายๆสไตล์อีสานบ้านเฮา แกงอ่อม น้ำพริกกะปิ ผัดผัก ปลาดุกทอด แค่นี้ก็เจี๊ยะพรึบเติมข้าวกันรอบ2 อิ่มหมีพีมันชวนกันเข้าห้อง นำเสนอแผนที่ความคิด

มาสวนป่าแล้วได้อะไร จะนำไปใช้อย่างไร?

1. ในระดับครอบครัวตนเอง

2. ในระดับองค์กร/หน้าที่การงานในฐานะผู้บริหาร

3. ในระดับสังคม

(ช่วยกันออกแบบการนำเสนอบทเรียน)

ทุกกลุ่มเสนอได้ดี มีเวลาก็สนทนากันแบบถามมาตอบไป หลายคนบอก เข้าใจป่าไม้มากขึ้น เข้าใจธรรมชาติยิ่งขึ้น เหมือนกับมาเติมเต็มภาควิชาเฮฮาศาสตร์ ถึงส่วนใหญ่จะเรียนจบปริญญาโทมา แต่ก็ไม่มีภาควิชาไหนมหาวิทยาลัยใดสอนวิชานี้กันหรอก

“วิชายูเทริ์นชีวิตและสังคม”

“วิชาเหลียวหน้าแลหลัง”

“วิชาหมาหลงอยู่บนทางด่วน”

“วิชาอย่าเอานางสาวไทยมาเป็นคนใช้”

“วิชาเสน่ห์ปลายตะหลิว”

“วิชาดินดิ้นได้”

“วิชายังฉลาดได้อีก”

“วิชาเลือกเผื่อรัก”

“วิชาถ้าจะงอนต้องรู้จักง้อ”

“วิชาเฮฮาให้เป็นศาสตร์”

“วิชาดวงตาเห็นทำ”

“วิชากินง่ายนอนง่ายตายยาก”

“วิชากอดด้วยสายตา”

“วิชายิ้มนิดคิดเท่าไหร่?”

“วิชาขงเบ้งตีเทนนิส”

* พันธกิจช่วงสุดท้ายเป็นรายการ“เปลือยครูบา” โยให้ทุกคนเอกซเรย์ครูบา บอกสิว่าเธอเห็นตาแก่คนนี้เป็นอย่างไร? ในมุมมองใด? แจกกระดาษให้ืุเขียนข้อที่เลือกมา 1 ข้อ แล้วหมุนเวียนแลกเปลี่ยนกระดาษไปในกลุ่ม ทุกคนเขียนเติมเขียนแก้อย่างไรก็ได้จนครบรอบ สุดท้ายก็จะได้ข้อสรุปที่ถือว่าที่สุดกลุ่มละ 1 ข้อ ผมก็นอนฟัง  ส่วนมากก็มองเห็นแต่ด้านดี หรือไม่ก็สะท้อนแบบเกรงใจ ถ้าให้ดีเจ้าตัวคนที่ถูกเปลือยต้องไม่อยู่ในห้องด้วย จะได้ปะ-ฉะ-ดะ-อย่างตรงไปตรงมา

หลังจากนั้นก็แจกลายเซ็น

เข้าแถวรับหนังสือเจ้าเป็นไผ เล่ม1-2

ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งแต่จ่ายเต็มราคา 2 เล่ม 280 บาท

รอบนี้รับทรัพย์เข้ากองทุน 5,700 บาทเศษ

ชาวคณะฯเก็บข้าวของแล้วถ่ายรูปหมู่กัน

รับต้นเอกมหาชัยกลุ่มละ 10 ต้นไปปลูก

แล้วชาวTT&Tรุ่น4 ก็อำลาไป

โดยเอาความห่วงใยมหาชีวาลัยอีสานตามไปด้วย

โชคดีเถอะนะ..หนุ่มสาวผู้เป็นความหวังของประเทศชาติ


ลืมกล้องยิ่งกว่าน้องลืมอ้าย

9 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 2 กันยายน 2010 เวลา 8:19 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 177

อยากจะเ-ข ตัวเองสักโป๊ก เมื่อวานอาจารย์รศ.ดร.ปรัสวดี มารับที่มารวยไปประชุมด้วยกัน อาจารย์เป็นเลขากลุ่มงานต้นกล้าอาชีพ ต้องแวะไปเซ็นชื่อที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นยามบ่ายคล้อยมุมแสงสวยมากสำหรับมุมกล้อง เป็นวันหนึ่งที่ทำเนียบรัฐบาลสงบภูมิฐานเด่นสะดุดตา แต่อนิจจาลืมกล้อง>>

เดินทางไปประชุมที่กระทรวงศึกษาธิการ ก็อยากเข็กกะบาลตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เป็นวันแรกที่เขาเปิดใช้ห้องประชุมรัฐมนตรี เพิ่งจะตรวจรับงานเมื่อวานนี้ เราเข้าไปประชุมรอบปฐมกฤษ์ เห็นระบบเทคนิคที่ทันสมัยแล้วอยากเอารูปมาอวด แต่ก็แห้วจนได้ ฝากไว้ก่อนเถอะโอราฬ คราวหน้าจะเอากล้องแขวนคอไว้แต่เนิ่นๆ แก่แล้วก็เลอะเลือนอย่างนี้ละครับ อิอิ

เรื่องใหญ่ที่ประชุมวันนี้ก็คือ เราจะสร้างคุณภาพการศึกษาขึ้นในวงการศึกษาบ้านเราได้อย่างไร วันนี้เชิญเจ้าหน้าที่ คปร. กพร.มาให้ข้อมูล เพื่อจะเรียนรู้ว่าการวางระบบการประเมินของรัฐฯของกระทรวงฯของสถานศึกษาเป็นอย่างไร พบว่าส่วนใหญ่เป็นการสั่งจากข้างบนลงล่าง ซึ่งก็ถึงบ้างไม่ถึงบ้างตกหล่นเรี่ยราด KPI.บ้านเราจึงเป็นแบบตกบันไดพลอยโจน เมื่อสั่งมาก็โบ้ยไป เพราะยังไม่พร้อมและอยู่ในระหว่างเรียนรู้ เมื่อเร่งรัดอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ได้ สบายมาก ไม่มีอะไรที่ข้าราชการไทยทำไม่ได้ ส่วนจะมีข้อเท็จจริงกี่เปอร์เซ็นต์ไม่รับรองนะจ๊ะ ดังนั้นระบบเหล่านี้จึงควรพิจารณาด้วยความเห็นใจและเข้าใจ เรียนรู้ว่ามาตรฐานไทยแท้ๆเนื้อๆนั้นมันก็อีหรอบนี้แหละ ทำไงได้ ถูลู่ถูกังกันไป

เมื่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าวที่มาชี้แจงกลับไปแล้ว พวกเรา(คณะกรรมการเฉพาะกิจด้านการคิดค้นวิธียกระดับการศึกษา) หันหน้ามาจิ้มกล้องกัน กองเลขานำเสนอแผนผังความคิดให้ร่วมคิดร่วมวิพากษ์กันอย่างเข้มข้น

Key word : ร่วมเดินไปกับเรา เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงกว่าให้ประเทศไทย

วิสัยทัศน์

สร้างคนไทยที่มีคุณภาพ คิดเป็น สามารถแข่งขันในโลกสากล อดทน ปฏิบัติงานได้จริง มีเอกลักษณ์

อนาคตประเทศไทยเริ่มวันนี้

— S mart > สร้างแหล่งเรียนรู้ที่ดี สนับสนุนโภชนาการที่ดี มีครูที่ดี ปลูกฝังให้เด็กตั้งคำถามเป็น ปลูกฝังความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

— M anage > เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกฝนการจับใจความ ปลูกฝังการคิดเป็นระบบ และมีการวางแผน มีการร่วมมือจากทุกภาคส่วน
(Facilitate และ Cluster) สร้างเป้าหมายของตัวเอง และ วางแผนเส้นทางไปสู่เป้าหมายนั้น

— A ttitude > ปลูกฝังทัศนคติเชิงบวก ปลูกฝังการแก้ไขปัญหา ความมั่นใจในตนเอง กล้าคิดและกล้าทำ ฝึกฝนความมุ่งมั่น และความอดทน การสร้างทัศนคติที่ดีผ่าน ช่องโทรทัศน์ Teacher Channel

— R esponsibility > ให้เด็กมีหน้าที่รับผิดชอบ เน้นการแบ่งงานกันทำ ฝึกฝนวินัย ปลูกฝังพี่ดูแลน้อง

— T echnology > สอนให้เด็กรู้ทันICT ทุกโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์และ อินเตอร์เน็ท รู้จักการใช้สื่อดิจิตอลในการเข้าสื่อสาร สามารถเรียนรู้จากการมีสังคมออนไลน์

— 10 QUICK WINS

— 1 ผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจในการกระจายเงิน จำนวนนักเรียนต่อห้องน้อยลงโดยมีอัตราส่วนครูต่อนักเรียนอย่างน้อย1:25-30 สอนให้เด็กรู้ทัน ICT ทุกโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์และ อินเตอร์เน็ท รู้จักการใช้สื่อดิจิตอลในการเข้าสื่อสาร สามารถเรียนรู้จากการมีสังคมออนไลน์

— 2 จัดสร้างเวปไซท์ที่มีแบบทดสอบความสามารถ ความสนใจ และ จุดเด่นของตนเอง

— 3 กระทรวงศึกษาธิการ จัดสร้างศูนย์เรียนรู้ฝึกซ้อมออนไลน์ ด้านภาควิชาต่างๆ เช่น ภาษา วิทยาศาสตร์ เลข ฯลฯ พร้อมควบคุมดูแล และดำเนินความสะดวกในการใช้เวปนี้ โดยจะมีลักษณะของ social network ร่วมอยู่ด้วย

— 4 Partnership Program: โครงการจับคู่ระหว่างโรงเรียนในโครงการ กับโรงเรียนที่ได้การยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในกรุงเทพ และ โรงเรียนในต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้คณาครู นักเรียน และ ผู้บริหารเรียนรู้จากกันและกัน

— 5 กระจายอำนาจในการจัดการการเงินจากโครงการจากอบต.สู่ องค์การบริหารการศึกษาส่วนตำบล (อบศต.) ซึ่งประกอบด้วยสภาโรงเรียน และผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการ

— 6 มีการประเมินโรงเรียนอย่างต่อเนื่องทุก 6 เดือน วัดจากความพึงพอใจของคณาครู นักเรียน ผู้บริหาร และ ชุมชนรอบข้าง โดย KPI จะถูกแบ่งเป็น

— 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

— Context: คือ ตึกเรียน สภาพแวดล้อม อุปกรณ์การเรียน/เล่น ฯลฯ

— Content: คือ หลักสูตร ระบบการสอน คุณภาพครู ฯลฯ

— Emotions: การใส่ใจดูแลนักเรียน และให้ประสบการณ์ทางจิดใจที่เป็นเชิงบวกขณะอยู่ที่โรงเรียน

— 7 ปรับปรุงรายได้ครู โดยมีฐานเงินเดือนเดิม แต่มี Top Up มากกว่าข้าราชการในหน่วยงานอื่น รายได้ถือเป็นรายได้มาตรฐานและจะไม่ถูกนำมาจากเงินทุน 5,000,000 บาท ต่อ โรงเรียนของโครงการ

—8 ระบบให้รางวัลครู จากคะแนนของนักเรียนในชั้นบนแบบทดสอบโดยใช้เกณฑ์มาตรฐาน ในขณะเดียวกันผอ.จากโรงเรียนที่มีการปรับปรุงจนได้การยอมรับว่ามีคุณภาพจะได้รับสิทธิ์ในการร่วมคณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติอีกด้วย

— 9 มีกิจกรรมและการแข่งขันระหว่างเด็กทั้งในโรงเรียน และระหว่างโรงเรียนในโครงการ มีการจัด Showcase เพื่อให้โรงเรียนเหล่านี้เข้ามาร่วมโอกาส

— 10 สร้างกระแสโรงเรียนดีตำบลให้เข้มแข็งเกิดแนวร่วมพัฒนาภายในท้องถิ่นเกิดการรวมตัวเป็น Cluster ในพื้นที่

— วงเงินงบประมาณได้ตามเกณฑ์และใช้ปรับตามสภาพบริบทโรงเรียนที่ผ่านการประเมินแล้ว จัดนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนเป็นกลุ่ม Clusterกำหนดโรงเรียนดีประจำตำบลเฉพาะที่มีนักเรียนครบ ๖ ระดับชั้นป.๑-๖ หรือ ม.๑-๖ เป็นโรงเรียนคัดเลือก รุ่นแรก จัดสรรครูให้ครบตามเกณฑ์โรงเรียนขนาดกลาง คัดสรรโรงเรียนขนาดเล็กที่มีที่ตั้งเฉพาะตัวไม่สามารถควบรวมกับโรงเรียนใดได้เลยเพื่อประกาศให้เป็นโรงเรียน ที่ต้องใช้การจัดการเรียนการสอนแบบพิเศษและได้รับจัดสรรงบประมาณบนฐานพิเศษ เสริมสร้างโรงเรียนการศึกษาพิเศษประเภทต่างๆ ให้มีความเข้มแข็ง สามารถบริการการศึกษากระจายได้ครบถ้วนตามภูมิภาคต่างๆทั่วไทย

สาระข้างบนอยู่ในระหว่างยกร่างเพื่อการสังเคราะห์และพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง แต่ถ้าท่านทั้งหลายมีข้อเสนอแนะก็ยินดีน้อมรับฟัง พร้อมที่จะเตะลูกเข้าโกล์ ถ้าเห็นว่ามีเหตุมีผลและสมประโยชน์อย่างที่สุด หลังจากจากที่ชมความติดเห็นเบื้องต้นแล้ว ผมนำเสนอกรณีโรงเรียนตัวอย่าง

· ระดับวิทยาลัยอาชีวะ ผมฉายเรื่องรูตันของแห้วให้คณะกรรมการชม พร้อมกับตีขุมว่า..วิทยาลัยแห่งนี้นะครับ ผู้บริหารกัดไม่ปล่อยทุกปัญหา ท้าตีท้าต่อยท้าชนกับทุกรณีอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช เพื่อจะนำสิ่งที่ดีที่สุดมอบให้กับคณาจารย์และลูกศิษย์ของตน

· ระดับโรงเรียนขนาดเล็ก ผมฉายเรื่องโรงเรียนมงคลวิทยาของครูอึ่งให้คณะกรรมการชม พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เราพูดๆๆกันอยากให้เกิดโรงเรียนนี้เขาทำกันตั้งนานแล้วละลุง บังเอิญของครูอึ่งมีภาพประกอบ มีประเด็นของจริงให้เห็น ว่าผู้บริหาร ครู เด็กนักเรียนเขียนบล็อก เห็นแล้วก็ ฮา!ๆๆ กันนะสิครับ

· สถานเลี้ยงดูเด็ก โรงเรียนสอนพิเศษเฉพาะทาง ผมฉายโรงเรียนสอนศิลปของครูออตให้กรรมการชม ครูออตเสนอการสอนศิลปได้โดนใจ คณะกรรมการให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก มีภาพประกอบด้วยจึงน่าสนใจ ต่างจากของแห้วศรีดีแต่โม้ไม่มีภาพ จะต้องปรับปรุงเรื่องนี้รู้ไหมแห้ว จะได้เพิ่มศักยภาพของน้ำลายให้ฉายวิสัยทัศน์ให้ระเบิดระเบอมากขึ้น

“เรื่องนี้>>จะเห็นว่าการเขียนบล็อกของชาวเรานั้น มันเป็นการนำร่องเรื่องที่กระหวัดไปถึงนโยบายได้ มีความหมาย มีคุณค่า มีช่องทางที่จะสานประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมืองได้ ผมถึงอยากให้พวกเราร่วมหัวจมท้ายด้วยกันในเรื่องนี้ มีเรื่องดีๆหวงไว้ทำไมละ แม้แต่เรื่อง แห้ว โหด มันส์ ฮา ก็ไม่ว่ากัน เขียนมาเถิด ผมนะคุยล่วงหน้าไว้เยอะแล้ว ว่ากระบวนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตัวจริงเสียงจริงนั้นอยู่ที่นี่ มีคนแอบมาด้อมๆมองๆเยอะ จึงอยากจะร้องว่า ช่วยด้วย ช่วยด้วย !!!”

ผมออกจากห้องประชุมกระทรวงมืดแล้ว โทรหาอุ้ยบอกว่าจะพบ ชวนแห้วศรีไปด้วย ต่างคนต่างจับแท๊กซี่บึ่งพรวดไป อุ้ยพักที่โรงแรมรามาการ์เด็นท์ แป๊บเดียวหมอเจ๊คนสวยแซ่เฮ หอบกระเป๋าลงเครื่องมาจากสุวรรณภูมิ หลังจากโผหากันแล้ว สั่งอาหารมาละเลียดพร้อมกับคุยกันฉันท์แซ่เฮ อิ่มอกอิ่มใจแล้วก็จำใจจำจร แห้วมาช่วยเก็บของ เรียกแท๊กซี่มา2คัน ผมไปนครชัยแอร์ แห้วไปขึ้นเตียง หลับๆตื่นๆมาถึงบุรีรัมย์ตี4ครึ่ง โฉมยงมาซื้อกับข้าวรอ บ่นว่าของที่นี่ถูกกว่าที่สตึกหลายกะตังส์

เท่านี้นะครับ

ได้เวลาไปจ๊ะจ๋ากับชาวTT&T แล้ว

ฝนเลิกตกพอดี

วันนี้จะให้ทำกิจกรรม

จบข่าว


งานเข้า แต่งานไม่ออก

ไม่มีความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 1 กันยายน 2010 เวลา 9:00 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 136

ช่วงที่ไปชมหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ หลังจากอุ้ยกับน้าอึ่งไปตีตั๋วเข้าชม เจ้าหน้าที่แนะนำให้ชมวีซีดีภาพรวมเพื่อนำความสนใจก่อนที่จะก้าวย่างไปชมตามห้องต่างๆ ไม่รู้อะไรมาดลใจให้ผมเดินฉับๆไม่รอใคร ดูห้องโน้นห้องนี้คนเดียว สถานที่นี่เคยเป็นศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ก่อสร้างตั้งแต่ปี2467 อาคารหลังใหญ่จึงมีห้องหับต่างๆมากมายทั้ง2ชั้น บางห้องก็จัดให้แม่อุ้ยมานั่งประดิษฐ์ศิลปะพื้นถิ่นให้ชมกันสดๆ

เนื่องจากเป็นวันที่ฟ้าครึ้มฝนตกปรอยๆ ผู้คนเข้ามาชมจึงบางตา เจ้าหน้าที่ๆเฝ้าตามห้องต่างๆ จึงนั่งคุยกันอย่างเหงาๆ เธอใจดีเดินมาแนะนำว่าจะชมสื่อฉายภาพบนจอไหม? บอกไปว่าอยากจะเดินชมเงียบๆ ระหว่างที่เข้าห้องประวัติเจ้าเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจัดแสดงภาพวาดไว้สวยงามมาก ..มีแมวดำดวงตาสีเหลืองเข้มเดินร้องเหมียวๆตรงมาหา มาเคล้าแข้งเคล้าขา เอาฟันกัดที่ขากางเกงเบาๆ หมุนตัวไปมา จึงนั่งลงแล้วเอามือไปลูบหัว คุณแมวไม่ยอม.. นอนหงายท้องเอามือมาตะปบเบาๆเหมือนจะชวนเป็นเพื่อนเล่น โถ เมียว เจ้าหน้าที่สาวๆก็มีเยอะ เขาไม่สนใจใยดีเหมียวเลยหรือ? พยายามถอดรหัสว่าเหมียวคงอยากให้เราเล่นด้วย เอากล้องถ่ายคริปไว้ คุณเหมียวขี้อายหลบมุมกล้องหมุนตัวไปมา จึงได้ภาพและเสียงเบลอๆ ..ระหว่างนั้นน้าอึ่งเดินเข้ามา จึงปล่อยให้คนรักแมวรับช่วงต่อ เมื่อวานเอาคริปที่ว่านี้ให้ครูอึ่งชม..

ไม่แน่นะครับ วันนี้เหมียวอาจจะสื่อสารข่าวอะไรบางอย่าง ก็ได้

หลังจากเดินชมชั้นบนจนรอบแล้ว เจอคุณหมอจอมป่วนที่มุมห้องน้ำชาย ทักทายกันนิดหน่อย ผมเดินลงมาชั้นล่าง ซื้อเสื้อยืดที่ระลึกตัวหนึ่ง ไปเจอกลุ่มถ่ายแบบ จึงแวบออกมาด้านนอก ฝนหยุดฟ้าโล่งท่ามกลางความชื้นฉ่ำ ผมอยากได้ภาพด้านหน้าอนุสาวรีย์3เจ้าเมืองเหนือ ระหว่างปรับมุมกล้อง มีนกเขาตัวหนึ่งบินมาเกาะบ่ารูปปั้น แล้วตั้งหน้าตั้งตาขันคูอย่างเอาจริงเอาจัง นึกว่าจะส่งเสียงสั้นๆแล้วบินไป ที่ไหนได้>>พ่อนกขยันขันเป็นวรรคเป็นเวรไม่ยอมหยุด มาเปิดคริปดูเสียงนกยังก้องกังวาล จะเรียกว่าเป็นความบังเอิญได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ

ในชีวิตเรามักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเสมอ

บางเรื่องก็จับต้นชนปลายไม่ถูก

บางเรื่องก็พอมีเค้าให้เห็นที่ไปที่มา

ภาพคุณหมอจอมป่วนนั่งเซ็นชื่อหนังสือ “ป่วนกระบวนกร” กองโต

อาจจะเป็นที่มาของการสั่งซื้อ เจ้าเป็นไผ กับ ป่วนกระบวนกร ล็อตใหญ่ก็ได้

การที่สถาบันการศึกษาเห็นคุณค่าการบันทึกของชาวเฮ

อาจจะเป็นความ”บังเอิญ” ที่ไม่ธรรมดา

ที่มาช่วยกระตุ้นชาวเราให้อยากเขียนบันทึกมากขึ้น

เพื่อร่วมด้วยช่วยกันสร้างสังคมอุดมปัญญาภาคประชาชน

ท่านอัยการกระแซะมาว่า..เล่ม3 พิมพ์แล้วยัง >> ยังไม่ได้พิมพ์ครับบบ ทั้งๆที่มีสต็อคเรื่องจ๊าบๆอยู่บ้างแล้ว เรื่องอาจารย์แป๋ว ป้าหวาน อุ้ย ฯลฯ รวมทั้งยังรอเซียนเรื่องฮาระดับขากรรไกรค้าง ยุไม่ขึ้นเพราะอะไรก็ไม่รู้ น้าอึ่งน้าแป๊ดและพี่ป้าน้าอาทั้งหลาย วันไหนว่างน่าจะถ่างใจเขียน เฮกลิ้งทิ้งสำบัดสำนวนลุ่มลึกครึกครื้น วิชาการผสมวิชาเกินนั่นแหละสะเด็ดนัก สังคมทุกวันนี้มันเครียดๆๆๆ ช่วยกันหาเรื่องคลายน๊อตหัวใจกันดีกว่านะครับ ไม่อย่างนั้นหัวจะเป็นน็อตเหมือนคุณหมอจอมป่วนว่า..คริ คริ

บ่าย 2 ไปประชุมที่กระทรวงศึกษา

5 ทุ่ม จะนั่งรถทัวร์กลับบ้าน

TT&T ไปรอแล้ววันนี้

ใครที่ี่บอกว่างานยุ่งๆๆๆๆ อย่าเพิ่งคุย

ทุกคนมีเวลาเขียนบทความแน่นอน เชื่อใจตัวเองเถอะ ถามตัวเองดูก็ได้นิ คริ คริ


วันนี้ไม่มีคอมฯ

4 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 31 สิงหาคม 2010 เวลา 19:18 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 174

เมื่อวานนี้โดนนักศึกษาถามว่าเรียนแบบไหน? เรียนอย่างไร? อยากจะตอบว่าเรียนอย่างว่า..เห็นอะไรวิ่งตัดหน้าคว้าเอาเค้นค้นหา จับผลัดจับผลูอะไรได้ก็เอาหมดแหละ เห็นอะไรเป็นเรื่องเป็นราวไปหมด ยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลง มีสิ่งใหม่ๆเข้ามาตลอด โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ไวยิ่งกว่าแมวขโมยปลาย่างเสียอีก เผลอแว๊บเดียวก็หายว๊าบ! โลกแห่งการเรียนรู้เปลี่ยนไปอย่างมาก ขืนอืดเป็นเรือเกลือมีหวังตกรุ่น ความรู้ใหม่แซงหน้าความรู้เก่าอุตลุด คนพันธุ์ใหม่ต้องทำตัวให้เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ไม่ประสีประสาอะไรก็ถามผู้รู้ วิ่งไปหาหรือไปไปสืบค้น จะมาสนิมสร้อยรอรับความรู้ไม่ทันกินหรอก เว้นแต่จะเป็นประเภทถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง อย่างนั้นไม่ว่ากัน “ถูกก็ได้เรียน ผิดก็ได้เรียน” ไม่อย่างนั้นจะรู้ถูกรู้ผิดรึ! ถ้าเรามองหาความรู้ในตัวคน เราก็จะพบครูไม่จำกัด ครูมีอยู่มากมาย อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นครูหรือเปล่า! รักที่จะเรียนรู้จริงหรือเปล่า!

คอมพิวเตอร์โดนไวรัสป่วนกวนใจน่ารำคราญ

จึงส่งข่าวไปหาแห้ว

แห้วก็ดีเหลือใจให้ม้าเร็วเอาไปล้างขยะ

บังเอิญเทวดาผ่านไปแถวนั้น

จึงรับเอามาให้เมื่อบ่ายนี้

ผมอยู่ในประเภทเซ่อซ่าส์กับโปรแกรมต่างๆ เห็นหน้าตาคอมเปลี่ยนไปจากที่คุ้นเคย ก็ต้องมานั่งไล่เรียงทบทวนสัญญลักษณ์ต่างๆ ไหนๆวันนี้เทวดามาแล้ว ก็ถือโอกาสให้เทวดสอนวิธีใช้และใส่รูปภาพลงในเฟสบุกส์ เกรงว่าจะจำไม่ได้ จึงหยิบกล้องมาถ่ายคริปไว้ สงสัยก็เปิดชมภาพและเสียง คนปัญญานิ่มก็ต้องใช้ตัวช่วยยุ่งยากอย่างนี้ละครับ ต้องออกแบบวิธีซึมซับความรู้ วันหลังสงสัยก็มาเปิดคริปแล้วทดลองทำตาม คนที่เรียนน้อยรู้น้อยทำอะไรก็เชื่องช้าเสียเวลาอย่างนี้ละครับผม

วันที่ไม่มีคอมฯอยู่กับเนื้อกับตัว

ไปตัดผมแล้วก็มานอนอ่านหนังสือทั้งวัน

เสียดายอุ้ยไม่มาบางกอกเย็นนี้

จึงหง่าวเป็นบ้าถ้าวันไหนไร้คอมฯ


คนแซ่เฮบุกสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ

6 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 31 สิงหาคม 2010 เวลา 7:26 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 213

ตอนเช้าเทวดากริ๊งมา

ถามว่าจะไปจุฬาฯยังไง

สายหน่อยครูอึ่งโทรมาบอกว่ายังอยู่กรุงเทพฯ

ครูอึ่งกับครูอารามลงมาบางกอก ติดต่องานเรื่องอาจารย์ช่วยสอนชาวต่างประเทศ ที่ต้องมีใบรับรองจากคุรุสภาไปต่อวีซ่า ติดต่อล่วงหน้ามาแล้วว่าจะได้รับความสะดวก แต่มาเจอบทโยกโย้ให้รออีก2สัปดาห์ ผมลองติดต่อคนที่รู้จัก เธอบอกว่าจะจัดการให้พรุ่งนี้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้>> แทนที่อยู่จะโต๋เต๋แบบเซ็งกระจาย ชวนไปเที่ยวจุฬาด้วยกันดีกว่า จุฬาฯส่งรถมารับที่มารวย ครูอึ่งจับแท็กซี่จากกระทรวงศึกษาธิการ นัดเจอกันที่สถาบันวิจัยสังคมจุฬา

บ่ายโมงนักศึกษาเข้าไปนั่งเอี้ยมเฟี้ยมรออยู่แล้ว ดร.นฤมล บรรจงสิทธิ์ กล่าวแนะนำวิทยากรเป็นใครมาจากไหน ที่จริงได้หารือกันล่วงหน้าแล้ว ให้นักศึกษาเข้าไปค้นในเน็ทเพื่อทำความรู้จักกับวิทยากรล่วงหน้า ใครไม่รู้ว่าครูบาเป็นไผ ไม่ต้องเข้าห้อง อิ อิ แต่เป็นการรู้จักกันข้างเดียว ต่างกับที่SCG. ได้ส่งข้อมูลมีทั้งภาพดูให้รู้หน้าตา ชื่อจริงชื่อเล่น ตำแหน่งงานที่ทำ งานอดิเรกที่ชอบหรือสนใจ ประเด็นนี้ถ้าองค์กรหรือหน่วยจัดอบรมพัฒนาระบบสารเทศเบื้องต้นก็ดีนะครับ เรื่องรู้เขารู้เรามีความจำเป็นเสมอ

ผมเปิดPower Point ด้วยประเด็นคำถาม

· ช่วยแนะนำหน่อยเถิด เจ้าเป็นไผ

· ทำไมถึงมาสนใจเรียนหลักสูตรนี้

· ได้เรียนและค้นคว้าในประเด็นไหนไปบ้างแล้ว

· ช่วยกันเล่าช้า ใจเย็นๆ สบายๆ

· วันนี้เราจะมาเรียนรู้ร่วมกัน

· ไม่มีผิดมีถูกไม่มีข้อจำกัดใดๆในห้องนี้

· เราจะเรียนกันอย่างมีความสุข

นักศึกทยอยแนะนำตนเอง บอกเล่าซื่อแซ่ชื่อเล่น จบปริญญาตรีมาจากภาควิชาและมหาวิทยาลัยอะไร หลายคนบอกว่าที่สนใจหัวข้อ : การจัดสวัสดิการชุมชนบนฐานทุนทางสังคมสังคมและทุนวัฒนธรรม ต้องการจะเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่านักศึกษารุ่นนี้จบมาจากหลายคณะวิชาไม่ซ้ำกัน ถ้าแลกเปลี่ยนรู้กันน่าจะได้ทักษะชีวิตและประสบการณ์ที่หลากหลายไปต่อยอดได้

ประเด็นสวัสดิการ-ทุนทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรม

ผมสะท้อนมุมมองในฐานะชาวบ้าน

เพื่อให้เห็นว่าคนระดับล่างเข้าใจและมองเรื่องนี้อย่างไร

สวัสดิการที่จัดโดยรัฐฯก็อย่างหนึ่ง

สวัสดิการที่จัดกันเองก็อย่างหนึ่ง

สวัสดิการที่มีอยู่ในวัฒนธรรมและธรรมชาติก็อย่างหนึ่ง

พื้นฐานเดิมที่ปรากฏอยู่ในทุนวัฒนธรรมเป็นอย่างไร

จากสภาพสังคมบ้านเมืองกำลังคุกรุ่นอยู่กับการหาพวกพ้อง นโยบายที่ออกมาจึงหลากหลาย มีคำว่า”ฟรี” รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เรียนฟรี ฯลฯ เป็นสวัสดิการของโหลหรือของดี จริงๆแล้วผมอยากให้รัฐฯจัดสวัสดิการความรู้ น่าจะสมประโยชน์ที่สุด คุณภาพของสังคมขึ้นอยู่คุณภาพของประชาชน คุณภาพของประชาชน ขึ้นอยู่กับการศึกษาและการพัฒนาแบบองค์รวม ถามว่า วันนี้การศึกษาและการพัฒนาของเราอยู่ในอาการอย่างไร? หลังจากนั้นก็ชวนคุยชวนมองด้วยคำถาม

· สภาพแวดล้อมเป็นสวัสดิการจากเทวดาได้ไหม?

· ผักสมุนไพรพื้นถิ่นเป็นสวัสดิการจากธรรมชาติได้ไหม

· ความรักความเอื้ออาทร ความเป็นพี่เป็นน้องเป็นสวัสดิการหรือเปล่า?

· ความเมตตาของครูบาอาจารย์เป็นสวัสดิการหรือเป็นอะไร?

· แสงแดด-อุณหภูมิที่พอเหมาะสมเป็นทุนสวัสดิการหรือไม่?

ยกตัวอย่างการจัดสวัสดิการภาคประชาชน เช่น คุณอัมรา พวงชมพู แห่งบริษัทสยามแฮนด์ เจ้าของสินค้ายี่ห้อแตงโม ไปชวนแม่บ้านบาเกาะ11คน จากสุไหปาดี เดินทางมาฝึกตัดเย็บเสื้อผ้าในโรงงานที่นครปฐม1เดือน แล้วกลับไปตั้งกลุ่มช่วยกันผลิตเสื้อยืดจำหน่าย ขยายผลในหมู่กันเอง ขยายงานไปสู่อาชีพในชุมชน จากฐานคิด “เปลี่ยนอาวุธ เป็น อาชีพ” “คนทำเสื้อกับการสร้างสันติภาพ”เพื่อจะบอกว่าสวัสดิการนั้นไม่ใช่ว่าจะต้องมาจากรัฐฯเท่านั้น ใครๆก็สามารถมีส่วนร่วมได้ถ้ามีจิตสาธารณะ

(สวัสดิการพื้นฐานที่ต้องการมีส่วนร่วม)

ผมเสนอสวัสดิการด้านความรู้น่าจะสำคัญกับยุคสมัย ถ้าจะพัฒนาใดๆเงินกับความรู้ควรจะควบคู่มาด้วยกัน การปะเงินลงไปเฉยๆไม่ต่างกับการโยนก้อนหินลงหนองน้ำ.. แต่ก็ไม่ได้หมายถึงการเรียนฟรี15ปีนะครับ มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ความหมายรวมไปถึงการอุดหนุนให้เกิดวิชาการความรู้ในทุกระดับ ชาวไร่ชาวนาควรจะได้รับสวัสดิการพัฒนาด้านวิชาชีพ ถามว่าถ้าชาวบ้านจะเรียนรู้ จะไปเรียนที่ไหน ไปเรียนเรื่องอะไร ไปเรียนกับใคร ! ! มีสวัสดิการในเรื่องนี้ดีพอแล้วหรือยัง

เสนอเรื่องการเอาใบไม้เลี้ยงโค ฉายคริปให้เห็นภาพรวมของเรื่องนี้ แล้วชี้ให้ดูว่า สวัสดิการด้านความรู้ความสามารถทางอาชีพนั้น มันเป็นสวัสดิการที่ขยับความก้าวหน้าให้เห็น-ทางออก-ทางเลือก-ทางพัฒนา ขยายผลต่อไปยังเรื่องอื่นได้อีกหลายจุดประสงค์ เพื่อชวนนักศึกษาตีแตกเรื่องสวัสดิการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ชวนคุยเรื่องเฮฮาศาสตร์ บอกว่านี่ไงละกรณีตัวอย่างของการจัดสวัสดิการยุคใหม่ ที่เกิดขึ้นจากความรักความปรารถนาดีต่อกัน ช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านการเขียนBlog แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตสม่ำเสมอ ทำให้สมาชิกรู้ใจก่อนรู้ตัว หลังจากนั้นก็ขยายผลไปถึงการจัดกิจกรรมร่วมกันตามมา เกิดเป็นเครือญาติช่วยเหลือพึ่งพากันเอง

ผมโยนไมค์ให้ครูอึ่งช่วยอธิบายบริบทของเฮฮาศาสตร์

นักศึกษาสนใจมากขึ้น

ซุบซิบอยากจะไปมหาชีวาลัยอีสาน

ก็แล้วแต่นะครับ

เรียนในห้องได้ความรู้ เรียนนอกห้องได้ความจริง

ถ้าอยากเป็นนักศึกษาพันธุ์ใหม่ต้องการจะเรียนความจริงก็มา

แต่ถ้าจะเรียนแบบดื้อตาใสก็ไม่ว่ากัน

ได้เปิดเพลง “กอด” ให้ฟัง

เพื่อจะบอกว่า..ถ้าสนใจพัฒนาวิธีการเรียนให้เข้ากับยุคสมัย

จะได้พบว่า> >ได้อะไร > > เกิดอะไร > > และส่งผลอย่างไร?

(หนูคนนี้บอกว่าแอบอ่านเรื่องแม่ น้ำตาไหล”

การบรรยายให้นักศึกษาปริญญาโทครั้งนี้ จบลงด้วยอาจารย์และนักศึกษาเลี้ยงข้าวมื้อเย็น มีนักศึกษาท่านหนึ่งเล่าว่า>>แอบไปอ่านเรื่องมะขือการ์ตูน เรื่องแม่ แล้วน้ำตาไหล คิดถึงแม่.. อิ่มแล้วคณะฯแล้วเอารถมาส่งที่โรงแรม ระหว่างนั่งคุยกันที่มารวย แห้วก็โทรมาเล่าเรื่อง”รูตัน” ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไง ก็ติดตามไปที่Blog ลานเรียนชีวิต ของครูปูก็แล้วกันนะครับ อิ อิ..


จบข่าว ..



Main: 0.419474124908 sec
Sidebar: 0.84378695488 sec