ป้าจุ๋ม คุณป้าแห่งชาติ

40 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 2 กรกฏาคม 2009 เวลา 21:54 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 299

(ชวนเชิญชมคุณป้าแห่งชาติ)

ประกาศ ประกาศ ประกาศ

ท่านใดมีภาพป้ายังสาว ส่งประกวดด้วยครับ

ส่งแบบไหน  ส่งแบบอาเหลียง ในComment ครับ

(ภาพตัวอย่างนะครับ ชมแล้วกรุณาฮาในใจ)

เรื่องฮาจากป้าจุ๋ม

>> ในงานรับพระราชทานปริญญา

คุณป้าถูกเพื่อนชวนให้แต่งหน้าแต่งตาให้สวยเริดสุดๆ

เขียนขอบตาเหมือนหมีแพนด้า

เสริมขาตาปลอมเหมือนนกกระจอกเทศ

>> และแล้ว ..อีตอนหวานใจมารับ

คุณผู้ชาย กระชิบว่า ..ผมรักจุ๋มเพราะความดีความงามความเป็นตัวตนของจุ๋ม

ไม่ต้องแต่งอย่างนี้ก็ได้

>> โดนชมจังๆอย่างนี้ หมีแพนด้าก็รีบล้างหน้าตา..กลับมาเป็นดาวมหาลัยที่ชื่อป้าจุ๋มเมี๊ยนเดิม

ฮ่าๆๆๆเอี๊อกๆๆ..ไหนๆวันเกิดแล้ว..ขอแซวให้ระเบิดเสียหน่อยนะป้านะ

  • โชคดีหลายเพื่อนตายชื่อป้าจุ๋ม

เหมือนมีตุ่มหลายใบใส่น้ำฝน

ให้คนยากตักดื่มปลื้มกมล

บุญเหลือล้นกุศลแทรกคอยแจกทาน

  • ถ้าไม่มีป้าจุ๋มคอยสงเคราะห์

ยามไข้เกาะกุมในใจแตกซ่าน

คงไปนอนให้หนอนรับประทาน

ไม่ปากหวานอย่างนี้หรอกที่รัก

  • ป้าหายามาให้ไม่เคยขาด

ยาพิฆาตตับไตหัวใจหัก

ยาลูกกลอนถอนพิษฤทธิ์แรงนัก

โรคชะงักชะงันจวบวันนี้

  • วันเกิดป้าไม่มีค่าของตอบแทน

ขอคุณพระหมื่นแสนช่วยส่งศรี

ขอให้ได้ลูกเขยกันเสียที

ได้คนดีแสนดีนะป้านะ

  • ป้าเกษียณปีนี้ใช่ไหมป้า

ดูหน้าตาอายุไม่น่าจะ

60 ปียังมองเหมือนกลองพระ

เต่งตึงตะติงโหน่งยืนโยงเอย.


ลุยจุฬาฯ

11 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 30 มิถุนายน 2009 เวลา 20:29 ในหมวดหมู่ มหาชีวาลัยอีสาน, สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 190


>> วันนี้ตื่นแต่เช้ารีบออกจากรังนกกระจอก

แต่รถติดมโหราฬ ทางด่วนกลายเป็นทางเต่า รถเป็นง่อยคลานไปทีละกระดึบ

เสียงโทรตามเป็นระยะๆ โธ่ ..กว่าจะผ่านสามย่านไปได้

กว่าจะไปถึงหอประชุมจุฬาฯช้าไป 10 นาที

เพราะเหตุนี้เองที่ผู้จัดงานอยากจะให้พักในจุฬาฯ

ผมไปถึงพร้อมๆกับป้าแดง เดือนใจ ดีเทศก์ สว.คนเก่ง

>> จุฬาฯเขาเชิญไปประชาวิจารณ์ การจัดตั้งคณะอาหารและการเกษตร ผมเห็นกระบวนการเขาแล้วก็ชื่นชมในการทำงาน เริ่มตั้งแต่อธิการบดีมากล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม พบว่าเขาให้ความสำคัญกับการรับฟังความเห็นอย่างมาก ไม่ทำโมเมมักง่าย จัดประชุมถึง 3 ครั้ง ติดกันใน 3 เดือน ผมไปรอบแรก พบหน้าค่าตาคนรู้จักหลายท่าน เช่น อาจารย์เดือนใจ ดีเทศก์ น.สพ.ยุคล ลิ้มแหลมมอง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อาจารย์์ลัภย์ หนูประดิษฐ์ จากใต้ คุณสุภา ใยเมืองจากเหนือ อาจารย์เดชา ศิริภัทรภาคกลาง ดร.วีระ วีสกุล คุณเศรษฐสรร เศรษฐการุณย์ และทีมงานชาวจุฬาฯอีก 10ท่าน เป็นวงประชุมเล็กๆแต่สมบูรณ์แบบ ทุกคนได้ออกความเห็น ระหว่างรับประทานอาหารเขายังปริ้นเอาคำที่เราพูดมาให้เสริมเติมความเห็นอีกรอบหนึ่ง

>> ศ.น.สพ.ดร. อรรณพ คุณาวงษ์กฤต คณบดีคณะสัตว์แพทย์ เป็นเจ้า่ของเรื่อง นำเสนอแผนงานได้ดีมาก ชี้แจงปรัชญาของการผลิตบัณฑิต เป็นการผลิตบัณฑิตในงานด้านอาหารและการเกษตรครบวงจรของห่วงโซ่อาหาร ที่คิดเป็น ทำเป็น ปฎิบัติจริงได้ และมีการเรียนรู้วิจัยตลอดชีวิต เป็นการผลิตบัณฑิตที่ส่งต่อสังคมรากหญ้าในท้องถิ่น เป็นผู้จัดการชุมชนด้านการอาหารและการเกษตร มอบเป็นของขวัญแก่แผ่นดินเมื่อจุฬาฯ ครบ 100 ปี

แผนงาน

  • เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัย เพื่อวิจัยหาองค์ความรู้และภูมิปัญญาทางด้านอาหารและการเกษตรแบบบูรณาการ
  • เพื่อจัดตั้งศูนย์อ้างอิง ซึ่งวิเคราะห์ สังเคราะห์ ผลการวิจัยข้อมูลในและต่างประเทศ เพื่อสร้างฐานข้อมูลให้กับประเทศ
  • เพื่อพัฒนาระบบของห่วงโซ่คุณค่าอาหารอขงประเทศให้มีความกลมกลืน สอดคล้อง บูรณาการ โดยใช้ความรู้โจทย์ปัญหาภายในประเทศมาสังเคราะห์ วิเคราะห์
  • เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญา อันเป็นผลจากการวิจัย

>> รายละเอียดมีมากมายพี่น้อง เช่นเรื่องหลักสูตร หน่วยกิตต่างๆ การรับสมัคร และขอดีใจกับพี่น้องชาวเหนือ ที่โครงการนี้จะเริ่มที่น่าน  จัดเป็นทุนการศึกษาให้ด้วย สำหรับน่านปีละ 15 ทุน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ จังหวัดละ 3 ทุน จัดการเรียนการสอนแบบเข้มข้น อาจารย์หยอดคำหวานว่าจะส่งมาฝึกงานที่มหาชีวาลัยอีสานด้วย ผู้ดำเนินรายการเอาผมไว้ปิดท้าย จึงเสนอความเห็นแบบคิดด่วนๆ ดังนี้ครับ

กราบเรียนท่านผู้ก่อการดีทุกท่าน

1. ดีใจที่จุฬาฯรับเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ ขอเอาใจช่วยเต็มที่ อยากเห็น อยากได้แนวคิดนี้ เท่าที่ฟังก็บอกได้ว่าสมราคาจุฬาฯ จุฬาฯมีต้นทุนตัวเองอยู่มาก การที่จุฬาฯจะมอบคณะวิชานี้เป็นของขวัญวันครบรอบ 100 ปี นับว่าทรงคุณค่าอย่างยิ่ง โจทย์นี้ท้าทายมาก สังคมเกษตรบ้านเรากำลังจนมุม ส่งเสริมจนเกษตรกรไปเป็นกรรมกรกันมากแล้ว ที่อยู่ที่ทำก็ปีนเกลียว ผิดฝาผิดตัว สับสนความรู้ในของตนเอง

2. เคยยุให้มหาวิทยาลัยในอีสานคิดและทำเรื่องนี้ แต่ไม่มีใครเอาด้วย อีสานนั้นมีทุ่งกุลาร้องไห้ผลิตข้าวมีชื่อเสียงนับล้านไร่ และมีพื้นที่การเกษตรกว้างขวาง แต่การเรียนรู้ก็เหมือนตาบอดคลำช้าง กลายเป็นประชากรที่รอเอื้ออาทร และเป็นเกษตรตกเขียว ปัญหาภาคการเกษตรอยู่ในลักษณะไม่รู้ไม่ชี้จากสถาบันการศึกษา น้อยนักที่จะผลิต สิ่งที่เขาอยากได้ ตอนนี้เหลือเกษตรกรยุคสุดท้ายแล้ว ลูกหลานไม่เอาด้วย เหลือแต่เกษตรแก่ๆหง่อมๆจะไปรอดอย่างไร ชุดวิชาที่เหมาะกับชาวบ้านอยู่ที่ไหน บัณฑิตสายพันธุ์จุฬาลงกรณ์ ถ้าเป็นความหวังใหม่ได้ก็น่าจะเห็นแสงปลายอุโมงค์

3. ทุกวันนี้เกษตรกรพึ่งตัวเองไม่ได้ ขนาดไข่ไก่ยังซื้อกินทั้งหมู่บ้าน ไข่ยังพึ่งตัวเองไม่ได้ เรื่องอื่นก็ยิ่งยาก

4. มีการพูดถึงจีน ต่อไปนี้จีนจะส่งสินค้าเกษตรมาตามลำน้ำโขง สินค้าเกษตรคล้ายกับเรา ตอนนี้จีนระเบิดแม่น้ำโขง เตรียมกองเรือขนส่งพืชผลมาถึงไทยภายใน8-9ชั่วโมง ท้องเรืออยู่ในน้ำ อากาศเย็นไม่ต้องทำห้องเย็น สินค้าเกษตรราคาถูก คู่แข่งนอกจากจะเป็นเขมร ญวน แล้วจีนก็จะเป็นคู่แข่งที่น่าคิดเหมือนกัน ประเด็นนี้จะเป็นโจทย์ให้คิดล่วงหน้าเช่นกัน

5. โครงการนี้บอกว่าเป็นต้นแบบ ควรจะเป็นต้นแบบในวงกว้างที่ครอบคลุมด้านใดบ้าง ช่วยยกระดับปรับความรู้ภาคการเกษตรให้ถูกต้องได้ระดับไหน หรือช่วยกันทำให้ผืนแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินทองเช่นในอดีต เป็นครัวของคนไทยและครัวของโลกได้อย่างภาคภูมิใจ

ง วิชาที่เป็นแก่นสารของแผ่นดินไทย

6. โครงการนี้เป็นการยกเอาโจทย์การเกษตรของประเทศมาสังคายนาอย่างเป็นระบบ อีกทั้งอาจจะช่วยต่อท่ออ็อกซิเย่นให้แก่วิทยาลัยเกษตรกรรมทั่วประเทศ ที่ร่อแร่ ให้เรียนฟรี มีที่พักฟรี ก็ยังหาคนเรียนไม่ได้ ถ้าผูกกันเป็นเครือข่ายช่วยกันยกระดับการผลิตลูกหลานไทยให้ใส่ใจการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นประโยชน์แก่วงการศึกษาบ้านเราอย่างมาก

7. โครงการนี้ช่วยปรับความรู้ให้ถูกต้อง ทั้งในส่วนของรัฐบาล ส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคชุมชน และตัวเกษตรกร สร้างค่านิยมด้านการเรียนการศึกษา สร้างภาควิชา หลักสูตร ที่เกิดคุณค่าที่แท้จริง เป็นที่ยอมรับของลูกหลานไทยให้หันมามองกลุ่มวิชาที่เป็นแก่นสารของแผ่นดินไทย

8. เป็นการสร้างต้นทุนความรู้ให้ภาคการเกษตร รอดพ้นจากการประกอบอาชีพแบบทุนหายกำไรหด เอาวิชา+อาชีพ ให้เกิดขึ้นในสังคมเกษตรไทย ยกระดับวิชาชีพด้านการเกษตรให้ถูกต้องและเป็นมืออาชีพ

9. โจทย์วิจัย เอามาจากพื้นที่/เอามาจากชุมชน ประเด็นนี้ถือว่าเหมาะสม ถ้าลงไปเรียนกับชุมชนด้วยจะทำให้หลักสูตรมีชีวิตชีวา ทำการเรียนให้กระโดดโล้นเต้นออกมาจากหน้ากระดาษให้ได้

10. ผลิตบัณฑิต คิดเป็น ทำเป็น เหยียบขี้ไก่ฝ่อ ผลิตนักสู้ชีวิตเป็นเรื่องที่ใครๆอยากเห็น กระทรวงศึกษาธิการคงจะดีใจ ถ้าจุฬาฯมาช่วยแก้วิกฤติการศึกษาที่ผลประเมินออกมาแล้วใจหายใจคว่ำ

11. โครงการนี้ยังเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ สมัยก่อนชาวบ้าน

· ทำเป็น กินเป็น

· ทำเป็น กินไม่เป็น

· ทำไม่เป็น กินไม่เป็น

>> กินข้าวกล้องไม่เป็น นิยมข้าวขัดขาว เข้าสู่วัฒนธรรมมาม่า

12. เรื่องหลักสูตร ภาควิชาการเห็นด้วย อาจจะสอนไปปรับไปจนกว่าจะโจทย์จะสมบูรณ์ ส่วนภาคปฏิบัติถ้าทำได้ อยากให้แบ่งพื้นที่ให้เด็กคนละ 5-10 ไร่ แล้วเปิดวิธีเรียนโดยเอาความรู้เข้าสู่พื้นที่ จะเอาความรู้อะไรใส่ลงไปในต้นไม้ ในสัตว์ ในข้าวปลาอาหาร ปลูกกระต๊อบจับอยู่ในห้องเรียนชีวิต วัดประเมินผลจากผลลัพธ์ที่ได้จากการผลิตที่ผ่านการเรียนรู้เชิงประจักษ์ นิสิตสัมผัสกับบทเรียนชีวิตจริง น่าจะเป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบเข้มได้ เลียนแบบการสอนลูกหลานชาวไร่ชาวนาสมัยก่อน

13. ถ้านิสิตส่งการบ้านผ่านบล็อก เว็ปไซด์ อินเตอร์เน็ท นอกจากอาจารย์จะได้ตรวจสอบผลการเรียนแล้ว สังคมภายนอกสามารถเข้ามารับรู้ แนะนำ จัดในลักษณะเปิดการเรียนรู้สู่โลกกว้าง ตามหลักการจัดการความรู้ ที่เอาทุกอย่างเป็นครู

>> งานนี้ได้ของฝากจากจุฬาฯเป็นเหรียญสวยมาก

กินข้าวเที่ยงที่จุฬาฯอิ่ม  ก็เผ่นสิครับ

มีประชุมรออยู่ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ แต่เช้าแล้ว

คณะนักเรียนโข่ง(สสส1) ไปจัดร่วมกับจุฬาลงกรณ์

เรื่องการเมืองนำการทหารในการแก้ไขปัญหาภาคใต้

งานนี้ผู้สนใจอย่างมาก

ฑูตประเทศต่างๆ สถาบัน องค์กร มาประชุมกันแน่นห้องไม่น้อยกว่า 450 คน

งานนี้อัยการชาวเกาะเป็นพิธีการ

นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปาฐกถาปิดการสัมมนา

ท่านอัยการคงจะเล่าเรื่องนี้ได้ดีกว่าผม

รออ่านลานชาวเกาะก็แล้วกัน อิอิ

(กล้องผมวันนี้เป็นยังไงไม่รู้สินะ ถ่ายคนรูปหล่อไม่หล่อก็ได้ แปลกแท้ๆ)


ข้อจำกัดแต่ไม่จำเขี่ย

อ่าน: 142

( ขมิ้นขาวกำลังงาม อาม่าแอบเิดินแต่เช้า ถ่ายรูปอุตลุด)

>> ทุกครั้งที่มีคนนอกไปเยี่ยมหรือไปจัดค่ายในลักษณะต่างๆ

สิ่งที่ผมแก้ไขไม่ได้ก็คือเวลาของตัวเอง

เพราะตัวช่วยไม่เพียงพอ

จึงจำเป็นต้องใช้วิชาชะแว๊บศาสตร์

ตัดต่อตัดตอนให้กระบวนการลอดรูเข็มออกมาให้ได้

(เช้าๆผึ้งจะมาช่วยผสมเกษร ตื่นสายมักไม่เห็นภาพเหล่านี้)

>> ยกตัวอย่างคราวนี้ตั้งใจจะชวนเดินเช้าๆดูผึ้งมาตอมดอกไม้ หรือให้อาม่ากับคนหัวโตปลูกต้นไม้ที่ระลึก วันที่ปลูกต้นไม้ดูชุลมุนเก้ๆกังๆ จึงไม่ได้ทำอะไรไว้เป็นหลักเป็นฐาน ไม่ลืมหรอกนะ แต่เปลี่ยนแผนให้ไปขุดถนนแทน ฮ่าๆๆๆ ต่างกับวันที่ 3 สาวน้อยบุกสวนเป็นทริปพิเศษเฉพาะกิจ ทำให้มีเวลาจัดให้ปลูกต้นกล้วย ผ่านมาปีเศษแล้ว กินกล้วยไปหลายหวีแล้ว ปีนี้ฝนดี ปลูกหลุมใหญ่ ปุ๋ยยังเยอะ กล้วยตกเครือใหญ่ยาวมาก ขนาดว่าเป็นพันธุ์ต้นเตียลำต้นอวบใหญ่ ยังรับน้ำหนักไม่ได้ ต้องหาไม้ค้ำยันอุตลุด ต้นกล้วยนวลที่ออกลูกช้า ตอนนี้ตกเครือแล้ว

(กล้วยที่ 3 สาวมาปลูก น่าจะชื่อแม่ลูกดก ขวามือเป็นกล้วยนวลตกเครือแล้วเช่นกัน)

  • กล้วยนวลเป็นกล้วยที่ไม่มีหน่อ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
  • ลักษณะจะแปลกตรงที่มีกาบใบหุ้มผลไว้ในช่วงแรกๆ
  • ต่อเมื่อกล้วยแก่ใกล้สุกกาบจะปลิดตัวลงมองเห็นผล
  • วันนี้เลยถ่ายรูปมาอวด น้าอึ่ง-ตาหวาน-ครูสุ 3 แรงแข็งขันปลูก

(แขกพิเศษจากสำนักงานตรวจการแผ่นดิน มาให้กำลังใจเรา)

>> ค่ายSCG.ครานี้มีแขกพิเศษมาสมทบ  ทำให้ต้องออกแบบเสริมเข้าไป แต่ก็ดีมีรายการบันทึกเทปช่อง 7 สี SCG รุ่นนี้จึงเริดกว่ารุ่นอื่นๆ ทุกคนทตั้งใจทำการบ้าน เรียกว่าอยู่ในสายเลือดกระมัง ไม่ปล่อยเวลาให้ว่าง ทั้งวันทั้งคืนจับกลุ่มกันปรึกษาหารือแบบเข้มข้น ทั้งๆที่มาจากหลายที่หลายโรงงาน แต่ก็หลอมรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ดังนั้นช่วงทำอาหาร หรือช่วงนำเสนอจึงเป็นการเรียนที่มีชีวิตชีวามาก ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ปริ่มสุข มียิ้มหยอกล้อเรียกเสียฮาตลอด หลายคนเป็นร้องเพลงไพเราะ แต่เราก็ไม่สามารถแทรกรายการ จึงจัดประกวดภาพถ่ายแทน วิศวะกรกลุ่มนี้ฝีมือไม่เบา โดยเฉพาะการออกแบบนำเสนอนับเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ธรรมดา ผมพลอยได้เรียนรู้อย่างสนุก

(วัฒนธรรมชาว SCG. ว่างเมื่อไหร่ทำการบ้านทันที ไม่มีอู้มีอี้ ไม่เกี่ยงสถานที่ด้วยนะ)

>> เรื่องของเวลา หลายครั้งต้องปล่อยจังหวะตามความสนใจของชาวค่าย

จะให้แป๊ะตามกำหนดการคงยาก จะดูกระด้างไป

จึงมีทั้งคิดแล้วได้ทำ และคิดแล้วขอติดไว้ก่อน

มาคราวหน้าอาม่ากับคนหัวโต คงจะมีเวลาปลูกต้นไม้แน่ๆ

ขออิ อิ แต่เพียงนี้ครับ

(SCG. ก็เฮฮาแบบเฮานี้แหละ พวกชาติพันธุ์ฮาไว้ก่อนพ่อสอนไว้)


เจ้าเป็นไผ 2

อ่าน: 249

(ค่าจ้างล้างภายนอก ลำละ 40,000-80,000 บาท)

>> หลังจากเจ้าเป็นไผ 1 แสดงอภินิหาร เรียกรอยยิ้ม เรียกน้ำตา เรียกความพึงพอใจ เรียกความสุข สลายความวังเวงใจ สลายพุง บางคนหุ่นดีขึ้นแข็งแรงขึ้น เกิดความเข้าใจระหว่างทาง คนเขียนกับคนอ่าน มีเสียงสะท้อนบ้าง เป็นความน่ารักผสมความห่วงใย แต่ส่วนใหญ่ใครได้อ่าน จะเอ๊ะๆ..ค่อยๆเร่งเครื่องอ่านจนจบ บางคนอ่านไปจดไป KeyWordที่ซ่อนแตกกระจายออกมา บางคนเล่าว่า..อ่านแล้วค่อยๆวาง เกรงความรู้สึกกระทบกระเทือน บางคนอยากให้เพื่อนอ่าน น้อยนักที่อ่านแล้วรู้สึกเฉยๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมีเวลาและยังไม่อ่าน ผู้ใหญ่บางท่านบอกว่า.. อ่านแล้วได้รู้จักตัวตนคนเขียนลึกซึ้ง ความสนใจไหลมาเทมา..นำไปสู่การติดต่อคุยกัน พันธการด้วยไมตรี บางคนอ่านแล้วมีแรงฮึดที่จะช่วยเขียน และเขียน

>> หลังจากสุมศรีษะกันที่วัดห้วยต้ม ได้ความเห็นมาพอสมควร

ถ้าเอามาประมวลแบบผสมผสาน ก็น่าจะมีคนทำแบบฝึกหัดนำร่อง

ใครจะอาสา ยกมือขึ้น

  • เขียนบทความโดยให้น้ำหนัก เล่าเรื่องชีวาตัวเองประมาณ 20% (เลือกเขียนในจุดที่เปิดเผยแบบสบายใจ ไม่ต้องเขียนละเอียดถึงกับบอกว่าตกฟากเวลาไหน อิ  อิ.)
  • เขียนเรื่องวิถีการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน เรื่องดีๆที่ทำอยู่ 60%
  • อีก 20% เขียนจากความคาดฝัน หรือเรื่องตีแตกความรู้ในกลุ่มของเรา ยกตัวอย่างเช่น ผมหยิบเอาเรื่องของพวกเราไปโม้ ก็แอบบจิ๊กของอุ้ยมาบ้าง เอาของเบริ์ดบ้าง ของหมอจอมป่วนบ้าง ท่านบางทรายบ้าง คนหัวโตบ้าง ปาลียอน น้าแห่งชาติ ฯลฯ ที่จริงก็เอาจากทุกคนนั่นแหละ ส่วนที่เอามาบำรุงสติปัญญานี้ จะสะท้อนให้เห็นกระบวนการเรียนรู้ที่ได้จากเครือข่าย หยิบจากที่ชาวเราสะท้อนเรื่องที่ไปช่วยกันอบรม เรื่องที่ได้จากเฮฮาศาสตร์1-8 เรื่องที่ไปช่วยกันปลูกตันไม้ ไหว้พระ บนบานขอลูกเขย อิอิ.. ก็เอามาเป็นทุนในการเขียนได้ชื่นมื่น
  • ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อจะอธิบายว่า ..เราจะสร้างสังคมอุดมปัญญาในสไตล์ของชาวฮาอย่างไร?

>> ทุกท่านฝีมือดีเขียนได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว คนแซ่เฮมีทรัพย์กรความคิดเต็มลิ้นชักสมอง เพียงแต่ยังไม่เอาออกมาใส่ตะกร้าล้างน้ำ อาบน้ำทาแป้งให้เรี่ยมแร้ ก็จะส่งประกาย ดีก็กว่าปล่อยให้เป็นอัญมณีที่ไม่มีวันเจียรไน ใครจะนำร่องหนอ ไม่งั้นเรื่องนี้ก็จะตกท้องร่องอยู่อย่างนี้ ผู้ใหญ่เขียนคำนำให้แล้ว นานแล้วด้วย ถ้าเราช่วยๆกันส่งมาให้กอง บก.คัด จัดเข้ารูปรอย เรื่องก็จะเดินหน้าได้ อยากให้อาม่า อุ้ย เบิร์ด แป๊ด ตาหวาน ปาลียอน น้าๆ ขยับปรับที่เขียนไว้แล้ว ให้มีน้ำหนักตามเล่ามานี้ หรือถ้าเห็นควรจะเสนอให้ดูดีกว่านี้ ก็เล่าแจ้งเจ๊าะแจ๊ะมาได้

>> ผมชวนอาจารย์สุชาดา กอล์ฟไว้แล้ว  วาดหวังไว้ว่ามันน่าจะเคลื่อนออกไปสร้างเครือข่ายเพิ่มขึ้น เล่มแรก ..เป็นKM.ในตัวคน นักศึกษา ป.โท อ่านประกอบการทำรายงานได้ดี ความดีก็จะบานปลายออกไป ลักษณะเช่นนี้ให้หนังสือเป็นนกต่อ ล่อนกป่ามาหาเรามากขึ้น เมื่อทราบเช่นนี้ โปรดช่วยกันขันคูได้แล้วจ้า..อ้าวเกือบลืม อิ อิ อิ ล่วงหน้า อิ.


อิอิ..ชวนชิม

อ่าน: 190

(กล่องนึ่งข้าวพลาสติกด้วยไมโครเว๊ป 7 นาทีได้เจี๊ยะ)

>> วันที่ 30 ผมมีการบ้าน ประชุมประชาวิจารณ์โครงการจัดตั้งวิทยาลัยการอาหารและการเกษตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านแผนการดำเนินงาน การบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอนและการวิจัย โดยพิจารณาส่วนโครงสร้างองค์กรและแนวทางในการบริหาร การร่างหลักสูตรของวิทยาลัยอาหารและการเกษตร จะมีการประชุม 3 ยก รายการผมเป็นยกที่ 1 เปิดประชาพิจารณ์ระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิ ปราชญ์ชาวบ้าน คณาจารย์บุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ชุมชนในจังหวัดน่าน ประมาณ 15 คน

(หน้าตาออกมาดูดีเชียวแหละ)

>> เรื่องการกินอยู่นี่ผมเอาใจช่วยจริงๆ น่าเรียนมากเลย และน่าจะได้ประโยชน์จากการสร้างหลักสูตรที่เกี่ยวกับวิถีไทยเช่นนี้ เอาแค่เรื่องกินข้าวกล้องนี่ก็เกิดประโยชน์มหาศาล แต่ความเคยชินและไม่รู้ถึงคุณประโยชน์เราก็พากันกินข้าวขัดขาวกันทั้งประเทศ โดยเฉพาะคนกรุงเทพกินข้าวชนิดจืดชืดไม่มีความอร่อยเอาเสียเลย ข้าวไม่อร่อยก็ไปเน้นที่กับข้าว บางที่ก็โป๊ะผงชูรสและใส่สารบ้าๆบอๆอะไรลงไปก็ไม่รู้ กินแป้งมากๆก็อ่อนแอขี้โรค ไปหาหมอเพราะการกินอยู่นี่ไม่ใช่น้อยเลยนะ

(หนุ่มหล่อ สาวมั่น บุก 814 )

>> หลังเที่ยงเล็กน้อย เจ้าลูกชายโทนยกครอบครัวมาเยี่ยมปู่ เห็นเจ้าหัวโตกับพี่สาวคนเ่ก่งแล้วดีใจล่วงหน้า เจ้าหลานพวกนี้คงจะเป็นคนดีของแผ่นดินในอนาคต ของแป๊ดก็เหมือนกัน  หนูฟางอยู่ ม.1 คนนี้เก่งเกินตัว มุมานะเรียนแบบไม่ต้องพูดมาก อยากจะเรียนๆๆอย่างเดียว ส่วนเจ้าหนูฟ้าตัวเล็กมีแววเป็นผู้นำ ตอนนี้เล่นสมมุติเป็นครอบครัว เอาตุ๊กตาเป็นร้อยมาห้อมล้อมในห้องนั่งเล่น ส่วนเจ้าหนูนีน่ากับเอ็มมี ไปเรียนว่ายน้ำทุกวัน ร้องขอจะเรียนพิเศษ ตาหวานคงหัวปั่นหน่อยตอนนี้ อีกหน่อยก็ซำบายแล้ว ขอเวลาอีก 2-3 ปี ก็เป็นลูกมือทำกับข้าว ทำโรตีดังระเบิดแล้ว ส่วนเจ้าหนูไผ่ สิงห์ป่าสักเล่าว่าไปแข่งเทกวนโด้ถึงกรุงเทพฯ ธรรมดาที่ไหนละลูกหลานชาวเฮฮาศาสตร์

(ฟักทองชาวบ้านขาย กก. 3 บาท ของข้างห้างขาย 15 บาท

>> งานค่าย SCG paper คราวนี้ ได้ฟังอาจารย์หลินฮุ่ยบรรยายเรื่องอาหารการกินแล้ว กรดอะมิโนแน่นพุงเลยละขอรับ อิอิ.. ใครสงสัยเรื่องโภชนาการ อย่าลืมไปคราวะอาจารย์หลินฮุ่ย จะเอาเท่าไหร่ละความรู้ รถ 10 ล้อร้อยคันยังขนไม่หมดเลย  ดีไม่ดีอาจารย์แสดงเสน่ห์ปลายจวักให้ชิมอีกต่างหาก รับรองจะอิอิกันใหญ่ ไหนๆก็คุยเรื่องนี้แล้ว ชาวเราที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเรื่องที่จุฬาฯจัดประชาพิจารณ์ ช่วยเจ๊าะแจ๊ะมาให้ด้วยนะขอรับ ได้แอบอ่านที่หนูเบิร์ดเขียนส่วนหนึ่งแล้ว ดีจ๊าดหนักเลยละพี่น้องเอ๋ย อุ้ยก็อีกคน มีอะไรจะแนะนำไหม จะได้เอาไปคุยต่อ..

(ฝีมือทอดไข่เจียว/ใบชะอมครูปู)

>> เมื่อวานนี้รอกอดพาผมแวะห้างฟลายนาว ที่จำหน่ายสินค้าน่าใช้แปลกๆ หม้อหุงข้าวเล็ก เครื่องใช้ในครัวแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม ได้มาก็ทดลองทำดู เข้าท่าแฮะ ทำคนเดียวเดี๋ยวก็ผีหลอก จึงไปชวนครูปูและสหายเอกมาช่วยมะรุมมะตุ้ม ผมหุงข้าวรอ เอาฟักทองจากบ้านมานึ่ง กะว่าจะทอดไข่ใส่ใบมะรุม ลวกผักยอดอีลำกินกับน้ำพริกปลาป่น ทำซุปแบบญี่ปุ่นอีกสักถ้วย แค่นี้ก็มีเรื่องไปคุยได้ปะเรอะปะเต๋อ  ..ไปเหนือคราวนีี้ เจอป้ายลาบขม อ่านแล้วมันให้ความรู้สึกถึงคอลาบก้อยประเภทถึงกึ๋น เหมือนกับคำว่าอำลำที่แปลว่ากลมกล่อม หรือคำว่า “แซบ” ไม่ต้องตีความก็รู้สึกได้ว่าลำแต๊ๆเน้อ..

(เมนูมื้อเย็นทำเองหม่ำเอง อาหย่อยพอได้)

>> ครูคิมโทรมาบอกว่ารายการทีวีไปถ่ายทำที่โรงเรียน มาขอผมเป็นที่ปรึกษารายการ แหมก็จะไปขัดข้องตรงไหนละ ครูคิมเล่าว่าเป็นเรื่องการเกษตรในโรงเรียน และการเชื่อมโยงด้านการงานอาชีพระหว่างโรงเรียนกับชุมชน นี่ก็เข้าเค้ากับเรื่องที่เขาจะประชาวิจารณ์อยู่บ้างเหมือนกัน  บ้านเมืองเราเหมาะสมกับเรื่องทำการเกษตร แต่ความรู้ก็มีจำกัด ถ้ามีการโยงความรู้ในท้องถิ่นเข้ากับวิทยาการใหม่ๆออกมา บางทีจะทำให้เราเป็นไทแก่ตัวเอง ไม่ไปจมอยู่กับมาม่า พิทซ่า หรือสะเต๊กสตึๆ เราสามารถสร้างเมนูเด็ดของเราเองได้ โดยการประยุกค์เมนูกับชาติอื่น ทำเป็นเมนูอินเตอร์ขึ้นมา คราวนี้ครัวโลกของไทยแลนด์ก็จะเป็นจริงขึ้นมาได้

>> ตอนที่ผมไปต่างประเทศกับอัยการ เจอแต่ไ่ก่กับปลา เจี๊ยะข้าวหมกเป็นประจำหน้าเหลืองไปตามๆกัน ที่น่าแปลกคือต่างชาติทอดไข่เจียวไม่เป็น ไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่กวน เละๆแซบบ่ถึงใจครับ ซึ่งไม่อร่อยและหอมเหมือนไข่เจียวบ้านเฮา ผมเอาตำราไข่เจียวภาคพึ่งพุงมาเผยแพร่ ชาวเราติดใจไปตามๆกัน เช่น ข่เจียวดอกข่า ไข่เจียวยอดมะรุม ไข่เจียวพริกอ่อน ไข่เจียวมะเขือพวง ข้า่วร้อนๆ เอาKFC.ยกร้านมาแลกก็ไม่ยอม

(อาม่า กอดก่อนลา)

>> ตอนบ่ายได้คุยกับอาจารย์แป๋ว

บอกว่าวันที่ 12 จะชวนอาจารย์รุ่นน้องบุกสวนป่า

ขอกินข้าวมื้อเที่ยงด้วย

บอกไปแล้วได้เลย ไม่อร่อยยินดีให้ปลดป้าย “อิอิชวนชิม”

ขณะที่ผมนั่งบันทึกอยู่นี้

ครูปูกับเอก กำลังสำแดงฝีมือ ตามเมนูที่คุยไว้มีดังนี้ครับ

  1. น้ำพริกปลาป่า ผักลวก
  2. ซุปสาหร่าย
  3. ยำพริกหยวก
  4. ไข่ผัดใบมะรุม
  5. แกงป่าปลาดุก (เอกติดไม้ติดมือมาฝาก)
  6. ผลไม้มีองุ่นไร้สารไร้เมล็ด
  7. ฟักทองนึ่ง
  8. ขนมกระหรีปั๊บ หรือ กาแฟ (ถ้าท้องยังไหว)


Main: 0.218003988266 sec
Sidebar: 0.217279911041 sec