แด่น้องผู้หิวโหย..

6 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กรกฏาคม 2, 2009 เวลา 13:20 ในหมวดหมู่ ชนบท, สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย #
อ่าน: 147

เมื่อเรามาถึงดงหลวง จังหวัดมุกดาหารใหม่ๆ เราตื่นเต้นที่จะพบกับชนเผ่าที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน ด้วยนิสัยคนทำงานชุมชนก็ตระเวนหาข้อมูลเกี่ยวกับชนเผ่ากะโซ่ ทั้งจากการบอกเล่า และเอกสารเท่าที่จะหามาได้ ชิ้นสำคัญก็เป็น เอกสารจากสำนักวัฒนธรรมของจังหวัดฯ และบันทึกสหายใหญ่ พคท. สมัยที่อยู่ป่าดงหลวง

ส่วนใหญ่คำบอกเล่าของทางข้าราชการก็จะมอง กะโซ่ ในแง่ต่ำต้อย ด้อยการศึกษา สกปรก นับถือผี พัฒนาไม่ขึ้น ล้าหลัง นิยมขึ้นภูเขา ฯลฯ ราชการจึงระดมทรัพยากรเข้าไปฟื้นฟู รวมทั้งมีโครงการพระราชดำริอยู่ที่นั่นด้วย

เมื่อเราเข้าไปครั้งแรกๆ ในหัวก็จะมีข้อมูลเหล่านั้นเต็มไปหมด จึงพยายามพิสูจน์ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่มากน้อยแค่ไหน ฯ และคิดต่อไปว่า โครงการที่เราเข้ามารับผิดชอบนั้นจะทำให้เขาพัฒนาขึ้นได้อย่างไรบ้างภายใต้กรอบภารกิจที่ถูกกำหนดมาแล้วตามระบบ

มีสิ่งสะดุดใจหลายประเด็นที่เราพยายามควานหารอยเชื่อมการเข้าถึง เข้าใจและพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เช่น การยกหมู่บ้านเข้าป่า ทั้งตำบล และเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ออกมาจากป่า การนับถือผี รูปรอยของการปรับตัว มุมสะท้อนกลับของสหายนำในป่าที่ว่าเป็นพวกวีระชนเอกชน ฯ


เมื่อเราใช้กระบวนการ PRA (Participatory Rapid Appraisal)ศึกษาชุมชนอย่างละเอียด ปัญหาใหญ่ที่เราพบประการหนึ่งก็คือ การขาดแคลนข้าวสำหรับบริโภค เมื่อเจาะลึกลงไปพบว่า หลายครอบครัวขาดแคลนมากกว่า 4 เดือนโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่เป็นรอยต่อของ “ข้าวเก่าหมด ข้าวใหม่ยังไม่ออก”

ปัญหานี้ในอดีต เกิดขบวนการเข้าป่าหาของป่าไปแลกข้าวตามหมู่บ้านรอบๆเทือกเขาภูพาน ตั้งแต่ อ.นาแก ไปจนถึง อ.เขาวง อ.คำชะอี เรื่องราวการหาของป่าแลกข้าวก็พิลึกกึกกือมากมาย….


แม้กระทั่งวันนี้การขาดแคลนข้าวจะลดลงแต่ก็ยังมีภาพสะเทือนใจให้ได้พบเห็นกัน
ในภาพนี้ พ่อแม่ต้องออกไปทำมาหากิน ส่วนใหญ่คือเข้าป่าไปหาพืช สัตว์ต่างๆมาประกอบอาหารไปวันวัน หรือหากโชคดีก็ได้สัตว์มีราคาก็ขายเอาเงินมาซื้อข้าวกิน พี่ต้องรับหน้าที่ดูแลน้องๆเล็ก…


ที่ผ่านมาการแก้ไขของชาวกะโซ่คือ การเข้าป่าไปหาสัตว์ ทั้งกิน ขาย การรับจ้างต่างๆในไร่นาซึ่งก็ไม่ค่อยจะมีการจ้าง การส่งลูกไปทำงานในเมืองแล้วส่งเงินมาทางบ้าน เคยมีการตั้งธนาคารข้าวแต่พบว่าชาวบ้านจะไม่นิยมบริโภคข้าวที่เก็บไว้นานๆ จะเอาข้าวไปขายแล้วเอาเงินมาให้กู้แก้ปัญหาอีกที..???


กิจกรรมการเพิ่มผลผลิตข้าวจึงถูกระดมความรู้ความสามารถเข้ามามากขึ้น และกระบวนการจัดการอื่นๆก็ตามมา แม้จะไม่ราบรื่นนักแต่ก็ได้พยายามทำกันเต็มกำลัง

เพื่อนร่วมงานจับภาพนี้ได้ พี่กำลังตำมะขามสดกับกะปิให้น้องเล็กสองคนกินเป็นมื้อกลางวัน….???

นับวันผมน้ำหนักลดลงไปเรื่อยๆแล้วครับ….


เห็ดเรืองแสง..

ไม่มีความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ มิถุนายน 24, 2009 เวลา 22:29 ในหมวดหมู่ ชนบท, ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม #
อ่าน: 132

วันนี้โครงการมีการสัมมนาเกษตรกรผู้นำกิจกรรมด้านการเกษตรสาระต่างๆในดงหลวงทั้งหมด 40 คนมาคุยกันตามแผนงาน ก็เป็นกึ่งรูปแบบทางการตามระเบียบราชการที่มีกฎระเบียบกำกับ..


ผมไม่พูดสาระการประชุมนะครับ แต่มีสาระที่เกิดขึ้นระหว่างการคุยกันช่วงพัก อย่างที่ผมกล่าวถึงบ่อยๆว่าพี่น้องดงหลวงนั้นวิถีชีวิตเขานั้นพึ่งพิงป่าสูงมาก


วันนี้มีอดีตข้าราชการท่านหนึ่งมาสารภาพว่าอดีตของท่านนั้นคือนายพรานล่าสัตว์ป่ามาขาย เพราะเงินเดือนครูนั้นนิดหน่อย พอแค่ส่งลูกเรียนหนังสือเท่านั้น ต้องเข้าป่าล่าสัตว์หารายได้เพิ่ม ไม่ลงรายละเอียด

มีสิ่งหนึ่งที่อดีตนายพรานกล่าวว่า โอ กลางคืนผมก็ไป เอาไฟฉายไป หมาตัวหนึ่ง ผมได้สัตว์ทุกครั้ง เพราะผมยิงแม่น ไม่ว่าปืนแก็ป อาก้า หรือ เอ็ม16 ก็ตาม ผมยิงแม่น แม้ปัจจุบันนี้..??

บ่อยครั้งผมไปกลางคืนเห็นเห็ดเรืองแสง... ผมหูผึ่งเลย จึงถามรายละเอียดว่ามันเป็นอย่างไรเห็ดเรืองแสง… มีทั้งเห็ดที่เราฉายไฟไปแล้วเรืองแสงออกมา และที่มืดๆก็เรืองแสงออกมา พวกนี้เป็นเห็ดพิษทั้งนั้น กินไม่ได้ มันก็แปลกดีนะครับว่าเห็ดมันเรืองแสงได้


แสงของเห็ดสีอะไรครับ… สีนวลๆเหมือนไฟฉายเรานี่แหละ พบบ่อย

มีอดีตสหายป่าท่านหนึ่ง บอกว่า สมัยอยู่ป่านั้นเราจะเดินทางโยกย้ายที่พัก หรือปฏิบัติการกลางคืนกัน แม้มีไฟฉายแต่เราไม่ใช้เพราะจะเสียลับ เราจะใช้เห็ดเรืองแสงเหล่านี้แหละ เอามาติดข้างหลังเสื้อบ้าง เป้บ้าง แล้วจึงเดินทางไปมืดๆ คนเดินข้างหลังก็เห็นเราว่าเดินไปทางไหนเพราะเห็ดเรืองแสงนี่แหละ…


ผมสนใจจึงตามไปหาครู Goo ได้ความรู้เพิ่มเติมมาว่า ที่คณะเกษตรฯ มข.มีคณาจารย์ศึกษาประโยชน์ของเห็ดเรืองแสงมาหลายปีแล้ว และพบว่าสามารถนำมาใช้เพื่อควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม ที่มักเป็นศัตรูการปลูกมะเขือเทศ

ในต่างประเทศ เห็ดเรืองแสงในสกุลอื่นๆ มีสารบางชนิดที่สามารถบำบัดโรคมะเร็ง และยับยั้งการดื้อสารแอนตี้ไบโอติกส์ได้

เอกสารของ มข. ยังกล่าวว่า เห็ดเหล่านี้เปล่งแสงได้โดยไม่ปล่อยความร้อนออกมา ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ไบโอลูมิเนสเซนซ์

ผมอยากทำงานด้านค้นคว้าพืชป่าที่จะมีประโยชน์แก่มนุษยชาติจริงๆ เพราะยังมีอีกมากมายที่เราไม่รู้จักคุณค่าของเขา แม้เห็ดพิษเรืองแสงนี้ ก็มีอีกมากมายหลายชนิดที่เรายังไม่ได้ศึกษา…

——————–

แหล่งข้อมูลและรูป : http://www.darasart.com/webboard/Question.asp?GID=3277 ; http://ora.kku.ac.th/res_kku/Abstract/AbstractView.asp?Qid=766385826; http://board.212cafe.com/viewcomment.php?aID=7007494&user=roverden30&id=25&page=2&page_limit=50



ห่วงพี่น้องภาคใต้

ไม่มีความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ มิถุนายน 16, 2009 เวลา 10:20 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 154

 

 

จะไปปลูกต้นไม้ทำบุญ

อุทิศส่วนกุศล

ให้พี่น้องชาวใต้ที่สูญเสียชีวิต..


Unexpected Impact

6 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ มิถุนายน 13, 2009 เวลา 23:49 ในหมวดหมู่ ชนบท #
อ่าน: 210

ในกระบวนการทำงานพัฒนานั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการประเมินผล ซึ่งมักจะกระทำในหลายรูปแบบแล้วแต่โครงการนั้นๆจะออกแบบไว้ เช่น เป็นแบบ External evaluation team บางแห่งก็ใช้แบบ Internal หากเป็นโครงการใหญ่ๆ ก็อาจจะใช้ International evaluation team เข้ามาทำการประเมินกัน หรือใช้แบบผสมผสาน …

ทั้งหมดก็จะยึดทฤษฎีการประเมินผลที่เป็นสากล ไม่ค่อยแตกต่างกัน ไม่ว่าทีมไหนๆ ซึ่งบางโครงการก็ย้อมสีกันสวยงาม บางโครงการก็ตรงไปตรงมาดี แต่ทั้งหมดก็พบว่าไม่เคยมีทีมไหนประเมินผลส่วนที่เรียกว่า “ผลกระทบที่ไม่ได้คาดคิดของโครงการ” อาจจะมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน เช่น ทีมมักมีเวลาจำกัด กรอบการประเมินถูกกำหนดมาแล้ว หรือทีมประเมินผลคิดไม่ถึงประเด็นนี้ด้วยซ้ำไป….

เรื่องนี้ผมมาฉุกคิดเพราะผมไปงานศพ…???

จริงๆครับ.. “พิลา” พนักงานขับรถของโครงการ พี่ชายเขาเสียชีวิตเพราะเป็นโรคกระเพาะ เราไปร่วมงานศพ พิลาก็เลี้ยงอาหารตามประเพณี พวกเราอิ่มหนำสำราญกัน มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันคือ “ข้าวอร่อยจังเลย…”


วันต่อมาผมถามพิลาว่าเอาข้าวอะไรมาเลี้ยงเราอร่อยติดใจกันใหญ่ พิลาตอบว่า เป็นข้าวมะลิจากนาที่ผมทำนั่นแหละพี่ เป็นข้าวอินทรีย์ที่ผมเอาความรู้มาจากพี่เปลี่ยน จากทุกคนในโครงการ จากชาวบ้าน และจากพี่ด้วย…. แล้วรายละเอียดก็พรั่งพรูออกมา พิลาบอกว่าตอนนี้เขาดังในหมู่บ้านไปแล้ว เพราะเพื่อนบ้านก็ตะลึงว่าการทำข้าวอินทรีย์นั้น รสอร่อย ต้นทุนไม่สูงเพราะไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาสูงมากๆ และผลผลิตต่อไร่ก็ไม่แตกต่างไปจากการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ สุขภาพดีไม่ต้องเสี่ยงสารพิษ ราคาข้าวอินทรีย์ก็สูงกว่า ฯลฯ


ที่นาของพิลาไม่ได้อยู่ในพื้นที่โครงการ แต่ความสำเร็จข้าวอินทรีย์ที่พิลาทำมานั้น ได้ความรู้มาจากโครงการ.. หากมีการประเมินผลโครงการไม่ว่า จะเป็นด้าน Result, Output,  Outcome หรือแม้แต่ Impact ความสำเร็จของพิลานั้นก็หลุดจากกรอบการประเมินแน่นอน ยิ่งเป็นทีมประเมินมาจากภายนอก

ย้อนไปที่สะเมิง เชียงใหม่ เมื่อโครงการพัฒนาชนบทที่เคยทำงานสิ้นสุดลง เราพบว่า พนักงานขับรถของเราสมัยนั้น ต่อมาได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนัน และ อบต.และประธาน อบต. ที่ตำบลสะเมิงใต้นั้นคือลูกจ้างโครงการที่เป็นชาวบ้านที่สมัยนั้นทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มเครดิตยูเนี่ยน..

ผมได้มีโอกาสคุยกับทั้งสองคน เราพบว่า ด้วยการที่เขาคลุกคลีกับเรามานาน เขาเรียนรู้ระบบคิด สาระของงานพัฒนาด้านต่างๆ ภาษา ศัพท์แสงทางการพัฒนาชุมชน เขาเรียนรู้จากเราทั้งสิ้น ทั้งหมดมีส่วนสร้างเขาให้มีความรู้ในเรื่องงานพัฒนาชุมชน มีทักษะในการพูด แสดงความคิดเห็นแง่มุมต่างๆของการพัฒนาท้องถิ่นของเขา เหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาแตกต่างจากคู่สมัครคนอื่นๆ และเขาก็ได้รับเลือกให้มาทำหน้าที่เป็นผู้นำชุมชน หลังจากที่โครงการสิ้นสุดไปแล้ว….

มีความสำเร็จที่ซ่อนอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่กระบวนการประเมินผลมองไม่เห็น นึกไม่ถึง นี่คือ Unexpected Impact


เมฆทะมึนกับรุ้งสวย..

2 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ มิถุนายน 4, 2009 เวลา 22:47 ในหมวดหมู่ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม #
อ่าน: 142

หลังจากประชุมกับราชการช่วงเช้า บ่ายประชุมทีมงาน แล้วเดินทางกลับขอนแก่น ประชุมอีกพรุ่งนี้


เราฝ่าฝนก้อนใหญ่ ดำทะมึน น่าเกรงขาม


เมื่อเราผ่านอุโมงค์เมฆฝนก้อนมหึมาแล้ว ฟ้าก็ใสแดดส่อง ผมมองกระจกข้างคนขับ เห็นรุ้งในกระจกสวย จึงหยุดรถแล้วเก็บภาพมาฝาก


นานแล้วที่ไม่ได้เห็นรุ้งเต็มวงของเขา (ครึ่งวงกลม) เสียดายที่กล้องผมจับได้แค่ที่เห็น สวยมากครับสีแจ่มชัด ใหญ่ แม้เสาไฟจะเกะกะไปหน่อย แต่ก็หามุมยาก เอาเท่าที่ได้ครับ.
.


โศลกแดง

4 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ มีนาคม 28, 2009 เวลา 23:47 ในหมวดหมู่ สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย #
อ่าน: 199

…โศลกแดง..

ไม่โฟนอิน โฟนเอ้าท์ เอาเท่าไหร่..

มันยุ่งเหยิง ยั้วเยี้ย ละเหี่ยใจ

อยู่นิ่งๆ ซะปะไร ทำไมมี

มาปลุก มาปั่น หันซ้ายขวา

ให้คนไทย เผชิญหน้า จะป่นปี้

แดงจะเดือด เลือดจะแดง ปัฐพี

เพราะคนไทย ยังมี ไม่คล้อยตาม

******


ทดสอบครับ

ไม่มีความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ มีนาคม 6, 2009 เวลา 0:16 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 89

นี่คือการทดสอบ


หลักการ “สองสูง”

8 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 22, 2009 เวลา 22:31 ในหมวดหมู่ สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย #
อ่าน: 216

นักธุกิจยักษ์ใหญ่ของประเทศนี้

เสนอ “หลักการสองสูง”

ซึ่ง  บำรุง บุญปัญญา วิเคราะห์ว่า นี่คือหายนะใหม่ของเกษตรกรไทย

อยากทรายรายละเอียด และต้องการแลกเปลี่ยน

ไปสวนป่า 28 ก.พ. นี้  …ซิครับ..


รอยเท้า…2

4 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 17, 2009 เวลา 0:17 ในหมวดหมู่ เรื่องของชีวิต #
อ่าน: 227

สายวันนั้น น้องเอก คุณพ่อของแม่ชีน้อยป่านแวะมาหาที่สำนักงานมุกดาหาร
ตามประสาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ มีอะไรก็คุยเปิดอกกัน


ทราบว่าตั้งแต่บุตรสาวเสียชีวิตความอาลัยอาวรณ์ยังมีมากมาย

เพื่อนสาวคนหนึ่งรับอาสาจะเขียนหนังสือให้
โดยจะรวบรวมข้อมูลจากทุกคนที่มี

เอกบอกว่าตอนนี้ เพื่อนคนนึ้ขึ้นไปอยู่ที่บน “ภูไม้ฮาว”
ผมจึงตั้งใจจะไปเยี่ยมเธอที่ภูไม้ฮาว

ภูไม้ฮาวคือชื่อดอย หรือ ภู ที่เป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์

สถานที่แห่งนี้เป็นที่สุดท้ายที่แม่ชีน้อยป่านอาศัยอยู่และเสียชีวิตที่นี่


เพื่อนคนนี้ต้องการอารมณ์ความรู้สึกจริงๆจึงขึ้นภูไม้ฮาวไปนอนในสถานที่ที่แม่ชีน้อยป่านเคยนอน เคยนั่งเคยอาศัยก่อนเสียชีวิต
แล้วถือโอกาสปฏิบัติธรรมด้วย




ผมจอดรถที่ตีนภูแล้วค่อยๆเดินขึ้นไปแบบไม่เร่งรีบ ดูธรรมชาติของภูไม้ฮาวซึ่งผมมาเยือนเป็นครั้งที่สามแล้ว ครั้งนี้พบชาวบ้านมาช่วยพระอาจารย์พัฒนาทางเดินให้ปลอดภัย ซ่อมแซมระบบประปา โดยทั้งหมดนั้นมาออกแรงตามความศรัทธาที่มีต่อพระอาจารย์

เมื่อเดินขึ้นไปถึงศาลาหลังแรกก็เห็นพระอาจารย์ กำลังพูดคุยกับชาวบ้านอยู่ ผมเดินเข้าไป พระอาจารย์ก็ยิ้มรับพร้อมเชิญให้ขึ้นไปกินน้ำเย็นๆก่อน ผมก้มกราบพระอาจารย์ แม้อายุเลยหกสิบไปแล้วแต่ดูยังสดใส สมกับผู้ปฏิบัติธรรมจริงๆ

ต่างซักถาม ตอบคำถามกันพอสมควรแล้วผมก็ขออนุญาตไปพบน้องสาวคนนั้นที่ขึ้นมาปฏิบัติธรรม พระอาจารย์ก็ชี้ให้ไปที่กุฏิหลังขาวโน้นนน พร้อมกับบอกให้คนพาไป…

เธอชื่อ “เงาศิลป์” เก๋ ไหมล่ะชื่อเธอ รีบเดินออกมาหาผมอย่างดีใจ หลังจากคุยกันแล้วเธอก็บอกว่า ช่างเป็นธรรมจัดสรรจริงๆ หนูกำลังต้องการเข้าขอนแก่น พี่มาวันนี้ หนูก็จะติดรถไปขอนแก่นด้วย…… เธอขอเวลาจัดการเรื่องส่วนตัวและภาระที่นี่ให้เรียบร้อยก่อน…

ผมก็เลยเดินชมบริเวณสำนักสงฆ์ไปทั่ว สวยมากครับ สงบ ธรรมชาติ เดิมๆ น่าจะเป็นสถานที่บำเพ็ญธรรมนั้นดีแล้ว ลมพัดเอื่อยๆกำลังสบาย ผมถือโอกาสเก็บรูปมามากมาย

และหนึ่งในนั้นคือ สถานที่พักและปฏิบัติธรรมคือทางเดินจงกรมของผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ทราบว่ายามค่ำคืนสถานที่สงบ บรรยากาศเงียบ อากาศโดยรอบเอื้อ มีพระอาจารย์คอยแนะนำ ตอบปัญหาการปฏิบัติธรรม….

นอกจากเธอแล้วยังมีแม่ชีสาวอีกหลายท่าน แม่ชีอายุเลยกลางคนไปแล้วก็หลายท่าน
แต่ละคนมีทุกข์มาทั้งนั้น ทั้งใจ ทั้งกาย ต่างก็มาหาที่พึ่ง สำนักสงฆ์ พระอาจารย์ครรชิตแห่งภูไม้ฮาว


บนทางเดินนี้ไม่ใช่แคทวอล์ค แต่เป็นทางเดินจงกรมของสตรีสาวหลายท่านที่มาบวชเป็นแม่ชีผ้าขาวที่มุ่งมั่นมาที่นี่ แต่เท้าบนทางเดินนี้ไม่ได้ใส่ส้นสูง หรือรองเท้าแพงระยับของยี่ห้อใดๆ

เธอเปลือยเท้าเปล่า เดินจงกรมยามเวลากลางคืนที่สงบ


ใช่ครับ รูปรอยเท้านี้คือ รอยเท้าของสตรีผู้ปฏิบัติธรรม เป็นรอยเท้าจงกรม ตรงจุดที่ต้องหมุนตัวกลับพอดี

นี่คือ รอยเท้าผู้ปฏิบัติธรรมครับ…


รอยเท้า..1

3 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 15, 2009 เวลา 1:33 ในหมวดหมู่ เรื่องของชีวิต #
อ่าน: 201

รอยเท้าใคร..

ทำไมมาอยู่ตรงนี้…

มีวัตถุประสงค์อะไร..

เป็นเท้าผู้หญิงหรือผู้ชาย…

(แล้วจะเฉลยทีหลัง)



Main: 0.183176040649 sec
Sidebar: 0.127075910568 sec