ติดดอกไม้ที่ใจ
อ่าน: 110
ขอติดดอกไม้ที่ใจ
ให้ชาวลานทุกท่าน

บางทราย: พ่อเวทครับ ผมถามจริงๆ ทำไมพี่น้องเราถึงแดงเป็นเทือกเลยล่ะครับ..
พ่อเวท: เขาจริงจังนะ ตรงไปตรงมา …. ไม่ซับซ้อนเหมือนอภิสิทธิ์
บางทราย:…..?!!!???
บางทราย: พ่อเวทครับ…ถามตรงๆอย่าโกรธกันนะ ผมอยากรู้จริงๆว่าทำไมชาวบ้านถึงชอบทักษิณ…

พ่อเวท: เอ้า…ก็นี่อาจารย์ เขาแก้ปัญหาประเทศชาติได้จริงๆ ประเทศเป็นหนี้สิน เขาก็ปลดหนี้ให้ได้ ตรงข้าม อภิสิทธิ์ มีแต่กู้ กู้ กู้ ดูทักษิณซิ เขาหาเงินได้ 10 บาท แม้เขาจะเอาเงินเข้ากระเป๋า 5 บาท แต่อีก 5 บาทเขาก็ยังแบ่งมาให้เกษตรกรเรา แต่อภิสิทธ์ไม่มีเลย….
บางทราย: อ้าว เขาโกงแล้วพ่อยังยอมรับเขาหรือ….
พ่อเวท: รับได้ครับ ยอมรับได้ ดีกว่ากินกันลูกเดียวเกษตรกรไม่ได้อะไรเลย..
บางทราย: ….??!!??……

บางทราย: แล้วอำมาตย์ล่ะเป็นอย่างไร
พ่อเวท: เรื่องนี้มันยาว…พวกเรารับรู้มาตั้งแต่เรื่องรัชกาลที่ 8 แล้ว แต่เราพูดกันไม่ได้..เราพูดไม่ได้ อำมาตย์ก็พวกอภิสิทธิ์ พวกอาญาสิทธิ์…
บางทราย: แล้วแดงบ้านเราลงไปกรุงเทพฯหลายคนไหมครับ
พ่อเวท: ไม่มี ไม่มีใครลงไปหรอก มีคนมาชวนอยู่ แต่พวกเราไม่ลงไปปล่อยให้เขาไปกันเถอะ เราคนยากคนจน ต้องทำมาหากินวันต่อวัน…
—————
อดีตสหายท่านนี้ ตอนอยู่ในป่าโดยลูกระเบิดเหลือขาข้างเดียว เข้าไปอยู่ในประเทศจีนนับสิบปี รู้จักกันดีกับชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ ….แต่เขาไม่รู้จักผมหรอกเดี๋ยวนี้น่ะ.. กว่าจะเดินทางกลับไทยได้ก็แทบเลือดตากระเด็น เพราะเป็นกลุ่มที่ถูกลืม แต่การดิ้นรนทำให้กลับมาไทยได้ ปัจจุบันเป็นผู้นำสำคัญคนหนึ่งของเครือข่ายไทบรู เป็นคนตรงไปตรงมา ทำงานเพื่อส่วนรวม ทำเกษตรผสมผสาน เพื่อการพึ่งตนเองด้วยขาข้างเดียว
ผมไม่ได้ถือโทษโกรธพี่น้องที่แดงเถือกไปทั้งดง เราก็ทำงานด้วยกัน เรื่องงานก็ทำกันไป เรื่องความคิดเห็นส่วนตัวก็มีอิสระ แต่เขาก็ฟังเราอยู่ แต่เรื่องนี้จะมานั่งอบรมสามวันแปดวันแล้วให้เขาเข้าใจเหมือนเรา คิดเหมือนเรานั้นไม่ได้ งานที่เราทำไม่เคยแตะเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองเลย
คำบอกเล่าสุดท้ายของวันนี้ก่อนที่ผมจะแยกตัวกลับมุกดาหาร พ่อเวทกล่าวว่า.. นี่อาจารย์ คนรุ่นผมนั้นยังจำในใจได้สนิทเหมือนเรื่องมันเกิดเมื่อวานต่อการกระทำของ ทหาร ตชด. ที่มีต่อเราก่อนที่เราจะเข้าป่าไป แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีอะไรกันแล้ว แต่ลึกๆพวกเรายังเจ็บอยู่ครับ…
ผมไม่ต้องการรื้อฟื้นนะครับได้โปรดเข้าใจ ..แค่บันทึกลักษณะความคิดเห็น ภาวะจิตใจของพี่น้องดงหลวงไว้ให้เป็นประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของสังคมไทย เท่านั้นเอง… เท่านั้นจริงๆ..
วันนั้นผมขับรถไปที่โรงเรียนบ้านเปียด เพื่อประสานงานคุณครูพานักเรียนไปชมนิทรรศการวันไทบรู
พบครูสาวท่านหนึ่ง เธอกระฉับกระเฉงมาก เอ่ยปากถามมาธุระอะไร เชิญไปนั่งกุลีกุจอเอาน้ำเย็นมาให้เรียกเด็กให้ไปเชิญคุณครูผู้ช่วย ผอ.มา
ผมไม่ร่ายยาว เข้าเป้าเลย..อธิบายวัตถุประสงค์ที่มาแล้วเธอก็ทำหน้าตาตื่น ตบมือแปะ แหมตรงใจจริง หนูอยากเอาผลงานเล็กๆของเด็กไปแสดงให้กำลังใจเด็ก และอยากพาเด็กไปศึกษา เป็นว่าตรงกัน ความตั้งใจ การเห็นประโยชน์ของงานตรงกัน เธอรับปากว่าจะพาเด็กไปแน่ๆ

ผู้ช่วย ผอ.มาร่วมการพูดคุย เธอก็อธิบายกิจกรรมของโรงเรียน แล้วก็พาไปดูกิจกรรมนักเรียนเรื่องการลดโลกร้อนโดยการปลูกพืช พืชที่ปลูกคือ ต้นดอกพุด แล้วสอนวิธีการขยายพันธุ์ และการปลูก และเมื่อโตออกดอกก็เอาดอกไปร้อยมาลัยเอาไปขายเก็บรายได้เข้ากลุ่มด้วย ครบวงจรไปเลย
ที่น่าสนใจอีกประการคือ โครงงานพี่ดูแลน้อง..???

ฟังตอนแรกผมงง เมื่อท่านผู้ช่วยชวนไปดูของจริงผมก็ อ๋อ….. เป็นอุบายของโรงเรียนครับที่ว่า พี่ต้องดูแลน้อง ก็เอาแนวคิดนี้มาสนับสนุนให้เด็กปลูกผัก เช่น พริก แตงต่างๆ คนละต้น แล้วให้ดูแลน้องต้นไม้ คือต้องเอาใจใส่รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย วุ้ย…เยี่ยมจริงๆคุณครู ผมอาจจะเชยไปเองก็ได้เพราะวุ่นกับผู้ใหญ่เสียมากกว่าเด็กๆ เลยไม่รู้ว่าโรงเรียนเขาก้าวไปถึงไหนๆแล้ว


เป็นเด็กเล็กครับชั้นอนุบาล สาม ผมชื่นชมคุณครูว่าเป็นอุบายที่ดีและดูจะได้ผล เด็กๆตักน้ำมารดต้นไม้ ดูแลน้องๆกันใหญ่เลย
ผมเชื่อว่ากระบวนการนี้คงมีการเรียนการสอนการแนะนำ พูดคุยกันมากมายหลายเรื่อง หากเรียนจากการปฏิบัติแบบนี้ ก็ต้องชมกันหละครับ..
เรื่องอยากจะเขียนมีเยอะ แต่เวลามีจำกัด ก็จัดลำดับเอา
เดี๋ยวจะลืมซะก่อนเลยเอาเรื่องนี้มาเขียน คือหลังจากที่เที่ยวลาวใต้ ที่ยังเขียนไม่จบ โครงการที่ผมสังกัดก็ยกทัพไปดูงานที่โครงการพระราชดำริภูพาน สกลนคร ความจริงมาดูงานหลายครั้งแล้ว ก็ชอบทุกครั้งครับ วันนี้ผมเอาวัวพิเศษมาฝากชาวลานยามร้อนแดงกัน
วัวตัวนี้มีความพิเศษมากๆครับ ไม่ทายให้เสียเวลาแล้ว อิอิ

เป็นวัว ชื่อพันธุ์ ซิมเมนทอล (Simmental) มาจากประเทศเดนมาร์ค เมืองน้ำนม ดูทรวดทรงองค์เอวซิ สวยสง่านะครับ พ่อครูบาฯคงรู้จักดี
ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ให้ทั้งเนื้อและนม พี่เลี้ยงที่ดูแลอธิบายว่า หากเนื้อวัวราคาดีก็ขุนเป็นวัวเนื้อ เมื่อใดที่ราคานมวัวสูง ให้กำไร ก็เลี้ยงเพื่อเอาน้ำนม ซึ่งก็ขึ้นกับการให้อาหาร
วัวพันธุ์นี้มีเหตุผลที่เขาให้มาน่าสนใจนะครับ คนเลี้ยงมีทางเลือก เจ้าตัวนี้ต้องเรียกคุณมั๊งครับ เพราะเป็นวัวของพระเทพฯครับที่ชาวบ้านถวายให้พระองค์ท่าน และนำมาขยายพันธุ์ให้ชาวบ้านต่อไป

ความพิเศษอีกประการคือ ลายขาวน้ำตาลข้างตัวเขานั้นเป็นรูปแผนที่ประเทศไทยครับ มันช่างบังเอิญจริงๆ เจ้าของเดิมซึ่งเป็นชาวบ้านจึงถวายให้พระเทพฯ และพระองค์ก็เอามาไว้ที่โครงการพระราชดำริภูพาน เพื่อประสงค์ขยายพันธุ์ให้ผสกนิกรดังกล่าว

ตรงสะบักก็มีรูปแผนที่ ดูเอาเองนะครับคล้ายๆแผนที่ทวีปอะไรครับ ซิมเมนทอนตัวนี้ให้ลูก 11 รุ่นแล้ว ขยายให้ชาวบ้านไปเลี้ยงได้มากมายทั่วทั้งจังหวัดสกลนครแล้ว
เธอมีชื่อนะครับ ผมไม่ได้ถามที่มาของชื่อ แต่พี่เลี้ยงบอกว่าเธอชื่อ “คุณกลอรี่” ครับ
ใครผ่านไปสกลนครแวะที่โครงการพระราชดำริภูพานได้นะครับมีกิจการที่น่าสนใจมากมายมหาศาลครับ

เฮ่อ…….พี่ใหญ่เขาบอกจะไปม๊อบ เราขอหมอบดีกว่า

ว๊ากกกก หนูจ๋าอย่าดึงงงงง
ไม่ไปม๊อบหรอก ม่ายปายยยยยย

นี่…ได้ข่าวว่าเขาชวนกันไปม๊อบกันเรื่องอะไรนี่แหละ…
ว่าจะไปด้วยนะเนี่ย…ไม่ได้ ไม่ได้ แรงๆอย่างเราอยู่เฉยๆได้อย่างไร
อย่างงี้มันต้องถอน เอ้ย..มันต้องม๊อบ มันต้องม๊อบบบบบ

ลูกพี่ขับดีดีหน่อย มันเซ… เดี่ยวตกรถไปไม่ถึงม๊อบ..
ได้ข่าวพี่น้องไปกันเยอะเชียว..ว๊าว คงสนุกน่าดู เบื่อท้องถิ่นนี่แล้วไปเที่ยวต่างถิ่นบ้างก็ไม่เลวนะลูกพี่ เอ้า…ลูกพี่ขับเร็วๆ แต่ดีดีหน่อยนะ..

เฮ้ย…ไปด้วยกัยว๊อย…ไปม๊อบบบบ ไปเร็วววว ที่นอน ที่กินไม่ต้องห่วง ลูกพี่เตรียมไว้เพียบเลย
เขาบอกว่าต้องสงบ สันติ อหิงสา…เออ แต่วันก่อนบอกให้เอาขวดไปใส่น้ำมันนี่หว่า มันจะเอาอย่างไงของมันวะ คนเดียวกันพูดสองครั้งไม่เหมือนกัน เดี๋ยวก็เห่าใส่ซะเลย ฉับฉนว่ะ เพื่อน..
หรือลูกพี่ว่าไง เอ้า..ขับไปดีดี..ขับไป….

ลูกพี่..ข้าว่าไม่ต้องเอามันลงอ่ะ ขับไปอย่างนี้แหละดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันเขาน่ะลูกพี่ เอามันไปด้วย เอาไปปาบ้านคนเล่น ปาแบบมันมันไง…

ว่าไงลูกพี่…เห็นด้วยแมะ…ขับเงียบไปเลยนะ ดุนิดเดียวทำซึม…ว่าไงลูกพี่พูดบ้างซี…

โอย..เหนื่อยว๊อย.. ให้เราเห่าอยู่ตัวเดียว
โอย เมื่อยว๊อย..นั่งดีก่า….

เอ้า ขับไปดีดีลูกพี่ เมื่อยแล้ว ขอนั่งหน่อยนะ ขับไป ขับไป..

เฮ่อ…ไม่ปงไม่ไปมันแล้ว ม๊อบ แม๊บ อะไรนั่น เบื่อว่ะ กลับบ้านเราดีกว่านะลูกพี่
โฮ่ง โฮ่ง….
เตรียมตัวไปสำนักงานก่อนที่จะเข้าพื้นที่ดงหลวงเพื่อประสานงานเตรียมงานวันไทบรู เจ้าหน้าที่โทรมาบอกว่าขณะนี้มี ม๊อบ ชาวบ้านมาปิดสำนักงานแล้ว…??!!

เมื่อเดินทางไปถึงก็เห็นชาวบ้านจำนวนสัก 50 คนกำลังพูดใส่เครื่องขยายเสียงดังๆโจมตีเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. พยายามนั่งฟังอยู่ข้างนอกว่ามันเรื่องอะไรกัน คงไม่ได้มาไล่เรา อิอิ คงไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับงานที่เรารับผิดชอบ แต่มันเรื่องอะไรหนอ..

..เราสมัชชาเกษตรกรสี่ภาคมาทวงถามเรื่องการจัดซื้อที่ดิน ทำไมมันช้ามากจนป่านนี้แล้วยังไม่รู้เรื่องเลย หรือมัวคอรัปชั่นกันอยู่ รัฐบาลอนุมัติเงินมา 1700 ล้านมาแล้วตั้งแต่ปี 51 นี่ปี 53 แล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยมุกดาหาร ไม่ทำงานก็ออกไป ทำไม่ได้ก็ออกไป…ฯลฯ…. เราจะไม่เจรจา เราจะรอเพื่อนที่มาจากนครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์……ฯลฯ

เมื่อทราบเรื่องจากการไฮปาร์คของผู้นำแล้วผมก็พอทราบเรื่องนี้มาบ้าง เพราะนี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เกิด Mob มาปิดส.ป.ก. แต่คราวนี้แรงกว่า
ผมเห็นผู้นำคนหนึ่งมาจากดงหลวงจึงเข้าไปคุยด้วย.. สักพักหนึ่งผมเสนอว่า มันต้องคุยกันนะครับ หากไม่คุยกันมันก็ไม่รู้เรื่อง พี่น้องไปด่าส.ป.ก. เขาก๊อกสั่นขวับหายกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว เอาชาวบ้านมามากมาย เอาเสียงมาตะโกนใส่ ใช้คำหยาบคาย มันมีแต่จะเตลิดเปิดเปิง หากอยากได้ตามที่หวังต้องก้าวออกไปคุยกัน เจรจากัน มีเหตุผลอะไรก็คุยกัน ต่อรองกันด้วยเหตุผล หาจุดที่รับกันได้ทั้งสองฝ่าย เอาแต่ด่าใส่แล้วมันจะได้คำตอบอะไร….
ทั้งๆที่ผมก็เข้าใจจิตวิทยามวลชน(เพราะเคยผ่านมาพอสมควร) อยู่บ้างว่า ความร้อนที่มีนั้นต้องให้ราลงไปบ้างก่อน หากหยิบเหตุผลมาพูดตอนร้อนนั้น ต่อให้พูดไพเราะที่สุด ต่อให้ผู้พูดมีความโดดเด่นใดๆก็ตาม สู้ความร้อนไม่ได้ ผู้พูดต่างหากจะมอดไหม้ไป ปล่อยให้ร้อนราลงก่อนแล้วก็พูดอย่างจริงใจเสนอทางออก การตอบรับจะมีมากกว่า
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ยุทธวิธีการหาจังหวะพูดเท่านั้น แต่ระดับของประเด็นการม็อบนั้นคืออะไรด้วย กรณีวันนี้ผมว่าใช้ยุทธวิธีนี้ได้ และต่อมาก็มีการนั่งเจรจาจริงๆ แน่นอนผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น..
เพราะผมมีนัดกับข้าราชการหลายต่อหลายคนที่ดงหลวง ต้องเดินทางไปตามนัด..ขณะเดียวกันก็มีเวทีอยู่ที่จังหวัดตามรูปนี้ในเวลาเดียวกัน

ผมลองถามผู้นำที่มาจากดงหลวงว่า…เสร็จนี่แล้วจะเลยไปหน้าศาลากลางไหมครับ…ไม่ไปหรอกครับ คนละกลุ่มกัน คนละประเด็นกัน เสื้อแดงนั่นเขาเพื่อคนคนเดียว เป็นประโยชน์ของคนเดียว เราไม่ร่วมครับ…
ผมเดินทางต่อเข้าดงหลวงด้วยความคิดอะไรมากมาย….
กำหนดการ การประชุมสัมมนาเครือข่ายไทบรู อ.ดงหลวง ครั้งที่ 4
วันที่ 24-25 มีนาคม 2553
ณ ห้องประชุมอำเภอดงหลวง ต.ดงหลวง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร
| วันที่ 24 มีนาคม 2553 |
รายการ |
ผู้รับผิดชอบ/หมายเหตุ |
| 1100-1200 | ลงทะเบียน | |
| 1200-1300 | รับประทานอาหารกลางวัน | |
| 1310 | ทุกท่านพร้อมกันที่สถานที่จัดงาน | ห้องประชุมอำเภอดงหลวง |
| 1310-1320 | ประธานเครือข่ายไทบรูกล่าวรายงานประธานพิธี | นายสวัสดิ์ ไชยเพชร |
| 1320-1335 | นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอดงหลวงกล่าวต้อนรับท่านรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ และผู้ร่วมงานทุกท่าน | นายอติชาต อุณหเลขกะนายอำเภอดงหลวง |
| 1335-1400 | ท่านรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ดร. วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ กล่าวปราศรัยแก่ผู้ร่วมงานพร้อมเปิดงานวันไทบรู | ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. |
| 1400-1500 | การสัมมนาเรื่อง ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาวะสิ่งแวดล้อมโลกต่อวิถีชนบทไทย | ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ นายทีปกร กาลวิทยี |
| 1500-1630 | การอภิปรายเรื่อง ข้าวพื้นบ้านกับวิถีดั้งเดิมของเกษตรกร | คณะวิทยากร |
| 1630 | พักผ่อน |
|
วันที่ 25 มีนาคม 2553 |
รายการ |
ผู้รับผิดชอบ/หมายเหตุ |
|
0800-0900 |
ลงทะเบียน(เพิ่มเติม) | |
|
0900-1000 |
นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆแบ่งกลุ่มเดินชมนิทรรศการความรู้ต่างๆ เครื่องมือประกอบอาชีพแบบพึ่งตนเองของชาวบรูโบราณ ผลผลิตจากกลุ่มเครือข่ายไทบรู ผลผลิตผักปลอดสารพิษจากตลาดชุมชนแก่งนาง นิทรรศการจากหน่วยงานราชการและเอกชน | ผู้นำเครือข่ายไทบรูนำการศึกษารายกลุ่ม |
|
1000-1020 |
การแสดงท้องถิ่นโดยนักเรียน | โรงเรียนดงหลวงวิทยา |
|
1100-1200 |
การอภิปรายเรื่องการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังแบบอินทรีย์ ผลการทดลองในโครงการ คฟป. | ธัญญา ตันตระกูล และผู้นำเกษตรกร |
|
1200 |
ปิดงานวันไทบรู อ.ดงหลวง ปี 2553 | โดยปฏิรูปที่ดินจังหวัด |
เข้าสู่ฤดูร้อน กรมอุตุประกาศว่าพายุจะเข้าในสัปดาห์นี้ ข้างนอกหน้าต่างห้องพักลมพัดไหวให้ใบมะพร้าวไกวแกว่ง ผมใช้เวลาทบทวนงานวันที่ผ่านมา
ความเมื่อยล้าของร่างกายเริ่มปรากฏให้ผมได้รู้สึกเมื่อมานั่งดูและฟังเสียงธรรมชาติ แต่เมื่อไหร่ที่เราลุกขึ้นเดินเข้าสู่ชนบทความรู้สึกเหล่านี้มันเปลี่ยนไปเป็นความคิดว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องดีขึ้น หลายครั้งที่เราไม่ได้กินข้าวกลางวัน หรือข้าวกลางวันไปกินเอาตอนบ่ายโมง บ่ายสองโมง
เหงื่อที่ท่วมเสื้อจนรู้สึกเหนอหนะตัวเอง

ถูกคาดหวังว่างานในพื้นที่จะต้องมีผลออกมาดี เข้าเป้า สุดยอด เอาไปคุยได้ แต่เมื่อของจริงไม่เป็นไปเช่นนั้น ผู้คาดหวังก็ผิดหวัง แล้วตาของเขาก็หันมามองเรา ..ในสายตานั้นส่งภาษาตะโกนดังลั่นออกมาว่า…คุณทำงานห่วยแตก.. ตรงข้ามสายตาเราที่มองไปยังพวกกลุ่มนั้น อยากจะตะโกนว่า ..มึ..แน่จริงลงมาทำดูแมะ….
ช่วงเวลาที่ผ่านมา สองมือสองเท้าที่แปดเปื้อนฝุ่น บอกให้ผมรู้ว่ากระบวนการทำงานพัฒนาสังคมนั้นต้องปรับเปลี่ยนอีกมาก เราไม่มีโอกาสสร้างโครงการเช่นนั้น เราทำงานภายใต้ข้อจำกัด และตั้งใจว่าภายใต้ข้อจำกัดนั้นเราจะทำดีที่สุดได้อย่างไร เป็นประเด็นใหญ่ที่ติดบนหัวตลอดเวลา
แต่เราก็แอบน้ำตาซึมเมื่อชาวบ้านบางคนเดินมาจับมือแล้วขอบคุณที่มาเปิดโลกใหม่ให้กับเขาและครอบครัว ภาพเช่นนี้ไม่ปรากฏในรายงานการประเมินผล สาระเช่นนี้ไม่ปรากฏในรายงานการติดตามใดๆ
ช่างเถอะ..อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก เพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก … ก็ไม่ได้สร้างความสุขเท่ากับคำพูดไม่กี่คำที่ชาวบ้านบ่งบอกเราพร้อมด้วยสายตาที่จริงใจ
บ่ายวันที่ 4 มีนาคม ที่ดงหลวง…

แม่….. แม่….. แม่……. พ่อ…… พ่อ…. พ่อ….

แม่จ๋า…. พ่อจ๋า…แม่อยู่ไหน พ่ออยู่ไหน หนูหาไม่เจอ…. แม่จ๋า แม่อยู่หน๋ายยยยยย

หนูไม่เกเรแล้ว หนูจะอยู่ใกล้ๆแม่ตลอดเวลาเลย หนูคิดถึงแม่ แม่อยู่หน๋าย… หนูรักพ่อ… หนูรักแม่….แม่จ๋า….
(เขาคงหลงแม่ครับ วิ่งออกมาจากป่าข้างทางแล้ววิ่งเยาะๆไปตามถนนที่ไปทางหมู่บ้าน เขาคงจะวิ่งไปบ้านเพื่อหาแม่หาพ่อเขา น่ารักนะครับ ผมขับรถค่อยๆตามเขาไปเป็นกิโลเลย..)