<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานดงหลวง</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/bangsai/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/bangsai</link>
	<description></description>
	<pubDate>Mon, 27 Oct 2014 12:04:34 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>บทเรียนที่เดนมาร์ก</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1357</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1357#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2014 12:04:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย]]></category>

		<category><![CDATA[บทเรียนการศึกษาในเดนมาร์ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/?p=1357</guid>
		<description><![CDATA[ประมาณปี 2535 มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศเดนมาร์ก อยากเล่าความประทับใจส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนในชั้นเด็กเล็กของเขา 
ที่โรงเรียนชั้นประถมแห่งหนึ่ง  พ่อแม่จะพาบุตรหลานมาส่งที่โรงเรียน ก็คล้ายๆบ้านเราคือมีคุณครูไปยืนรอรับเด็กจากพ่อแม่ให้เข้ามาในบริเวณโรงเรียน เหมือนกับว่า เด็กเข้ามาสู่พื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนแล้ว  ต่อไปนี้ ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป โรงเรียนคือสถานที่สร้างคน การดูงานครั้งนั้นเราแค่เป็นผู้สังเกตการณ์ตารางประจำวันของโรงเรียนเท่านั้นไม่ได้สร้างกิจกรรมพิเศษเพื่อสาธิตให้เราชม
หลังจากที่คุณครูรับเด็กมาจากพ่อแม่แล้วก็เอาของใช้ส่วนตัวที่เด็กนำมานั้นไปเก็บไว้ที่ตู้ส่วนตัวในห้องเรียน แล้วครูก็ถามว่าเช้าวันนี้หนูอยากทำอะไร เมื่อเด็กทั้งหมดตอบคำถามครูแล้วครูก็จัดกลุ่มตามความต้องการของเด็ก วันนั้นพบว่า มีเด็กกลุ่มหนึ่งต้องการทำแพนเค้ก  ครูก็เอาอุปกรณ์ เครื่องมือทำแพนเค้กให้แก่เด็กกลุ่มนั้นแล้วครูคนหนึ่งก็พาไปในครัวเพื่อเรียนรู้การทำแพนเค้กกัน  อีกกลุ่มหนึ่งบอกสร้างบ้าน ครูก็เอาอุปกรณ์ต่างๆให้ แล้วพากันไปหามุมที่เหมาะสม เรียนรู้เรื่องการสร้างบ้านกัน  มีเด็กบางคนต้องการทำสิ่งที่แตกต่างออกไป วันนั้นที่เห็นคือ อยากขี่ม้า  ครูก็พาไปฝึกขี่ม้าแกลบตัวเล็กๆ เรียนรู้เรื่องม้าแกลบ อาหารการกินของม้าแกลบ และต่างๆที่เกี่ยวกับม้าแกลบ แล้วสอนวิธีขี่ม้าที่ปลอดภัย ใส่หมวก วิธีขึ้น วิธีบังคับ และ ฯลฯ&#8230;
เด็กมันสนุก เสียงดังลั่นไปหมด ครูคือพี่เลี้ยงช่วยแนะนำกระบวนการทำแพนเค้ก สร้างบ้าน ขี่ม้า&#8230;.
ครูมิได้ส่งต่อความรู้ให้เด็กแค่การทำแพนเค้ก แต่อธิบายที่มาของแป้ง มาจากพืชอะไร กระบวนการได้มาทำอย่างไร จนมาเป็นแป้ง&#8230;  การสร้างบ้าน  เอาไม้มาจากไหน ไม้ชนิดอะไร กระบวนวิธีเอาไม้มา เมื่อเอาไม้มาแล้วเกิดผลกระทบอะไรบ้าง  จะสร้างบ้านต้องมีแบบแปลน มีวัตถุประสงค์ ฯลฯ&#8230;.

โอ้โฮ&#8230;..มันจริงๆ  แค่นี้ก็มหาศาลขององค์ความรู้ที่เรียนรู้กัน ที่ค้นคว้ากัน ที่แลกเปลี่ยนกัน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1357/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คิดถึง</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1356</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1356#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jul 2014 19:14:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/?p=1356</guid>
		<description><![CDATA[คิดถึงลานดงหลวง
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1356/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title></title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1355</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1355#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Mar 2013 07:45:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1355</guid>
		<description><![CDATA[ชาผักหวานป่าอีกที


 
ผมเขียนเรื่องผักหวานป่ามาพอสมควร ในเรื่องเล่าจากดงหลวงก็มีหลายตอน การแปรรูปผักหวานป่ามาเป็นชานั้น ต้องให้อ่าวเปลี่ยนบรรยาย  เพราะเป็นผู้ริเริ่มในดงหลวง แล้วก็พัฒนามาจนปัจจุบัน

เมื่อชาวดงหลวงที่ชื่อกลุ่มเกษตรกรทายาทสืบต่อการทำชาผักหวานป่ามาจากกลุ่มแม่บ้านเครือข่ายไทร และเอามาให้ผมชิมหลายครั้ง ผมก็ติชมไป แต่ไม่ง่ายนักที่จะพัฒนาฝีมือการคั่วชา และการทำ Packaging รวมไปถึงการตลาด ทั้งนี้เพราะ


พี่น้องชาวไทโซ่ดงหลวงไม่มีความถนัดในเรื่องที่ต้องใช้ความรู้และความประณีต  แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้  ทำได้ครับแต่ต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลใกล้ชิดพักใหญ่ๆนั่นแหละ

การคั่วชานั้นเป็นเทคนิคขั้นสูงเหมือนการคั่วกาแฟ เป็นเคล็ดลับตระกูลก็ว่าได้  เรายังไม่มีเทคนิคนั้น เพียงใช้ความรู้และองค์ประกอบพื้นฐานมาทำเท่านั้น

ผักหวานป่ามีหลายชนิด น่าจะมีการศึกษา ทดลอง วิจัยกันว่าชนิดใดทำเป็นชาดีที่สุด

ความอ่อน ความแก่ของใบชาแต่ละชนิดน่าที่จะมีผลต่อคุณสมบัติชา

การเก็บชาที่คั่วแล้วต้องเก็บในที่แห้ง แต่ชาวบ้านยังไม่มีสถานที่ที่เหมาะสมเช่นนั้น


ใบผักหวานป่ามีกลิ่นหอม ชาวบ้านบอกว่าจากประสบการณ์เขานั้น เด็ดใบชามาจากต้นหากจะเอาไปทำอาหาร โดยทั่วไปเราก็จะเอาใบผักหวานที่เด็ดมาแล้วนั้นล้างน้ำเสียก่อนเพื่อขจัดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกอื่นๆออกจากใบ แต่ชาวบ้านบอกว่าหากทำเช่นนั้น จะไม่กรอบ มัน หรือความกรอบ ความมัน หวาน หอมจะลดลงไปมาก ..?&#8230;.

ผมรับปากกับชาวบ้านว่าจะไปติดต่อสถาบันการศึกษาเพื่อขอคำแนะนำการศึกษาวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของใบผักหวานป่า และชาผักหวานป่า  ผมไปพบสองแห่งคือคณะเภสัช ม้า ท่านแนะนำว่าน่าจะไปคณะเทคโนโลยีเพราะที่นั่นมีภาควิชา Food Science เมื่อผมไป ก็พบว่าท่านอาจารย์หัวหน้าภาควิชาติดงานกับนักศึกษาปริญญาโท ต้องคอยเกือบชั่วโมง


		
ท่านพูดเก่งมาก เหมือนนักวิชาการที่ Active มากๆ เบรกแทบไม่อยู่ ท่านแนะนำว่าในอินเตอร์เน้อมีความรู้มากสมควร ลองไป search [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1355/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยางพาราที่ห้วยบางทราย</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1350</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1350#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Mar 2013 15:10:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1350</guid>
		<description><![CDATA[สมัยอยู่ดงหลวง อาว์เปลี่ยนทุ่มเทกับโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการชลประทานห้วยบางทรายเต็มที่ เรียกว่าทุ่มสุดตัว
		
ผมเองมีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ชลประทานมาแล้วที่เขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ และหลายเขื่อนในอีสาน ก็เข้าใจระบบการปลูกพืชในพื้นที่แบบนี้ดีพอสมควร เราส่งเสริมน้ำเพื่อพืชเศรษฐกิจหลังนา ซึ่งพืชเหล่านี้ได้แก่ มะเขือเทศส่งโรงงาน ยาสูบเตอร์กิส ข้าวโพด
		อาว์เปลี่ยนลงมือทำพร้อมๆกับเกษตรกรที่เป็นชนเผ่าไทโซ่


		
เราตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ จัดระบบ ระเบียบกลุ่ม มีกองทุน ก่อนการเพาะปลูกมีการประชุม ให้ข้อมูลเกษตรกรในเรื่องพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเกษตรกรจะเป็นคนเลือกชนิดพืชเอง  แล้วก็ปฏิบัติตามขั้นตอนที่นักวิชาการแนะนำ พี่เลี้ยงกำกับ เยี่ยมเยือน ดูแล ปรึกษาหารือ กันตลอดทุกวัน
		
สามปีผ่านไป ซึ่งเป็นช่วงปลายโครงการ เริ่มมีเกษตรกรตัดสินใจเอายางพารามาปลูก จากการแนะนำของทางจังหวัด และช่วงนั้นราคายางเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันไปสนใจยางพารา แต่ก็มีเกษ๖รกรกลุ่มหนึ่งยังร่วมมือกับเราทำการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจต่อไป โดยเฉพาะมะเขือเทศส่งโรงงานหลวงเต่างอย เพราะพื้นที่ดงหลวงไม่ไกลจากที่ตั้งโรงงาน และผู้บริหารโครงการหลวงกับเราก็คุยกันอยู่
		
แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อกล้ามะเขือเทศที่เราไม่ทราบเลยว่าเป็นพันธุ์อะไร รู้จักแต่เบอร์ ประสบการเป็นโรคทำให้ผลผลิตตกต่ำ จนถึงล้มเหลว แม้เราจะวิ่งเอาตัวอย่างต้นที่เป็นโรคเข้าห้องแลปที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ก็สายเกินไปแล้ว
		
และปัญหาเช่นเดียวกันก็เกิดซ้ำขึ้นอีกในปีต่อมา&#8230;เหลือแต่เกษตรกรที่ปลูกยาสูบได้ผลผลิตที่เข้าเป้า แต่พบว่า เกษตรกรไทโซ่ ไม่เคยคุ้นเคยกับการทำการเกษตรแบบ Intensive crop ที่ต้องเฝ้าดูแลใกล้ชิด แบบไม่ให้คลาดสายตา
		
เมื่อสิ้นสุดโครงการ เราถ่ายโอนกิจการนี้ให้แก่ อบต.
		
เมื่อวันที่ 27 ผมไปเยี่ยมมาพบว่า


ชาวบ้านเข็ดต่อความล้มเหลวในการปลูกมะเขือเทศส่งโรงงานหลวงเต่างอย เหลือแต่เกษตรกรที่สนใจปลูกยาสูบเตอร์กิส

กองทุนยังอยู่  การทำงานของโรงสูบน้ำยังใช้ได้ แต่ราคาค่ากระแสไฟฟ้าแพงมากขึ้น

ที่ตกใจคือ พื้นที่เดิมเป็นพื้นที่ปลูกข้าวไร่ กลายเป็นยางพารามากขึ้น

ได้คุยกับเกษตรกร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1350/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ร้อนแผดเผา</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1348</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1348#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Mar 2013 08:56:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1348</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์นี้ร้อนปานหยัง&#8230; เทอร์โมมิเตอร์บอกเราว่าวันนี้ที่ขอนแก่น 41 C ครับ นกสามชนิดบินมาเล่นน้ำที่ผมใส่ในจ่นวางบนหาเสา  วันนี้มีตัว &#8220;ต่อ&#8221; บินมาทุก 15 `วินาที น่าจะเอาน้ำไปทำรังด้วย

อากาศร้อนแบบนี้ผมนึกถึงความรู้ที่นักป่าไม้เคยเล่าให้ผมฟังว่า หากเราบินสูงขึ้นไปเบื้องบนมองลงมา ในกรณีพื้นที่ดงหลวงจะเห็นพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาลนั่นคือพื้นที่ราบ หรือค่อนข้างราบ หรือพูดอีกทีคือไม่ใช่พื้นที่ภูเขา  ส่วนตรงกลางรูปนี้คือพื้นที่บริเวณที่เป็นภูเขาคือเทือกเขาภูพาน ซึ่งดงหลวงจะอยู่ซีกตะวันออกของ
		

		
พื้นที่เช่นนี้นักป่าไม้เล่าให้ฟังว่า หากอากาศร้อนมากและเป็นเวลายาวนาน เช่นเป็นเวลาสองสามเดือนขึ้นไป จะก่อให้เกิดผลกระทบทางระบบนิเวศวิทยามาก คือไอร้อนจากรอบๆพื้นที่ที่กว้างขวางนั้นจะลอยเข้าไปเผาผลาญพื้นที่ป่า ภูเขา ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ในป่า โดยเฉพาะต้นไม้ตามชายขอบป่า
		
เป็นความเข้าใจพื้นฐานทั่วไป ว่าหากความร้อยเผาพลาญสิ่งใดก็จะทำให้ความชื้นในสิ่งนั้นๆระเหิดระเหยออกไปมากกว่าปกติ  ซึ่งนักป่าไม้พูดเสมอว่า ไม้ต้นใดที่ถูกไฟป่าเผาผลาญ มั้ต้นนั้น เหล่านั้น พื้นที่นั้นๆก็จะชะงักการเจริญเติบโต  มีการศึกษาเรื่องนี้เป็นวิทยาศาสตร์ด้วย  ความรู้เรื่องนี้ทำให้นักธรณีวิทยาศึกษาวงปีของไม้ที่กลายเป็นหินและทำนายถึงไฟป่าในอดีตที่เคยเผาผลาญป่าไม้มามากต่อมากแล้ว&#8230;
		
ยิ่งป่าไม้ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ หรือความชื้นมีน้อย ไอร้อนที่เกิดจากพื้นที่รอบๆป่าที่เป็นพื้นที่โล่งเตียนนั้นจะพัดเข้าไปเผาผลาญต้นไม้ในป่า ยิ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของป่ามากขึ้นไปอีก
		
ส่งผลกระทบมากมายครับ ความร้อนนี่นะ  นอกจากทางกายภาพแล้ว การเจริญเติบโตของพืชต่างๆมีมากมาย รวมทั้งพืชเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดการแปรปรวนขึ้นในวงจรปกติ เช่น ในออสเตรเลียพบว่า องุ่นสุกเร็วขึ้น ส่งผลกระทบต่อแผนงานทั้งหมด 
		

 
และแน่นอนมักเป็นผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้น
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1348/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เก็บตกงานพัฒนา ตอนชาผักหวานดงหลวง</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1346</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1346#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2013 17:07:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1346</guid>
		<description><![CDATA[ผมยังจำติดตาที่อาว์เปลี่ยนไปสอนกลุ่มแม่บ้านเครือข่ายไทบรู ดงหลวงทดลองคั่วใบผักหวานให้เป็นชา ด้วยเตาฟืนและหม้อดิน
		
ดงหลวงนั้นถือถิ่นผักหวานป่าที่มีชื่อเสียงมานาน และเป็นพืชป่าเศรษฐกิจที่มีราคาสูงขึ้นทุกปี แต่ทั้งหมดเป็นพืชป่า ที่ชาวบ้านจะเข้าป่าไปเก็บผักหวานป่ามาบริโภค และที่กลายเป็นพืชป่าเศรษฐกิจเพราะเอามาขาย และเป็นที่นิยมมาก เพราะเอามาผัดก็อร่อย เอามาแกงกับไข่มดแดงก็ยิ่งอร่อย
		
เมื่อผักหวานป่าเป็นเงินเป็นทางการทำลายต้นผักหวานป่าก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพราะทุกคนก็จะขึ้นป่าไปเอาผักหวานมาขายเพราะเมื่อเป็นที่นิยมราคาก็แพงขึ้น นอกจากจะเอาใบอ่อนแล้ว ดอกก็เก็บมาหมดยิ่งราคาแพง ยิ่งทำลายการขยายพันธุ์ 
		
ชาวบ้านรู้ว่าผักหวานเป็นพืชซาดิสซ์ การเก็บใบก็ไม่ต้องไปทนุถนอมหักกิ่งเอามาเลย มันยิ่งแตก ถึงขนาดเผาป่าให้ไฟลวกต้นผักหวาน แล้วเขาจะรีบแตกใบอ่อน&#8230;
		
เมื่อมีโครงการ คฟป.เราก็ส่งเสริมชาวบ้านเพาะผักหวานป่า แล้วเอาไปปลูกในสวน ลดการเข้าป่า ลดการทำร้ายป่า 
		
อาว์เปลี่ยนทราบว่าทางเชียงใหม่เอาผักหวานป่ามาทำชา และมีราคาแพงมาก จึงเอาความรู้นี้เผยแพร่ในดงหลวง เพื่อแปรรูปผักหวานป่าให้เป็นชาผักหวานป่า โดยเริ่มจากกลุ่มแม่บ้านเครือข่ายไทบรู
		

		
ครั้งนั้นก็หลายปีมาแล้ว ทำให้กลุ่มแม่บ้านมีความรู้เรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำกันอย่างจริงจังเท่าไหร่นัก เพราะยังเป็นเพียงระยะเริ่มต้น เมื่อโครงการมีกิจกรรมส่งเสริมให้มีเกษตรกรทายาท หรือพยายามสนับสนุนเยาวชนหันมาทำการเกษตรต่อจากพ่อแม่ ก็มีการอบรม ในเรื่องต่างๆมากมาย หนึ่งในนั้นคือการทดลองทำชาผักหวานป่า
		
กลุ่มเกษตรกรทายาทสืบเทคนิควิธีการทำชาผักหวานป่ามาจากกลุ่มแม่บ้าน แล้วก็ทดลองทำและแจกบ้าง ขายบ้าง จน กรมการศึกษานอกโรงเรียน หรือ กศน.มาเห็นจึงเข้ามาต่อยอดสนับสนุน โดยทำสติกเกอร์ และแผ่นพับประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมเอาไปออกงานต่างๆที่จังหวัดจัด หรือหน่วยงานอื่นๆจัด
		
เท่าที่สอบถามผู้นำเกษตรทายาท บอกว่าได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร แต่ยังไม่ถึงกับการสั่งซื้อไปจำหน่ายเป็นจำนวนมากๆ  จุดเด่นของชาผักหวานป่าคือ หอม รสชาติดี ส่วนคุณสมบัติ หรือคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณนั้นยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการ
		
ผู้นำเกษตรทายาทกล่าวว่า กศน.กำลังเอาไปส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบวิจัยดูว่ามีคุณค่าทางอาหารอย่างไรบ้าง มีสรรพคุณทางยาอย่างไรบ้าง..
		
ผมเองก็รับปากกับกลุ่มนี้ว่าจะพยายามจะช่วยเหลือเรื่องการยกระดับให้ได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1346/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>T&#38;V และ V&#38;C system</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1344</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1344#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Mar 2013 15:29:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1344</guid>
		<description><![CDATA[
 
ประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา ท่านที่คลุกคลีกับการส่งเสริมการเกษตร จะได้ยินคำว่า T&#38;V system คำนี้มาจาก Training and Visiting System เป็นหลักการของนักส่งเสริมการเกษตร ที่กรมส่งเสริมการเกษตร กำหนดให้เกษตรตำบลทั่วประเทศใช้หลักการนี้  กล่าวคือ เมื่อจัดฝึกอบรมเกษตรกรในหลักสูตรใดๆไปแล้ว ก็จะต้องมีแผนงานออกไปเยี่ยมเยือนในชุมชนต่อเนื่องต่อไปอีก เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง และเติมเต็มต่างๆทางหลักการ วิชาการกัน

ดูเหมือนจะมีแผนงานนัดพบเกษตรกรตามจุดต่างๆ เช่นทุกวันพุธ ไปพบเกษตรกรหมู่ที่ 5 ที่ศาลากลางบ้าน เพื่อพูดคุยกันในเรื่องที่อบรมมาแล้ว ปัญหาอุปสรรค และอื่นๆ ทราบมาว่าแผนงานนี้ล้มเหลวในที่สุด

เท่าที่ผมทราบ T&#38;V system มาจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของชาวอิสราเอล ที่รัฐบาลไทยโดยกรมทส่งเสริมการเกษตรนำมาใช้  ผมว่าหลักการดี แต่แนวทางปฏิบัติไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของชุมชนแบบไทยๆ


		
เมื่อปี 2551 โดยประมาณ ผมรับผิดชอบงานที่มุกดาหาร แล้วมีโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขึ้นในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เราส่งเสริมชาวบ้านปลูกพืชในระบบ Contract farming ที่หลายๆคนรังเกียจนัก แต่กลุ่มธุรกิจที่เราทำสัญญากันนั้นคือ โครงการหลวงเต่างอย มาส่งเสริมชาวบ้านผลิตมะเขือเทศส่งโรงงานผลิตน้ำมะเขือเทศเข้มข้นส่งออกนอก

อาว์เปลี่ยนเอาตัวทุ่มเทลงงานนี้เต็มที่ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร  ส่วนหนึ่งเราใช้ระบบที่พัฒนามาจาก T&#38;V system คือ V&#38;C [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1344/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คิดใหม่ ทำใหม่</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1342</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1342#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Mar 2013 14:11:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1342</guid>
		<description><![CDATA[
 
มีน้องนิสิตคนหนึ่ง ผู้ชาย มาแลกเปลี่ยนเรื่องการปลูกป่า ผมสอบถามเขาว่า มาจากจังหวัดไหน ที่บ้านทำอะไร ฯ  เธอตอบว่า อยู่ชัยนาท หันคา ที่บ้านทำลานมัน เตี่ยก็อยากให้กลับไปรับมือต่อ แต่น้องคนนี้มาเรียนที่สถาบันนี้แล้วเกิดแนวคิดใหม่ว่า อยากเลิกลานมัน และอยากปลูกป่าเพราะมีที่ดินที่เป็นป่าเสื่อมโทรมอยู่มากประมาณ 300 ไร่ (หากจำไม่ผิดนะครับ)

เรื่องราวหลายเรื่องหลุดมาจากปากน้องนิสิตคนนี้ ซึ่งสะท้อนว่า แนวคิดเขาเปลี่ยนไปจากเดิมที่อยากทำธุรกิจต่อจากเตี่ย  แต่เมื่อมาศึกษาที่สถาบัน เรียนรู้มากมาย เดินทางไปดูงานที่นั่นที่นี่ แล้วเกิดความคิดใหม่ อยากฟื้นฟู ป่าเสื่อมโทรม ทำป่าที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นกว่าที่จะปล่อยทิ้งเฉยๆ หรือ เตี่ย ปล่อยให้ชาวบ้านมาเช่าที่ปลูกมันสำปะหลัง


		

 
เมื่อผมถามว่าทำไมถึงคิดจะทำสิ่งเหล่านี้&#8230;.เธอตอบว่า ก็ผมมาเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ  ที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยคิดมาก่อน มาได้ยิน มาสัมผัสอีกมุมหนึ่งของความจริงในสังคมนี้&#8230;ฯลฯ&#8230;..

ผมถามต่อว่า หากไม่รับไม้ต่อจากเตี่ย&#8230;ก็จะต้องทำให้เตี่ย ผิดหวังน่ะซี&#8230; เขาพยักหน้า และบ่งบอกว่านั่นคือสิ่งที่เขาจะต้องหาทางทำความเข้าใจกัน

ชื่นชมน้องนิสิตคนนี้ที่กล้าหาญ และชื่นชมหลักสูตรนี้ที่ส่งผลแห่งความสำเร็จในหลักการ Smart farmer ออกมาแล้ว แตกหน่ออ่อนออกมาแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ใช่ที่สุด แต่เป็นเครื่องบ่งบอกว่า เกิดสำนึกทางสังคมที่เขารู้สึกจากด้านลึกข้างในออกมาแล้ว

เหลือแต่ว่าหลักสูตรนี้จะต้อง เข้ามาสัมผัสปรากฏการณ์แบบนี้ให้ได้ แล้วประคับประคองสำนึกนี้ และค่อยๆร่วมกับน้องนิสิตนี้ให้เขามีทางออกที่ดีที่สุดกับครอบครัวผู้เป็นบุพการีของเขา

มีน้องนิสิตคนอื่นๆอีกครับที่มีลักษณะเช่นนี้

หากพระองค์ทรงทราบเรื่องราวเช่นนี้ พระองค์จะต้องทรงชื่นพระหทัยเป็นยิ่งนัก

ข้าฯน้อย&#8230;ขอสนับสนุนหลักสูตรนี้ครับ

]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1342/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พฤติกรรมผู้ที่จะเป็น Smart Farmer</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1340</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1340#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Mar 2013 17:01:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1340</guid>
		<description><![CDATA[ดูภาพนี้ท่านคงเห็นด้านขวามือที่นิสิตท่านนี้เอาขยะมาเสียบบนเศษกิ่งไม้ ผมเชื่อว่าวันที่นิสิตจุฬามาสวนป่าวันนั้นคงเห็นภาพนี้กันบ้าง

เห็นแล้วคิดอะไร&#8230;.


		
ผมเชื่อว่าท่านคิดอะไรดีดี แต่ท่านไม่ได้เขียนออกมา

ผมเดินตามกลุ่มนิสิตที่เดินตามพ่อครูบา ลุยป่าแล้วเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง ตลอดเส้นทางเดินสักสองชั่วโมงนั้น นิสิตหนุ่มท่านนี้เดินตามและฟังพ่อครูไปด้วยเหมือนเพื่อนนิสิตท่านอื่นๆ แต่นิสิตท่านนี้เก็บขยะที่พบในป่าเอาออกมาด้วยโดยหยิบมาใส่บนกิ่งไม้ที่หาได้ในป่าตามภาพ&#8230;

ขอปรบมือให้นิสิตท่านนี้ครับ เธอแสดงถึงจิตใจที่แคร์ต่อสภาพแวดล้อม และไม่ดูดาย เธอทำประโยชน์ไปพร้อมๆกับการเดินฟังการบรรยายของพ่อครูบา หายากจริงๆที่จะเห็นภาพแบบนี้ หากถามว่าคนอื่นๆที่เดินป่าไปพร้อมๆกันนั้นเห็นขยะแบบนี้กันบ้างไหม  ผมก็ว่าต้องมีคนเห็นเพราะเดินกันไปตั้ง 50 คน แต่มีคนเดียวที่ทำสิ่งดีงามเช่นนี้

อย่างน้อยที่สุด มันสะท้อนถึงจิตใจที่สะอาด ที่ยอมเก็บสิ่งสกปรกออกมาจากป่า&#8230;.

เราขอปรบมือให้น้องนิสิตท่านนี้ครับ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1340/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรียนนอกห้องเรียน</title>
		<link>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1338</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1338#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Mar 2013 06:30:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bangsai/archives/1338</guid>
		<description><![CDATA[หากนึกถึงสวนป่า ก็ต้องเห็นพ่อครู หากพูดถึงพ่อครูก็เห็นสวนป่า ชั่วชีวิตที่สร้างสวนป่ามากับมือและจิตวิญาณนั้น มันมีสิ่งที่เป็นนามธรรมมากกว่าที่เห็นเป็นรูปธรรม มันมีความรู้มากกว่าที่เรารู้ๆ และรับฟัง มันมี Key word ที่สำคัญหลุดออกมาจากผลึกประสบการณ์ที่พ่อครูบรรยายออกมา ใครจับได้ก็เอาไปคิดต่อ ใครเก็บได้ก็ยิ่งเดินใกล้ความจริงของธรรมชาติ

บางประโยคได้มาจากชั่วชีวิตที่พ่อครูคลุกคลีกับพื้นที่แห่งนี้  หลายคำกล่าวเราก็เคยได้ยินจากที่อื่นๆ แต่อารมณ์สัมผัสคำกล่าวเหล่านั้นแตกต่างกัน คำกล่าวที่ออกมาจากความรู้ กับคำกล่าวที่ออกมาจากการสัมผัสของจริงนั้นน้ำหนักมันแตกต่างกัน


		
ท่านอาจารย์ ดร.อรรณพ เก็บตก Key word จากการเดินตามพ่อครูบา เล่าอะไรต่อมิอะไรให้ฟังในการเดินในสวนป่า ครั้งก่อนนั้นผมได้ยินคำว่า การรดน้ำต้นไม้ต้องให้เขาตรงเวลา ให้เวลาไหนก็ควรจะให้เวลานั้นๆ จากคำนี้ที่ว่า ให้น้ำตรงเวลา ผมนึกถึงอะไรมากมาย เช่น หมอทุกท่านบอกให้เราทานอาหารตรงเวลา ทานยาตรงเวลา ใครเลี้ยงหมูเอาอาหารให้หมูก็ต้องให้ตรงเวลาหากไม่เช่นนั้นมันร้องบ้านแตก ผมเลี้ยงหมา เอาอาหารให้เขาตรงเวลา วันไหนที่ผิดเวลาไปเขามายืนเห่าที่ประตูบ้าน ฯลฯ

วันนั้นผมเลยตั้งประเด็นกับหมอเจ๊เรื่อง Body Clock เราคุยกันพอสมควร ผมมาค้นคว้าภายหลังเพิ่มเติม จริงๆ เขาเรียก Biological Clock เป็นศาสตร์ใหญ่เรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยเดิมที่ผมทราบวากางตำราเรื่องนี้สอนคนให้ปฏิบัติร่างกายให้ตรงกับบทบาทหน้าที่ของอวัยวะของเรา เช่นยามกินก็ต้องกิน ยามนอนก็ต้องนอน มันเกี่ยวข้องกับตับไตไส้พุงทุกอย่าง  ท่านผู้ใดสนใจลองค้นจากอาจารย์ Goo ดูซิครับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bangsai/archives/1338/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
