โมเดลบุรีรัมย์ ทำเรื่อง!

อ่าน: 21735

หนังสือโมเดลบุรีรัมย์เล่มนี้ พ่อครูบาฯ ได้บอกกับกอง บ.ก.ชัด ๆ เน้น ๆ ถึงความปรารถนาที่อยากจะให้เป็นประจักษ์พยานถึงผลงานที่พ่อครูบาฯ กับแม่หวี ได้ฝ่าฟันบุกสร้างสวนป่าจากพื้นดินแห้งแล้งจนกลายมาเป็นสวนป่าที่ดินน้ำอุดมสมบูรณ์ในวันนี้ นอกจากพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนแล้ว ด้วยความมีน้ำใจและวิสัยทัศน์ของพ่อครูบาจึงเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ ชื่อว่า มหาชีวาลัยอีสาน อุทิศตนเพื่อการศึกษาค้นคว้าหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อ ๆ กันไป

ฟังอย่างนี้แล้ว ต่อให้ต้องเลื่อนกำหนดส่งต้นฉบับเข้ามาอีกกี่ระลอก พวกเราทุกคนก็ยิ่งกว่ายินดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมกับผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ของพ่อครูบาสุทธินันท์ บุคลผู้ที่ถือได้ว่ามีคุณูปการกับผืนแผ่นดินไทยคนหนึ่งทีเดียวเชียวล่ะค่ะ ^^

ถอดบทเรียน การทำหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ โดยป๋า Conductor Logos มีอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ

ทีนี้เรื่องของเรื่องก็คือ หนังสือที่คณะบรรณาธิการชาวเฮเคยทำออกมาแล้ว ทั้ง 3 เล่ม ได้แก่

เจ้าเป็นไผ ๑

เจ้าเป็นไผ ๒

คนนี้ไง’จารย์ปู ครูพันธุ์ก๊าก

พี่นิด Suwanna Numsuwan สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ขอเลข ISBN ให้ทั้งหมด

มาครานี้ พี่นิดป่วยจึงไม่ขอรบกวนเช่นที่ผ่าน ๆ มา  ป๋าส่ง link ขั้นตอนการขอมาให้ ก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ทำ ๆ กรอก ๆ ส่ง ๆ รอ ๆ น่าจะแค่นั้น

ป๊าด เพิ่งมาทราบระหว่างรอว่า ไอ้วิธีการขอตามแบบฟอร์มที่เราทำน่ะ เขายกเลิกไปตั้งนานแล้ว ต้องทำใหม่ทั้งหมด

“ได้ ๆ ๆ บ่ มี ปั ญ ห า ด อ ก อี่ น า ง เ อ๊ ย”

หน่วยงานที่ให้บริการ มีการปรับปรุงระบบให้ขอทางอิเล็กทรอนิคส์เท่านั้น ต้อง upload หน้าปก ปกใน สารบัญ และเนื้อเรื่องย่อไปให้ดูประกอบการพิจารณาด้วยนะ หากทำตามทุกขั้นตอนจะได้รับเลข ISBN ภายใน 15 นาที

“ก็ดีนะ รวดเร็วดี”

ขอให้ป๋าช่วยตัดแยก file PDF ที่มีเป็นชิ้น ๆ ให้หน่อย เพื่อการจัดส่ง ระหว่างนั้นการตรวจหาคำผิดอย่างบ้าคลั่งก็ยังคงดำเนินควบคู่ไปด้วย ตรวจไปตาก็จ้องกล่องเมล์เข้าไปตลอดเวลา จนได้รับเมล์แจ้งว่า

โปรดรอสักครู่…ระบบกำลังบันทึก จนกว่าจะแสดงข้อความ และรายละเอียดของเลขที่คำร้อง ขอให้ท่าน พิมพ์เก็บหลักฐานเอาไว้เพื่อการประสานงานในการติดตามคำร้องต่อไป

“ได้ค่ะ ได้”

จู่ ๆ ก็มีเมล์แจ้งตามมาอีก

ขอทราบว่า มหาชีวาลัยอีสาน ขึ้นกับหน่วยงานใด หากเป็น
มูลนิธิ ขอหนังสือรับรองการจดทะเบียนด้วย เพื่อนำ
ข้อมูลมาใช้ในการกำหนดเลข ISBN ให้กับหนังสือ
ของท่านได้ ส่งสำเนามาที่ FAX 02-xxx-xxxx

ครูปูจึงส่งเมล์ชี้แจงกลับไปว่า

มหาชีวาลัยอีสาน เป็นหน่วยงานที่เอกชนตั้งขึ้น มิได้เป็นหน่วยงานในสังกัดกรม กอง กระทรวงใดและไม่ได้เป็นมูลนิธิ  รวมทั้งได้เคยจัดทำและขอเลข ISBN สำหรับหนังสือมาแล้ว 3 เล่ม

ตั้งแต่ตอบเมล์ฉบับนี้ไปก็ไม่ได้รับข้อความแจ้งกลับใด ๆ เลย นั่งรอหน้าจออย่างใจจดใจจ่อ เพื่อจะได้นำเลข ISBN นั้น ใส่ลงไปในหนังสือให้ทันกำหนดส่งต้นฉบับในวันรุ่งขึ้น  รอ ๆๆๆๆๆๆ ท้างคืนก็ไม่ได้

ตื่นขึ้นมาก็มานั่งจ้องกล่องเมล์เข้าเหมือนเดิม จน 9.00 น.แล้ว ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัดสินใจโทรไปตามเบอร์ที่พี่หมอเบิร์ดโพสต์ไว้ให้ใน facebook

“สวัสดีค่ะ ดิฉันพิชญ์สินี โทรมาตามเรื่องคำร้องขอ ISBN ค่ะ”

“ค่ะ ค่ะ จากสำนักพิมพ์ไหนคะ”

“มหาชีวาลัยอีสานค่ะ”

“อ๋ออออ”

(หันไปตะโกนกับใครก็ไม่รู้)

“พี่ ๆ มหาชีวาลัยอีสานโทรมาแล้ว”

หา?  นี่สนใจหนังสือเราถึงขั้นเฝ้ารอกันเลยเชียวหรือ  แหม สมแล้วที่มีอาชีพอยู่กับหนังสืออ่ะ ตาแหลมกันจัง คริคริ ^^

“ใช้ชื่อ มหาวิทยาลัยอีสาน หรือมหาชีวาลัยอีสานคะ”

“มหาชีวาลัยอีสานค่ะ”

“สังกัดหน่วยงานไหนคะเนี่ยะ”

“ไม่ได้สังกัดหน่วยงานไหนค่ะ ไม่มีสังกัดค่ะ เป็นหน่วยงานเอกชนค่ะ”

รออยู่ 5 นาที เปลี่ยนคนรับหน้าใหม่มา

“ไม่ทราบว่ามหาชีวาลัยอีสานนี่อยู่ภายใต้สังกัดของหน่วยงานไหนคะ”

“ไม่มีสังกัดค่ะ เป็นหน่วยงานเอกชนค่ะ”

“ดำเนินการโดยเอกชนเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ คืออย่างนี้ค่ะ ครูบาสุทธินันท์ ท่านเปิดบ้านตัวเองเป็นแหล่งเรียนรู้นอกระบบไม่ได้จัดตั้งขึ้นตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการหรือใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ”

“คืออย่างนี้นะคะ ตอนนี้เรามีระเบียบใหม่ค่ะ คือหน่วยงานที่จะมาขอจดแจ้งทั้งหมดจะต้องระบุหน่วยงานต้นสังกัด หรือหากเป็นในรูปมูลนิธิก็จะต้องมีหนังสือรับรองแนบมาด้วยน่ะค่ะ”

“อ๋อค่ะ แต่เผอิญมหาชีวาลัยอีสานจัดตั้งขึ้นมาในรูปแบบนี้ค่ะ ไม่มีต้นสังกัดและมิได้ดำเนินการในรูปแบบมูลนิธิแต่อย่างใด ตามที่แจ้งไปแล้วนะคะ ก่อนหน้านี้ก็เคยจัดพิมพ์หนังสือมาแล้ว 3 เล่ม ทำเรื่องขอ ISBN ทุกเล่ม ในนามมหาชีวาลัยอีสานนี่ล่ะค่ะ”

“ทราบแล้วค่ะ ทราบแล้วค่ะ อืม งั้นรอเดี๋ยวนะคะ”

หันไปประชุมกันให้แซ่ด แม่คุณคงนึกว่า แค่การถือหูโทรศัพท์ไว้ห่างตัวนิดหน่อย หรือเผลอ ๆ เอาแนบพุงไว้ ปลายสายคงไม่ได้ยิน(มั้ง) ที่ไหนได้ ยังกะอยู่ในที่ประชุมกะเขาด้วยงั้นแหละ เสียงถกกันวุ่นวาย ประมาณว่าพวกเราจะเอาไงกับหน่วยงานพิลึกกึกกือ ไม่เคยพบเคยเห็น แบบมหาชีวาลัยอีสานนี่กันดี :( เที่ยวนี้รอไปอีก 10 นาที

“สวัสดีคร้าบบบ”

เปลี่ยนเป็นเสียงสุภาพบุรุษผู้ใหญ่ท่านใหม่ เข้าใจว่าน่าจะเป็นระดับหัวหน้า ที่คงอาสามาสรุปเรื่องราวทั้งหมด เนื่องจากครูปูจำเสียงได้ว่า เป็นผู้ที่อยู่ร่วมในที่ประชุมตะกี้ด้วย คงได้คำตอบล่ะครานี้

“ว่ายังไงครับ ว่ามาเลยครับ”

“เอ่อ ว่ายังไงครับนี่ แปลว่าดิฉันต้องแนะนำตัวและเล่าใหม่อีกรอบนึงใช่ไหมคะ ได้ค่ะ ดิฉันพิชญ์สินี จากมหาชีวาลัยอีสานได้ส่งคำร้องขอ ISBN สำหรับหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ที่กำลังจัดทำ โดยได้ส่ง file หน้าปก สารบัญ และเนื้อเรื่องย่อมาประกอบการพิจารณาแล้วค่ะ

ไม่ทราบว่ายังติดในขั้นตอนใดค่ะ เพราะกำลังจะส่งต้นฉบับไปโรงพิมพ์ จึงอยากได้หมายเลข ISBN ใส่ไปให้ครบถ้วนเรียบร้อย จึงต้องขอประทานโทษที่รบกวนแต่เช้าอย่างนี้ หวังว่าคงเข้าใจนะคะ”

“คือว่าอย่างนี้นะครับ ทางหน่วยงานเราได้มีการปรับปรุงระเบียบในการขอจดแจ้งหนังสือเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้น โดยหน่วยงานนั้น ๆ จะต้องระบุหน่วยงานต้นสังกัดของตนเองไม่ว่าจะเป็นกระทรวง กรม กอง หรือหากดำเนินการในรูปมูลนิธิก็ต้องทำหนังสือรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรแนบมาด้วย”

“ค่ะ รับทราบเป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ เท่าที่ดิฉันได้ยินทีมงานประชุมพูดคุยกันกรณีนี้เมื่อครู่ ตกลงได้ข้อสรุปว่า ปัญหาอยู่ที่ตัวดิฉันไม่เข้าใจกฎระเบีัยบข้อนี้หรืออย่างไรคะ ถึงได้วนเวียนเปลี่ยนขยันกันมาแจ้งให้ทราบคนแล้วคนเล่า

ดิฉันเข้าใจตั้งแต่การแจ้งครั้งแรกแล้วค่่า แล้วดิฉันก็ไม่ได้ต่อต้านหรือไม่ได้จะไม่ปฏิบัติตามแต่อย่างใด ทั้ง 4 ขั้นตอนในโปรแกรม ดิฉันดำเนินการตามนั้นครบ มีเมล์คำถามมาดิฉันก็ตอบกลับไปทุกเมล์

คุณต่างหากที่เงียบ จะให้ ไม่ให้ทำไมไม่ตอบกลับภายใน 15 นาที ตามที่คุณโม้ไว้หน้าเพจล่ะคะ

ยังมาแจ้งระเบียบซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไมคะ ไอ้ระเบียบน่ะ มันเป็นวิถีปฏิบัติของคุณ ก็ไปดูกันเองสิคะ ว่ามันขัดไม่ขัดอย่างไร แล้วก็ชี้แจงมา

เรื่องต้นสังกัดก็แจ้งไปแล้วว่าไม่มี

ใจคอจะให้วิ่งไปสังกัดใครเดี๋ยวนี้ให้ได้เลยหรืออย่างไรคะ

จะเปิดตำราทำงานกันก็เอาค่ะ ดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร (นี่ขนาดยังไม่ได้ว่าอะไรนะ!)

ดิฉันเป็นแค่คนมารับบริการ มาสอนระเบียบดิฉันทำไม บอกว่า รับทราบแล้ว รับทราบแล้ว ก็ยังพูดกันไม่จบ อันนี้ไม่เข้าใจแล้วล่ะค่ะ”

เซ็งแล้ว…โว๊ยยย อดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน

ปวดหัว ปวดตา ยังจะให้มาปวดกบาลกะพวกย้ำคิดย้ำทำ คลำหาทางออกไม่เจอกันอีก :(

“คือมันไม่เป็นไปตามระเบียบน่ะครับ”

“โอเคค่า โอเคค่า ดิฉันยอมแพ้ดีกว่า ถ้าคำว่า มหาชีวาลัยอีสาน มันมีปัญหานัก ดิฉันขอแก้ไขคำร้องแล้วกันค่ะ ดิฉันพิชญ์สินี จะขอในนามบุคคลค่ะ ทีนี้จะโอเคไหมคะ จะได้จบกันไปเรื่องสังกัด ดิฉันยอมแพ้แล้วค่ะ”

“อือ…”

เที่ยวนี้หายไปโดยไม่บอกให้รอแฮะ จะเอาไงก็ไม่บอก แต่ยังไงก็จะรอค่ะ อุตส่าห์ถือหูอยู่ตั้งนานขนาดนี้แล้ว อีกนิดเดียวหนังสือจะครบสมบูรณ์แล้ว อีกนิดเดียว ใจเย็น ๆ น้า ครูปูเอ๋ย  ใจเย็น ๆ น้าตะเอง (ฝืนยิ้มไป ควันออกหูไปอะ)

คราวนี้เกิดการประชุมใหญ่ เสียงดังลั่นกว่าทุกรอบที่ผ่านมา แย่งกันอ่านระเบียบให้กันและกันฟัง (ทำยังกะอยู่คนละหน่วยงานงั้นแหละ) บางคนก็เจอหาง บางคนก็เจอหัว คลำกันไป เรื่องที่ไม่เข้าใจอย่างยิ่งยวดเลยก็คือ ทำไมช่างไม่คิดกันเลยว่า จะมาถกกันตรงโทรศัพท์ให้ขายขี้หน้าคนโทรมาทำไมกันเนี่ยะะะะะะะ

แอบได้ยินว่ามีสุภาพสตรีท่านนึง ถามขึ้นอย่างสร้างสรรค์ในวงประชุมนั้นว่า

“อ้าว แล้วถ้าต่อไปมันเกิดการรวมกลุ่มของบุคคลทั่วไป อย่างเช่น เพื่อน ๆ กัน รวมกลุ่มกันทำหนังสือขึ้นมาซักเล่มนึง แล้วเขาไม่อยากใช้ชื่อบุคคล แต่อยากใช้ชื่อกลุ่มล่ะ อย่างนี้เราจะออกให้เขาไหม”

ที่ประชุมเงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับ แล้วค่อย ๆ มีเสียงหึ่ง ๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ตามมา รอไปเถอะอีกเป็น 10 นาทีกว่าจะมีคนมายกหูคุยด้วย

“สวัสดีค่ะ”

“ค่ะ สวัสดี” (หมดอารมณ์แล้วเรา!)

“คือ เรียนคุณพิชญ์สินีอย่างนี้นะคะ เผอิญระเบียบเราเปลี่ยนใหม่ในเรื่องการระบุหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อความครบถ้วนของข้อมูลน่ะค่ะ ที่นี้ปัญหาก็คือมหาชีวาลัยอีสานเป็นหน่วยงานที่ให้ความรู้แต่กลับไม่มีต้นสังกัด ทางเราก็เลยสับสนน่ะค่ะ”

“ค่ะ เห็นถึงความสับสนที่มีอย่างชัดเจนแล้วค่ะ “

“คือโดยปกติแล้ว…”

“มหาชีวาลัยอีสานไม่ได้ผิดปกติอะไรตรงไหนนี่คะน้อง (นั่น ยังจะมีหน้าไปนับญาติกับเขาอีก ใครรุ่นไหนไม่รู้ ฉันขอเป็นพี่ไว้ก่อนล่ะวะ)

พี่เองก็เป็นครูบาอาจารย์นะคะน้อง ไม่้ใช่ไม่รู้เรื่องกฏระเบียบอะไรเลย เข้าใจเรื่องระเบียบที่น้องกำลังอึดอัดกันอยู่นี่แล้วล่ะค่ะ แต่คุณน้องขา… (แน้ มีหวานใส่)

ยุคสมัยไอทีฟรีเวิล์ดขณะนี้นี่ องค์ความรู้และข้อมูลต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้เกิดการรวมกลุ่มรวมก้อนเพื่อให้เกิดพลังในการสร้างเครื่องมือขึ้นเพื่อรวบรวมและถ่ายโอนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้นั้น ๆ กันขึ้น ในหลายรูปแบบ

พี่ว่านะ น้องน่าจะได้ออกไปศึกษาดูงานหน่วยงานภายนอกบ้างนะคะ เดินวนอยู่แต่ตามชั้นหนังสือเนี่ยะ มันหมุนไม่ทันโลกแล้วนะน้อง

แม้แต่ไอ้หนังสือที่น้องรับเข้ามา รับเข้ามา ทุกวันนี่นะ พอรุ่งขึ้นมันก็เชยไปแล้วล่ะ

รูปแบบองค์กรก็เช่นเดียวกัน มันไม่ได้มีเฉพาะที่รัฐเขากำหนดให้เท่านั้นนะ

เคยได้ยินไหมว่าแถวบ้านเรา บ้านไหนเขาทำอะไรได้ ใครเขาทำอะไรเก่ง แล้วเขาก็บอกต่อกันน่ะ

บ้านนั้นรักษางูสวัดได้มีสมุนไพรดี มีตำราดี บ้านนี้มีเคล็ดลับทำห่อหมกอร่อย อะไรอย่างนี้น่ะ

แล้วสังคมไทยเราก็เป็นสังคมที่มีน้ำใจคิดแต่จะแบ่งปัีนกันเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

ครูบาสุทธินันท์ท่านก็ทำแบบเดียวกัน ท่านทดลองกับพื้นที่ของท่าน แล้วปรากฎว่ามันได้ผล ดินดีอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้เติบโตได้ สัตว์ที่เลี้ยงไว้อ้วนพี ท่านก็กรุณาบอกต่อ ๆ กันไป คนเขารู้เข้าก็ยิ่งแห่กันเข้ามาเรียนรู้ ท่านก็ขึ้นป้ายหน้าบ้านตัวเองซะเลย  ตั้งชื่อว่ามหาชีวาลัยอีสาน จะได้เรียกชื่อและเข้าใจตรงกัน

ป้ายนั่นก็แค่กระดานไม้แผ่นเดียว ไม่เห็นต้องไปขอสปอนเซอร์จากกรม กองไหนเลย จะให้ไปแจ้งใครล่ะน้อง กระทรวงศึกษาธิการเหรอ

พ่อครูบาชาวบ้านธรรมดา ๆ ต้องนั่งรถไปยื่นเอกสารอีกกี่ขั้นตอน

เพื่ออะไร

แล้วอยู่ในสังกัดมันดียังไงเหรอน้อง

พี่เนี่ยะอยู่ในระบบ ถามพี่ดิ่

ถ้าระบบมันดีมันครอบคลุมจริง ทำไมถึงยังมีเกษตรกรและผู้สนใจแห่ไปเรียนกันปีละหลายพันคนอย่างนี้ล่ะน้อง (ว่าเข้าไปนั่น ^^)

“อ๋อค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ ตกลงไม่มีสังกัดนะคะ” (ยัง ยังจะถามอีก)

“น้องขา คือว่าถ้ามันยุ่งยากและสร้างความโกลาหลวุ่นวายให้หน่วยงานของน้องขนาดนี้นะคะ พี่ไม่เอาแล้วดีกว่าค่ะ ให้หนังสือมันเถื่อนไปเลยก็ได้ค่ะ

พี่น่ะเป็นครูบาอาจารย์ เข้าใจไปเองว่าพันธกิจของหน่วยงานน้องนี่ คงต้องการรวบรวมสื่อสิ่งพิมพ์ที่บรรจุองค์ความรู้ของประเทศนี้ไว้ ถ้าไม่ช่วยกันนี่มันก็จะเกิดปัญหา ควบคุมติดตามกันไม่ได้อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สื่อลามก สกปรก ไม่สร้างสรรค์มันถึงได้เกร่อเกลื่อนกันทั่วบ้านทั่วเมืองแบบนี้นี่ไง

ตอนแรกพี่นึกว่าน้องจะขอบใจพวกพี่เสียอีก ที่มีมารยาทและวิสัยทัศน์ในการมาขอจดแจ้งทุกครั้งที่ออกผลงานใหม่ ๆ

นึกไปเองว่าจะได้รับท่าทีต้อนรับชื่นชม

นึกไปเองว่าจะได้รับเกียรติขนาดที่มีเจ้าหน้าที่ตามไปอ่านผลงานตามที่สั่งให้แนบไฟล์ไปให้ดู แล้วถกกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร ตามประสาคนอยู่กับหนังสือ

แต่เปล่าเลย พี่กลับต้องมานั่งโอ้โลมปฏิโลมพาพวกน้องให้รอดจากความไม่รู้ มึนงง สับสนต่าง ๆ นานาอีก”

“ให้ค่ะ ให้ค่ะ ไม่ใช่จะไม่ให้นะคะ แต่”

“?”

“แต่มันอาจเป็นเลขคนละชุดกันนะคะ มหาชีวาลัยอีสานจะไม่ได้เลขหมู่เดิมนะคะ”

ถอนหายใจยาว ๆๆๆๆๆ ฮืมมมมม…

“น้องขา พี่ไม่สนใจหรอกค่ะ มันจะมีกี่หลัก กี่เลข กี่ชุด จะให้ก็เอามาเลยค่ะ ถ้าไม่ให้พี่ก็จะไม่ว่าอะไรแล้วล่ะค่ะ ISBN น่ะมันเรื่องกระจอก วันนี้พี่ได้เรียนรู้อะไรจากหน่วยงานของน้องเพียบเลยล่ะค่ะ ขอบคุณมากแล้วกัน”

“ค่ะ ค่ะ ค่ะ อีก 15 นาที รอรับ ISBN ทางเมล์ได้เลยนะคะ”

อีกเพียง 5 นาทีต่อมา ก็ได้รับหมายเลข ISBN

แถมชุดของตัวเลขด้านหน้า ยังเป็นตัวเลขชุดเดียวกันกับทั้งสามเล่มที่เคยขอในนามมหาชีวาลัยอีสาน????

ว่าแล้วจึงนั่งทอดอาลัยต่ออีก 5 นาที ให้กับระบบที่แสนจะระบมนั่น :(

ก่อนจะส่ง ISBN ชุดดังกล่าวไปแปะลงในหนังสือเพื่อเร่งส่งโรงพิมพ์ในบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง

อาเมน!

:(

Post to Facebook

« « Prev : สงกรานต์แถวบ้านหนู

Next : หัวหน้าบ้า ๆ บอ ๆ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1477 ความคิดเห็น