ทำเท่าที่ได้ ให้เท่าที่มี

โดย krupu เมื่อ 9 เมษายน 2011 เวลา 13:13 ในหมวดหมู่ aar, การจัดการความรู้, การบริหารจัดการ, มุมมองของชีวิต, สังคม, สุขภาวะ #
อ่าน: 7933

หลายเดือนก่อนได้รับคำแนะนำจากป๋า Logos เรื่องการระมัดระวังภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในภาคใต้ การคุยกันเรื่องการวางแผนและเตรียมการป้องกันบ่อยครั้งทำให้น้องสาวที่ทำงานอยู่ในโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตเกิดเปลี่ยนใจอยากกลับมาอยู่บ้าน กลัวภัยธรรมชาติก็กลัว คิดถึงลูกก็คิดถึง ที่บ้านก็มีแต่คนแก่กับเด็กขาดกำลังหลักเสียด้วย  น้องสาวตัดสินใจลาออกกลับมาอยู่บ้านที่สุราษฎร์ธานีพร้อมทั้งดัดแปลงหน้าบ้านเป็นร้านมินิมาร์ทค้าขายเล็กน้อยไปด้วย ทำให้เจ๊ปูกับเจ้าน้องชายคลายความกังวลไปได้มาก รู้สึกดีใจและขอบใจน้องสำหรับการตัดสินใจในครั้งนี้ จึงยกรถยนต์ให้ใช้เผื่อจะพาหลาน พาคุณยายคุณแม่หรือเตี่ยไปหาหมอ ไปทำธุระอะไรที่ไหนจะได้สะดวกขึ้น แม้คุณแม่ยังมีอคติกับรถยนต์เรื่องความสิ้นเปลืองอยู่ก็เหอะ นี่ขนาดติดแก๊สให้แล้วด้วยนะ

น้องสาวบอกว่าเตรียมน้ำดื่มและอุปกรณ์ของกินของใช้ที่จำเป็นติดรถอยู่เสมอตามคำแนะนำของป๋า สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ก็จะเตรียมความพร้อมทันที

ฝนตกน้ำท่วมเที่ยวนี้แม่บอกว่าสาหัสที่สุดเพราะอำเภอเมืองหรือที่คนสมัยก่อนเขาเรียกว่าบ้านดอนซึ่งแปลว่าที่สูงนั้น ไม่เคยถูกน้ำท่วมหนักอย่างนี้มาก่อน มีพายุเข้าอย่างไรน้ำในแม่น้ำตาปีก็ได้แต่ขึ้นสูงแต่จะไม่เอ่อ วันเดียวน้ำก็ลดแล้ว บ้านครูปูอยู่ในอำเภอเมืองด้านหน้าติดถนนตลาดล่างด้านหลังติดแม่น้ำตาปี แต่ก่อนท่าน้ำหลังบ้านมีเรือประมงจอดหลายลำแต่เลิกกิจการไปนานแล้วจึงไม่ต้องกังวลเรื่องลูกเรือและทรัพย์สินเหมือนเมื่อก่อน

ปริมาณน้ำฝนสะสมท่วมอำเภอรอบนอกจนทะลักเข้าตัวอำเภอเมืองอย่างที่เป็นข่าว ใจกลางเมืองไม่ได้รับผลกระทบอะไรนัก มีเฉพาะบ้านที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำตาปีเท่านั้น บ้านครูปูถูกน้ำเอ่อเข้าบ้านนิดหน่อยเพราะเพิ่งซ่อมแซมใหม่ยังไม่ถึง 10 ปี ช่างที่ทำบ้านดีดตัวบ้านขึ้นไปสูงกว่าเดิมมาก แต่ก็วุ่นวายกับการขนย้ายข้าวของและการทำความสะอาดน่าดู ช่วงที่น้ำยังเ่อ่อก็เกือบถึงขั้นขาดน้ำกินน้ำใช้เหมือนกัน ดีว่ามีตุ่มโบราณกักเก็บน้ำสะอาดไว้ใช้อย่างเพียงพอ ส่วนข้างบ้านที่อยู่ติดแม่น้ำตาปีเหมือนกัน ข้าวของในบ้านเสียหายมากพอดู เครื่องใช้ ที่นอนหมอนมุ้งเปียกน้ำที่เอ่อมาแบบไม่คาดคิด เสียหายกันโดยถ้วนหน้า

เครื่องบินก็เต็มทุกเที่ยว การเดินทางทางอื่นก็ไม่ปลอดภัย จึงได้แต่โทรถามตลอดทั้งวัน หลังจากทราบว่าที่บ้านวุ่นวายกันเรื่องการทำความสะอาดเป็นส่วนใหญ่ ที่น่ากังวลกว่าคือชะตากรรมของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างอำเภออย่างเช่นที่เห็นกันในข่าวช่องต่าง ๆ

หลังน้ำในเมืองลดแล้วน้องสาวก็โทรตามช่างให้ไปเก็บงานต่อเติมที่ทำค้างไว้อีกนิดหน่อย ปลายสายตอบมาว่า

พี่ไปไหนไม่ได้หรอกน้องแหม่มเพราะพี่นั่งอยู่บนหลังคาบ้านตัวเอง น้ำท่วมหมดแล้ว พี่ไม่เหลืออะไรแล้ว

พูดคำเดียวกับน้องเลยคือฟังแล้ว “ใจแป้ว” คิดว่านี่ถ้าเป็นเราเป็นครอบครัวเราบ้างล่ะ น้องสาวจึงออกปากชวนช่างว่า ถ้าน้ำลดพอจะเดินทางได้ให้มาอยู่ด้วยกันที่บ้านก่อนได้นะ มีที่อยู่ที่กินแน่นอน แล้วค่อย ๆ คิดว่าจะทำยังไงกันต่อไป ก็รู้สึกเบาใจเพราะน้องสาวบอกว่าพี่แกนิสัยดี เป็นคนซื่อ ๆ จึงแนะนำน้องสาวว่าให้พี่เขาทำงานที่บ้านนั่นแหละ ไม่เหลืออะไรก็ยังเหลือฝีมือเหลือกำลัง แกจะได้ไม่รู้สึกว่ามาพึ่งเราเปล่า ๆ ด้วย

เสื้อผ้า กางเกง ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ผ้าทุกอย่างที่ไม่ใช้แล้วที่คุณยายกับคุณแม่ซักรีดเก็บสะสมไว้เป็นอย่างดี (สูตรคุณยายของแท้ต้องโรยลูกเหม็น เพียบ!)  สองสามเที่ยวหลังที่คุณแม่มาเยี่ยมครูปูที่กรุงเทพก็หอบเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วของสองคนพี่น้องลงไปเต็มรถทุกเที่ยว

น้องสาวบอกว่าธรรมดาคุณยายจะไม่ค่อยแจกใครมาก หรือแจกก็จะให้แค่ชิ้นสองชิ้น ทั้ง ๆ ที่น้องสาวอยากจะโล๊ะให้หมดบ้านเร็ว ๆ เพราะปริมาณเยอะขึ้น ๆ จนล้นไปทุกตู้แล้ว  แต่เที่ยวนี้กลับเปิดบ้านเป็นศูนย์จ่ายแจกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกันอย่างเอิกเกริก ใครยังเก้อ ๆ เขิน ๆ คุณยายก็จะเดินไปตามด้วยตัวเอง กับข้าวที่ทำก็จะพยายามแบ่งจ่ายแจกไปบ้านนั้นถ้วยนึง บ้านนี้ถ้วยนึง กับข้าวที่ซื้อจากตลาด แม่ค้าก็แจกบ้างขายบ้าง ถัว ๆ กันไปเพราะเข้าใจว่าน้ำท่วมคือกัน เรียกว่าไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานไหนเลยเพราะสถานการณ์ไม่ร้ายแรงยังช่วยเหลือตัวเองกันได้อยู่

ล่าสุดน้ำประปายังไม่ไหล ได้ยินว่าระบบน่าจะพร้อมจ่ายวันจันทร์ที่จะถึงนี้

คุณแม่กับน้องสาวบ่นเหนื่อยล้ากับการทำความสะอาดมาหลายวันแล้วแต่ก็จะเล่าถึงชะตากรรมของเพื่อนบ้านให้ฟังจนเห็นภาพทุกครั้งไป

นี่ถ้าเราไม่ได้เตรียมการล่ะ ?

ถ้าเราไม่มีความพร้อมล่ะ ?

ถ้าเราไม่มีข้อมูลอะไรเลยล่ะ ?

แล้วถ้าเราไม่มีกำลังล่ะ ?

แล้วถ้าเหตุการณ์รุนแรงไปกว่านี้ล่ะ ?

แม่บอกว่าเห็นบ้านอื่นเขาเดือดร้อนแล้วก็สะท้อนใจ ตอนนี้สกู๊ปข่าวที่แต่ละช่องวนเวียนมาฉายก็แทบจะไม่อยากดูเพราะเห็นภาพการพลัดพราก เหลือแต่แม่ไม่มีลูก เหลือแต่ลูกไม่มีแม่ เห็นภาพครอบครัวกอดกันร่ำไ้ห้แล้วหดหู่ นี่ถ้าสถานการณ์แย่กว่านี้เราเองก็อาจตกอยู่ในสภาพแบบนั้น ต้องกลายเป็นฝ่ายต้องการความช่วยเหลือเสียเองก็เป็นได้นะ

แค่นึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ ก็ทำให้เข้าใจความหมายของการช่วยเหลือผู้อื่นชัดขึ้นเนาะคะ แล้วก็ไม่จำเป็นว่าเราต้องพร้อมบริบูรณ์เสียหน่อย แล้วก็ไม่ต้องมัวรอหน่วยงานใด ๆ ด้วย ช่วยกัน เอื้อกันเท่าที่ทำได้ก่อน คนมีมากให้คนมีน้อยหรือไม่มี คนพร้อมแบ่งให้คนไม่พร้อม คนอยู่ที่สุงฉุดคนที่อยู่ข้างล่าง คนมีบ้านก็กระเถิบแบ่งที่ให้คนไม่มีที่นอนบ้าง

สิ่งที่เราทุกคนทำได้แน่ ๆ คือ “ทำเท่าที่จะทำได้” และความหมายเกิดทันทีที่ลงมือทำ

ใครมีความรู้ก็แนะนำ

ใครมีข้อมูลก็แบ่งปัน

ใครมีหน้าที่ก็ลุยให้เต็มที่

ใครมีส่วนทำให้เกิดขึ้นก็จะได้ตระหนักและหยุดซ้ำเติมซึ่งกันและกัน

ใครมีแรงก็ลงแรง

ใครมีใจก็ลงใจ

ใครมีเครือข่ายก็ระดม

ใครมีสมองก็ผลักดัน

รียกว่า “ให้เท่าที่มี” ก็น่าจะใช่

เพราะจริง ๆ พวกเราทุกคนก็ใช่อื่นไกลเนาะคะ ล้วนเป็นเพื่อนร่วมชาติ เพื่อนร่วมโลก เพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยกันทั้งสิ้น

ถ้าในยามที่ใครเดือดร้อนที่เหลือก็ช่วยกัน ทุกข์ยากก็อาจบรรเทาไปได้บ้าง

เผลอ ๆ อาจได้ดอกผลเป็นมิตรภาพที่จะจดจำกันไปอีกนานแสนนาน

และถึงแม้จะไม่ได้อะไรเลยก็ยัง “ได้ทำ”  “ได้ให้” “ได้ช่วย”  อยู่ดีล่ะค่ะ

แล้วถ้าทุกคนพร้อมใจกันทำ เราคงกลับสู่การเป็นสังคมไทยที่เต็มไปด้วยการช่วยเหลือเอื้ออาทรกันอย่างที่เขาว่า ๆ กัน ว่าเราเคยเป็น ก็เป็นได้นะคะ

ว่าแล้วก็ถึงคิวที่ต้องกลับบ้านไปลงมือทำด้วยตัวเองเสียทีแล้วล่ะค่ะ ^^

Post to Facebook

« « Prev : ยิ่งให้ ยิ่งได้

Next : ค่าใช้จ่ายของมิตรภาพ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

898 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 1.1087219715118 sec
Sidebar: 0.31399083137512 sec