ไข่(ไม่ยอม)ยัดไส้

ไม่มีความคิดเห็น โดย krupu เมื่อ 15 มิถุนายน 2014 เวลา 19:25 ในหมวดหมู่ aar, สุขภาวะ, อารมณ์ขัน, เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 2810

หลังจากพักเต็มที่เป็นเสาร์อาทิตย์แรกของเดือน
วันนี้เกิดนึกสนุกเปิดทีวี เจอรายการอาหารที่เชิญดารามาทำไข่ยัดไส้
อืม ก็น่ากินดีเนอะ ว่าแล้วก็เอาบ้างดีกว่า
ผักเราก็มี ข้าวโพดย่างเมื่อเช้าก็ยังเหลืออยู่
Mix & Match เก็บเล็กผสมน้อยเอามาทำเมนูนี่้ได้สบาย
เมนูง่าย ๆ แบบนี้ ทำปุ๊บเดียวก็เสร็จ
รีบ Line ไปบอกน้องชาย ซึ่งยังสถิตย์อยู่ในห้องนอนชั้นบน
ว่าอย่าเพิ่งลุกไปไหน ให้เตรียมตัวกินฝีมือเจ๊ได้เลย

ผัก

ส่วนประกอบ หมูสับ 2 ขีด (หลอกล่อน้องชายให้มาติดกับกินผัก(บ้าง)) แครอท 1 หัว เห็ดหอม 7-8 ดอก พริกหวาน 3 สี ข้าวโพดอ่อน 1 แพคเล็ก ข้าวโพดปิ้ง 1 ฝัก กระเทียม 1 กำมือ น้ำมันมะพร้าวทำกับข้าว ซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาลทราย น้ำมันหอย

ขั้นแรก แช่ผักทุกอย่างในน้ำด่าง 15 นาที แล้วนำขึ้นมาสรงให้สะเด็ดน้ำ แล้วหั่น ๆๆๆๆ

ผัก

ใช้น้ำมันมะพร้าวสำหรับทำอาหาร 1 ช้อนโต๊ะผัดกระเทียมให้หอม แล้วใส่หมูสับลงไปรวน เร่งไฟขึ้นหน่อย ใส่ผักสุกยากตามลำดับ เช่น แครอท ข้าวโพดอ่อนลงไปรวนกับหมูก่อน

ผัด

พอหมูสุก ผักเริ่มน่วม ก็ทยอยใส่ผักที่เหลือตามลงไป เร่งไฟให้แรง

ผัด

ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือนิดหน่อย เติมซอสมะเขือเทศให้มีรสเปรี้ยวแทรกเข้ามา เมื่อกินกับไข่จะได้รสชาติหลากหลาย ไม่น่าเบื่อ

ผัดไส้

ผัดจนส่วนผสมสุก เริ่มส่งกลิ่นหอม จึงค่อยเติมน้ำมันหอยเป็นส่วนผสมสุดท้าย

เนื่องจากเป็นสูตรที่มีอะไรเหลือในตู้เย็นก็ใส่ ๆ ลงไปให้หมด จึงได้ไส้ที่จะนำไปห่อไข่มา 1 กะละมังเต็ม ๆ  คาดว่าถ้าจะห่อให้หมดนี่ คงต้องขับรถไปขนไข่ไก่ที่สวนป่ามาทั้งเล้าอะนะคะ 55555

ไข่ยัดไส้

อย่ากระนั้นเลย ทดลองห่อแผ่นเล็ก ๆ ชิมเองก่อนดีกว่า

ไข่ยัดไส้

เห็นแล้วละค่ะ ว่าในทีวีเขาใช้กระทะเทฟลอน แต่เอาน่า ขี้เกียจเปลี่ยนกระทะ ระดับเราแล้ว สบายมาก ใช้น้ำมัน 1 ช้อน ทาทั่วกระทะแล้วเทไข่ 1 ฟองที่ตีไว้ลงไป ของแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือ หุหุหุ

ไข่ยัดไส้

ยกกระทะขึ้น แค่ลน ๆ ไฟ เพื่อไม่ให้ไข่เจียวเกรียม เอ ชักไม่เข้าท่าแฮะ ไหงมันติดกระทะล่ะ วางไส้ลงไปปลอบใจตัวเองก่อนแล้วกัน

ไข่ยัดไส้

อ้าว เฮ๊ย ไข่ติดกระทะไม่ยอมพับจริง ๆ ด้วยแฮะ  เงิบสิทีนี้ จากความตั้งใจเดิม จะลองเขียนลง DIY กับเขาบ้าง ปรากฎว่าไอ้เจ้าไข่ยัดไส้ของเรา กลายเป็น ไข่โชว์ไส้ หรือไส้ราดไข่ หรือไข่ไส้แตกดี ก็แล้วแต่จะแก้เกี้ยวกันไป แล้วงี้จะกล้าเอาไปลง DIY ได้ไงเนี่ยะ

ไข่ยัดไส้

เอาเป็นว่า ไหน ๆ ก็ได้พักกายแล้ว ก็พักใจไปด้วยเลยแล้วกัน
จะเอาให้ ล่ายหลั่งใจ มาเป็นเดือน ๆ
ยอมรับความไม่สมหวัง
ขำ ๆ กับไอ้ที่คิดเอาไว้ว่าแน่ แล้วมันก็บ่แน่ดูบ้าง ก็ดีเหมือนกัน

คิดได้ดังนั้น จึงมิสามารถเก็บความอับอายไว้แต่เพียงผู้เดียวได้
จึงโพสต์มาเพื่อโปรดพิจารณาฮาเฮโดยทั่วถึงกัน ^^

ถึงจะผิดคอนเซ็ปไปหน่อย
แต่หน้าตาก็เหลือร้าย
ยิ่งรสชาติยิ่งไม่ต้องพูดถึง
อันนี้พูด โกง โกง ม่ายล่ายโม้ นาฮ้า :P


เมื่อหัวใจติดล้อ

ไม่มีความคิดเห็น โดย krupu เมื่อ 20 กุมภาพันธ 2013 เวลา 9:29 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต, ภาษา, มุมมองของชีวิต #
อ่าน: 2750

เมื่อหัวใจ ติดล้อ คิดฮ่อแร่ด

จะลื่นแพร่ด ลื่นพลาด ไม่หวาดหวั่น

ล้มก็ลุก ลุกแล้วมอง หาเพื่อนพลัน

ปรึกษาว่า แบบไหนกัน ที่มั่นคง

แม่ลูก

สิ่งแปลกใหม่ ก็เปิดใจ ให้น้อมรับ

ยอมเปลี่ยนปรับ ฉับไว ไม่มัวหลง

อยู่กับธรร-มชาตินี้ ที่แสนตรง

บอกว่าจง เข้าใจ ในชีวา

ท้องฟ้า

คำตอบที่ แสนยาก อยากเฉลย

จากที่เคย มึนงง เฝ้าสงสัย

ได้เรียนรู้ ได้เดินตาม ธรรมะไป

เพียงนี้ไซร์ ไยผู้คน ค้นกันจัง

พระไม้

สิ่งที่ผ่าน ให้แล้วไป ในชีวิต

ทั้งถูกผิด ปลาบปลื้มใจ อย่าได้หวัง

ให้สิ่งนั้น สิ่งนี้ ถาวรดัง

ความอยากได้ อยากดัง ดั่งใจเรา

ดวงจันทร์

ใช้เวลา ที่เหลืออยู่ คนละนิด

มุ่งหามิตร กอร์ปประโยชน์ ดังโจทย์ตั้ง

ตัวไม่อยู่ ฝากของดี คุณค่ายัง

ให้สมดัง ได้เกิดมา หน้าที่คน

แมลงปอ


หัวหน้าบ้า ๆ บอ ๆ

อ่าน: 2899

ด้วยงานแบบบู๊ ๆ ลุย ๆ อาจารย์งานพัฒนาวินัย ฯ มักเหนื่อยล้ากว่าส่วนอื่น ๆ ครูปูจึงจัดกิจกรรมทัศนศึกษาพาน้อง ๆ เที่ยวเชิงหลั่นล้ากันทุกปี  เมื่อสองปีที่แล้วหลังน้ำลด เราเห็นตรงกันว่าควรไปอยุธยา จะได้แวะไปช่วยกันจัดบ้านและข้าวของให้กับเพื่อนคนหนึ่งในอำเภอบางบาลที่ถูกน้ำท่วมเสียหายด้วย พักคืนหนึ่งรุ่งขึ้นก็ไปช่วยอีกหลังที่อ่างทอง วางแผนแบ่งงานกันอย่างลงตัว กำหนดการก็ถูกวางไว้อย่างครื้นเครง แวะไหว้พระไปด้วย หาอะไรอร่อย ๆ กินกันไปด้วยตลอดทาง

อยุธยา

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านเป้าหมายก็ลงมือทันที ได้เนื้องานด้วยความสนุกสนานครื้นเครงตลอดวัน ชาวบ้านเห็นทีมหนุ่ม ๆ 2-3 คันรถ แห่กันมาช่วยปรับพื้นที่ โกยดิน ขนขยะไปทิ้งให้ ก็คงชอบ ยกขนม กล้วย ข้าวต้ม กับข้าวมาวางไว้ให้ ทำไปทำมาบ้านที่จะบูรณะก็กลายสภาพเป็นบ้านงานไป เพราะแค่พักเดียวก็มีใครไม่รู้ มาปีนเสาติดไฟสี ๆ ให้ มีโต๊ะกลมมาวาง ผ้าแดงปู โต๊ะจีน อย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะค่ะ ^^

ทีมเราที่ไปกัน 10 กว่าชีวิต ก็เป็นคอเฮไหนเฮนั่นกันอยู่แล้ว แถมเป็นมือสันทนาการหาตัวจับยากกันทั้งนั้น พักเดียวก็เนียนไปกับชาวบ้านได้ ยิ่งรู้จักก็ยิ่งอาสา ทำไปพูดคุยแลกเปลี่ยนสรวลเสเฮฮากันไป ตกค่ำก็ต่อคาราโอเกะ ร้องรำลั่นทุ่งกันไป โดยไม่มีบุหรี่หรือแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่ประการใด ^^

บ้านทรงไทย

สังเกตว่ามีแต่ผู้ใหญ่เฝ้าบ้านทุกหลังไป พอจะมีสาว ๆ กลางคนบ้างก็คงเพราะมีลูกเล็ก ๆ จึงต้องอยู่ดูแล นอกนั้นเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด บ้านของอาจารย์ที่เราไปเยี่ยมนี่คงหนักสุด มีคุณพ่ออายุ 80 อยู่บ้านคนเดียว ยังคงเดินหลังโก่งไปทำนา และทำกิจวัตรทุกอย่างตามลำพังเป็นประจำ  เห็นภาพผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุในบ้านเรา ที่ลูกหลานหนุ่มสาวเลือกไปใช้วิถีชีวิตในเมืองกันได้อย่างชัดเจน

ครูปูก็นั่งโม้กับลุง ๆ ป้า ๆ บ้างก็เอน บ้างก็นอน ปรับทุกข์เล่าเรื่องลูกเรื่องหลานให้ฟัง ยังกับเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวก็มิปาน ^^

อยุธยา


เช้าวันกลับสังเกตว่าทุกคนยิ้มแย้มหยอกล้อกันอย่างมีความสุขตลอดเวลา มองไปแล้วเหมือนแต่ละคนเป็นลูกหลานบ้านนั้นจริง ๆ ไม่มีความเขินอาย หรือละล้าละลังจะหยิบจับช่วยเหลืองานใด ๆ เลย  แทนที่จะแสดงความอิดโรย จากการถูกหลอกว่าจะพามาเที่ยวแล้วต้องมาลุยงานหนักกว่าอยู่วิทยาลัยเสียอีก ทุกคนกลับดูอิ่มเอมจากการให้กันโดยถ้วนหน้า

ททมาโน ปิโย โหติ  ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก จริง ๆ เนาะคะ ^^

ช่วยน้ำท่วม

ขากลับยังได้รับขนมของฝากจากบ้านนู้นหน่อยจากบ้านนี้นิด พวกเราก็ไม่ลืมอุดหนุนสินค้าของแต่ละบ้าน ทั้งข้าวโพดหวานที่เด็ดมาจากไร่ใหม่ ๆ และขนมหวานของดีจากศูนย์กลางของชุมชนบางบาล ก่อนจะออกจากหมู่บ้านเจ้าถิ่นกำชับนักกำชับหนาว่าจะต้องแวะไปสักการะหลวงพ่อใหญ่ ที่วัดไทรน้อยให้ได้ ทีมเราจึงดิ่งไปยังจุดหมายดังกล่าวทันที

รำแก้บน

จอดรถป๊าด… แม่หัวขบวนตาไวก็เริ่มตั้งข้อสังเกตก่อนเพื่อน
“เอ งานบวชใครหว่า ดูดิ่ คุณยายแก่จนจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว รำเฉิบ ๆ อยู่คนเดียว ทำไมขบวนเขาดูเหงา ๆ เซ็ง ๆ กันจังหว่า”

จำไม่ได้ว่าใครตอบกลับมา

“อาจารย์ปูครับ ผมว่าคนเขาก็รำให้มันเสร็จ ๆ ไปพอเป็นพิธีมังครับ”

“อ้าว เหรอ งั้นระหว่างรอเนี่ยะ เราก็ไปช่วยเขารำดีไหม ได้บุญนาเฟ๊ย พี่เคยได้ยิน ว่าแล้วก็ลุยเลยดีกว่านะ อิอิอิ”

แม่คุณไม่รอช้า ตั้งวงรำเฉิบ ๆ ไปโค้งคุณยายขอเข้าขบวนทันที ลูกพี่ออกลูกบ้าอย่างนี้แล้ว ลูกน้องจะรอดไหมล่ะค่ะ ฮ่า…

ชาวบ้านในขบวนมองด้วยความมึนงงกันพักเดียว ก็ยิ้มรับ คนที่เดินเฉย ๆ ไม่รำก็มารำเป็นเพื่อนกับพวกเรา หนุ่ม ๆ ขบวนเราก็ไปอาสารับกลองยาวมาแบกแล้วก็ช่วยตีกันดังลั่นทุ่งกว่ามืออาชีพเขาเสียอีก ใครมีท่าทีเงียบ ๆ เหงา ๆ พวกเราก็ไปรำล้อมหน้าล้อมหลังให้ได้เขินอาย จนต้องตั้งวงรำตอบกับเราไปด้วย

รำแก้บน

เมื่อเห็นว่าคุณป้าคนโห่ต้นเสียง เสียงเบาและแหบไปแล้ว จึงรีบอาสาทันที

“คุณป้าขา เดี๋ยวหนูช่วยโห่ ดีไหมคะ”
“เออดี ๆ อีหนูเอาเลย โอยมีน้ำใจจริง จริ๊งช่ะ ลูกใครวะเอ็งอะ”

คิดว่าถ้ามัวแนะนำชื่อบุพการีกัน คงเป็นการเสียเวลา เพราะยังไงแล้วคุณป้าแกก็คงไม่รู้จักบุพการีของเราอยู่ดี อย่ากระนั้นเลย

“โห่………………………ฮี้……………..โห่………ฮี้…..โห่….ฮี้….โห่….ฮี้…..โห่….ฮี้… โห่…..ฮี้….โห่ย………….”

ลูกน้องขานรับ

“ฮิ๊ว………………………………………………………………………….”

โห่ด้วยความเมามัน และสำเนียงที่แล้วแต่ขณะนั้นจะนึกครีเอทออกมาได้ไปหลายสิบรอบ ขำก็ขำ ไม่เคยทำอะไรมันขนาดนี้มาก่อน หันไปมองพวกน้อง ๆ  ทุกคนล้วนขำำกันน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน แต่ก็สนุก  จนน้องผู้หญิงคนนึง ขำจนรำต่อไม่ไหว นั่งยอง ๆ เช็ดน้ำตาอยู่ข้างทาง

พอโห่และรำรอบโบสถ์จนครบ 3 รอบแล้ว จึงนั่งพัก มีคนเอาน้ำมาเสิร์ฟบริการผ้าเช็ดหน้าเช็ดตา ก็เพิ่งจะมาตั้งข้อสังเกตกัน

“เอ แต่เราเดินรำกันไม่ทันเห็นนาคสักรอบนึงเลยเนอะ คงอยู่ในโบสถ์แล้วแหละ เข้าไปกราบพระแล้วชมนาคกันสักนิดก่อนกลับดีกว่าเนอะเรา”

เสียงไอ้เจ้าน้องคนหนึ่งกระซิบข้างหูเบา ๆ

“อาจารย์ปูครับ ผมก็สงสัยเลยเดินไปถามป้าหัวหน้าขบวนมาแล้ว แกบอกว่า แกเป็นคณะรำแก้บนไม่ใช่งานบวชหรอกครับ แต่ผมเห็นอาจารย์ปูเริ่มไปแล้ว ก็เลย เอ่อ… เลยตามเลยอะครับ”

“เง้อ!……………………..”

เพิ่งเข้าใจคำว่า “หน้าแตก” ก็วันนี้แหละค่ะ ความรู้สึกตอนนั้นคือมันเหวอ ๆ โหวง ๆ แสบ ๆ อาย ๆ ระคนกันไปอะค่ะ แต่ก็ไม่วายตะโกนบอกพรรคพวกที่เหลือให้ได้ระเบิดหัวเราะกันเป็นหมู่คณะ รวมทั้งยังหน้าไม่อายไปบอกชาวบ้านแถวนั้นด้วยว่า พวกหนูเข้าใจผิดนะเนี่ยะ นึกว่าขบวนแห่นาค ทีนี้เลยได้ฮากันทั้งตำบลบางบาลไปอะนะ ^^

เที่ยวอยุธยา

วันนี้คุยกับน้อง ๆ เรื่องความรับผิดชอบในการทำงาน บอกน้อง ๆ ไปว่าอะไรที่ครูปูมอบหมายไปแล้วขอให้ปฏิบัติตามนั้นได้เลย ได้ผลเป็นอย่างไร ติดตรงไหน ขอให้บอก หากปรากฎว่าเกิดความเสียหายจากคำสั่งนั้น ๆ ความผิดจะอยู่ที่ครูปูแต่เพียงผู้เดียว ขอให้สบายใจได้เลย

พูดไปก็ย้อนเรื่องนี้เอามาขำกัน แล้วบอกน้อง ๆ ว่าการเป็นหัวหน้าเขานี่ ไม่ได้ดูเท่เพราะได้เป็นเจ้าของการตัดสินใจเท่านั้นหรอกนะคะ ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบด้วย เพราะวินิจฉัยหรือคำสั่งที่หัวหน้าปล่อยออกไปต้องมั่นใจว่าไตร่ตรองมาอย่างดี มีข้อมูลประกอบเพียงพอ เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่งผลด้านลบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด หากเกิดผลด้านลบดังกล่าวขึ้นจริง ก็ต้องเป็นคนแรกที่แสดงความรับผิดชอบอีกด้วย

เรื่องเล่าขำ ๆ แบบด้านบนนี่ วันหนึ่งคงขำไม่ออก ถ้าครูปูโดนผู้ใต้บังคับบัญชาต่อว่าโทษฐานที่พาเขาไปเหนื่อย ไปอาย ไปร้อน ไปบ้า โดยไม่ใช่หน้าที่ (ดีนะที่เราบ้านำไปก่อน เลยไม่มีใครบ่นว่าอะไร)

เอ หรือว่ามีหว่า ใครผ่านมาทาง VBAC ก็ลองสอบถามทีมนี้ดูก็แล้วกันนะคะ ^^

อาจารย์ VBAC


โมเดลบุรีรัมย์ ทำเรื่อง!

อ่าน: 4081

หนังสือโมเดลบุรีรัมย์เล่มนี้ พ่อครูบาฯ ได้บอกกับกอง บ.ก.ชัด ๆ เน้น ๆ ถึงความปรารถนาที่อยากจะให้เป็นประจักษ์พยานถึงผลงานที่พ่อครูบาฯ กับแม่หวี ได้ฝ่าฟันบุกสร้างสวนป่าจากพื้นดินแห้งแล้งจนกลายมาเป็นสวนป่าที่ดินน้ำอุดมสมบูรณ์ในวันนี้ นอกจากพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนแล้ว ด้วยความมีน้ำใจและวิสัยทัศน์ของพ่อครูบาจึงเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ ชื่อว่า มหาชีวาลัยอีสาน อุทิศตนเพื่อการศึกษาค้นคว้าหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อ ๆ กันไป

ฟังอย่างนี้แล้ว ต่อให้ต้องเลื่อนกำหนดส่งต้นฉบับเข้ามาอีกกี่ระลอก พวกเราทุกคนก็ยิ่งกว่ายินดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมกับผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ของพ่อครูบาสุทธินันท์ บุคลผู้ที่ถือได้ว่ามีคุณูปการกับผืนแผ่นดินไทยคนหนึ่งทีเดียวเชียวล่ะค่ะ ^^

ถอดบทเรียน การทำหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ โดยป๋า Conductor Logos มีอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ

ทีนี้เรื่องของเรื่องก็คือ หนังสือที่คณะบรรณาธิการชาวเฮเคยทำออกมาแล้ว ทั้ง 3 เล่ม ได้แก่

อ่านต่อ »


สงกรานต์แถวบ้านหนู

อ่าน: 3472

ช่วงเทศกาลสงกรานต์มักมีแต่คนที่กระตือรือร้นอยากจะเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดกันทั้งนั้น  ครูปูจึงมักเลือกปักหลักอยู่ “กุงเต้ป”  เพื่อจะได้เคลียร์งานแทนน้อง ๆ อั้นไว้ก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปกระดี๊กระด๊าตอนเขากลับกันมาหมดแล้วดีฝ่า ไม่ต้องไปแย่งกันกิน แย่งกันใช้ ไม่อยากเป็นอีกรายชื่อหนึ่งในสถิติอุบัติเหตุประจำเทศกาลให้ใครต้องมานั่งลุ้นกันหน้าจอทีวี ทางบ้านก็สบายใจ ไม่ต้องคอยเป็นห่วง

ระหว่างนั่งอยู่ในแท็กซี่จึงสบโอกาสสำรวจบรรยากาศวันสงกรานต์แถวบ้านเสียเลย

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

อ่านต่อ »


เรื่องของใจยังไงก็ห้ามชุ่ย

อ่าน: 3290

กระติกน้ำดื่มที่วางไว้หน้าห้องทำงานตั้งแต่เมื่อคืนหายไปไหนไม่ทราบ ว่าไปก็สมควรแล้วล่ะค่ะ ไม่เก็บเองนี่ แม่บ้านก็พยายามช่วยหา

“เมื่อเช้าหนูยังเห็นอยู่เลยค่ะ”

ก็เลยสั่งว่าถ้าเจอก็เก็บไว้ให้ด้วยแล้วกัน ถ้าไม่เจอก็ไม่เป็นไร ช่างมัน ที่บ้านยังมีอีกเยอะ (แนะ)

อาจารย์ในห้องทักกันว่า

“อาจารย์ปูนี่ ง่ายดีเนอะ เห็นของหายประจำ (ว่าเค้าเหรอตะเอง) แต่ไม่เห็นทุกข์ร้อนอะไรเหมือนชาวบ้านเขาเลย ถ้าเป็นคนอื่นไม่ได้นะ ถ้วยชาม ปากกา ข้าวของเครื่องใช้ต้องเขียนชื่อแปะกันไว้ทุกคน ผู้ใหญ่ท่านอื่นของหายชิ้นเดียว วิทยาลัย ฯ แทบแตก”

อ่านต่อ »


คบกันทนจน 40 ปี

อ่าน: 3533

ตอนเด็ก ๆ แถวบ้านที่สุราษฎร์เขามีแต่ลูกชายกันทั้งนั้น พอมีครูปูไปอยู่ก็เลยเหมือนเป็นของแปลก?  ที่บ้านคงคิดจะหาเพื่อนเล่นให้นะคะ โชคดีที่บ้านถัดไปอีกสองหลัง เกิดมีลูกหลงคนสุดท้องเป็นลูกสาวอายุเท่าครูปูเด๊ะ เลยถูกจับคู่ให้เป็นเกลอกันตั้งแต่อายุได้ขวบเดียว

คำว่า “เป็นเกลอกัน”  ก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าเขาต้องทำอย่างไร แต่ไอ้คู่นี้ทำอะไรก็ต้องทำด้วยกันหมด เราสองคนเข้านอกออกในบ้านของกันและกันตลอด ลืมตามาก็เดินมาหากันแล้ว กับข้าวบ้านไหนน่ากินกว่ากันเราก็เลือกจ่อมลงบ้านนั้น ถูกที่บ้านใช้ถูบ้าน เราก็ไม่ลืมที่จะไปลากเพื่อนมาร่วมรับชะตากรรมด้วย ถูกใช้ไปซื้อของ ก็ต้องเดินไปลากอีกคนไปเป็นเพื่อนด้วย

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

อ่านต่อ »


บ้านของหนูในสวนของพ่อ

อ่าน: 3393

โปรเจ็คหมู่บ้านโลกที่พ่อครูบาสุทธินันท์และป๋า Conductor Logos ตีฆ้องกันมาสักระยะหนึ่งแล้วนั้น เพิ่งถูกพ่อครูบากดปุ่มอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการถมที่ให้เห็นกับตา

เห็นทั้งทางเ้ข้าสวนป่าที่เคยนั่งรถโขยกเขยกด่อก ๆ แด่ก ๆ ลงหลุมนู้นเหวนี้กันจนชิน ถ้าถือแก้วน้ำมาด้วยก็ต้องเตรียมตัวเกร็งกันได้เลย มิฉะนั้นน้ำจะกระฉอกไปกระฉอกมาอย่างแน่นอน แต่มาบัดนี้กลับราบเรียบด้วยดินที่ถูกนำมาถมปรับพื้นให้สม่ำเสมอตลอดทางเข้าจนถึงสี่แยกคอกวัวเลยทีเดียวเชียว

home

อ่านต่อ »


นิทานร้อยบรรทัด เล่ม 6 : เรื่องที่ 1 ทุกคนรู้หน้าที่

3 ความคิดเห็น โดย krupu เมื่อ 5 มีนาคม 2012 เวลา 23:00 ในหมวดหมู่ ภาษา, วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ #
อ่าน: 3279

นิทานร้อยบรรทัด เล่ม 6 เรื่อง ประชาธิปไตยที่ถาวร ชั้นประถมปีที่ 7

นิทานร้อยบรรทัด เรื่อง “ประชาธิปไตยที่ถาวร”

เข้าใจว่าคุ้นแค่เล่ม 1 เล่มเีดียวนะคะ แต่พอไล่อ่านไปแล้วหลายเล่ม ถูกใจมาก สอนได้ครอบคลุมหลายเรื่อง ทั้งความตระหนักและสำนึกในหน้าที่ของตน ต่อการเป็นสมาชิกของครอบครัว ของสังคม ความรับผิดชอบที่มาพร้อมหน้าที่นั้น ๆ  การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยแท้

เนื้อหาเป็นการสอนเด็กให้ตระหนักและลงมือทำหน้าที่ของการเป็นเด็กอย่างขมักเขม้น ทุกสิ่งที่เขา “ต้อง” ทำในวันนี้ ล้วนมีความสำคัญและจำเป็นเมื่อเขาเติบใหญ่ไปในภายหน้าทั้งสิ้น อ่านไปก็นึกถึงลูกหลานเราในปัจจุบัน อยากให้เขาได้รับสื่ออะไรที่ชัดเจนและเป็นเหตุเป็นผลแบบนี้จัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บุคคลแวดล้อมต้องเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน สังคมต้องเอื้อต่อการพัฒนาโดยภาพรวมด้วยเนาะคะ

อ่านต่อ »


สิ่งที่พวกผู้ใหญ่เรียนรู้ได้จากเด็ก ๆ

อ่าน: 3517

นำมาแบ่งปันผู้ที่ถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจหรือทักษะในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราคิดว่าเรามี ให้กับผู้อื่น ผู้ซึ่งอาจถูกเรียกว่า “ครู” หรือไม่ก็ตามแต่ ลองฟังจากเธอคนนี้ดู เผลอ ๆ อาจทำใ้ห้เรานึกถึงคนตรงหน้า ที่เราหลงลืมเขาไปในบางครั้งขึ้นมาก็เป็นได้เนาะคะ

นาทีท้าย ๆ สาวน้อย Adora Lily Svitak คนนี้บอกว่า

“พวกคุณต้องฟังและเรียนรู้จากเด็ก ๆ อย่างเรา ไว้ใจพวกเราและคาดหวังจากพวกเราให้มากกว่านี้ วันนี้คุณต้องเงี่ยหูฟังพวกเรา เพราะพวกเราจะกลายเป็นผู้นำในวันพรุ่งนี้”

อืม… ซ่ากันน้อย ๆ หน่อยก็ดีนะคะ ผู้ใหญ่อย่างพวกเรา ^^



Main: 0.42105984687805 sec
Sidebar: 0.20921802520752 sec