If you’re not happy with your job,
อ่าน: 184how about these?











Feeling better now?
(^_______^)
เพิ่งมีเวลาอ่านเมล์ที่เพื่อนส่งมาให้ แล้วเกิดไม่อยากขำกร๊ากๆ อยู่คนเดียว
เลยนำมาแบ่งกันขำค่ะ (^_^)
เข้าใจว่าคงเป็นกระทู้แหย่กันเล่นมังคะ
จาก Fwd ใน board pantip …
ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ
ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล สัดส่วน 34-24-36
ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม
ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน
คุณอย่าเพิ่งมองว่าดิฉันโลภนะคะ
รายได้ประมาณสองแสนเนี้ย แค่ชนชั้นระดับกลาง ๆ ในห้องสินธร หรือวงการตลาดหุ้นเอง
ดิฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ
มีใครในห้องพันทิพ ห้องสินธรนี้ที่รายไได้เกินสองแสนบ้างคะ
พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง
กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับคนรวย ๆ อย่างพวกคุณ
พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดา ๆ รายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง
รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ
ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ
1. หลังจากตลาดหุ้นปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ (ชื่อร้าน , ผับ, fitness, ฯลฯ)
2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวย ๆ ถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่ม ๆ รสนิยมห่วย ๆ ล่ะคะ
4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ
……………………………………………….
หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล์จากชายหนุ่มคนหนึ่งส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า :
หลังจากขอบคุณคุณรอกอดตอนกระโดดลงจากรถ และกอดกันกลมกับป๋าจุ๋มจนฉ่ำใจแล้ว ก็บึ่งรถไปเคลียร์งานที่ทำงานเพื่อจะได้กลับสุราษฎร์ธานีอย่างโล่งใจเกือบ 1 เดือน (น่าจะกลับมา กทม. ทันงานรพีเสวนา่ 3 พ.ค.)
ฝนตกฟ้าร้องอย่างหนักอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ถนนน้ำท่วมขังตลอดทาง เปียกปอนเพราะเอารถไปเติมน้ำมันและแก๊สให้พร้อมกับการเดินทางไกลพรุ่งนี้ และเปียกอย่างสมบูรณ์แบบอีกทีตอนวิ่งไปเปิดประตูรั้วบ้าน
แต่ทำไมแอบสะใจเล็ก ๆ กับสายฝนที่กระหน่ำลงมาคราวนี้ ก็ไม่รู้ค่ะ อิอิ
หลากหลายความรู้สึกปะปนกันอย่างบอกไม่ถูก เมื่อต้องเข้าไปในสถานที่คุมขัง ที่ชัดสุดคือความหดหู่ใจ
ทั้ง ๆ ที่พยายามทำความเข้าใจทั้งเหตุและัความจำเป็นเรื่องกติกาที่สังคมต้องมีไว้กำกับและควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมแล้วก็ตาม ก็ยังอดไม่ได้ที่จะฟุ้งไปกับความสงสาร ไม่อยากให้มีคนทำสังคมวุ่นวาย จะได้ไม่ต้องมีสถานที่แบบนี้ไว้คุมขังคนด้วยกัน
แค่การถูกริดรอนสิทธิพื้นฐานด้วยการถูกคุมขัง ยังไม่ต้องพูดถึงการถููกทำโทษ เฆี่ยนตี บังคับ ทรมานขืนใจใด ๆ ครูปูว่าเจ็บปวดและกระทบกระเทือนความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ได้มากพอแล้วค่ะ

ข้อกล่าวหาเรื่องปัญหาการจราจรจากการขับขี่รถยนต์ของผู้หญิง มักได้ยินบ่อยครั้งจากกลุ่มหนุ่มนักซิ่ง จนกลายเป็นวิวาทะ classic ในวงสนทนาหลายแห่งไปแล้ว นิตยสารบางฉบับ บริษัทน้ำมัน หรือบริษัทรถยนต์ถึงกับจัดงานแนะนำเคล็ดลับการดูแลรักษารถยนต์และแนะนำการขับขี่อย่างปลอดภัยแก่สมาชิกสุภาพสตรีผู้ใช้รถโดยเฉพาะ พร้อมเชิญชวนให้หันมาเอาใจใส่เรื่องการขับขี่รถยนต์อย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย และเพื่อเป็นการไม่จงใจกล่าวหากันมากนักก็ตั้งชื่องานให้เก๋ไก๋สักหน่อย เพื่อถนอมความรู้สึกของสาว ๆ

เช้านี้จึงได้มีโอกาสกอดเจ้าของงานตัวจริงเสียงจริง พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ หรือลุงเอก ผู้ที่พวกเราเฝ้ารอตาเป็นมัน ที่จะให้กำลังใจเพราะได้ทราบข่าวความเหน็ดเหนื่อยในภารกิจต่าง ๆ มาเป็นระยะ
น้าแป๊ด rattiya ที่ delivery ทันใจมาจากหาดใหญ่ กว่าจะมาได้ต้องคอยดูลาดเลาและสังเกตดัชนีความขุ่นเคืองของพ่อบ้านอยู่ตั้งนานสองนาน หุ หุ
งานตีแตกอีสานคราวนี้ 27 ก.พ.- 1 มี.ค. ทำใจไว้แต่แรกว่าคงไม่ได้ไปเพราะคำนวณจากภารกิจแล้วไม่น่าจะรอดไปได้ จึงต้องรับปากเจ้าน้อง อ.ขจิต ชิงไปสวนป่าเสียตั้งแต่ต้นเดือนเพื่อไปช่วยพ่อครูบาและ อ.แป๋ว
แต่หลังจากกลับจากสวนป่าครานั้น ทำให้ต้องลงมือจัดลำดับความสำคัญในชีวิตเสียใหม่ งานก็สำคัญแต่ยังไม่เร่งด่วนเท่ากับประสบการณ์ปิ๊งแว๊ปที่จะได้รับจากสังคมอุดมปัญญาแห่งนี้
เพราะถูกท่านประธานกรรมการบริหารขอร้องแกมบังคับมาตามสายโทรศัพท์จากอเมริกา จึงต้องไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน 7 วัน 6 คืน หลักสูตรการพัฒนาจิตเพื่อให้เกิดปัญญาและสันติสุข ณ วัดผาณิตาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันที่ 18 - 24 มีนาคม 2546 แทนท่าน
การเดินจงกรม ด้วยการกำหนดทุกอริยาบถที่ร่างกายทำ แล้วให้ระลึกรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แรก ๆ ให้ส่งเสียงเลยว่านี่กำลังก้าวนะ นี่กำลังยกนะ หลัง ๆ ก็ห้ามพูด ให้กำหนดเงียบ ๆ อยู่ในใจ
ครูปูทำไม่ได้ค่ะ

ตรวจงานคนงานก่อสร้าง เดินเคาะพื้นกระเบื้องเพื่อรับงานจนได้ฉายาว่าเป็น VBAC รุ่นเคาะกระเบื้อง เช็คยาแนวตรวจความเรียบร้อยของระบบสายไฟ เจรจาต่อรองราคาวัสดุก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอน ขับรถกระบะออกติดป้ายประชาสัมพันธ์ เป็น รปภ. เฝ้าโรงเรียนเพื่อสังเกตอาการของระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ซื้อของขนเข้าสหกรณ์ ขัดห้องน้ำ หุงข้าวทำกับข้าวเลี้ยงครูทั้งโรงเรียน (ตอนโรงเรียนเริ่มตั้งใหม่) ออกบรรยายแนะแนวประชาสัมพันธ์ เดินแจกโบชัวร์ตามหมู่บ้าน ตระเวนแนะนำตัวเพื่อทำความรู้จักกับโรงเรียนใกล้เคียง (present face :) ประสานกับหน่วยงานต้นสังกัดเรื่องระเบียบวิธีการดำเนินกิจการโรงเรียน จนถึงเป็นตัวแทนออกงานสังคม เป็นกรรมการสภาวัฒนธรรมเขต เป็นพิธีกรรับเชิญ เป็นอาจารย์พิเศษ ออกให้บริการชุมชนและหน่วยงานในบริเวณใกล้เคียงร่วมกับสถานีตำรวจและสำนักงานเขต งานราษฎร์งานหลวงอะไรที่ทำได้รับหมด เอาเป็นว่าไม่มีงานไหนจุดใดของโรงเรียนที่ไม่เคยทำก็แล้วกัน (น้อง ๆ บอกเซ็งเลย พี่แกทำมาก รู้มาก ทำได้ไปซะทุกอย่าง เถียงแกไม่ขึ้นซักเรื่อง)
ช่วงก่อนสอบ Entrance นั่งปรึกษาตัวเองพร้อมตัดสินใจว่า อย่าเรียนต่อเลยนะเรา สงสารแม่ น้อง ๆ ยังเล็ก ให้น้องเรียนแทนดีกว่า คิดไม่ออกหรอกว่าจะทำมาหากินอะไร รู้แต่ว่าถ้าเราไม่เรียนซักคน แม่คงประหยัดตังค์ไปได้โขอยู่ อยู่ดี ๆ เหมือนฟ้าผ่า เช้าวันหนึ่งเวลาประมาณตี 5 แม่ขึ้นมาปลุกที่ห้อง บอก “พ่อมาหา” ลงมาเจอหน้าแล้วก็ยังงง ๆ จำได้ว่าพ่อกอดและร้องไห้นานมาก ทุกคนที่เห็นก็มามุงดูกันใหญ่ แล้วพากันน้ำตาไหลตามพ่อไปด้วย ตอนนั้นครูปูคงช็อคนึกไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร หรือควรจะพูดอะไรกับพ่อบ้าง ได้แต่นั่งอยู่ในอ้อมกอดพ่อฟังประสบการณ์ที่พ่อเสียผู้เสียคนตอนแม่ทิ้งมา ออกตระเวณตามหาลูกทั่วประเทศ สุราษฎร์ธานีก็มา มาหลายรอบด้วย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงนี้ แม่ขนเงินออกมาด้วยจนเกลี้ยงบัญชี พ่อไม่มีแก่ใจจะทำธุรกิจต่อเพราะมัวแต่ออกตามหาลูก กลับไปอีกทีทางบ้านก็ย่ำแย่จึงต้องใช้เส้นสายของฝรั่งที่รู้จักไปทำงานที่ฮาวาย พอจะเก็บเงินได้บ้างแล้ว และมีคนเขียนจดหมายไปบอกว่าเจอลูกตัวเองอยู่ที่นี่กับครอบครัวนี้ พ่อจึงกลับมา
