กิ๊กเก่าที่บ้านเกิด

โดย krupu เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2009 เวลา 22:22 ในหมวดหมู่ มุมมองของชีวิต, วิถีชีวิต, สังคม, เจ้าเป็นไผ #
อ่าน: 7724

คุณยายมีเพื่อนรักมากอยู่คนหนึ่งชื่อยายทับ บ้านอยู่อำเภอดอนสัก จะเจอกันทีต้องนั่งรถไปหาเกือบชั่วโมง

ยายทับมีลูกเยอะทำประมงก๊อกแก๊ก แต่ก่อนฐานะค่อนข้างยากจน  ยายให้การช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันมาแต่ไหนแต่ไร เพื่อนคนนี้จึงรักยายมาก ปรนนิบัติพัดวียังกับข้าเก่าเต่าเลี้ยงก็ว่าได้  ทั้งที่สภาพร่างกายก็ผ่ายผอม ผมขาวโพลน เดินตัวงอเป็นเบ็ดตกปลา  ดูภายนอกแล้วยายน่าจะแข็งแรงกว่ามาก

แต่ที่ไหนได้เมื่ออยู่กับคุณยายครูปูเมื่อไหร่ ยายทับคนนี้ก็เป็นฝ่ายวิ่ง ฉวย บริการทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เดินไปตลาดฉับ ๆ หาหมาก พลู กุ้งเค็ม ปลาแห้งมาให้้จนกว่ายายจะพอใจ

แม้แต่ลูก ๆ ของยายทับเองทั้ง 5-6 คน ก็พลอยรักและนับถือ แล้วร่วมล้อมหน้าล้อมหลังเอาใจยายไปกับแม่ของตัวเองไปด้วย

เสาร์อาทิตย์ คุณยายจะหอบหิ้วครูปูเป็นเพื่อนนั่งรถโดยสารไปอำเภอดอนสักเพื่อไปเยี่ยมยายทับและไปเก็บดอกเบี้ยเงินกู้นิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เก็บไม่ค่อยได้หรอกค่ะ รสชาติของการเดินทางดูแล้วน่าจะอยู่ที่ยายได้ไปนอนคุยบ้านนู้นที เอิ้นบ้านนี้ทีต่างหาก

ด้วยความที่เพื่อน ๆ ญาติ  ๆ ของยายเกือบทุกคน รู้ว่าครูปูเป็นหลานที่คุณยายเอามาเลี้ยง คนนู้นคนนี้ก็มักจะทัก

“โห นี่เลี้ยงกันจนโตป่านนี้แล้วเหรอ พ่อแม่มันมาบ้างมั้ยเนี่ยะ เผลอแผล่บเดียวนะเนี่ยะ แหม ๆๆ

คนนู้นลูบหัวที คนนี้ขยี้หัวหน่อย ยายก็จะเริ่มโม้ทันที

“เนี่ยะ มันเรียนเก่ง ได้ที่ 1 ประจำ หัวมันดี ขยัน (ตอนไหนเนี่ยะ?) เจียมตัวทุกอย่าง ไม่เที่ยวไม่เตร่ ไม่เอาเลยเรื่องเหลวไหล ใช้หยิบจับอะไรได้หมด  ปากดีด้วยนะ มันบอกว่าโตขึ้นมันจะเลี้ยงแม่ เลี้ยงยาย เลี้ยงน้องแหนะ ดู๊.. ดู”

(โม้ไปยิ้มกริ่มไปตาแทบปิด น้ำหมากไหลออกข้างปากไม่รู้ตัวนะนั่นยายเรา ^_^)

คนก็ยิ่งพูดต่อกันไป หน้าตาก็งั้น ๆ แหละ แต่ด้วยความที่ยายไปโม้ไว้ทั่ว เลยเป็นที่เข้าใจกันว่า ไอ้ปูหลานยายตุ๊มันเป็นเด็กรักดี

โดยเฉพาะวัฒน์ ลูกชายคนเล็กของยายทับที่อายุมากกว่าครูปู 2 ปี แต่ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจเลยไม่รักเรียน ตกซ้ำชั้นอยู่นั่น จนหล่นมาเรียนชั้นเดียวกัน เมื่อได้ยินว่าเราเรียนเก่ง ก็พยายามจะญาติดีด้วย จะให้เราสอนนู่นนี่ ขยันหาเรื่องมาคุย พยายามทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีชวนไปดูนู่นดูนี่  ไอ้เราก็ไม่ได้ยินดียินร้ายเท่าไหร่ เกาะแหง่กอยู่กับยายตลอดเวลา

เวลามาชวนไปไหน จะนั่งคิดก่อนว่าน่าสนุกหรือเปล่า ถ้าไม่หนุกก็ไม่ไป ถ้าพูดอะไรมาไม่ขำ ก็ไม่มีมารยาทพอจะหัวเราะไปด้วยหรอกนะ (เอากับแม่สิ!)

ยายกับยายทับก็ลุ้นว่าให้ไปเที่ยวดูอะไรต่ออะไรตามประสาเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับใคร ๆ เขาบ้าง จะมาคลอเคลียกับคนแก่ ๆ ที่เค้าคุยคุ้ยความหลังกันทำไม

ที่จริงก็ไปกินไปนอนที่บ้านเขาาคราวละ 2-3 วัน เดี๋ยว ๆ เขาก็เอาขนมมาให้ เดี๋ยว ๆ ก็หิ้วกับข้าวมาส่ง

เราก็เฉย ๆ เชิด ๆ บอกแล้วไงว่าสวยแล้วหยิ่งอ่ะ อิอิ

จริง ๆ เล่าไปก็ยังงง ๆ ไปว่าทำไมตอนเด็ก ๆ มนุษย์สัมพันธ์แย่จังเลยเรา เพิ่งมาได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวตอนโตนี่แหละค่ะ

วัฒน์ก็เพิ่งมาถามว่า

“เออ ทำไมตอนเด็ก ๆ ปูไม่ค่อยชอบคุยกับผมเลยล่ะ ทำไมตอนนี้คุยเก่งจัง”

(แหม อยากจะตอบออกไปจริง ๆ ว่าถ้ารู้ตัวแล้วตรูจะทำมารยาทแบบนั้นออกไปมั้ยล่ะ 555…)

พอไปเรียนมหาวิทยาลัยก็เลยทำให้นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ไปเป็นเพื่อนยายที

มีอยู่วันหนึ่งตอนปี 3 หรือ ปี 4 ไม่แน่ใจ นอนคุยกับยายกับแม่อยู่ดี ๆ ยายทำกระอ้อมกระแอ้ม (สงสัยกลัวเจ้าหลานตัวดีจะปรี๊ดแตกขึ้นมามั้ง) ว่ายายทับพูดเกริ่น ๆ หลายทีแล้วว่า

“ไอ้วัฒน์ลูกชายคนเล็ก รบเร้าให้ช่วยพูดกับยายตุ๊ให้หน่อยเรื่องสู่ขอปู”

แม่ครูปูร้อง “ห๋า”

ครูปูร้อง “เฮ๊ยยยย……….”

สองคนแม่ลูกพูดพร้อมกัน “อะไรนะว่าใหม่ซิ”

ยายเล่าให้ฟังอย่างละเอียด ซึ่งดูเอาจริงเอาจังนะนั่น

แม่ได้แต่ยิ้ม ๆ

ใจนึงก็ยังงง ๆ  ใจนึงก็ตกใจว่า

“เฮ๊ย! สู่ขอเลยเนี่ยะนะ คนนะเฟ้ย ไม่ใช่ลูกหมาจะได้ขอไปเลี้ยงกันง่าย ๆ บ้าป่าว?”

ตั้งแต่เล็กจนโตเอาบทสนทนาที่เคยมีกับมันมารวมกันยังไม่ถึงย่อหน้าเลยอ่ะ

บ้าป่าว ๆ :(

ถามยายว่าตอบเขาไปว่าไง

“ยายบอกไปว่าอย่าไปยุ่งกับมันเล้ย ไอ้ปูน่ะ มันไม่สนใจใครหรอก ไอ้นั่นน่ะมันสนใจจะเรียนอย่างเดียว ไปพูดกับมันไม่ถูกหูเดี๋ยวมันแว๊ดเข้าให้ด้วยนั่น”

“กร๊าก…..”

ว่าแล้วก็กระโดดกอดคอยาย

พร้อมแตะไหล่เบา ๆ

ยักคิ้วให้หน่อยนึง

แล้วแผดเสียงกร๊าง กร่างสิ้นดีออกไปว่า

“งี้ดิ่ ค่อยสมเป็นยายปูหน่อย เหอ เหอ”

ครูปูน่ะได้อานิสงส์แค่ว่ามีเรื่องเล่ากิ๊ก ๆ แก๊ก ๆ ให้ได้หัวเราะหัวฮากันบ้าง (ทั้งที่ก็ยังไม่เคยกิ๊กกันสักนิดเลยเห็นมั้ยคะ)

แถมด้วยน้ำใจที่วัฒน์มักหยิบยื่นให้ทุกครั้ง อย่าให้ได้รู้เชียวว่าครูปูกลับบ้านที่สุราษฎร์ ปูนึ่งราคาแสนแพงและหายากที่ใครไม่ได้กิน ถ้าครูปูไปล่ะก็ เสี่ยแพปูแทบจะวิ่งข้ามอำเภอเอาปูนึ่งร้อน ๆ มาประเคนให้ด้วยตัวเองทุกครั้งไป

ถึงวัฒน์จะกลายเป็นคุณพ่อลูกสองไปเรียบร้อย และครูปูยังคงนั่งห้อยขาต่องแต่งบนคานอย่างหนักแน่นเหมียนเดิม

เมื่อกลับมาเจอมาพูดคุยกันอีกครั้งตอนโต (แก่) ถึงเรื่องนี้ทีไร  ก็ได้ขำกันน้ำหูน้ำตาไหลทุกที

แหย่วัฒน์ไปว่า

“เธอเอ๊ย ดีเท่าไหร่แล้วที่ช่วงนั้นดวงเธอยังตกไม่ถึงฆาตน่ะ”

วัฒน์ยิ้มอาย ๆ แล้วตอบว่า

“แหม พูดยังกะตัวเองน่ากลัวขนาดนั้นนี่”

ครูปูนึกสวนอยู่ในใจ (ไม่กล้าพูดออกไป) ขณะยังขำ ๆ ค้างอยู่ว่า

“ก็เออ สิวะ”

:P

Post to Facebook

« « Prev : บ้าพลังแต่เด็ก

Next : Todo Tag : คุมค่าไฟ 400 บาท/เดือนก่อนสิ้นปี » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

251 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.23531103134155 sec
Sidebar: 0.39804100990295 sec