ก่อนน้ำมา

โดย krupu เมื่อ 13 ตุลาคม 2011 เวลา 15:00 ในหมวดหมู่ aar, การจัดการความรู้, การบริหารจัดการ, มุมมองของชีวิต, สังคม, สุขภาวะ #
อ่าน: 2427

ป้องกันน้ำท่วม

บ้านครูปูอยู่ในเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมได้ ก็ลุ้นกันตลอดเวลาเลยค่ะ  เขตลำลูกกากับสายไหมข้าง ๆ กัน ก็เอ่อไปแล้ว วันนี้ก็มีการเตรียมการเรื่องอาจจะอพยพประชาชนในเขตมีนบุรี และลาดกระบังที่อยู่ถัดไปอีก เพื่อนฝูง คนรู้จักก็พากันโทรสอบถามกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง  จึงขอแบ่งเวลาที่กำลังนั่งลุ้นอยู่นี่ มาร่วมตอบโจทย์พ่อครูบาจากบันทึกนี้ ดังนี้ค่ะ

ข้อสอบ ภาคเช้า

จงตอบคำถามต่อไปนี้ เวลา 3 ชั่วโมง

1 ในภาวะฉุกเฉินท่านต้องการความรู้อะไรมากที่สุด
ตอบ : ความรู้ที่ทำให้รอดค่ะ เช่น การประยุกต์นำสิ่งของรอบตัวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ยามคับขัน เป็นต้น

2 ท่านตระหนักเรื่องน้ำท่วมครั้งนี้แค่ไหน
ตอบ : ตระหนักมากและเตรียมการล่วงหน้ามาพอสมควรแล้ว

การป้องกัน


3 ท่านติดตามข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วมอย่างไร
ตอบ : ตลอดเวลาทั้งจากสื่อและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

4 ท่านมีประสบการณ์เกี่ยวกับน้ำท่วมมากน้อยอย่างไร
ตอบ : พอสมควรเนื่องจากบ้านที่ ตจว.เพิ่ง โดนท่วม ไปเมื่อกลางปีนี่เอง สัมผัสสภาพการณ์แล้วจึงตระหนักได้เบื้องต้นบ้างแล้วว่าจะต้องเตรียมการเรื่องใดบ้าง


5 ท่านเตรียมตั้งรับสถานการณ์อย่างไร
ตอบ :

ที่ทำงาน

1.   ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ตลอดเวลา
2.   ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นภาคีความร่วมมือ ในการจัดกิจกรรมต้านภัยน้ำท่วมร่วมกัน และหากเกิดวิกฤตขึ้นจริง ก็สามารถให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้

3.   นำนักศึกษาและบุคลากรออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในกิจกรรมที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น เช่น การบริจาคสิ่งของ การช่วยแพ็คของ โดยหวังที่จะปลูกจิตสำนึกให้แก่นักศึกษาและบุคลากร รวมทั้งสร้างความตระหนักให้เขาได้สัมผัสกับข้อมูลและข่าวสาร วิธีป้องกันตนเองจากเหล่าอาสาสมัครที่ทำงานเกี่ยวกับภัยพิบัติโดยตรง

4.   วางแผนการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าขึ้นจากพื้น และอุปกรณ์ที่อาจเสียหายจากน้ำ ขึ้นที่สูง และจัดเวรกำลังเฝ้าระวังเหตุการณ์ตลอดเวลา


ที่บ้าน

1.  ติดตามสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิด ถ้าบนลานก็ดูที่ ลานซักล้าง ทั้งบันทึกปัจจุบันและบันทึกย้อนหลังหลาย ๆ เรื่องที่ให้ความรู้เพื่อการเตรียมการค่ะ

2.  กำจัดเสื้อผ้า+ข้าวของทุกอย่างที่ “ไม่จำเป็นมาก” ด้วยการนำไปบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อลดเนื้อที่และภาระการจัด เก็บ

3.   อัดกระสอบทรายหน้าบ้านและในบ้านรอมากว่าครึ่งเดือนล่วงหน้าแล้ว

4.   สิ่งของในบ้านใช้ลังไม้หนุนสูงขึ้นไป 50 cm. ทุกชิ้น

5.   ทดลองระบบตัดไฟที่แยกโซนชั้นล่างชั้นบนไว้แล้ว
6.   ตุนอาหารแห้งทั้งของคนและหมา และอุปกรณ์อย่างง่ายบางอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
7.   นำหมาไปกร้อนขนไว้ก่อน เพื่อป้องกันกลิ่นที่อาจเกิดขึ้นเมื่อขนเปียกน้ำ

8. ฝึก กุ๊งกิ๊ง ให้เชื่อฟังคำสั่ง ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่ขี้หงุดหงิด หากต้ัองอยู่ในกรงเป็นเวลานาน ๆ
9.   เบิกเงินสดติดตัวไว้พอสมควรแล้ว
10. ซักซ้อมการใช้ชีวิตยามขาดแคลนไฟฟ้าไว้บ้างแล้ว (กินนม 1 กล่องพออยู่ท้อง อาบน้ำสามขัน ปะแป้งตรางู แล้วนอนดูดาว อิอิ)

11. จัดเตรียมเสื้อผ้าที่โปร่ง แห้งเร็วไว้ใช้ในช่วงนี้

12. เริ่มพูดคุยกับเพื่อนบ้านเรื่องการเตรียมการบ้างแล้ว (เพราะก่อนหน้านี้มีแต่คนมาขำ ๆ ว่าที่บ้านนี้เตรียมการเสียใหญ่โตอ่ะ) เพราะหากเกิดความวุ่นวายขึ้นจริง ๆ คิดว่าตัวเองคงทนดูเพื่อนบ้านเดือดร้อนไม่ได้หรอกค่ะ คงต้องแบ่งปันความช่วยเหลือเท่าที่มีให้กันอยู่ดี เพราะฉนั้นหากเขาตระหนักได้ (เสียที) ก็น่าจะเป็นการดีกว่า

ศปภ

6 ท่านปรับตัวอยู่กับสถานการณ์อย่างไร
ตอบ : ซ้อมการใช้ชีวิตอยู่ชั้นบนอย่างเดียว เรียกว่าซ้อม ให้เท่ ไปงั้นเองค่ะ ทุกวันก็ทำแบบนี้อยู่แล้ว อิอิอิ ทดลองทำอาหารจากอุปกรณ์ง่าย ๆ เท่าที่จำเป็น เตรียมไฟฉาย ถ่าน ผ้าสะอาด ถุงพลาสติก น้ำดื่ม ฯลฯ กะว่าใช้ไปได้สบาย ๆ เป็นสัปดาห์

7 ท่านคิดวิธีช่วยเหลือตัวเองได้ในเรื่องไหนบ้าง
ตอบ : นำขวดน้ำมามัดเป็นชูชีพอย่างง่าย เผื่อการเดินทางในน้ำ หากจำเป็นจริง ๆ

8 เรื่องใดที่ท่านช่วยเหลือตนเองไม่ได้
ตอบ : หากเจ็บป่วยกระทันหันในช่วงนั้นอาจมีปัญหาได้ เพราะฉนั้นก็จงอย่าป่วยเลยนะ ว่าแล้วก็เริ่มออกกำลังกายเลยแล้วกัน (เพิ่งเริ่มวิ่งขึ้นลงตึก 5 ชั้น 2 รอบ ก่อนเขียนบันทึกนี่เองค่ะ ฮ่า…)

9 ท่านไปขอรับการช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง

ตอบ : ไม่ได้ขออะไรจากใครค่ะ

10 ท่านได้รับ/ไปขอรับความช่วยเหลือจากใคร

ตอบ : เนื่องจากไม่ได้ขอ จึงไม่ได้รับค่ะ อ้อ เรียนขอคำแนะนำจาก ป๋า ได้มาหลายเรื่องเลย ขอบพระคุณค่ะ ^^

11 เรียงลำดับความจำเป็นและต้องการเร่งด่วน 10 ข้อ

ตอบ : ไม่มีค่ะ เนื่องจากเตรียมการไว้น่าจะพร้อมแล้ว

12 เรียงลำดับเรื่องที่ท่านต้องการเสนอแนะ 10 ข้อ

ตอบ :

1. อยากให้มีการนำเสนอข้อมูลที่คัดกรองแล้วอย่างรวดเร็วทันท่วงทีจากหน่วยงานของรัฐ เพื่อการเตรียมการ

2. อยากให้หน่วยงานองค์การต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญของการร่วมมือร่วมใจสู้ภัยพิบัติอย่างจริงจัง หากไม่มีงานเร่งด่วนของบริษัทห้างร้าน เจ้าของกิจการ/ผู้บริหารควรส่งเสริมการมีจิตสาธารณะนำพนักงานออกมาช่วยเหลือสังคมอย่างเหมาะสม หรือออกนโยบายที่เห็นใจและให้การดูแลพนักงาน เช่น อนุญาตให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบหยุดงานเพื่อกลับไปดูแลบ้าน พ่อแม่ญาติพี่น้องโดยไม่หักเงินเดือน (ใจคอยังจะไปหักเงินเขาได้ลงคอเนาะ)

3. อยากให้สถานศึกษาฉวยวิกฤตเป็นโอกาสในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้ออกไปช่วยเหลือสังคม ได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง เพื่อปลูกฝังการมีจิตสาธารณะ เข้าใจและคิดถึงการอยู่ร่วมกันที่ย่อมต้องได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

4. อยากให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมจิตสำนึกแห่งความเป็นชาติ ได้ถอดบทเรียนเหตุการณ์นี้เพื่อนำไปวางแผนในการพัฒนาจิตสำนึกของคนในชาติ อย่างจริงจังและจริงใจอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อสอบภาคบ่าย

: จงตอบคำถามต่อไปนี้ เวลา 3 ชั่วโมง

1 ท่านนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในประเด็นใด

ตอบ : ประเด็นการดำรงชีวิตค่ะ เนื่องจากเป็นคนสมบัติน้อย ความคล่องตัวจึงสูงไปด้วยในยามวิกฤติแบบนี้ แถมยังเตรียมการและเตรียมใจรับความเสียหายเท่าที่เป็นได้ด้วยค่ะ คือเตรียมการว่าถ้าน้ำท่วมไม่เกิน 50 cm. ก็แทบไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย แต่ถ้าเกินกว่านั้นอาจมีข้าวของบางอย่างเสียหาย ซึ่งคิดว่า ปล่อยไปเลยค่ะ จะอะไรกันนักกันหนา ดูคนอยุธยาเขาสิ สิ้นเนื้อประดาตัว สูญหายล้มตายพลัดพรากกันตั้งเท่าไหร่ หรือต่อให้เสียหายไปเลยทั้งหลังก็โอเคค่ะ ก็แฟร์ดีออก ยังไงก็แค่สมบัตินอกกายอยู่ดีล่ะค่ะ

2 ท่านใช้จ่ายในระหว่างน้ำท่วมไปประมาณเท่าใด

ตอบ : กระสอบทราย 30 บาท+ค่าขนส่ง 5 บาท จำนวน 20 กระสอบ รวมเป็นเงิน 700 บาท ส่วนกระสอบเปล่าเพื่อเอามาเฉลี่ยเป็นจุดเล็ก  ๆ อุดตามท่อน้ำทิ้งหรือห้องน้ำได้มาฟรีค่ะ ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ และอาหารก็มีอยู่บ้างแล้ว ไม่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เพิ่มขึ้นค่ะ

3 ถ้าคะแนนเต็ม 10 ท่านให้ราคาผลงานกลุ่มรายชื่อข้างล่างนี้เท่าใด

3.1 คณะรัฐมนตรี                                           -

3.2 นักการเมือง ฝ่ายค้าน/ฝ่ายรัฐบาล                -

3.3 นักวิชาการ/นักวิจัย/อาจารย์ในมหาวิทยาลัย  -

3.4 ข้าราชการระดับกระทรวง                           -

3.5 กองทัพไทย/ตำรวจ/ทหาร ทุกหมู่เหล่า        10

3.6 ข้าราชการระดับกรม/กอง                          -

3.7 ข้าราชการระดับภูมิภาค                              -

3.8 ข้าราชการส่วนท้องถิ่น                               -

3.9 อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน                              8

3.10 เครือข่ายชุมชน/ญาติ/เพื่อนฝูง                 6

3.11 บริษัท/ห้างร้าน                                     -

3.12 มูลนิธิ/องค์กรการกุศล/อาสาสมัคร          10

3.13 ตัวท่านเอง                                           7

3.14 อื่นๆ

อนึ่ง คะแนนดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่ได้รับรู้จากการบริโภคข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ บางส่วนเท่านั้น

ในส่วนที่ละไว้เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลมากถึงขั้นจะประเมินได้ค่ะ

อาสาสมัคร

ข้อสอบภาคกลางคืน

: จงตอบคำถามต่อไปนี้ เวลา 3 ชั่วโมง

1. ท่านเข้าใจว่าสาเหตุน้ำท่วมเที่ยวนี้เกิดจากอะไร

ตอบ : ธรรมชาติกึ่งหนึ่ง ความรู้ไม่เท่าทันของคนที่จะอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติกึ่งหนึ่งค่ะ

2. ท่านมีความเห็นว่าจะแก้ไขปัญหาในระยะต้น ระยะกลาง ระยะยาวอย่างไร

ตอบ :

ระยะต้น : เร่งทำความเข้าใจและให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนเพื่อความร่วมมือร่วมใจป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืน เร่งฟื้นฟูทั้งสภาพเศรษฐกิจและสภาพจิตใจของผู้สูญเสีย

ระยะกลาง : ร่วมกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกด้าน เพื่อหาโอกาสในการพัฒนา

ระยะยาว : สังคยนากฎหมายและวิธีปฏิบัติที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหา รื้อแผนงานที่อุ้ยอ้ายและไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียที ปรับวิธีคิดของคนในสังคมที่มีต่อสภาพแวดล้อม ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อสร้างจิตสำนึกสาธารณะของคนในสังคม ทีนี้ล่ะค่ะ คงจะได้ยินคำว่า  “มาปลูกต้นไม้กันเหอะ” ดังสนั่นไปทั่วเสียที นิ พ่อ นิ

3. ท่านจะปรับเปลี่ยนอาชีพ/หน้าที่การงานหรือไม่อย่างไร

ตอบ : คงไม่ถึงกับปรับเปลี่ยนอาชีพ แต่เริ่มวางแผนกับอนาคตได้ชัดขึ้น เพราะการทำงานประจำก็มีข้อจำกัดในการออกไปทำงานเพื่อสังคมพอสมควร ประกอบกับมองเห็นสภาพการณ์ทางสังคมที่จะนำมาเป็นโจทย์ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังนักศึกษาได้ เช่น การดูดายไม่ทุกข์ร้อนต่อปัญหาสังคม การขาดความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งดี ๆ เพียงลำพัง เป็นต้น

4. เรื่องใดบ้างที่เป็นวิกฤติมากที่สุดสำหรับครัวเรือนของท่าน

ตอบ : ไม่มีค่ะ

5. หลังจากน้ำท่วม ท่านจะร้องขอความช่วยเหลือในเรื่องใด มูลค่าเท่าใด

ตอบ : เป็นข้าราชการ(สังกัดหน่วยงานเอกชน) มาก็พอสมควร ยังไม่เคยเรียกร้องสิทธิที่พึงจะได้เลย ครั้งนี้คงเช่นกันค่ะ

6. นอกจากความเห็นใจแล้ว ท่านต้องการได้รับเรื่องใดเป็นพิเศษ

ตอบ : ไม่ต้องการอะไรเลยค่ะ (อ้อ นึกอยากหนีไปวิ่งเล่นที่สวนป่าซัก 3-4 วันอ่ะพ่อ :P )

7. ท่านวางแผนแก้ไขเรื่องภายในครอบครัวหลังน้ำท่วมอย่างไร

ตอบ : จะค่อย ๆ ชี้ให้น้องชายได้เห็นสัจธรรมของชีวิตด้วยการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียงและเพียงพอที่เป็นเครื่องมือสำคัญทำให้เราอยู่รอดได้ในสถานการณ์คับขัน

8. ในระหว่างวิกฤตท่านได้ใช้ความรู้ในเรื่องใดมากที่สุด

ตอบ : การมีสติและพิจารณาความจำเป็นของชีวิตค่ะ

9. ท่านเชื่อไหมว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ตอบ : ขึ้นอยู่กับว่า “พวกเราทั้งหมดนี่” ยังทำเหมือนเดิมกันอยู่หรือเปล่าะ ถ้ายังทำเหมือนเดิม ยังคิดกันแบบเดิม ผลก็คงเหมือนเดิมล่ะค่ะ (อันนี้ยืมป๋ามาใช้ ยังไม่ได้เอาไปคืนเสียทีอ่ะค่ะ แหะ แหะ)

10. ในช่วงที่เกิดวิกฤติหน้าที่ประชาคนคนไทยควรปฎิบัติตัวอย่างไร

ตอบ : ควรมีสติและไตร่ตรองหาความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ เพื่อให้เกิดความคิดที่มีประสิทธิภาพเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม

11 โปรดเล่าเรื่องที่ท่านประทับใจที่สุด 1 เรื่อง

ตอบ :

เจอข้อความนี้ในทวิตเตอร์ อ่านแล้วก็อึ้งไปสองวินาที


White Thailand

ชาวบ้านเฉาะมะพร้าวมาเลี้ยงเรา #ArsaDusit ผมถามหาว่าต้นมันอยู่ไหน ชาวบ้านตอบว่า “ดำน้ำลงไปเก็บมา” #ThaiFlood  http://t.co/E8761ALw

จาก บันทึกนี้ ค่ะ

12 ท่านชื่นชมและอยากขอบคุณหน่วยงานใดเป็นพิเศษ

ตอบ : อาสาสมัครตัวจริงเสียงจริงที่ทำงานอย่างทุ่มเท และข้าราชการระดับปฏิบัติการทุกหน่วยงาน ตำรวจ ทหาร ที่ปิดทองหลังพระด้วยการเสียสละเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติทุกคน   ขอให้อานิสงส์แห่งบุญในครั้งนี้จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวอันเป็นที่รัก แคล้วคลาดปลอดภัย มีความสุข ความเจริญตลอดไปนะคะ


การเตรียมการที่ว่าทั้งสิ้นนี้ ทำเพื่อป้องกันให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด หากโชคดีไม่ได้รับผลกระทบตามคาดก็ดี

แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ๆ อย่างน้อยก็ไม่เสียใจว่าได้เตรียมการสุดความสามารถแ้ล้ว ขั้นตอนต่อไปคงต้องทำใจให้ยอมรับเนาะคะ ซึ่งก็ทำใจไว้แล้วด้วยล่ะค่ะ

ตลอดเวลาที่เห็นพี่น้่องต่างจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ก็รู้แล้วล่ะค่ะว่า ตัวเองโชคดีแค่ไหนแล้ว ที่อาจจะโดนแค่นี้หรือโดนทีหลัง ก็ยังต้องถือว่าโชคดีอยู่ดี

และหากว่าท่านเป็นหนึ่งในบุคคลที่โชคดี

เคยลองคิดแบบนี้ไหมคะว่า

การที่เราโชคดีในยามที่คนอื่นเขาโชคร้าย นั่นอาจเป็นกุโศลบายที่บอกเราว่า

เราอาจเป็นคนที่ถูกเลือกไว้ ให้ยังเหลือแรงพอที่จะกลับไปช่วยเหลือกลุ่มคนโชคไม่ดีนั่น

ก็เป็นได้เนาะคะ


Post to Facebook

« « Prev : เตรียม ตัว ตาย

Next : สิ่งที่พวกผู้ใหญ่เรียนรู้ได้จากเด็ก ๆ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

20 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.076130151748657 sec
Sidebar: 0.075891017913818 sec