สาคูวัดใจ

โดย krupu เมื่อ 17 กุมภาพันธ 2011 เวลา 17:00 ในหมวดหมู่ aar, การจัดการความรู้, การบริหารจัดการ, ข้อคิดชีวิต, มุมมองของชีวิต, สังคม #
อ่าน: 4480

ช่วง 3-4 เดือนมานี่ ทุกวันหยุดครูปูต้องเข้าไปดูความเรียบร้อยในโรงเรียนเพราะมีนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ติดต่อขอเข้ามาเยี่ยมชมตลอด จึงตระเวนหิ้วขนมหรือของอร่อยฝากน้อง ๆ ที่ทำงาน เพื่อชดเชยกับที่ละเลยเพราะเร่งรีบระหว่างสัปดาห์

ลองขับรถซอกแซกออกนอกเส้นทางดูไปเจอบ้านทาวน์เฮาส์หลังหนึ่งสภาพทรุดโทรมพอควร หน้าบ้านมีโต๊ะพับตัวหนึ่งยื่นออกมาจากประตูบ้านพอดี บนโต๊ะเป็นกล่องโฟมเล็ก ๆ วางอยู่ไม่กี่กล่อง พอเดาจากผักเคียงได้ว่าน่าจะเป็นสาคูไส้หมู มีข้าวต้มมัดวางอยู่อีกไม่ถึง 10 มัด กล้วยน้ำว้าวางอยู่อีก 2-3 หวี คนขายเป็นคุณป้าใส่ชุดนอนยาว ๆ ลายดอก นั่งยิ้มแป้นอยู่หลังโต๊ะ

ด้วยความที่เป็นโรคแพ้คนแก่เห็นเป็นไม่ได้จึงเหยียบเบรคเสียหัวทิ่ม เปิดกล่องสาคูดู น่ากินแฮะ แถมถูกด้วย 8 ลูกใหญ่ แถมผักกาดหอม ผักชี พริกสดไม่อั้น ชุดละ 10 บาทเอง

หลังจากซื้อไปแจกน้อง ๆ หลายคนลงความเห็นว่าอร่อย แป้งสาคูก็นุ่ม เลยติดใจเป็นลูกค้าประจำคุณป้าเสียเลย ช่วงเย็นก่อนกลับบ้านก็อุดหนุนสาคู 1 กล่อง 10 บาท กินแทนข้าวเย็นแทบทุกวัน  วันหนึ่งระหว่างไปยืนรอคุณป้าทำสาคูตามสั่ง จึงชวนคุยทราบว่าคุณป้าอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่รู้จะทำอะไรจึงทำขนมขายก๊อก ๆ แก๊ก ๆ เลยยุให้เพิ่มราคาเป็น 12 บาท น้ำมันก็แพง ทุกอย่างแพงหมด ผักไม่น่าจะให้ลูกค้าหยิบเอง น่าจะจัดเป็นชุด ๆ จะได้คุมปริมาณได้ คุณป้าก็ยิ้ม ๆ บอก

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเขาไม่ซื้อป้าก็แย่สิคะอาจารย์”

“อืม อ๋อ ค่ะ”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาครูปูกลายเป็นไกด์แนะนำร้านสาคูร้านนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส (ถ้าจำไม่ผิดเคยหิ้วขึ้นรถป๋าขาไปให้ ป้าจุ๋ม พ่อครูบากับแม่หวีชิมที่สวนป่าด้วยแล้วนี่นา)  มีอาจารย์และผู้ปกครองหลายคนตามไปอุดหนุน พอเจอคุณป้าทีนึงก็จะขอบคุณที่แนะนำลูกค้ามาให้ งานประชุมต่าง ๆ ก็เสนอที่ประชุมผู้บริหารให้เปลี่ยนจากเบเกอรี่ที่เสิร์ฟตอนช่วงเบรคเป็นสาคูของคุณป้าแทน เพราะลุ้นว่าของดีราคาถูกแบบนี้น่าจะช่วยกันอุดหนุนในปริมาณมาก ๆ คุณป้าจะได้กำไรเป็นน้ำเป็นเนื้อหน่อย

หลังจากลงทุนซื้อมาแจกเอาใจผู้บริหารทุกคนแล้ว มติก็เป็นเอกฉันท์ ครูปูรีบแจ้นโทรสั่งสาคูล็อตใหญ่ทันที 110 กล่อง คุณป้าแจ้งว่าติดภาระรับดูแลผู้สูงอายุอยู่คนหนึ่ง ด้วยความเสียดาย ครูปูก็ขอตื๊อหน่อย เมื่อคุณป้าพอจะมีเวลา ให้ค่อย ๆ ผัดใส้ ปั้นไว้ แล้วทยอยทำตั้งแต่เช้าไปเรื่อย ๆ เพราะกว่าจะส่งคนไปรับของก็บ่ายนู่น คุณป้าจึงหลงกลรับปาก

“อย่างไรแล้วอาจารย์ปูให้ใครมาวางมัดจำป้าซัก 50 บาทนะคะ ป้าจะได้มั่นใจว่าอาจารย์ปูเอาแน่”

ไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไร ได้ยินเงื่อนไขแล้วล่ะ แต่ไม่จริงจังเท่าคุณป้าเลยไม่ได้สนใจจำ

“เอาแน่สิป้า โธ่ หนูอุตส่าห์หารายได้ให้คุณป้านะคะีนี่”

“อ๋อ ค่ะๆ”

พอถึงวันนัดหมาย น้องฝ่ายดูแลเรื่องจัดเลี้ยงมาถามตอนสาย ๆ ว่าตกลงวันนี้ได้แน่นะสาคูน่ะ  จึงโทรไปหาคุณป้าเพื่อย้ำว่าวันนี้บ่าย ๆ จะส่งคนไปรับ

“อ้าว ก็อาจารย์ไม่เห็นมาวางมัดจำเลย ป้าก็นึกว่าไม่แน่นอน ป้าก็เลยยังไม่ได้ทำอ่ะค่ะ”

“แว๊ก….คุณป้า! ไหงงั้นล่ะคะ บ่ายนี้เขาจะเลี้ยงกันอยู่แล้ว”

“ก็ป้าบอกอาจารย์แล้วว่าต้องมามัดจำป้าไว้ซัก 50 บาท อาจารย์ก็ไม่เห็นส่งใครมาเลยนี่คะ”

อึ้งไปเลยครับลูกเพ่

“คุณป้าขา ร้านคุณป้าอยู่แค่หลังโรงเรียนนี่เอง หนูก็เป็นอาจารย์ที่นี่ แล้วหน้าหนูที่อุดหนุนกันมานานสองนานนี่ มันไม่มีค่าความน่าเชื่อถืออยู่บ้างเลยเหรอคะ ค่าขนมน่ะเดี๋ยวจะให้คนที่ไปรับเอาไปชำระทั้งหมดคือ 1,100 บาท คุณป้ากังวลอะไรกับเงิน 50 บาทล่ะค่ะ ถ้าอาจารย์เบี้ยวไม่ไปเอา คุณป้าก็เดินมาเฉ่งอาจารย์ปูที่โรงเรียนได้อยู่แล้วนี่ ?”

“ค่ะ อันนั้นป้าทราบแต่มันเป็นกฎของป้าค่ะ ถ้าสั่งก็ต้องมามัดใจไว้ก่อน 50 บาท เผอิญอาจารย์ไม่ได้มัดจำไว้ป้าก็ไม่ได้ทำอ่ะค่ะ”

อยากจะร้อง การี๊ดดดดดดด…

แต่…

อั้นไว้ก่อนดีฝ่า

ตอนนี้ไอ้เจ้าน้องที่มีหน้าที่จัดเลี้ยงหน้าเสียแล้ว จะไปหาขนมปริมาณเยอะขนาดนั้นจากไหน เดี๋ยวบ่ายก็จะเริ่มประชุมแล้ว หันไปถามคุณป้าอีก

“ตกลงนี่คุณป้าไม่ได้เตรียมการอะไรไว้เลยใช่ไหมคะ”

“ป้าปั้นแต่ไส้ไว้แล้วค่ะ”

“ห๋า… ปั้นไว้แล้ว ปั้นไว้เท่าไหร่คะ”

“ปั้นไว้ครบ 110 กล่องล่ะค่ะ”

“อ้าว แล้วคุณป้าบอกตะกี้ว่าไม่แ่น่ใจแล้วปั้นไว้ทำไมล่ะคะ”

“ก็อาจารย์สั่งไว้ ป้าก็ปั้นไว้สิคะ”

“เง้อ อาจารย์งงกะคุณป้าแร่ะ ไหนบอกไม่ชัวร์กับหนูแล้วปั้นไส้ทำหยังล่ะคะ?”

“ค่ะ ป้าก็เตรียมไว้แต่ไม่ได้ทำสาคูเท่านั้นเองค่ะ”

สูดหายใจลึ๊ก… สุดใจสไตล์ก้อง นูโว

“เอ่อ แล้วถ้ามีไส้ครบอย่างนี้แล้ว ถ้าคุณป้าเริ่มลงมือตั้งเตาปั้นแป้งสาคูเดี๋ยวนี้เลยจะยังพอทันไหมคะ” (ยัง ยังจะพยายามอีก!)

“ก็ต้องทำเรื่อย ๆ นะคะ”

“ค่าาาานั่นล่ะค่ะ คุณป้าช่วยคำนวณให้หนูหน่อยสิคะ ด้วยความเร็วที่คุณป้าเคยทำถ้าลงมือตอนนี้บ่ายนี้คุณป้าจะได้สักเท่าไหร่”

“คงไม่ถึงร้อยกล่องหรอกค่ะ อาจารย์ปู”

“เอ้า งั้นคุณป้าทำเลยแล้วกันค่ะ ได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น อาจารย์ก็จะได้รับผิดชอบส่วนที่อาจารย์สั่งได้บ้าง ไหน ๆ คุณป้าก็ปั้นไส้ไว้แล้ว”

“ได้ค่ะ แต่เอ่อ.. ยังไงแล้ว อาจารย์ปูให้ใครเอาเงินมาวางไว้ให้ป้าซัก 50 บาทนะคะ”

“คุณป๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!”

“ขาาาาาาาาาาาา อาจารย์” :)

:(

ถอนหายจายเฮือก…หย่าย ๆ เอาวะ

“ได๋ค่าาาาาาา เดี๋ยวเอาไปให้ 1,100 เลยล่ะค่ะ จะได้หมดเรื่องหมดราวกันไป”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ป้าขอแค่มัดจำ 50 บาทพอค่ะ”

?????

:(

เล่าเรื่องนี้ให้ที่ประชุมฟัง บางคนก็บอกให้ยกเลิกไปเลยปวดหัวเปล่า ๆ บางคนก็ขำ ๆ

แต่ตัวเองยังคงพยายามทำความเข้าใจตรรกะของคุณป้าท่านนี้ต่อไป

คิดทั้งในส่วนของเราที่ก็ยังเข้าข้างตัวเองว่าอุตส่าห์ช่วยหารายได้ให้ ทำไมถึงยังมีกฎเกณฑ์เงื่อนไขยุ่งยากอะไรอีก นาน ๆ จะขายล็อตใหญ่ ๆ ได้ทีนึง ทำไมยังจะไปยักแย่ยักยัน เดี๋ยวลูกค้าเขาก็หาว่าเรื่องมากพาลไม่อุดหนุนกันพอดี

แต่พอคิดแทนคุณป้า ก็เริ่มนึกว่าหรือนี่อาจเป็นสิ่งที่คุณป้ายึดเป็นเงื่อนไขสไตล์ส่วนตัว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของใคร ๆ อาจเป็นกฎเหล็กส่วนตัวที่ใช้ค้าขายก๊อก ๆ แก๊ก ๆ แบบนี้เรื่อยมาแต่ไหนแต่ไรก็เป็นได้นะ

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เท่ากับว่าเราก็กำลังเอาความคิดแบบเรา วิถีแบบเราไปยัดเยียดให้คุณป้าเขาอ่ะดิ

ยอมให้คุณป้าเขาเป็นเจ้าของกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขอะไรสักอย่างไม่ได้เหรอ  ถึงจะดูไม่ค่อยเอื้อต่อการค้าขาย แต่ประเด็นของแกอาจไม่ได้อยู่ที่รายได้หรือกำไรที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวก็ได้นี่ คุณป้าอาจต้องการทำให้ช่วงเวลาที่มีอยู่คุ้มค่าขึ้น ได้พบปะผู้คน ได้เพื่อนคุย ได้สนทนา ได้สังคม ได้เป็นใครคนหนึ่งที่กุมอำนาจในการกำหนดสิ่งที่ตัวเองอยากทำในแบบของตัวเองก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นราคาขาย เงื่อนไข วิธีขาย เวลาเปิดปิดร้าน คนอายุุปูนนี้อุตส่าห์ลุกขึ้นมาลงทุนหลังขดหลังแข็งขนาดนี้ทั้งที จะยอมให้แกได้ทำตามที่แกต้องการบ้างไม่ได้เลยหรือไง

พี่ป้าน้าอาปู่ย่าตายายเราเองเรายังหยวนเยอะกว่านี้อีก เรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลกว่านี้เรายังขำมานักต่อนัก แต่กับคุณป้าคนนี้ทำไมเราไม่ขำล่ะ ฮึดฮัดไปทำหยัง ?

คนแก่ที่ขยันขันแข็งหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เข้าบ้านคนนี้นี่นา ที่เราอยากอุดหนุนแต่แรก แต่พอเห็นอะไรที่ไม่ถูกใจไม่สบอารมณ์ตามความคิดเรา เราก็จะล้มเลิกความคิดที่จะช่วยเหลือแต่แรกทิ้งซะดื้อ ๆ อย่างนี้เนี่ยะนะ ?

ช่วยเหลือแบบหวังผลตอบแทนนี่หว่าเรา :(

ว่าแ้ล้วครูปูก็ยังคงรับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์และพนักงานรับส่งสินค้าให้กับร้านคุณป้าต่อไป ได้ยอดสั่งล็อตใหญ่ ๆ เป็นระยะ ๆ 50 กล่อง 100 กล่องทุกอาทิตย์ โดยจะเป็นนายหน้าโทรสั่งและเป็นคนวางมัดจำ 50 บาทแทนคนสั่งก่อนทุกครั้งไป  คุณป้าก็เพิ่มปริมาณสาคูขึ้นทุกวันแล้วขยายเวลาจากขายเพียงครึ่งวันเป็นเต็มวัน ตัิดใจยกเลิกงานเสริมอีกงานที่เหนื่อยหนักกว่าไปได้เพราะสังขารเริ่มไม่ไหวแล้ว

หัดยอมหัดเคารพในวิถีของคนอื่นเขาบ้างเหอะ

เรื่องมันก็ไม่ได้เสียหายร้ายแรงกระทบกระเทือนให้ใครบาดเจ็บล้มตายเสียหน่อย

หยวน ๆ กันไปบ้างก่ะได้

คนเรามันจะถูก จะดี จะเก่งไปหมดคนเดียวเลยเรอะ?

ดีเด่มาจากไหนกันถึงได้มองคนอื่นว่าต้องปรับตรงนู้น ต้องปรุงตรงนี้ ต้องพัฒนานู่นนี่ไปเสียหมด

เขาก็อาจจะชำนาญคุ้นชินกับแบบที่เขาเป็น

เขาเคยเอาตัวรอดมาได้ในแบบของเขาก็แล้วกันแหละ

เก่ง ดี รู้มาก รู้ลึกอยู่คนเดียวเลยเหรอแม่คู๊ณ?

ยังไม่เคยเห็นใครเก่งกาจมาดแมนแสนเพอร์เฟ็คเป็นยอดมนุษย์ ใส่กางเกงในไว้นอกกันสักคน

เออ ลองคิดจากมุมนี้ดูก็ดีเหมือนกันวุ๊ย :P

โอย… ที่ป๋่าบอกว่าพออายุเข้าหลักสี่แล้วจะมีอาการแก่ลงไปถนัดนี่

มันรวมไอ้อาการขี้บ่นแบบนี้ด้วยหรือเปล่าอ่ะคะ

แง่ว!

:(

Post to Facebook

« « Prev : คนละมุมเดียวกัน

Next : จดหมายรัก…ถึงพ่อครูบา » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

322 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.78393888473511 sec
Sidebar: 0.80253291130066 sec