JUST SEE THEM

อ่าน: 14892

อานิสงส์จากงาน Ignite Thailand ของ เครือข่ายพลังบวก ในคืนวันที่ 16 มิถุนายน 2553 ที่ลุมพินีสถาน อาคารลีลาศ ยังทิ้งร่องรอยประทับไว้ในห้วงคำนึงหลายเรื่องค่ะ

จาก สิ่งที่ไม่ควรลืม ซึ่งโผล่ออกมาอย่างอัตโนมัติระหว่างการพูดคุยที่ตั้งใจจะให้กำลังใจกับเด็กนักศึกษา

ก็ยังมีเรื่องนี้อีกค่ะ ที่ทั้งภาพและเรื่องราวทำให้ตัวเองรู้สึก “อาย”

(ขอบคุณ คุณนที สอนวารี ที่กรุณาเตือนสติค่ะ)

ที่อายเพราะรู้สึกว่าตัวเราเองก็ละเลย ไม่แยแส ไม่ใส่ใจผู้คนเหล่านี้เหมือนกัน  แถมยังคิดลบไปต่าง ๆ นานา ว่าเขางานการไม่ทำบ้าง มานั่งงอมืองอเท้าบ้าง เขาน่าจะดิ้นรนมากกว่านี้น๊อ หรือไม่ก็โทษครอบครัว โทษหน่วยงานที่ควรต้องรับผิดชอบอะไรไปนู่น

โทษทุกอย่าง ยกเว้นคนเดียวที่ไม่เกี่ยว ไม่ผิดเลย (แต่ดันออกความเห็น) คือ “เรา”

ทั้ง ๆ ที่ปากดียืนพล่ามฟุ้งว่าควรจะเป็นอย่างนั้นควรจะทำอย่างนี้ เห็นอยู่ตำตา แต่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย

แล้วที่ตลกร้ายก็คือ ไม่ได้รู้เรื่องราวหรือเหตุปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้คนเหล่านี้ต้องมานอนกองกันอย่างน่าเวทนาแบบนี้เลย แต่กล้าหาญชาญชัยไปวิพากษ์วิจารณ์เขา???

แค่คุณนที บอกว่า ศพ ๆ หนึ่งที่นอนเสียชีวิตอยู่ที่สนามหลวง เป็นผู้ป่วยเอดส์ที่ญาติทนแบกรับภาระไม่ไหว เลยต้องเอามาทิ้งไว้ คนผ่านไปผ่านมาก็นึกว่า เป็นคนเร่ร่อนจรจัด ขอทานมานอนแถวนั้น ก็เลยไม่มีใครดูดำดูดี จะอ้าปากถามไถ่ก็ยังไม่มีใครอยากจะทำ ในที่สุดก็ต้องนอนเสียชีวิตคาที่อยู่ตรงนั้นเอง  ขนาดเสียชีวิตไปแล้วยังต้องใช้เวลาอีกหลายวัน กว่าจะมีคนสังเกตเห็นว่ามีศพ ๆ หนึ่งกองอยู่ตรงนั้น

นี่เราสนใจกันน้อยไปหรือเปล่า

เรากลายเป็นคนใจจืดใจดำไปตั้งแต่เมื่อไหร่

เราเผลอละเลยครอบครัว และผู้คนรอบตัวเราไปบ้างหรือเปล่า

บ้านเมืองที่ผู้คนมีมิตรจิต มิตรใจถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน มันหายไปไหน

อะไรมันพรากสิ่งดี ๆ เหล่านั้นไปจากเรา

“อะไร” ทำให้เราเปลี่ยนไป

และเรา

รู้ตัวกันบ้างแล้วหรือยัง

Post to Facebook

« « Prev : อานิสงส์จากงาน Ignite Thailand : สิ่งที่ไม่ควรลืม

Next : เปลือยครูปู » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1780 ความคิดเห็น