พรุ่งนี้ พี่จะลุย!

อ่าน: 1503

ครูปูมีร้านข้าวเช้าเจ้าประจำอยู่ร้านนึง เจ้าของร้านเป็นคนเหนืออัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายพูดเล่นชวนลูกค้าหัวเราะหัวฮาได้ทุกคน แถมให้ลูกค้าตักเองได้ตามใจชอบด้วยนะ ราคาก็แสนถูก มากันกี่คนก็ตาม ต่อให้สั่้งกับข้าวเต็มโต๊ะ เฉลี่ยแล้วก็ไม่เคยเกินคนละ 20 บาทเสียที ยิ่งครูปูเลือกกินแต่กับที่เป็นผักข้าวก็ไม่ค่อยกิน “ป้าบัว” ก็ยิ่งคิดราคาถูกเข้าไปใหญ่ ข้าวครึ่งก้อน+ผัดผักอย่างละนิด 2 อย่าง คิดครูปู 5 บาท

แป่ว!

นึกถึงสมัยเรียนประถมที่ ตจว.ขึ้นมาเลยอ่ะค่ะ ให้มากกว่านี้ก็ไม่เอา บอกกินนิดเดียวเอง แกคิดตังค์ไม่ลง ครูปูจึงมักหาน้ำพริกรสเด็ดหรืออาหารเหนือไปฝากเพื่อเป็นการขอบคุณอยู่บ่อย ๆ

ตอนเช้า ๆ ร้านป้าบัวเลยเป็นแหล่งรวมเด็กนักเรียนในตอนเช้า ภาพเด็กกำลังงัวเงียขณะถูกพ่อแม่บังคับให้กินข้าวมีให้เห็นทุกวัน

มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง แม่ลูกสี่คน คนโตอยู่ ม.3 ตัวโตเป็นสาวแล้ว คนกลางน่าจะอยู่ ม.2 หรือไม่ก็ ม.1 เพราะตัวโตไล่ ๆ กัน เจ้าน้องชายคนสุดท้องตัวกะเปี๊ยกเดียว น่าจะอยู่อนุบาลหรือไม่ก็ ป.1-2  ทุกครั้งที่เจอจะเห็นยายแม่อ้วนดำคนนี้สูบบุหรี่ปุ๋ย ๆ ไม่ได้หยุดปาก เสียงดังโวยวายตลอดเวลา ทุกคำพูดล้วนด่าทอลูกชายลูกสาวหยาบ ๆ คาย ๆ ทำนองประชดพ่อของลูกที่แอบไปมีเมียน้อย?

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

ที่ประหลาดก็คือ พ่อเด็กเองก็นั่งฟังอยู่ตลอดเวลาขณะนั่งจิบกาแฟอยู่ร้านตรงข้ามเพื่อรอส่งลูก ๆ ไปโรงเรียน?

ด้วยความที่เป็นครูจึงรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอ ทำไมต้องโวยวายด่าลูกแต่เช้า แล้วเรื่องเมียน้อยเมียหลวงอะไรนั่น เด็กเขาเข้าไปรู้เรื่อง ไปเกี่ยวด้วยตรงไหนกัน เค้ากำลังจะไปเรียนหนังสือแทนที่ทำสมองให้โล่ง ๆ กลับต้องมาเริ่มวันด้วยการขมวดคิ้วเสียแล้ว ไหนจะอับอายผู้คนอีก ลูกสาวสองคนนั่นก็โตเป็นสาวกันแล้ว ไอ้ตัวกระเปี๊ยกก็ไม่ใช่อายไม่เป็นเสียหน่อย

ทุกครอบครัวก็ล้วนมีปัญหามีความคับข้องใจไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งกันทั้งนั้น แต่ละคนก็ควรรับผิดชอบในส่วนของตัวเองกันไป ถ้ายังแก้ไม่ได้ก็เอาแค่หาแนวทางอยู่กับมันให้ได้ก็ยังดี ยิ่งคนเป็นแม่ด้วยแล้ว ควรแล้วหรือจะแบ่งปันแล้วส่งต่อปัญหานั้นให้กับลูกตัวเอง?

ถ้าคนเป็นแม่ยังรักตัวเองไม่เป็นจะไปทำให้เด็กตัวเท่านั้นเข้าใจได้อย่างไรว่า ไอ้ที่ตีที่ด่าอยู่นั่นมันคือความรักความหวังดี แล้วเด็กที่โตมาแบบเว้า ๆ แหว่ง ๆ เพราะ “ขาดรัก” แบบนี้แหละที่เป็นภาระก้อนโตของครูเรา

ในส่วนที่เกินเอื้อมไปแล้ว ก็ช่วยไม่ได้ที่สังคมต้องแบกรับอาการข้างเคียงของพวกเขาต่อไป แบบที่บ่น ๆ ว่าเด็กตีกัน เด็กเที่ยวเตร่ เด็กติดเกมส์ ติดยา ฯลฯ ก็สักแต่จะบ่นจะว่ากันไป  ไม่เห็นแก้อะไรได้

อาจเพราะตอนที่ยังพอทำได้ ดันไม่ได้ทำแบบนี้หรือเปล่า ไม่รู้นะคะ

พวกลูก ๆ ก็นั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวกันไป ยายแม่ก็แพล่มไปพ่นควันบุหรี่ใส่วงข้าวลูกไป เจริญจริง ๆ :(

แสดงแต่ตัวอย่างหยาบ ๆ คาย ๆ ให้ลูกเห็น ต่อไปถ้าได้สำเนาถูกต้องขึ้นมาก็ไม่ต้องสงสัยอะไรเลย

คนทั้งร้านก็ไม่มีใครเห็นดีด้วยหรอกนะ พอแม่คนนี้เข้าร้านมา ทุกคนก็เงียบเฉยกันกระทันหันทุกที

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะครูปูกับเพื่อนครูกำลังจะถึงร้าน เห็นแม่คนนี้กำลังกร่นด่าลูกชายคนเล็กแล้วเร่งให้รีบข้ามถนน แต่ด้วยความงัวเงียเด็กเลยเดินช้าไม่ทันใจ แม่เด็กดันหลังจนเด็กหัวทิ่มกลางถนน  นึกว่าจะเข้าไปช่วยลูก ดันตามเข้าไปทุบผลั่วะซ้ำอีก พร้อมทั้งกร่นด่าเรื่องชะตาชีวิตตัวเองที่ต้องโชคร้ายมามีลูำกมีสามีแบบนี้

เอาเข้าไป!

วินมอเตอร์ไซค์แถวนั้นที่จอดอยู่เป็นสิบคัน มองนิ่ง ๆ เป็นตาเดียว คนในร้านข้าวอีกเพียบ

แต่ ไม่มีใครทำอะไร?

“เฮ๊ยยย นี่มันแย่มากเลยนะ คุยกับยายแม่นี่ดูซักทีดีมั้ย ลูกนะไม่ใช่ทรัพย์สินเหมือนวัวเหมือนควาย จะได้เฆี่ยนตีด่าทอให้เป็นมลพิษแบบนี้ได้ตามสบายน่ะ”

น้อง ๆ ทัก “อย่าเพิ่งเลยพี่ปู แถวนี้เขาสนิทกัน อย่างน้อยให้ป้าบัวแกพูดดีกว่า อย่าไปข้องเกี่ยวด้วยเลยคนแบบนี้น่ะ”

อารมณ์เสีย กลับดีกว่าไม่กงไม่กินมันแล้ว :(

สัปดาห์ต่อมาเจอครอบครัวนี้ในร้านอาหารอีก เห็นลูก ๆ นั่งรวมกันอยู่ที่โต๊ะนึง ใจนึกอยากจะแค่ชวนเด็ก ๆ คุย อยากให้เช้าขึ้นมาเขาได้มีรอยยิ้มได้มีใครพูดจาดี ๆ ด้วยบ้าง เลยเข้าไปแกล้งชวนลูกสาวคนโตคุยเรื่องกิจกรรมที่โรงเรียน เด็กก็ยิ้มตอบพร้อมทั้งสอบถามกิจกรรมของ VBAC จึงถือโอกาสชวนเด็กมาเยี่ยมชมในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เสียเลยเพราะบ้านเด็กอยู่ข้างโรงเรียนนี่เอง

ตอนครูปูหันไปจ่ายเงินค่าข้าว แม่เด็กพุ่งตรงมาจากทางไหนไม่รู้ กระซิบกระซาบถามลูกทันที

“คุยอะไรกัน ๆ”

เด็กก็เล่าไปตามนั้น

ครูปูซึ่งได้ยินแว่ว ๆ จากด้านหลัง ก็อุตส่าห์ดีใจ นี่ถือเป็นช่องที่จะได้คุยกับยายแม่คนนี้เสียที เอาวะ ใจดีสู้เสือ หันกลับไปกะจะชวนคุยทั้งแม่ทั้งลูกเีสียเลย ตั้งใจจะคุยด้วยดี ๆ ยิ้มเสียหวานจ๋อย เรามันอายเป็นที่ไหนล่ะ ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วนี่ หุหุหุ  ;)

พอครูปูร่วมวงปุ๊บยายแม่อ้วนดำนั่น หันหลังเดินหนีควั่บออกไปซะงั้น

เห็นอยางนั้นก็เลยบอกลาเด็ก ๆ “อาจารย์ไปก่อนนะลูก ว่าง ๆ เข้ามาเที่ยวในโรงเรียนได้นะจ๊ะ”

เด็กรู้ว่าเป็นครูจึงพยักหน้ายิ้ม ๆ พร้อมไหว้แบบเขิน ๆ กำลังเดินออกมาจากร้าน เสียงยายแม่นั่นตะโกนตามหลังมา

“ไม่ให้เรียนหรอก แพง ไม่มีปัญญา”

ครูปูสะดุ้งเฮือก

“ถึงมีปัญญาก็ไม่ให้เรียนหรอก จะให้ต่อ ม.4 นู่น”

สูดหายใจลึก ๆ  เฮ้อ… วิศวรไปเห๊อะ

“ยังไงก็ไม่ให้เรียนหรอก ไอ้โรงเรียนนี้น่ะ”

อ้าว!  แล้วมันเป็นยังไงล่ะ ไอ้โรงเรียนนี้น่ะ รู้จักเขาดีแล้วเหรอ คิดอยากจะหันหลังกลับไปหาคำตอบเสียจริง ๆ

อย่าเลย ยายเคยบอกว่า อย่าเอาไม่สั้นไปรัน..ี้  ก็จริงนะ ก็มันเหม็นนี่นา กัดฟันกร่อด ๆ เดินกลับโรงเรียน แล้วมาเล่าให้น้อง ๆ ที่โรงเรียนฟัง ถกกันว่าประเด็นที่ทำร้ายและขัดขวางการเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กแบบนี้นี่ ต่อให้เป็นแม่ก็ขัดต่อ พรบ.คุ้มครองเด็ก อยู่ดี เหมือนเราเห็นผัวเมียตีกันน่ะถึงจะเป็นผัวเมียนั่นก็เข้าข่ายทำร้ายร่างกายนะ ถ้าสังคมเพิกเฉยคนพวกนี้ก็จะยิ่งได้ใจ ถ้าเราปล่อยให้ตัวเองคุ้นชินกับการมีคนที่ทำแบบนี้อยู่ในสังคม ต่อไปพวกเราจะอยู่กันยังไง ในสังคมแบบไหนกัน?

อย่ากระนั้นเลยให้น้องที่ รษก.กตตร.สน.บางเขน โทรไปปรึกษาที่ สน.ดู จะได้มั่นใจว่าเหตุการณ์ไหนเข้าข่ายพอจะแจ้งได้บ้าง ได้คำตอบมาหน่อยนึงแล้ว ว่าแล้วกลุ่มครูตัวดีก็กระหยิ่มยิ้มย่องตั้งอกตั้งใจจะออกจากบ้านให้เช้าขึ้นอีก กะจะไปนั่งรอยายแม่นั่นแต่เช้าเลย (เรื่องหาเรื่องล่ะชอบนัก ขอให้บอกเุถอะ :( )

ไอ้เห็นเรื่องแล้วรีบแจ้งนี่คงไม่ยากหรอก

แต่ไอ้เรื่องกลัวจะอดใจไม่อยู่เข้าไปจัดการเองนี่สิ

เฮ้อ…

นั่งกินข้าวกันไปขำก๊ากเรื่องนู้นเรื่องนี้กันไป คุยกันในวงว่า “พวกเรานี่นะ งานในโรงเรียนก็ยุ่งจะตายชักยังจะดิ้นรนหานู่นนี่ทำกันอีก ครูโรงเรียนเรานี่มันหาเรื่องกันเป็นอาชีพจริง ๆ นะพวกเราว่ามั้ย 555…”

ตอบน้องขำ ๆ ไปว่า

“ไม่รู้ล่ะ พรุ่งนี้ พี่จะลุยแร่ะ ไม่สนหรอก เหอ เหอ เหอ”

:P

Post to Facebook

« « Prev : เมื่อครูบ้าเลือดถูกตำรวจระราน

Next : จะเรียนหนังสือหรือจะติดคุก » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 ธันวาคม 2010 เวลา 14:32

    เราจะแอบอยู่หลังคุณดำปี๋ จะได้รุนหลังสู้ๆๆๆ
    ดูสิว่า ปากแม่ค้า กับ ปากครู ใครจะมีเชิงชั้นช่ำชองกว่ากัน
    แก๊ง ! ยกที่ 1

  • #2 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 ธันวาคม 2010 เวลา 16:14

    ไม่ห้ามไม่ปรามแล้วยังยุส่งซะงั้นเลย พ่อเรา :(

  • #3 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 ธันวาคม 2010 เวลา 19:06

    หนูปู…แม่เค้าทำผิดพรบ.แน่ล่ะ แต่ถ้าน้องมี”พนักงานเจ้าหน้าที่” ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพรบ.อยู่ในมือแล้วล่ะก็ ให้เค้าจัดการเต็มๆได้เลย(และดีกว่าหนูลงมือเองเยอะนา)

    ส่วนถ้าหนูจะจัดการน่ะ อย่าลืมให้มีการถ่ายคลิปไว้ด้วยล่ะ แม้ปัจจุบันคลิปจะยังไม่ได้รับการรับรองให้เป็นพยานได้ตามกฎหมายก็เหอะ !

    การ”หาเรื่อง”เค้าก่อนน่ะ ก็ถูกฟ้องได้นา ระวังนิดดดดดดดด…จ้า ^ ^

  • #4 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 ธันวาคม 2010 เวลา 19:32

    หนูไม่ไปหาเรื่องใครเค้าก่อนหรอกค่ะพี่เบิร์ดขา ทำอะไรก็จะคำึนึงถึงความเหมาะความสมที่ต้องรับผิดชอบต่อองค์กรของตัวเองด้วยค่ะ ซ่าส์แต่ในโรงเรียนก็จะแย่แล้ว อิอิอิ

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องถ่ายคลิปนะคะ ได้ idea แล้ว เดี๋ยวจะชวนน้อง ๆ เอ๊ย จะไปบอกต่อพวกน้อง ๆ กันค่ะ ^^

  • #5 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 ธันวาคม 2010 เวลา 21:31

    ชอบมูลนิธิไหนเป็นพิเศษ ก็บอกน้องๆ ไว้นะครับ จะได้ตามมาเก็บได้ถูกต้อง

  • #6 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 ธันวาคม 2010 เวลา 21:53

    เอ่อ รู้จักแต่มูลนิธิไรน้า… ชื่อออก เพ่น ๆ แคร์ ๆ อะไรนี่ล่ะค่ะ ไม่รู้เขาตามเก็บให้ฟรีอ๊ะป่าว
    อ้อ นึกชื่อมูลนิธิออกแล้วค่ะ เดี๋ยวนะคะหาเบอร์เลขาธิการมูลนิธิก่อนดีฝ่า
    จะโทรไปขอคำปรึกษาเพื่อการเตรียมการอ่ะค่ะ
    เหอ เหอ เหอ

    :P


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.037325859069824 sec
Sidebar: 0.080331087112427 sec