โมเดลบุรีรัมย์ ทำเรื่อง!

อ่าน: 4111

หนังสือโมเดลบุรีรัมย์เล่มนี้ พ่อครูบาฯ ได้บอกกับกอง บ.ก.ชัด ๆ เน้น ๆ ถึงความปรารถนาที่อยากจะให้เป็นประจักษ์พยานถึงผลงานที่พ่อครูบาฯ กับแม่หวี ได้ฝ่าฟันบุกสร้างสวนป่าจากพื้นดินแห้งแล้งจนกลายมาเป็นสวนป่าที่ดินน้ำอุดมสมบูรณ์ในวันนี้ นอกจากพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนแล้ว ด้วยความมีน้ำใจและวิสัยทัศน์ของพ่อครูบาจึงเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ ชื่อว่า มหาชีวาลัยอีสาน อุทิศตนเพื่อการศึกษาค้นคว้าหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อ ๆ กันไป

ฟังอย่างนี้แล้ว ต่อให้ต้องเลื่อนกำหนดส่งต้นฉบับเข้ามาอีกกี่ระลอก พวกเราทุกคนก็ยิ่งกว่ายินดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมกับผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ของพ่อครูบาสุทธินันท์ บุคลผู้ที่ถือได้ว่ามีคุณูปการกับผืนแผ่นดินไทยคนหนึ่งทีเดียวเชียวล่ะค่ะ ^^

ถอดบทเรียน การทำหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ โดยป๋า Conductor Logos มีอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ

ทีนี้เรื่องของเรื่องก็คือ หนังสือที่คณะบรรณาธิการชาวเฮเคยทำออกมาแล้ว ทั้ง 3 เล่ม ได้แก่

อ่านต่อ »


สิ่งที่พวกผู้ใหญ่เรียนรู้ได้จากเด็ก ๆ

อ่าน: 3540

นำมาแบ่งปันผู้ที่ถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจหรือทักษะในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราคิดว่าเรามี ให้กับผู้อื่น ผู้ซึ่งอาจถูกเรียกว่า “ครู” หรือไม่ก็ตามแต่ ลองฟังจากเธอคนนี้ดู เผลอ ๆ อาจทำใ้ห้เรานึกถึงคนตรงหน้า ที่เราหลงลืมเขาไปในบางครั้งขึ้นมาก็เป็นได้เนาะคะ

นาทีท้าย ๆ สาวน้อย Adora Lily Svitak คนนี้บอกว่า

“พวกคุณต้องฟังและเรียนรู้จากเด็ก ๆ อย่างเรา ไว้ใจพวกเราและคาดหวังจากพวกเราให้มากกว่านี้ วันนี้คุณต้องเงี่ยหูฟังพวกเรา เพราะพวกเราจะกลายเป็นผู้นำในวันพรุ่งนี้”

อืม… ซ่ากันน้อย ๆ หน่อยก็ดีนะคะ ผู้ใหญ่อย่างพวกเรา ^^


นั่งนับอิฐก้อนต่อไป

อ่าน: 1967

ช่วงเช้ามีธุระหายไปครึ่งวัน พอกลับมามีเจ้าลูกศิษย์เอกรีบแจ้นเข้ามารายงาน

“อาจารย์ปูครับ เมื่อเช้าตอนอาจารย์ไม่อยู่ มีวัยรุ่นสองคนมาด้อม ๆ มอง ๆ แล้วถามพวกผมว่าอาจารย์ปูอยู่ไหมอ่ะครับ”

“เหรอ เด็กโรงเรียนเราหรือเปล่าล่ะลูก”

“ไม่ใช่หรอกครับอาจารย์ หนวดเครางี้เฟิ้มเลยครับ”

“เอ ใครหว่า หนวดเคราเฟิ้มซะด้วย คงเป็นศิษย์เก่าล่ะมั้ง”

“ศิษย์เก่าแล้วทำไมต้องด้อม ๆ มอง ๆ ล่ะครับอาจารย์ ถ้าเป็นพวกผมนะ ก็เดินเข้ามาถามหาอาจารย์คนอื่นที่รู้จักก็ได้นี่ครับ”

“เออ เนอะ”

“พวกผมก็งงกันใหญ่เลยครับ ไอ้แบงค์มันบอกว่ากลัวเป็นคนมาแอบทำร้ายอาจารย์ปูอ่ะครับ”

อ่านต่อ »


ศิษย์คิดหลอกครู

อ่าน: 1778

ตอนตั้งโรงเรียนใหม่ ๆ มีนักศึกษาอยู่แค่ 200 กว่าคน ครูจึงจำเด็กได้อย่างแม่นยำ ซี้ย่ำปึ้กกันทุกคน ชื่อนามสกุล ชื่อเล่น  หน้าตา ฉายา วีรกรรม ชื่อแฟน ที่อยู่้ เบอร์โทรศัพท์ กลุ่มเพื่อน ชื่อ อาชีพพ่อแม่  พี่ น้อง ปู่ ย่า อา ลุง ฯลฯ พฤติกรรม อุปนิสัย ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จริตเอียงไปทางไหน รู้ปายโม้ด…

ครูก็มีแค่ไม่ถึง 10 คน แล้วก็ต้องผลัดกันสอนคนละหลายวิชา ทำทุกกิจกรรมกับเด็ก ๆ เป็นที่ปรึกษา เยี่ยมบ้าน ไปเข้าค่าย ไปงานชุมชน ก็กลุ่มนี้แหละ ฯลฯ

คือมันมีกันอยู่แค่นั้น เจอกันทั้งวัน เดี๋ยวก็เจอ เดี๋ยวก็คุย คุยกับเจ้าคนนี้ก็ได้ข้อมูลเจ้าคนนู้น พอคุยกับเจ้าคนนู้นก็จะได้ข้อมูลของเจ้าคนนั้น cross check กันได้แทบทุกเรื่อง ก็เจ้าตัวนั่นล่ะเป็นคนเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเอง  เด็กวัยรุ่นนี่เขาไม่มีความลับกับเพื่อนกันหรอกนะคะ  (แต่กับเราไม่แน่)

อ่านต่อ »


ยิ่งให้ ยิ่งได้

อ่าน: 1943

โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนจำเป็นต้องมีแผนการรับนักเรียนเข้าเรียนในแต่ละปีการศึกษา เพราะจำนวนผู้เรียนนั้นแปรผันตรงกับงบบริหารจัดการทั้งปี  ก็โรงเรียนยังไม่ดังขนาดมีคนแย่งกันเข้า แบบที่เขาเรียกแป๊ะเจี๊ยะกันแพง ๆ นี่คะ ขาก็ไม่ได้ใหญ่เหมือนสถานศึกษาของรัฐที่ได้ทั้งงบและการสนับสนุนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียด้วย

หาเด็กเอง แก้ปัญหาเอง คิดเอง พัฒนาเองแต่กลับต้องเดินตามนโยบายของใครก็ไม่รู้มาเป็นแนวทาง???

แถมอีตอนประเมินก็ถูกเรียกร้องให้ทำอย่างนี้เท่านั้น ทำอย่างนั้นเท่านี้อีกนะ???

เกณฑ์อะไรช่างมีมาตรฐานครอบจักรยานและจักรวาลได้ปานนั้น

เรียกว่าเครื่องมือเดียว เฟี้ยวได้ทั่วโลก ว่างั้นนะคะ

หุหุหุ

ศิษย์เก่า

อ่านต่อ »


ทางการเขาสั่งมาว่า…

อ่าน: 1991

เพิ่งได้รับแจ้งจากหน่วยงานต้นสังกัดขอให้ชี้แจงตามข้อร้องเรียนของผู้ปกครองท่านหนึ่ง เรื่องการดูแลติดตามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนคนหนึ่ง  “เมื่อสามปีที่แล้ว???

โดยประเด็นของผู้ปกครองขณะนี้คือต้องการขอค่าเทอมคืนจากทางโรงเรียนให้ได้  ก่อนหน้านี้ก็ได้รับโทรศัพท์แนะนำจากเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องว่า

คืน ๆ เขาไปเหอะอาจารย์เรื่องจะได้จบ ๆ ไป

จึงตอบปฏิเสธไปและยินดีจะทำหนังสือชี้แจงกรณีดังกล่าวแทน ดังนี้

อ่านต่อ »


จดหมายรัก…ถึงพ่อครูบา

อ่าน: 1964

เรียน    พ่อครูบาสุทธินันท์ที่เคารพรักที่ซู๊ด…

จำได้ว่าพ่อเคยเขียนจดหมายรักถึงชาวเฮฯ ทีละคนเมื่อนานมาแล้ว ที่จำได้แม่นก็ฉบับที่เขียนถึงท่านอัครมหาขัน(หลาย)ที คุณหมอจอมป่วนอ่ะค่ะ กั่กๆๆ

พอมาช่วยราณีโพสต์วันเกิด ก็จัดการไว้ล่วงหน้าเรียบร้อย (21 ก.พ.)

ตั้งแต่นั้นมาหนูก็รู้สึกตะหงิด ๆ ว่าโพสต์เดียวนั่น หรือการอวยพรพ่อซัก 2-3 บรรทัด มันก็ไม่สามารถสื่อได้อย่างสะจายพอ เอ๊ย ม่ายล่ายหลั่งจายอะค่ะ

มักจะมีคนถามหนูว่าไปทำอีท่าไหนถึงได้สนิทสนมกับครูบาสุุทธินันท์ ครูภูมิปัญญาไทยรุ่น 1 ของเมืองไทยได้ขนาดนั้น

เรียนรู้

อ่านต่อ »


คนละมุมเดียวกัน

อ่าน: 1412

ขณะเดินตรวจอาคารอยู่มีเด็กวิ่งมาตามบอกว่ามีแขกมาขอพบ โดยปกติธุรการหรือฝ่ายงานต่าง ๆ จะรับให้แล้วต้องแจ้งรายละเอียดมาก่อน สงสัยว่าจะเป็นเรื่องด่วนจึงวิ่งลงไปพบทันที ก็พบคุณพ่อของเด็กที่ไปชกหน้าเพื่อน 1 หมัดเมื่อวันก่อนนั่นเอง คุณพ่อนายตำรวจท่านนี้วัยน่าจะใกล้ ๆ ครูปู หน้าตาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด หลังจากแนะนำตัวแล้วก็สอบถามความเข้าใจเบื้องต้นก่อน คุณพ่อแจ้งว่าไม่รู้อะไรเลย ลูกบอกให้มาเซ็นชื่อเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ก็เลยมา

ทำไมเหรออาจารย์ มันมีเรื่องอะไรกันนักหนา ถึงขั้นสั่งห้ามลูกผมขึ้นเรียน ผมต้องลางานเสียงานเสียการนะนี่ (เสียงขุ่นเชียว?)

อ่านต่อ »


จาก VBAC สู่สุนทราภรณ์

อ่าน: 3097

เช้าวันที่ 1 ม.ค. 2554 ขณะงัวเงีย ๆ ตื่นมาสั่งน้ำมูกซื้ดซ้าดฉลองปีใหม่อยู่นั้น มีเบอร์โทรศัพท์แปลก ๆ โทรเข้ามาอำ

อาจารย์ปูจำได้มั้ย ใครเอ่ย ทายซิ ๆ ฮ่าๆๆ

นี่ถ้าลำพังถามอย่างเดียวแล้วไม่หัวเราะครูปูคงจำไม่ได้หรอกค่ะ แต่พอได้ยินเสียงแผดหัวเราะแบบบ้าพลังเต็มลำคอขนาดนี้ ก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “เจ้าต๊ะ” ศิษย์เก่าก้นกุฎิคนแรกของครูปูเองค่ะ

ต๊ะเป็นลูกศิษย์รุ่น 1 ของ VBAC เข้าเรียน ปวช.1 เมื่อปี 2542  ซึ่งมักจะถูกยกเป็นกรณีตัวอย่างของการติดตามดูแลลูกศิษย์ให้กับครูรุ่นใหม่ ๆ ฟัง (แก่แล้วก็ต้องเอาเรื่องเก่า ๆ มาเล่าอย่างนี้ล่ะค่ะ) แถมยังเป็นกรณีแรกที่ทำให้อาจารย์หลายคนรู้สึกแหยง ๆ ที่ได้เห็นฤทธิเดชและความบ้าระห่ำของครูปู ตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครกล้าแหยม(ต่อหน้า) กะยายครูคนนี้อีกเลย :(

เนื่องจากต๊ะเป็นเด็กสุขภาพจิตดี ร่าเริงแจ่มใส มีมารยาท สุภาพเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ เรียนดี แต่ไม่ค่อยมีสตังค์มาโรงเรียนซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ผิวพรรณและหน้าตาดีเหมือนลูกคนมีสตังค์ ทำให้อาจารย์หลาย ๆ คนมักมองข้ามไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควร

VBAC

(2 คนแม่ลูก เมื่อปี 2542)

อ่านต่อ »


พ่อค้าอาวุธ

อ่าน: 2110

การลาออกหรือลาพักกลางคันของนักศึกษา มาจากหลากสาเหตุ ทั้งที่แก้ไม่ได้ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ หาทุนให้ก็แล้ว หางานให้ทำก็แล้ว แต่ทางบ้านตกงานกันหมดจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานเด็กหรือการที่เด็กต้องย้ายตามผู้ปกครอง ปัญหาผลการเรียนไม่สมบูรณ์ ลากก็แล้ว ดึงก็แล้วก็ยังตก ๆ หล่น ๆ ไม่ถึงเกณฑ์เลื่อนชั้นเสียทีหรือที่พัฒนาไม่ได้ด้วยทุกกระบวนวิธีที่โรงเรียนมีแล้ว ก็ต้องส่งมอบการดูแลคืนแก่ผู้ปกครองไป

ส่วนที่ยังเหนี่ยวรั้งไว้ได้บ้าง เช่น อยากจะไปเรียนที่ที่เขาอนุญาตให้แต่งเครื่องแบบนักศึกษาตามแฟชั่นได้ อยากย้ายไปเรียนที่เดียวกับแฟน  ฯลฯ เหล่านี้ก็ต้องค่อย ๆ เปรียบเทียบให้ชั่งน้ำหนักเอาระหว่างความต้องการชั่วครู่กับความสำคัญของการเรียน

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

อ่านต่อ »



Main: 0.11043882369995 sec
Sidebar: 0.11790704727173 sec