ดูญี่ปุ่นแก้ปัญหาพลังงานไฟฟ้า

3 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 6 มิถุนายน 2011 เวลา 21:04 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 807

 

คนข้างกายติดต่อกับศาสตราจารย์ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ท่านสนใจจะร่วมมือในการจัดสัมมนาวิชาการเรื่องหนึ่ง แต่ศาสตราจารย์ท่านนั้นขอเวลาไปจัดการเรื่องเวลาที่ต้องรับผิดชอบการสอน

หลังจากที่เกิดสึนามิญี่ปุ่นร่ำไห้ โลกเศร้าสลด… ท่านศาสตราจารย์หายหน้าไป

คนข้างกายเล่าว่า ท่านศาสตราจารย์ติดต่อมาแล้วว่าจะมาไทยและปรึกษารายละเอียดเรื่องการจัดสัมมนาที่คุยกันไว้

ท่านเล่าต่อว่า ตอนนี้ ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาหนักคือเรื่องการ ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า หน่วยงานต่างๆ ทั้งเอกชน รัฐ ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก ต้องหันมาปรึกษากันว่าจะร่วมมือแก้ไขกันอย่างไร

น่าสนใจนะครับว่าเขาแก้ปัญหานี้อย่างไร

มหาวิทยาลัยต้องเปิดเทอมเรียนหนังสือ เสนอให้ลดการใช้ไฟฟ้าทุกด้านให้เหลือที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น แล้วทดลองทำ

หลังจากทดลองทำแล้วพบว่ายังไม่สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าได้ มหาวิทยาลัยเสนอ “ปิดการเรียนไปหนึ่งเทอม…????!!!!”

นี่คือเหตุผลที่ท่านศาสตราจารย์มาเมืองไทยได้เพราะว่าง

หากบ้านเราเผชิญวิกฤติเช่นนั้นจริงๆ

เราจะทำอย่างไรหนอ… แผนงานชาติด้านนี้มีไหม เรียนรู้จากญี่ปุ่นแล้วทำแผนแก้ปัญหาซิท่านผู้บริหารประเทศ… เราต้องเผชิญแน่นอนในอนาคต

นิวเคลียร์ ก็ไม่เอา เขื่อนก็ต่อต้าน แล้วใช้ไฟกับโครมๆ

พลังงานทางเลือกก็ไม่จริงจังจะค้นคว้า วิจัย กัน..

เสนอชาวลานไว้ว่า มีชุมชนหนึ่งสามารถแก้ปัญหาพลังงานความร้อนได้โดยการนำขี้วัวทั้งชุมชนมาผลิตก๊าส เอาไปหุงต้มได้ทุกครัวเรือน น่าสนใจไปศึกษาดูงานกันไหมล่ะ หากมีเวลาจะเอาข้อมูลมาเผยแพร่สักหน่อย..


การส่งต่อทางวัฒนธรรม

781 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 6 มิถุนายน 2011 เวลา 20:36 ในหมวดหมู่ ทุนสังคม #
อ่าน: 18354

(บันทึกผมไม่เป็นชิ้นเป็นอัน พยายามจะทำ แต่เรื่องราวส่วนตัวยังไม่ลงตัวครับ. คอมเกิดมาติดไวรัส TROJAN SPM/LX เข้าอีก หุหุ..)

บันทึกนี้เขียนตอนทำศพแม่ ยังไม่ได้ post เลยเอามาขัดจังหวะไปก่อน

ผมนึกถึงพ่อครูบาที่กล่าวว่า เราต้องทำงานบนความไม่พร้อม..

ความจริงวัดช้างนั้นโอ่อ่ามาก เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ท่านเจ้าอาวาสท่านเป็นพระพัฒนาในแบบฉบับของท่าน บ้านศาลาดินนั้นเป็นหมู่บ้านใหญ่ จำนวนครัวเรือนมากกว่า 500 ครัวเรือน วัดพัฒนาตัวอย่างแห่งนี้มีส้วมตั้งหน้าวัด โอ่อ่าเสีย….พูดไม่ออก เพราะเป็นวัดที่ยังไม่มีห้องครัว แต่ส้วมสวยสะอาด โอ้อ่าซะ… (ไม่เชื่อถามพ่อครูบา จอมป่วน และน้องครูปู)

การทำครัวในงานศพจึงใช้ระเบียงศาลาที่ตั้งศพนั่นแหละ


ทั้งข้าวปลาอาหาร ขนม นม เนย ถูกผลิตจากตรงนี้ ใช้ “ฝีมือ” หรือชาวบ้านเรียก “สีมือ” ทั้งพระทั้งแขกอาศัยท้องจากมุมนี้ ชาวบ้านจะมีชุดแม่ครัวประจำ เป็นที่รู้กันในระแวกนี้ว่า งานศพ งานอะไรจะหาคนทำอาหารเลี้ยงพระเลี้ยงแขกละก็ ติดต่อได้ ไม่ผิดหวัง แม่ครัวที่หลายรุ่นผสมผสานกัน แน่นอนต้องมีมือเด็ดๆในอาหารชนิดนั้นๆ เช่นน้ำพริกต้องแม่จำเนียร ต้มมะระต้องแม่สวง ขนมทองหยิบทองหยอดฝอยทองต้องแม่สาหร่าย


ผมแอบเฝ้ามองทีมงานทำงาน ระหว่างทำต่างก็คุยกันในเรื่องสารพัด แต่ทุกช่วงก็จะวกมาที่ขนม หรืออาหารที่กำลังช่วยกันปรุงอยู่นี่ ต่างคุยกันว่า ต้องนั่นลงกระทะก่อน นี่ลงหลัง นั่นปิดฝาหม้อ นี่ปิดฝาหม้อไม่ได้ เอาไฟอ่อนๆ หรือเร่งไฟหน่อย..ฯลฯ.. เรื่องราวที่คุยกันนั้นก็จะมีการหยอกล้อ มีแหย่ พูดเล่นพูดจริงให้ครึกครื้น แม้จะเป็นงานศพ


ผมประทับใจมาก และแฝงความเป็นห่วง ที่ประทับใจเพราะเทคนิค เคล็ดลับ หรือจะเรียกกลเม็ดการทำขนมฝอยทอง ทองหยอดนั้นทำอย่างไร แม้ว่าเครื่องไม้เครื่องมือจะไม่ครบถ้วนตามสูตรโบราณ ภายใต้ข้อจำกัดอย่างที่พ่อครูกล่าว แม่ครัวก็ทำผลิตผลงานติดปากแขกเหรื่อกันทั้งนั้น โดยเฉพาะผมเห็นคนต่างวัยเข้ามาช่วยทำ มาเสริม และเรียนรู้เทคนิคต่างๆไปโดยไม่ได้สอน เรียนโดยไม่เรียน สอนโดยไม่สอน แต่สาวรุ่นท่านนั้นได้ไปเต็มๆ

“นี่คือการส่งต่อทางวัฒนธรรม” ด้านอาหาร เคล็ดลับ หากจะพูดในภาษาสมัยใหม่ก็ว่า กระบวนการ ขั้นตอน เทคนิค ครบถ้วน ผมอยากเห็นเด็กสาวรุ่นใหม่เข้ามานั่งตรงนี้บ้าง

สายป่านทางวัฒนธรรมจะขาดหายไปเพราะยุคสมัยใหม่ เพราะมัวไปแข่งขันกันทำงานหาเงินไปซื้อกิน

งานวัดบ้านนอกก็มีคุณค่าซ่อนอยู่ให้เห็น



Main: 0.031584024429321 sec
Sidebar: 0.07405686378479 sec