<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานเก็บเรื่องมาเล่า</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/dongluang/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/dongluang</link>
	<description></description>
	<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 13:25:59 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>แตงกะน้ำ..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1898</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1898#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 13:13:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานพัฒนาสังคม]]></category>

		<category><![CDATA[การโฆษณาชวนเชื่อ]]></category>

		<category><![CDATA[ปัญหาชนบท คนรากหญ้า]]></category>

		<category><![CDATA[ระบบชุมชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1898</guid>
		<description><![CDATA[บางทราย: แตง&#8230;เธอคิดอย่างไรต่อแดง&#8230;ชาวบ้านแถวบ้านเธอคุยกันว่าอย่างไรบ้างล่ะ

แตง: โอย&#8230;เมื่อสองสามวันมีคนไปประกาศว่าให้ไปลงชื่อเป็นสมาชิกแดง เอาทักษิณกลับประเทศไทย แล้วจะได้เงินใช้  ก่อนหน้านี้เขาก็เอาเงินมาแจก หนูยังไปรับของเขาเลย ได้มา 500 บาท..

บางทราย: ชาวบ้านคิดอย่างไรล่ะ..

แตง: เขาชอบทักษิณ เพราะทำให้ชาวบ้านมีเงินกู้ เศรษฐกิจดี

บางทราย: น้ำ เธอคิดอย่างไรต่อแดงล่ะ

น้ำ: เขาดีนะ คนจนๆรักษาฟรี มีเงินในหมู่บ้าน ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

บางทราย: น้ำ เธอไม่รู้ใช่ไหมว่า สามสิบบาทรักษาทุกโรคนั้น ทักษิณไม่ได้เป็นคนคิด คุณหมอสงวนและเพื่อนๆหมอเป็นคนคิด แล้วทักษิณเห็นดีก็เอาไปเป็นนโยบายของพรรคการเมืองเขา

น้ำ: หนูไม่รู้หรอก แต่เขาก็ดีนี่นะ อภิสิทธิ์มาแย่งตำแหน่งเขาไป

&#8230;&#8230;..

สังคมไทยเรานั้นตกอยู่ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อ หรือ..

สังคมไทยเราตกอยู่ภายใต้การนำของระบบสื่อสารมวลชน หรือ..

สังคมชนบท กลุ่มคนรากหญ้า หรือคนชั้นล่างนั้น รับเฉพาะสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน สิ่งที่ได้มา แต่เหตุผลเบื้องหลังของที่เห็น การได้ยิน การได้มาคืออะไร ไม่มีข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจในสิ่งที่เห็น ได้ยิน&#8230;

น่ากลัวจริงๆ&#8230; เพราะสิ่งใกล้ตัวของผมนั้นคือพี่น้องดงหลวงก็ไม่ก้าวข้ามสิ่งที่ผมกล่าวมานั้น

หากว่าคนไทยนับถือศาสนาพุทธ และศาสนาพุทธมีคำสอนมากมายถึงเรื่องที่ผมกล่าวมาทั้งหมดว่าอย่าเชื่อเพราะคนพูดน่าเชื่อถือ และ&#8230;..

แต่จริงๆพุทธศาสนิกชนก็เป็นแค่คนที่มีชื่อในบัตรประจำตัวประชาชนที่ระบุว่ามีศาสนาพุทธเท่านั้นหรือ&#8230;.

โครงการพัฒนาเช่นที่ผมทำ และรับผิดชอบอยู่นี้จะมีส่วนมากน้อยแค่ไหนต่อประเด็นเหล่านี้ คือโจทย์ใหญ่ที่แบกอยู่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #984806;">บางทราย:</span><span style="color: #31849b;"> แตง&#8230;เธอคิดอย่างไรต่อแดง&#8230;ชาวบ้านแถวบ้านเธอคุยกันว่าอย่างไรบ้างล่ะ<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #0f243e;">แตง:</span><span style="color: #31849b;"> โอย&#8230;เมื่อสองสามวันมีคนไปประกาศว่าให้ไปลงชื่อเป็นสมาชิกแดง เอาทักษิณกลับประเทศไทย แล้วจะได้เงินใช้  ก่อนหน้านี้เขาก็เอาเงินมาแจก หนูยังไปรับของเขาเลย ได้มา 500 บาท..<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #984806;">บางทราย</span><span style="color: #31849b;">: ชาวบ้านคิดอย่างไรล่ะ..<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #0f243e;">แตง:</span><span style="color: #31849b;"> เขาชอบทักษิณ เพราะทำให้ชาวบ้านมีเงินกู้ เศรษฐกิจดี<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #984806;">บางทราย:</span><span style="color: #31849b;"> น้ำ เธอคิดอย่างไรต่อแดงล่ะ<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #0f243e;">น้ำ:</span><span style="color: #31849b;"> เขาดีนะ คนจนๆรักษาฟรี มีเงินในหมู่บ้าน ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #984806;">บางทราย:</span><span style="color: #31849b;"> น้ำ เธอไม่รู้ใช่ไหมว่า สามสิบบาทรักษาทุกโรคนั้น ทักษิณไม่ได้เป็นคนคิด คุณหมอสงวนและเพื่อนๆหมอเป็นคนคิด แล้วทักษิณเห็นดีก็เอาไปเป็นนโยบายของพรรคการเมืองเขา<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="color: #0f243e;">น้ำ:</span><span style="color: #31849b;"> หนูไม่รู้หรอก แต่เขาก็ดีนี่นะ อภิสิทธิ์มาแย่งตำแหน่งเขาไป<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #31849b;">&#8230;&#8230;..<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #948a54;">สังคมไทยเรานั้นตกอยู่ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อ หรือ..<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #948a54;">สังคมไทยเราตกอยู่ภายใต้การนำของระบบสื่อสารมวลชน หรือ..<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #948a54;">สังคมชนบท กลุ่มคนรากหญ้า หรือคนชั้นล่างนั้น รับเฉพาะสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน สิ่งที่ได้มา แต่เหตุผลเบื้องหลังของที่เห็น การได้ยิน การได้มาคืออะไร ไม่มีข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจในสิ่งที่เห็น ได้ยิน&#8230;<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #948a54;">น่ากลัวจริงๆ&#8230; เพราะสิ่งใกล้ตัวของผมนั้นคือพี่น้องดงหลวงก็ไม่ก้าวข้ามสิ่งที่ผมกล่าวมานั้น<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #948a54;">หากว่าคนไทยนับถือศาสนาพุทธ และศาสนาพุทธมีคำสอนมากมายถึงเรื่องที่ผมกล่าวมาทั้งหมดว่าอย่าเชื่อเพราะคนพูดน่าเชื่อถือ และ&#8230;..<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #948a54;">แต่จริงๆพุทธศาสนิกชนก็เป็นแค่คนที่มีชื่อในบัตรประจำตัวประชาชนที่ระบุว่ามีศาสนาพุทธเท่านั้นหรือ&#8230;.<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; color: #e36c0a;">โครงการพัฒนาเช่นที่ผมทำ และรับผิดชอบอยู่นี้จะมีส่วนมากน้อยแค่ไหนต่อประเด็นเหล่านี้ คือโจทย์ใหญ่ที่แบกอยู่</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1898/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 6 ตลาดและตาดฟาน</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1897</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1897#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 10:38:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<category><![CDATA[ตาดฟาน]]></category>

		<category><![CDATA[ปากเซ]]></category>

		<category><![CDATA[ลาวใต้]]></category>

		<category><![CDATA[เที่ยวตลาดใหม่ ปากเซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1897</guid>
		<description><![CDATA[วันสุดท้ายที่เราอยู่ในปากเซ เมืองจำปาสักนั้น เราไปชมตลาดใหม่ของเมืองปากเซ มีคำกล่าวว่า หากจะดูความอุดมสมบูรณ์ของท้องที่ใดๆก็ให้ไปดูที่ตลาด เราพบว่าเมืองปากเซนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มาก



ระบบตลาดยังเป็นแบบเดิมๆส่วนใหญ่ก็เป็นแบบแบกะดินของกินของใช้มากมายโดยเฉพาะของกินนั้นมีครบสารพัดที่เป็นแบบพื้นเมืองพื้นบ้าน





หากเอาปริมาณและชนิดของอาหารมาเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ ปากเซก็มีความสมบูรณ์มากๆโดยเฉพาะผลผลิตที่มาจากลำน้ำโขง ทั้งปลานานาชนิด หลายชนิดผมไม่เคยเห็นมาก่อน พืชผัก ต่างๆมาจาก &#8220;ดอน&#8221; หรือเกาะแก่งที่อยู่กลางลำน้ำโขง โดยเฉพาะที่เรียกว่า &#8220;สีพันดอน&#8221; นั้นคืออู่ข้าวอู่น้ำของเมืองปากเซ จำปาสัก และผมเดาว่ายังส่งอาหารเหล่านี้ไปเมืองอื่นๆด้วย



เราเดินทางต่อไปยังตาดฟาน ตาดคือน้ำตก ที่นั่นมีรีสอร์ทอยู่ด้วย พบว่ามีฝรั่งมาเช่าพักกันมาก ตาดฟานเป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า 200 เมตร อยู่ในหุบเขาใหญ่ เราต้องยืนดูที่ขอบหุบเขาหนึ่งแล้วดูไปที่อีกหุบเขาหนึ่งทางทิศตะวันตก จะเห็นตาดฟาน

 

รอบๆคือป่าทึบ ผมชอบที่นี่มากที่สุด ด้วยเหตุผลที่น้ำตกสวยแม้จะไกลเราไม่มีโอกาสสัมผัสนอกจากดู แต่ก็ดีไปอย่างที่น้ำตกจะไม่มีการท่องเที่ยวไปรบกวนความเป็นธรรมชาติของเขา ที่รีสอร์ทนี้มีอาคารที่จำหน่ายอาหาร กาแฟเครื่องดื่มต่างๆ ต้นไม้ครึ้มไปหมด  ชอบมากครับ

 

เนื่องจากเป็นหุบเขากว้างใหญ่ จนไม่ได้ยินเสียงน้ำตก ฝรั่งแต่ละคนที่มายืนดู เขาใช้เวลานานมาก จนเรานึกในใจว่า ขยับเสียทีซิจะได้ยืนตรงนั้นบ้างเพราะเป็นจุดที่ดูดีที่สุด อิอิ

เรานั่งดื่มกาแฟสดและดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่นานพอสมควร เราไปแบบครอบครัวจึงใช้เวลาได้เต็มที่ มองไปรอบๆเห็นภาพคนไทยจำนวนมากที่ดังๆมาเยี่ยมที่นี่แล้ว ดูเอาเองว่าใครเป็นใครนะครับ

 

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">วันสุดท้ายที่เราอยู่ในปากเซ เมืองจำปาสักนั้น เราไปชมตลาดใหม่ของเมืองปากเซ มีคำกล่าวว่า หากจะดูความอุดมสมบูรณ์ของท้องที่ใดๆก็ให้ไปดูที่ตลาด เราพบว่าเมืองปากเซนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มาก<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-61.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-62.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">ระบบตลาดยังเป็นแบบเดิมๆส่วนใหญ่ก็เป็นแบบแบกะดินของกินของใช้มากมายโดยเฉพาะของกินนั้นมีครบสารพัดที่เป็นแบบพื้นเมืองพื้นบ้าน<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-63.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-64.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"><br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-65.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-66.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">หากเอาปริมาณและชนิดของอาหารมาเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ ปากเซก็มีความสมบูรณ์มากๆโดยเฉพาะผลผลิตที่มาจากลำน้ำโขง ทั้งปลานานาชนิด หลายชนิดผมไม่เคยเห็นมาก่อน พืชผัก ต่างๆมาจาก &#8220;ดอน&#8221; หรือเกาะแก่งที่อยู่กลางลำน้ำโขง โดยเฉพาะที่เรียกว่า &#8220;สีพันดอน&#8221; นั้นคืออู่ข้าวอู่น้ำของเมืองปากเซ จำปาสัก และผมเดาว่ายังส่งอาหารเหล่านี้ไปเมืองอื่นๆด้วย<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-67.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">เราเดินทางต่อไปยังตาดฟาน ตาดคือน้ำตก ที่นั่นมีรีสอร์ทอยู่ด้วย พบว่ามีฝรั่งมาเช่าพักกันมาก ตาดฟานเป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า 200 เมตร อยู่ในหุบเขาใหญ่ เราต้องยืนดูที่ขอบหุบเขาหนึ่งแล้วดูไปที่อีกหุบเขาหนึ่งทางทิศตะวันตก จะเห็นตาดฟาน<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-68.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-69.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">รอบๆคือป่าทึบ ผมชอบที่นี่มากที่สุด ด้วยเหตุผลที่น้ำตกสวยแม้จะไกลเราไม่มีโอกาสสัมผัสนอกจากดู แต่ก็ดีไปอย่างที่น้ำตกจะไม่มีการท่องเที่ยวไปรบกวนความเป็นธรรมชาติของเขา ที่รีสอร์ทนี้มีอาคารที่จำหน่ายอาหาร กาแฟเครื่องดื่มต่างๆ ต้นไม้ครึ้มไปหมด  ชอบมากครับ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-610.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-611.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">เนื่องจากเป็นหุบเขากว้างใหญ่ จนไม่ได้ยินเสียงน้ำตก ฝรั่งแต่ละคนที่มายืนดู เขาใช้เวลานานมาก จนเรานึกในใจว่า ขยับเสียทีซิจะได้ยืนตรงนั้นบ้างเพราะเป็นจุดที่ดูดีที่สุด อิอิ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">เรานั่งดื่มกาแฟสดและดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่นานพอสมควร เราไปแบบครอบครัวจึงใช้เวลาได้เต็มที่ มองไปรอบๆเห็นภาพคนไทยจำนวนมากที่ดังๆมาเยี่ยมที่นี่แล้ว ดูเอาเองว่าใครเป็นใครนะครับ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-612.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-1033-613.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1897/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 5 หลี่ผี คอนพะเพ็ง</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1883</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1883#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 06:35:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<category><![CDATA[คอนพะเพ็ง]]></category>

		<category><![CDATA[จำปาสัก]]></category>

		<category><![CDATA[ปากเซ]]></category>

		<category><![CDATA[หลี่ผี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1883</guid>
		<description><![CDATA[ที่โรงแรมจำปาสักพาเลสนั้นห้องพักกว้างขวางมีความเป็นมาตรฐาน ที่แปลกคือ รอบห้องนั้นเป็นทางเดิน

 

อันเนื่องมาจากเดิมเป็นการก่อสร้างเป็นพระราชวังของเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงเสียก่อนรัฐบาลใหม่จึงดัดแปลงมาเป็นโรงแรม ท่านดูรายละเอียดได้ที่นี่ ประวัติโรงแรมจำปาสักพาเลส

คณะรัฐมนตรีสมัยทักษิณเคยมาที่นี่และถ่ายรูปไว้ดังภาพซ้ายมือล่าง

หลังจากอาหารเช้าที่อยากทานเท่าไหร่ก็เชิญตามสบาย แต่มีแต่คนไทยไปแย่งกันเอง ผมเห็นการบริหารจัดการเรื่องอาหารแล้วยังด้อย และทานแบบทิ้งขว้างก็เยอะ เพราะเป็นบุปเฟต์ คนเราจึงตักอาหารมากันเต็มที่ แล้วทานไม่หมด คนนั้นคือคนไทยครับ

เราเดินทางไปดูน้ำตกหลี่ผี ระหว่างทางนั้นต้องหยุดพักและข้างทางให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำ จึงมีอาชีพสร้างห้องน้ำขึ้นในลาวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวซื้อบริการ ผมว่าเป็นการพัฒนารองรับการท่องเที่ยวที่บูมกันมากๆ ทำให้ผมย้อนไปนึกถึงการเดินทางไปเที่ยวเวียตนามในดินแดนลาวนั้นเส้นทางนั้นยังไม่มีบริการนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวไทยนั่งรถไปเที่ยวต้องวิ่งเข้าป่าทั้งชายหญิง ทุลักทุเล ไม่ทราบว่าเส้นทางนั้นก่อสร้างห้องน้ำบริการแบบเส้นทางไปน้ำตกหลี่ผีหรือยัง

 

สักพักใหญ่ๆเราก็มาถึงท่าเรือเข้าไปในเขตสีพันดอน เพื่อเที่ยวดูน้ำตกหลี่ผี ข้ามเรือไปแล้วก็เห็นบริการห้องน้ำอีก เขียนเชิญชวนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาลาว ว่า &#8220;บริการห้องน้ำ คนละ 1000 กีบ เท่ากับ 5 บาทไทย&#8221;

 

ที่นี่เรียกบ้านดอนเดด เราต้องนั่งรถ 5 แถว เปิดโล่งโจ่งพาเราไปหลี่ผี บนถนนแบบชาวบ้านจริงๆฝุ่นเต็มไปหมด เห็นนักท่องเที่ยวไทยหลายคันใส่หน้ากากกันทุกคน ถนนก็แคบเวลาสวนกันคันหนึ่งต้องหยุดเพื่อให้อีกคันไปก่อน หลายคนคงบ่นว่าล้าหลัง ฝุ่นเต็มไปหมด ทำไมไม่ลาดยางเหมือนฝั่งไทย ผมกลับคิดว่า เออ นี่แหละเสน่ห์อย่างหนึ่ง  ฝรั่งหลายคนใช้วิธีเช่าจักรยานไปดูน้ำตก และเช่าโฮมเสตย์แถบนี้นอนกันเป็นสัปดาห์เลย



ระหว่างเส้นทางไปน้ำตกหลี่ผีนั้นไกด์สาวลาวชี้ให้ดูซากหัวรถจักรไปน้ำที่ฝรั่งเศสมาสร้างและทิ้งไว้ ผมนึกย้อนหลังคราวไปเที่ยวหลวงพระบางที่ไปดูหลุมศพ อองรีย์ มูโอต์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">ที่โรงแรมจำปาสักพาเลสนั้นห้องพักกว้างขวางมีความเป็นมาตรฐาน ที่แปลกคือ รอบห้องนั้นเป็นทางเดิน<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-61.jpg" alt="" width="324" height="343" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-62.jpg" alt="" width="325" height="344" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">อันเนื่องมาจากเดิมเป็นการก่อสร้างเป็นพระราชวังของเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงเสียก่อนรัฐบาลใหม่จึงดัดแปลงมาเป็นโรงแรม ท่านดูรายละเอียดได้ที่นี่ <a href="http://guideubon.com/news/view.php?t=49&amp;s_id=2&amp;d_id=2">ประวัติโรงแรมจำปาสักพาเลส</a><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">คณะรัฐมนตรีสมัยทักษิณเคยมาที่นี่และถ่ายรูปไว้ดังภาพซ้ายมือล่าง<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">หลังจากอาหารเช้าที่อยากทานเท่าไหร่ก็เชิญตามสบาย แต่มีแต่คนไทยไปแย่งกันเอง ผมเห็นการบริหารจัดการเรื่องอาหารแล้วยังด้อย และทานแบบทิ้งขว้างก็เยอะ เพราะเป็นบุปเฟต์ คนเราจึงตักอาหารมากันเต็มที่ แล้วทานไม่หมด คนนั้นคือคนไทยครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">เราเดินทางไปดูน้ำตกหลี่ผี ระหว่างทางนั้นต้องหยุดพักและข้างทางให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำ จึงมีอาชีพสร้างห้องน้ำขึ้นในลาวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวซื้อบริการ ผมว่าเป็นการพัฒนารองรับการท่องเที่ยวที่บูมกันมากๆ ทำให้ผมย้อนไปนึกถึงการเดินทางไปเที่ยวเวียตนามในดินแดนลาวนั้นเส้นทางนั้นยังไม่มีบริการนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวไทยนั่งรถไปเที่ยวต้องวิ่งเข้าป่าทั้งชายหญิง ทุลักทุเล ไม่ทราบว่าเส้นทางนั้นก่อสร้างห้องน้ำบริการแบบเส้นทางไปน้ำตกหลี่ผีหรือยัง<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-63.jpg" alt="" width="322" height="341" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-64.jpg" alt="" width="320" height="339" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">สักพักใหญ่ๆเราก็มาถึงท่าเรือเข้าไปในเขตสีพันดอน เพื่อเที่ยวดูน้ำตกหลี่ผี ข้ามเรือไปแล้วก็เห็นบริการห้องน้ำอีก เขียนเชิญชวนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาลาว ว่า &#8220;บริการห้องน้ำ คนละ 1000 กีบ เท่ากับ 5 บาทไทย&#8221;<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-65.jpg" alt="" width="332" height="350" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-66.jpg" alt="" width="335" height="356" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">ที่นี่เรียกบ้านดอนเดด เราต้องนั่งรถ 5 แถว เปิดโล่งโจ่งพาเราไปหลี่ผี บนถนนแบบชาวบ้านจริงๆฝุ่นเต็มไปหมด เห็นนักท่องเที่ยวไทยหลายคันใส่หน้ากากกันทุกคน ถนนก็แคบเวลาสวนกันคันหนึ่งต้องหยุดเพื่อให้อีกคันไปก่อน หลายคนคงบ่นว่าล้าหลัง ฝุ่นเต็มไปหมด ทำไมไม่ลาดยางเหมือนฝั่งไทย ผมกลับคิดว่า เออ นี่แหละเสน่ห์อย่างหนึ่ง  ฝรั่งหลายคนใช้วิธีเช่าจักรยานไปดูน้ำตก และเช่าโฮมเสตย์แถบนี้นอนกันเป็นสัปดาห์เลย<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-67.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">ระหว่างเส้นทางไปน้ำตกหลี่ผีนั้นไกด์สาวลาวชี้ให้ดูซากหัวรถจักรไปน้ำที่ฝรั่งเศสมาสร้างและทิ้งไว้ ผมนึกย้อนหลังคราวไปเที่ยวหลวงพระบางที่ไปดูหลุมศพ อองรีย์ มูโอต์ ชาวฝรั่งเศษที่มาสำรวจแม่น้ำโขงย้อนขึ้นไปจนไปเสียชีวิตที่หลวงพระบาง ก่อนเสียชีวิตเขาเขียนรายงานแล้วในที่สุดฝรั่งเศษต้องยกเลิกการยกกำลังที่จะบุกจีนทางแม่น้ำโขงเปลี่ยนไปเป็นแม่น้ำหอมในเวียตนามแทน แต่ก็ถือโอกาสยึดเวียตนาม เขมร ลาว และเกิดเรื่องราวกับไทยอย่างที่เราเรียนกัน<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">เจ้าหัวรถจักรนี้คือความพยายามที่จะยกเรือขึ้นบกเพื่อหลบหลักคอนพะเพ็ง หลี่ผี และเกาะแก่งต่างๆทีมีมากมายในแม่น้ำโขง ซึ่งที่มุกดาหารก็มีเรือมอริส เป็นประวัติศาสตร์ทิ้งไว้เพราะเรือบางลำได้นำขึ้นบกแล้ววิ่งขึ้นไปได้ เช่นมอริส แล้วพ่อค้าไทยหัวใสก็ซื้อมาจากฝั่งลาวมาทำร้านอาหารในแม่น้ำโขงที่มุกดาหาร ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว จอดเฉยๆ ผมไม่ทราบเหตุผล อาจเป็นเพราะหลายปีที่ผ่านมาเกิดการยิงกันตายถึง 5 ศพในเรือลำนี้ก็ได้&#8230;<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-68.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-69.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">รถ 5 แถวพาเราไปจอดใกล้ๆหลี่ผีเราต้องเดินเข้าไปอีกสัก 30 เมตร ข้างทางก็มีร้านชาวบ้านมาขายกล้วยปิ้ง น้ำ ขนมพื้นบ้าน ส้มตำ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-610.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-611.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">เราเดินถึงหลี่ผีก็เห็นนักท่องเที่ยวทั้งไทยทั้งฝรั่งต่างหามุมมองน้ำตกและถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอกัน มองเห็นหลี่ เครื่องมือจับปลาอันเป็นที่มาของชื่อหลี่ผี.. มีป้ายเตือนนักท่องเที่ยวระวังอันตรายที่อาจพลัดตกลงไปได้ ซึ่งมีบ่อยๆ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-612.jpg" alt="" width="232" height="192" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-613.jpg" alt="" width="226" height="188" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-614.jpg" alt="" width="219" height="182" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">น่าตกใจที่มีแต่หิน น้ำมีนิดเดียว..??!!! เหลือเพียงร่องรอยระดับน้ำที่เคยมีอยู่ หากเดินทางเป็นพันกิโลจากไทยเพื่อมาดูหินก็เซ็งเป็ดเลย&#8230; ผมซูมกล้องไปที่น้ำใสๆก้นหลี่ผีก้พบเศษขยะมากพอสมควร ขวดเบียร์ กระป๋องเบียร์ และอื่นๆลอยวนอยู่ก้นหลี่ผีนั่น แหล่งท่องเที่ยวกับขยะเป็นของคู่กันนะ&#8230;อิอิ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-615.jpg" alt="" width="218" height="231" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-616.jpg" alt="" width="279" height="231" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">พักพอหายเหนื่อยเราก็เดินทางกลับไปน้ำคกคอนพะเพ็งต่อ เส้นทางกลับก็ผ่านร้านขายสินค้าแบบในไทย ที่ท่าเรือดอดเดด ผมเห็นร้านขายเครื่องดื่มไทยหลายอย่างและมีน้ำตราหัวเสือของลาววางขายด้วย<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-617.jpg" alt="" width="216" height="229" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-618.jpg" alt="" width="211" height="223" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-619.jpg" alt="" width="209" height="220" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">ระหว่างทางนั่งเรือกลับ เราเห็นน้องหมายืนบนหัวเรือสวนทางกับเรา เขาคงกลับบ้านดอนเดดนะคงไม่ไปเที่ยวหลี่ผีแน่เลย อิอิ ที่ท่าเรือนั้น ผมสังเกตเห็นรถบรรทุกสินค้าเต็มลำ จึงเข้าไปถามว่าในเก่งนั่นคืออะไร เขาบอกว่าเป็นปลาจากแม่น้ำโขงจะเอาไปขายที่ปากเซ แล้วในถุงแดงๆสามใบนั้นคืออะไร เขาบอกว่าทั้งหมดนั่นคือยอดผักหวานป่า เท่านั้นเองผมก็ขอเขาเปิดดูแล้วสัมภาษณ์ใหญ่เลยมามาจากไหน เอาไปไหน ราคาเท่าไหร่ เก็บอย่างไร ชาวบ้านชอบกินไหม มีใครเอามาปลูกในสวนบ้างไหมหรือเอามาจากป่าอย่างเดียว&#8230;พบว่า มาจากดอน หรือป่าที่เป็นเกาะแก่งกลางแม่น้ำโขง และจำนวนมากมาจากเขมร ราคากิโลกรัมละ 80-100 บาทไทย  ใจผมนึกอยากหิ้วกลับบ้านจัง เพราะในไทยที่มุกดาหารขาย กก.ละ 250-400 บาท<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-620.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;">จากนั้นไกด์พาไปเที่ยวคอนพะเพ็งต่อ สวยสมใจครับ ยิ่งใหญ่สมราคาคุยจริงๆ ใครไม่รู้ตั้งสมญาว่า &#8220;ไนแอการาแห่งเอเซีย&#8221; ผมก็ยกมือให้สุดๆ ดูซิครับสภาพแบบนี้ตลอดทั้งปี แม้ฤดูน้ำหลาก น้ำก็จะมากกว่านี้แต่สภาพไม่ต่างไปจากนี้เท่าไหร่ แล้วจะเอาเรือข้ามไปได้อย่างไร ก็มีทางเดียวคือ ยกขั้นรถรางจากใต้คอนพะเพ็งไปเหนือคอนพะเพ็ง แล้วทำอย่างนี้เรื่อยไปตลอดแม่โขง แบบนี้ฝรั่งเศสสมัยนั้นจึงถอดใจ..<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-621.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-622.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0629-623.jpg" alt="" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1883/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อยู่กับปลวก..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1859</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1859#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 03:35:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<category><![CDATA[ปลวก]]></category>

		<category><![CDATA[วิธีกำจัดปลวกโดยไม่ใช้สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1859</guid>
		<description><![CDATA[เพราะเราทั้งคู่ทิ้งบ้านให้เป็นที่นอนเล่นของผู้ช่วยแม่บ้าน แม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจที่เธอไม่ค่อยทำงานเข้าตาเท่าไหร่ แต่ก็อยู่กันมานาน บอกอะไรก็ทำ แต่นานไปเธอก็ไม่ทำ อิอิ คิดเสียว่ารกคนดีกว่ารกหญ้า

แล้วมันเป็นไงล่ะ..

ปลวกซิครับท่าน ผมบ่นมาหลายบันทึกแล้ว ผมก็ควานหาวิธีการต่างๆที่ไม่ใช้สารเคมี



ป้าจุ๋มแนะนำไว้ ว่ามีเพื่อนที่รับทำการกำจัดปลวก ผมก็เก็บเป็นข้อมูลไว้..

น้องเบิร์ดแนะนำน้ำส้มสายชู เพราะหากถูกตัวเขาจะแสบแล้วเขาหนีไป..น่าสน
ไปบ่นให้พี่ใหญ่ที่ทำงานด้วยกันฟัง ท่านก็บอกว่า บ้านพี่นะก่อนสร้างเทปูน เอาแผ่นพลาสติกผืนใหญ่มาปูก่อนแล้วจึงเทปูน เขาว่ามันกลัวพลาสติก นี่ก็สร้างบ้านมานับสิบ สิบปีแล้ว ไม่มีปลวกครับ&#8230;เออ ผมก็เก็บข้อมูลไว้..
ไปค้นข้อมูล เขาว่า หัวกลอย หากเอามาฝานแล้วแช่น้ำเอาน้ำมาพ่นมันจะตายและหนีไป  เอาหละได้การที่ดงหลวงมีกลอยเยอะจึงสั่งชาวบ้านหากลอยให้หน่อย&#8230;

วันนั้นแวะไปเอากลอยกับผู้เฒ่าในหมู่บ้าน พ่อใหญ่ถามว่า อาจารย์เอากลอยไปกินหรือ..ทำเป็นไหมล่ะ ..ผมบอกพ่อใหญ่ว่าไม่ได้เอาไปกินหรอก จะเอาไปหมักพ่นฆ่าปลวก&#8230;

พ่อใหญ่บอกพร้อมชี้ไปที่บ้านข้างๆว่า นี่..นี่..อาจารย์บ้านลูกสาวนี่ใช้เกลือครับ เกลือแกงเรานี่แหละเทใส่โคนเสาไปเลย ไม่มีปลวกซักตัว มันคงเค็ม  เออ..ผมได้หลายวิธีแล้ว

วันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนผมก็เอาทุกสูตรมารวมกัน ไปซื้อน้ำส้มสายชูมา 6 ขวด (ที่บ้านไม่ทานน้ำส้มสายชู ทานซีอิ้ว) ไปซื้อเกลือ เอาน้ำส้มควันไม้ หมักกลอย เอามาผสมกันกะว่า ฮื่อคราวนี้แหละปลวกก็ปลวกเถอะเห็นดีกัน&#8230;

วงกบข้างครัวเป็นที่ทดลองเพราะปลวกกัดกินจนโผล่หัวออกมาให้เห็น จัดการไปซื้อ ไซลิงค์แบบพลาสติก เอาเข็มแบบใหญ่มา จัดการซะบ้านเลอะไปเลย  ทิ้งไว้สัปดาห์หน้าค่อยมาดู คนข้างกายก็ตระเวนไปทั่วประเทศ ผมก็เข้าดงหลวง ทิ้งบ้านไว้กับแจ๋ว ..ทั้งปี..อิอิ

ต่างคนต่างกลับมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">เพราะเราทั้งคู่ทิ้งบ้านให้เป็นที่นอนเล่นของผู้ช่วยแม่บ้าน แม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจที่เธอไม่ค่อยทำงานเข้าตาเท่าไหร่ แต่ก็อยู่กันมานาน บอกอะไรก็ทำ แต่นานไปเธอก็ไม่ทำ อิอิ คิดเสียว่ารกคนดีกว่ารกหญ้า<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">แล้วมันเป็นไงล่ะ..<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">ปลวกซิครับท่าน ผมบ่นมาหลายบันทึกแล้ว ผมก็ควานหาวิธีการต่างๆที่ไม่ใช้สารเคมี<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031453-0335-1.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">ป้าจุ๋มแนะนำไว้ ว่ามีเพื่อนที่รับทำการกำจัดปลวก ผมก็เก็บเป็นข้อมูลไว้..<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">น้องเบิร์ดแนะนำน้ำส้มสายชู เพราะหากถูกตัวเขาจะแสบแล้วเขาหนีไป..น่าสน</span></p>
<p>ไปบ่นให้พี่ใหญ่ที่ทำงานด้วยกันฟัง ท่านก็บอกว่า บ้านพี่นะก่อนสร้างเทปูน เอาแผ่นพลาสติกผืนใหญ่มาปูก่อนแล้วจึงเทปูน เขาว่ามันกลัวพลาสติก นี่ก็สร้างบ้านมานับสิบ สิบปีแล้ว ไม่มีปลวกครับ&#8230;เออ ผมก็เก็บข้อมูลไว้..</p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">ไปค้นข้อมูล เขาว่า หัวกลอย หากเอามาฝานแล้วแช่น้ำเอาน้ำมาพ่นมันจะตายและหนีไป  เอาหละได้การที่ดงหลวงมีกลอยเยอะจึงสั่งชาวบ้านหากลอยให้หน่อย&#8230;<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">วันนั้นแวะไปเอากลอยกับผู้เฒ่าในหมู่บ้าน พ่อใหญ่ถามว่า อาจารย์เอากลอยไปกินหรือ..ทำเป็นไหมล่ะ ..ผมบอกพ่อใหญ่ว่าไม่ได้เอาไปกินหรอก จะเอาไปหมักพ่นฆ่าปลวก&#8230;<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">พ่อใหญ่บอกพร้อมชี้ไปที่บ้านข้างๆว่า นี่..นี่..อาจารย์บ้านลูกสาวนี่ใช้เกลือครับ เกลือแกงเรานี่แหละเทใส่โคนเสาไปเลย ไม่มีปลวกซักตัว มันคงเค็ม  เออ..ผมได้หลายวิธีแล้ว<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">วันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนผมก็เอาทุกสูตรมารวมกัน ไปซื้อน้ำส้มสายชูมา 6 ขวด (ที่บ้านไม่ทานน้ำส้มสายชู ทานซีอิ้ว) ไปซื้อเกลือ เอาน้ำส้มควันไม้ หมักกลอย เอามาผสมกันกะว่า ฮื่อคราวนี้แหละปลวกก็ปลวกเถอะเห็นดีกัน&#8230;<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">วงกบข้างครัวเป็นที่ทดลองเพราะปลวกกัดกินจนโผล่หัวออกมาให้เห็น จัดการไปซื้อ ไซลิงค์แบบพลาสติก เอาเข็มแบบใหญ่มา จัดการซะบ้านเลอะไปเลย  ทิ้งไว้สัปดาห์หน้าค่อยมาดู คนข้างกายก็ตระเวนไปทั่วประเทศ ผมก็เข้าดงหลวง ทิ้งบ้านไว้กับแจ๋ว ..ทั้งปี..อิอิ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">ต่างคนต่างกลับมา ตรงรี่ไปดูผลงาน&#8230;.ชะ ชะ ชะ ชะ เจ้าปลวกน้อย ยังก่อสร้างบ้านของเขาอยู่ เขี่ยเอาดินออกตัวเขาก็ร่วงลงมาเลย&#8230;สรุปว่าไม่ได้ผล หรืออาจเป็นเพราะผมทำไม่ถูกวิธี หรือเป็นเพราะเอามาผสมกันทุกอย่างแล้วฤทธิมันฆ่ากันเอง &#8230;<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">ผมขึ้นไปห้องนอน น้ำยาที่บริษัทมาฉีดไว้ ตรวจสอบดูก็ได้ผลเฉพาะส่วนที่พ่นน้ำยาไว้ ตรงอื่นๆผมยังได้ยินปลวกมันกัดพื้น ตัดสินใจยกเตียงออก เจาะพื้นกลางที่เตียงครอบอยู่<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">แม่เจ้า&#8230;.อยากจะพูดให้เว่อไว้หน่อย  ปลวกวิ่งพล่าน มากเป็นกำกำเลย ผมจัดการเอาน้ำยาที่บริษัททิ้งไว้ให้ราดลงไป ทีนี้ก็เกิดงานเข้าหละซี แกะตรงโน้นก็มี ตรงนี้ก็มี หมดกัน เลยตัดสินใจย้ายห้องนอนไปนอนข้างล่างห้องลูกสาวที่เจ้าตัวไม่อยู่เพราะมาทำงานกรุงเทพฯ ต้องรื้อพื้นปาเก้ และคงต้องทิ้งทั้งหมด ทำใหม่ ทีนี้คงปูกระเบื้องแล้วหละ&#8230;..<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">เราแพ้มันซะแล้ว สู้ไม่ไหว  พิจารณามันเหมือนภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่เห็นคือส่วนภูเขาข้างบนน้ำ ส่วนที่อยู่ใต้น้ำซิ มากมายนัก&#8230;.<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #31849b;">ดูรูปข้างบนซิ ยังกะนวัตกรรมพิสดาร ที่ใครมาสร้างไว้ จริงๆคือผลงานของปลวกตัวเล็กๆนี่แหละ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1859/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขอคารวะท่านผู้กล้า..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1857</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1857#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 15:59:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1857</guid>
		<description><![CDATA[
 

	
ขอคารวะดวงวิญญาณท่านผู้กล้า

พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา
		
(ภาพจากมติชนออนไลน์)
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
 </p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031353-1559-1.jpg" alt=""/>
	</p>
<p style="text-align: center"><span style="font-size:18pt"><strong>ขอคารวะดวงวิญญาณท่านผู้กล้า<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="font-size:16pt"><span style="color:black; font-family:Tahoma">พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา</span><br />
		</span></p>
<p style="text-align: center">(ภาพจากมติชนออนไลน์)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1857/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โศลกแดง..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1855</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1855#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 13:36:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<category><![CDATA[บางทราย]]></category>

		<category><![CDATA[โศลกแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1855</guid>
		<description><![CDATA[โศลกแดง



เราเกิดมาในบ้านหลังนี้ เรารักเราผูกพัน 

เรารู้ว่าพี่น้องเราไม่เท่าเทียมกัน บางคนร่ำรวย บางคนยากจน

คนคนหนึ่งได้รับการศึกษา ในสถาบันระดับสูงของประเทศ

แต่อีกมากมายนักไม่มีโอกาสเช่นนั้น

คนที่ได้รับการศึกษาคนนั้นมีโอกาสมากมายที่จะเลือกทางเดินแห่งชีวิต

แต่เขาเลือกเดินลงสู่ชนบท เพราะเขารักบ้านหลังนี้ 

ความรักนี้ไม่ได้มากไปกว่าคนอื่นๆหรอก แต่เลือกที่จะยึดอาชีพการทำงานกับชนบท

ไม่มีเกียรติ์ และไม่มีความร่ำรวยรออยู่ข้างหน้า

มีแต่ปัญหาและความหวังดีและกล้าที่จะเผชิญพร้อมๆกับพี่น้อง

มาวันนี้บ้านหลังใหญ่หลังนี้เดือดร้อน เพราะคนในบ้านทะเลาะกัน

เราท่านก็รู้ดีว่าเพราะอะไร 

ช่วยกันเถอะครับ&#8230;ช่วยเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะให้พี่น้องเราหันหน้ามาคืนดีกัน

&#8220;หากเราไม่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้                                           เราก็คือส่วนหนึ่งของปัญหานั่นเอง..&#8221;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 14pt; color: red;">โศลกแดง<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/031053-1335-1.jpg" alt="" /><span style="font-size: 16pt; color: red;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">เราเกิดมาในบ้านหลังนี้ เรารักเราผูกพัน </span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">เรารู้ว่าพี่น้องเราไม่เท่าเทียมกัน บางคนร่ำรวย บางคนยากจน</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">คนคนหนึ่งได้รับการศึกษา ในสถาบันระดับสูงของประเทศ</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">แต่อีกมากมายนักไม่มีโอกาสเช่นนั้น</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">คนที่ได้รับการศึกษาคนนั้นมีโอกาสมากมายที่จะเลือกทางเดินแห่งชีวิต</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">แต่เขาเลือกเดินลงสู่ชนบท เพราะเขารักบ้านหลังนี้ </span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">ความรักนี้ไม่ได้มากไปกว่าคนอื่นๆหรอก แต่เลือกที่จะยึดอาชีพการทำงานกับชนบท</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">ไม่มีเกียรติ์ และไม่มีความร่ำรวยรออยู่ข้างหน้า</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">มีแต่ปัญหาและความหวังดีและกล้าที่จะเผชิญพร้อมๆกับพี่น้อง</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">มาวันนี้บ้านหลังใหญ่หลังนี้เดือดร้อน เพราะคนในบ้านทะเลาะกัน</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">เราท่านก็รู้ดีว่าเพราะอะไร </span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: red;"><span style="font-size:14pt">ช่วยกันเถอะครับ&#8230;ช่วยเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะให้พี่น้องเราหันหน้ามาคืนดีกัน</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 14pt; color: red;"><strong>&#8220;หากเราไม่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้                                           เราก็คือส่วนหนึ่งของปัญหานั่นเอง..&#8221;</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1855/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ก็แค่อยาก..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1853</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1853#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 10:55:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1853</guid>
		<description><![CDATA[
 

		
ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้สึกหิว จึงแวะหาของขบเคี้ยว หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปธรรมชาติ
			

		
ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้สึกปวดฉี่ จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปวิถีชีวิตข้างถนน
			

		
ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้ว่ามีโทรเข้ามา จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปเมฆสวยๆบนท้องฟ้า
			

		
ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติกับรถ จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปวิวข้างทางที่สดสวย
			

		
ผมมักจะจอดรถเมื่อเห็นสัตว์กำลังข้ามถนน จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปพระอาทิตย์สวยๆ
			
ก็แค่อยากถ่ายรูป อ่ะครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
 </p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030953-1055-1.jpg" alt=""/><span style="color:#c0504d; font-size:18pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="color:#c0504d"><span style="font-size:16pt">ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้สึกหิว จึงแวะหาของขบเคี้ยว หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปธรรมชาติ</span><span style="font-size:18pt"><br />
			</span></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030953-1055-2.jpg" alt=""/><span style="color:#c0504d; font-size:18pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="color:#c0504d"><span style="font-size:16pt">ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้สึกปวดฉี่ จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปวิถีชีวิตข้างถนน</span><span style="font-size:18pt"><br />
			</span></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030953-1055-3.jpg" alt=""/><span style="color:#c0504d; font-size:18pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="color:#c0504d"><span style="font-size:16pt">ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้ว่ามีโทรเข้ามา จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปเมฆสวยๆบนท้องฟ้า</span><span style="font-size:18pt"><br />
			</span></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030953-1055-4.jpg" alt=""/><span style="color:#c0504d; font-size:18pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="color:#c0504d"><span style="font-size:16pt">ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติกับรถ จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปวิวข้างทางที่สดสวย</span><span style="font-size:18pt"><br />
			</span></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030953-1055-5.jpg" alt=""/><span style="color:#c0504d; font-size:18pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="color:#c0504d"><span style="font-size:16pt">ผมมักจะจอดรถเมื่อเห็นสัตว์กำลังข้ามถนน จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปพระอาทิตย์สวยๆ</span><span style="font-size:18pt"><br />
			</span></span></p>
<p><span style="color:#fabf8f; font-size:16pt"><strong>ก็แค่อยากถ่ายรูป อ่ะครับ</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1853/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คนใต้คนหนึ่งที่ผมรู้จัก..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1845</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1845#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 16:14:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1845</guid>
		<description><![CDATA[คิดถึงเพื่อนรักที่ชื่อนายสถาพร ศรีสัจจัง


	
เพราะน้องครูปูชักชวนเพื่อนลานไปงานบวชเม้ง และระบุโปรแกรมไปที่เกาะยอ เลยนึกถึงเพื่อนรักลูกช้างรุ่นเดียวกันที่เป็นคนที่มีพลังในการทำงานมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อวานซืนเขาเพิ่งโทรจากเกาะยอไปหาผมที่ขอนแก่นด้วยความคิดถึงกัน สถาพรชวนไปเที่ยวที่สวนที่เกาะยอ จะเลี้ยงไวน์ว่างั้น อิอิ พอดีผมและครอบครัวมีโปรแกรมลงใต้มาตรังช่วงเช็งเม้ง เขาก็ชวนให้ไปนอนคุยกันที่นั่น  ผมเองก็มีเพื่อนรายทาง หลังสวน ชุมพร ภูเก็ต พังงา&#8230; แต่โปรแกรมครอบครัวติดขัดบางประการ..
			
เลยถือโอกาสนี้แนะนำเพื่อนรักสถาพร ศรีสัจจังคนมีพลังทำงานเหลือเฟือคนนี้ครับ 
			

 
คำประกาศเกียรติคุณนายสถาพร ศรีสัจจังศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ประจำปี 2548
		
นายสถาพร ศรีสัจจัง ปัจจุบัน อายุ 55 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2493 ที่จังหวัดพัทลุง เป็นกวีและนักเขียนที่สร้างผลงานหลายประเภททั้งกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวยนิยาย บทความ ปกิณกะคดี และวรรณกรรมเยาวชน ผลงานหลายเรื่องได้รับการยกย่อง ได้รับรางวัล และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น บทกวี &#8220;ดาวเหนือ&#8221; เรื่องสั้น เรื่อง &#8220;คลื่นหัวเดิ่ง&#8221; วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง &#8220;เด็กชายชาวเล&#8221; เป็นต้น

สถาพร ศรีสัจจัง เป็นกวีและและนักเขียนที่เป็นนักคิด นักอุดมคติ และนักต่อสู้เพื่อสังคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size:14pt">คิดถึงเพื่อนรักที่ชื่อนายสถาพร ศรีสัจจัง<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1614-1.jpg" alt=""/>
	</p>
<p><span style="color:#365f91"><span style="font-size:12pt">เพราะน้องครูปูชักชวนเพื่อนลานไปงานบวชเม้ง และระบุโปรแกรมไปที่เกาะยอ เลยนึกถึงเพื่อนรักลูกช้างรุ่นเดียวกันที่เป็นคนที่มีพลังในการทำงานมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อวานซืนเขาเพิ่งโทรจากเกาะยอไปหาผมที่ขอนแก่นด้วยความคิดถึงกัน สถาพรชวนไปเที่ยวที่สวนที่เกาะยอ จะเลี้ยงไวน์ว่างั้น อิอิ พอดีผมและครอบครัวมีโปรแกรมลงใต้มาตรังช่วงเช็งเม้ง เขาก็ชวนให้ไปนอนคุยกันที่นั่น  ผมเองก็มีเพื่อนรายทาง หลังสวน ชุมพร ภูเก็ต พังงา&#8230; แต่โปรแกรมครอบครัวติดขัดบางประการ..</span><span style="font-size:14pt"><br />
			</span></span></p>
<p><span style="color:#365f91"><span style="font-size:12pt">เลยถือโอกาสนี้แนะนำเพื่อนรักสถาพร ศรีสัจจังคนมีพลังทำงานเหลือเฟือคนนี้ครับ </span><span style="font-size:14pt"><br />
			</span></span></p>
<p>
 </p>
<p style="text-align: center"><span style="font-family:Tahoma; font-size:12pt"><strong>คำประกาศเกียรติคุณนายสถาพร ศรีสัจจัง<br/>ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์<br/>ประจำปี 2548</strong><br />
		</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1614-2.gif" alt=""/><span style="font-family:Tahoma; font-size:14pt">นายสถาพร ศรีสัจจัง ปัจจุบัน อายุ 55 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2493 ที่จังหวัดพัทลุง เป็นกวีและนักเขียนที่สร้างผลงานหลายประเภททั้งกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวยนิยาย บทความ ปกิณกะคดี และวรรณกรรมเยาวชน ผลงานหลายเรื่องได้รับการยกย่อง ได้รับรางวัล และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น บทกวี &#8220;ดาวเหนือ&#8221; เรื่องสั้น เรื่อง &#8220;คลื่นหัวเดิ่ง&#8221; วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง &#8220;เด็กชายชาวเล&#8221; เป็นต้น<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1614-3.gif" alt=""/><span style="font-family:Tahoma; font-size:14pt">สถาพร ศรีสัจจัง เป็นกวีและและนักเขียนที่เป็นนักคิด นักอุดมคติ และนักต่อสู้เพื่อสังคม ผลงานวรรณศิลป์ของสถาพร ผูกติดอยู่กับความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม สถาพรวัยหนุ่มอยู่ในช่วงที่ประชาชนถูกย่ำยีด้วยอำนาจอันไม่เป็นธรรม เขาเข้าร่วมกระบวนการต่อสู้นั้นด้วยพลังกาย พลังใจ และพลังปัญญาที่กลั่นออกมาเป็นเรื่องสั้นและบทกวีมากชิ้น งานเขียนของเขากล่าวแทนใจของนักต่อสู้คนหนุ่มสาวในยุคแสวงหา ผลงานของเขาจึงเป็นการสานต่อแนวคิดของกลุ่มวรรณกรรมเพื่อชีวิต และวรรณกรรมเพื่อประชาชน แม้ว่างานเขียนของสถาพร ศรีสัจจัง จะสะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น แต่สามารถสร้างประสบการณ์ร่วมแก่ผู้อ่านทั่วไป สำหรับสถาพร ศรีสัจจัง อุดมคติ วิถีชีวิต และการสร้างสรรค์วรรณกรรมคือสิ่งเดียวกัน หากเป็นการเดินเรือ เขาหันหัวเรือเข้าสู่คลื่น ในงานวรรณศิลป์ เขาหันเข้าปะทะความไม่ถูกต้องอย่างไม่หวั่นกลัว ดังนั้น จุดเด่นในงานประพันธ์ของเขาคือ การสร้างจิตสำนึกในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเป็นธรรม และการต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาโดยไม่ย่อท้อหวาดหวั่น โดยใช้กลวิธีทางวรรณศิลป์ที่งดงาม คมคาย และเข้มข้นด้วยพลังอารมณ์สะเทือนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทกวีของเขามีลีลาจังหวะ และมีพลังเสียงที่ประสานกับพลังของถ้อยคำอย่างหนักแน่น บทกวีของเขาจึงมีความโดดเด่น มีน้ำเสียง เข้ม ห้วน และมีพลังแรง ราวประกาศเอกลักษณ์ของคนใต้ แต่ขณะเดียวกันมีความหวานซึ้งของอารมณ์กวี สถาพรมีความจัดเจนในถ้อยคำ เขาสามารถเล่นคำ เล่นเสียง ผสานคำท้องถิ่นและส่วนกลางได้อย่างมีรสอารมณ์ ยิ่งประกอบกับการที่เขามีความตระหนักในปัญหาของสังคม และมีความเข้าใจเห็นใจชีวิตของคนทุกข์ยากที่ถูกเอาเปรียบ กวีนิพนธ์ของเขาจึงเข้มข้นทั้งเนื้อหาและลีลาวรรณศิลป์ ขนอาจกล่าวได้ว่า กวีนิพนธ์ของสถาพร ศรีสัจจัง เป็นต้นแบบของตระกูลช่างสลักถ้อยคำ เป็นงานวรรณศิลป์ที่สืบสานต่อมาในกลุ่มกวีร่วมสมัยที่เป็นชาวใต้ เป็นนักอุดมคติที่ไฟไม่เคยมอด ด้วยฝีมือในเชิงช่างวรรรศิลป์ที่ไม่เคยตก สถาพร ศรีสัจจัง ยังสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงบันดาลใจแก่กวีและนักเขียนรุ่นน้องให้สืบต่ออุดมการณ์ความคิดและ สืบสานอัตลักษณ์แห่งวรรณศิลป์ของเขาต่อมา<br />
</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">สนใจผลงานเขาดูเพิ่มเติมที่ http://www.tsu.ac.th/ists/article/sathaporn/</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1845/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ ปราสาทวัดพู 2</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1841</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1841#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 12:41:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทุนสังคม]]></category>

		<category><![CDATA[จำปาสัก ปากเซ]]></category>

		<category><![CDATA[บางทราย]]></category>

		<category><![CDATA[ปราสาทวัดพู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1841</guid>
		<description><![CDATA[ 
ตรงทางเข้าปราสาทวัดพูเราก็พบพิพิธภัณฑ์ ที่เขาห้ามถ่ายรูป แต่มีชาวฝรั่งเศสมาถ่ายทำสารคดี เขาคงขออนุญาตพิเศษ เราเข้าไปชมก็พบ อรรธนารีศวร ที่นี่ แต่ไม่สมบูรณ์เท่าที่อุบลฯครับ 
  
ไกด์สาวพาเราเดินขึ้นปราสาทวัดพู ก่อนขึ้นไปมีชาวบ้านเอาเครื่องเซ่นไหว้พระรูปมาขาย เราซื้อมาแสดงคารวะ ต่อพระรูปตระหง่านก่อนทางขึ้นนั่น

  
ทางผ่านด้านล่างก่อนขึ้นปราสาทนั้นไกด์บอกว่ามีสามชาติมาสนับสนุนการฟื้นฟูมี อินเดีย ฝรั่งเศษ และอิตาลี

ช่วงที่ไปเที่ยวบังเอิญต้นลีลาวดีสองข้างบันไดขึ้นปราสาทกำลังออกดอก ดูสวยจริงๆเต็มไปหมด

 
เมื่อ สว.ปีนบันไดชันจำนวนนับร้อยขั้น ผลออกมา เฮ่อ&#8230;ขอน้ำเย็นดื่มหน่อย&#8230; ไกด์สาว ที่หอบหิ้วน้ำเย็นผ้าเย็นคอยบริการลูกค้า.. นี่ดีนะว่าลูกค้ามีแค่สามคน

  
เมื่อถึงชั้นปราสาทแล้ว พบชาวบ้านมาขายเครื่องบูชาพระรูปในตัวปราสาท  ไปที่ไหนก็มีฝรั่ง อิอิ ฝรั่งคลานขึ้นคลานลงก็มีให้เห็น

  
นักท่องเที่ยวบางคนศรัทธามาก เอาขวดเปล่าไปรองน้ำที่หยดมาตามรอยแตกของหิน ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังปราสาทวัดพูมีร่องรอยงานแกะสลักที่ยังไม่แล้วเสร็จปรากฏอยู่

  
ด้านเหนือของตัวปราสาทมีก้อนหินใหญ่ก็มีร่องรอยของการแกะสลับรูปช้าง บันไดนาค และรอยลึกของจระเข้เพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆตามความเชื่อ..

 

นับว่าเป็นปราสาทที่สวยอีกแห่งหนึ่งที่น่าไปชม หากการฟื้นฟูตัวปราสาทด้านล่างสำเร็จหมด ก็จะยิ่งสร้างคุณค่าของปราสาทวัดพูอีกมากมาย 
ดอกลีลาวดีที่พื้นบันไดหินนั้นเหมือนเทวดามาโปรยปรายให้เหล่ามนุษยชนขึ้นไปดื่มด่ำกับอดีตกาลที่มีศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ต่างเพื่อสันติและธรรมแห่งการอยู่ร่วมกัน..
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-41.jpg" alt="" width="238" height="194" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-42.jpg" alt="" width="242" height="196" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">ตรงทางเข้าปราสาทวัดพูเราก็พบพิพิธภัณฑ์ ที่เขาห้ามถ่ายรูป แต่มีชาวฝรั่งเศสมาถ่ายทำสารคดี เขาคงขออนุญาตพิเศษ เราเข้าไปชมก็พบ อรรธนารีศวร ที่นี่ แต่ไม่สมบูรณ์เท่าที่อุบลฯครับ </span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-43.jpg" alt="" width="219" height="178" /><span style="font-size:10pt"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-44.jpg" alt="" width="218" height="180" /></span> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-45.jpg" alt="" width="219" height="178" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">ไกด์สาวพาเราเดินขึ้นปราสาทวัดพู ก่อนขึ้นไปมีชาวบ้านเอาเครื่องเซ่นไหว้พระรูปมาขาย เราซื้อมาแสดงคารวะ ต่อพระรูปตระหง่านก่อนทางขึ้นนั่น<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-46.jpg" alt="" width="221" height="180" /><span style="font-size:10pt"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-47.jpg" alt="" width="217" height="176" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-48.jpg" alt="" width="216" height="177" /></span></p>
<p><span style="font-size:10pt">ทางผ่านด้านล่างก่อนขึ้นปราสาทนั้นไกด์บอกว่ามีสามชาติมาสนับสนุนการฟื้นฟูมี อินเดีย ฝรั่งเศษ และอิตาลี<br />
</span></p>
<p><span style="font-size:10pt">ช่วงที่ไปเที่ยวบังเอิญต้นลีลาวดีสองข้างบันไดขึ้นปราสาทกำลังออกดอก ดูสวยจริงๆเต็มไปหมด<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-413.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-414.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">เมื่อ สว.ปีนบันไดชันจำนวนนับร้อยขั้น ผลออกมา เฮ่อ&#8230;ขอน้ำเย็นดื่มหน่อย&#8230; ไกด์สาว ที่หอบหิ้วน้ำเย็นผ้าเย็นคอยบริการลูกค้า.. นี่ดีนะว่าลูกค้ามีแค่สามคน<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-415.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-416.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-417.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">เมื่อถึงชั้นปราสาทแล้ว พบชาวบ้านมาขายเครื่องบูชาพระรูปในตัวปราสาท  ไปที่ไหนก็มีฝรั่ง อิอิ ฝรั่งคลานขึ้นคลานลงก็มีให้เห็น<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-418.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-419.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-420.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">นักท่องเที่ยวบางคนศรัทธามาก เอาขวดเปล่าไปรองน้ำที่หยดมาตามรอยแตกของหิน ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังปราสาทวัดพูมีร่องรอยงานแกะสลักที่ยังไม่แล้วเสร็จปรากฏอยู่<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-421.jpg" alt="" width="221" height="179" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-422.jpg" alt="" width="220" height="180" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-423.jpg" alt="" width="215" height="177" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">ด้านเหนือของตัวปราสาทมีก้อนหินใหญ่ก็มีร่องรอยของการแกะสลับรูปช้าง บันไดนาค และรอยลึกของจระเข้เพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆตามความเชื่อ..<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-424.jpg" alt="" width="362" height="210" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-425.jpg" alt="" width="255" height="206" /></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-426.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-1237-427.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">นับว่าเป็นปราสาทที่สวยอีกแห่งหนึ่งที่น่าไปชม หากการฟื้นฟูตัวปราสาทด้านล่างสำเร็จหมด ก็จะยิ่งสร้างคุณค่าของปราสาทวัดพูอีกมากมาย </span></p>
<p><span style="font-size:10pt">ดอกลีลาวดีที่พื้นบันไดหินนั้นเหมือนเทวดามาโปรยปรายให้เหล่ามนุษยชนขึ้นไปดื่มด่ำกับอดีตกาลที่มีศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ต่างเพื่อสันติและธรรมแห่งการอยู่ร่วมกัน..</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1841/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วันสตรีสากล..สตรีในมุมของอดีต</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1812</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1812#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 07:18:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทุนสังคม]]></category>

		<category><![CDATA[บางทราย]]></category>

		<category><![CDATA[ปราสาทวัดพู]]></category>

		<category><![CDATA[วันสตรีสากล]]></category>

		<category><![CDATA[อรรธนารีศวร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1812</guid>
		<description><![CDATA[
เทวรูปอรรธนารีศวรพระองค์นี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์อุบลราชธานี อย่างที่บันทึกไปแล้ว และผมไปพบรูปนี้ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทวัดพู เมืองจำปาสัก ปากเซ ซึ่งเอารูปนี้ไปอธิบายเทวรูปที่เป็นวัตถุโบราณที่นั่น ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและไม่งดงามเท่าที่อุบล           มีคำบรรยายเป็นภาษาลาว ผมให้น้องไกด์อ่านให้ฟัง 

มีตอนหนึ่งพยายามอธิบายความหมายเทวรูปที่มีสองเพศนี้โดยกล่าวว่า 

&#8220;&#8230;.เนื่องจากสตรีคือพลังแห่งการสร้างโลก&#8230;&#8221;

เนื่องในวันสตรีสากลจึงหยิบเอามุมนี้ของ &#8220;อรรธนารีศวร&#8221; มาบอกกล่าวกันครับ

..สตรีจงเจริญ..
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030853-0718-1.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">เทวรูปอรรธนารีศวรพระองค์นี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์อุบลราชธานี อย่างที่บันทึกไปแล้ว และผมไปพบรูปนี้ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทวัดพู เมืองจำปาสัก ปากเซ ซึ่งเอารูปนี้ไปอธิบายเทวรูปที่เป็นวัตถุโบราณที่นั่น ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและไม่งดงามเท่าที่อุบล           มีคำบรรยายเป็นภาษาลาว ผมให้น้องไกด์อ่านให้ฟัง </span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: #e36c0a;"><span style="font-size:16pt">มีตอนหนึ่งพยายามอธิบายความหมายเทวรูปที่มีสองเพศนี้โดยกล่าวว่า </span><span style="font-size:18pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: #e36c0a;"><span style="font-size:18pt">&#8220;&#8230;.เนื่องจากสตรีคือพลังแห่งการสร้างโลก&#8230;&#8221;</span><span style="font-size:20pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">เนื่องในวันสตรีสากลจึงหยิบเอามุมนี้ของ &#8220;อรรธนารีศวร&#8221; มาบอกกล่าวกันครับ</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #e36c0a;"><span style="font-size:18pt">..สตรีจงเจริญ</span><span style="font-size:20pt">..</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1812/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ ปราสาทวัดพู 1</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1807</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1807#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Mar 2010 14:48:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<category><![CDATA[บางทราย]]></category>

		<category><![CDATA[ปราสาทวัดพู]]></category>

		<category><![CDATA[ปากเซ จำปาสัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1807</guid>
		<description><![CDATA[เช้าวันที่อบอุ่นเราออกเดินทางจากที่พักหอพักราชภัฏอุบลฯเราทิ้งรถของเราไว้ที่บริษัทนั่งรถตู้ที่เราซื้อบริการทัวร์เพียงครอบครัวเดียวไปรับลูกสาวที่บินมาจากรุงเทพฯแล้วก็ตรงสู่ช่องเม็กชานแดนไทยลาว


ถนนหลายช่วงชำรุดแต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้ดี ทัวร์บกพร่องไปหน่อยไม่จัดการใบผ่านแดนให้เรียบร้อยทั้งที่บอกว่าจะจัดการไว้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลามากนัก อาจเป็นเพราะจำนวนคนยังไม่มาก ปกติมากับทัวร์ เขาจะจัดการให้หมด ลูกค้าแค่นั่งคอย และพ่อค้าก็เข้าใจรู้ว่าไม่ว่าจะออกหรือจะเข้าคนที่ผ่านก็ต้องคอย

  
  
ดังนั้น บริษัทดาวเรืองของลาวจึงมาสร้างร้าน Duty free ขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าที่ด่านสะหวันนะเขตเสียอีก และได้ผลจริงๆ พี่ไทยแห่เข้าร้านและซื้อ ซื้อ ซื้อ ส่วนมากก็คือ เหล้าฝรั่ง ไวน์ เครื่องสำอาง น้ำหอม คนทั่วไปก็ถือโอกาสเข้าห้องน้ำดีดีที่นี่ ทานกาแฟร้อนเย็น ซึ่งราคาแพงกว่าบ้านเรา อิอิ 
 
 
เมื่อข้ามสะพานที่ญี่ปุ่นสร้างให้นั้น เราก็พบบ้านที่กำลังก่อสร้างทางตลิ่งซ้ายมือ มันใหญ่โตมาก ไกด์สาวบอกว่านี่คือบ้านของเจ้าของบริษัทดาวเรือง หรือ ดาวเฮือง ผู้ยิ่งใหญ่เรื่องกาแฟ อะราบิกา ของลาว

 
เราไม่เข้าที่พักก่อนตรงไปทานข้าวกลางวันและเลยไปเที่ยวปราสาทวัดพู อาหารกลางวันก็นับว่าใช้ได้ครับส่วนใหญ่เป็นปลา แม้ว่าผมจะทานไม่ได้แต่ครอบครัวก็เอร็ดอร่อย ทุกอย่าง แล้วเราก็มุ่งไปทางทิศใต้ตามเส้นทางหมายเลข 13 ของลาว แล้วต้องไปข้ามแพแม่น้ำโขงกลับไปอยู่ฝั่งขวาอีกครั้ง

ไกด์สาว นั่งบ่นอุบอิบไปตลอดทางที่จะข้ามแพ ถามได้ความว่า แพจะข้ามฝั่งได้ต้องรอรถมาเต็มแพ หากไม่เต็มก็ไม่ออกไป จะนานเท่าไหร่ก็ต้องรอ บังเอิญช่วงนี้ทัวร์มากันมากจึงไม่ต้องรอนาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size:10pt">เช้าวันที่อบอุ่นเราออกเดินทางจากที่พักหอพักราชภัฏอุบลฯเราทิ้งรถของเราไว้ที่บริษัทนั่งรถตู้ที่เราซื้อบริการทัวร์เพียงครอบครัวเดียวไปรับลูกสาวที่บินมาจากรุงเทพฯแล้วก็ตรงสู่ช่องเม็กชานแดนไทยลาว<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-1.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-2.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">ถนนหลายช่วงชำรุดแต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้ดี ทัวร์บกพร่องไปหน่อยไม่จัดการใบผ่านแดนให้เรียบร้อยทั้งที่บอกว่าจะจัดการไว้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลามากนัก อาจเป็นเพราะจำนวนคนยังไม่มาก ปกติมากับทัวร์ เขาจะจัดการให้หมด ลูกค้าแค่นั่งคอย และพ่อค้าก็เข้าใจรู้ว่าไม่ว่าจะออกหรือจะเข้าคนที่ผ่านก็ต้องคอย<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-3.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-4.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-5.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-6.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-7.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-8.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">ดังนั้น บริษัทดาวเรืองของลาวจึงมาสร้างร้าน </span>Duty free <span style="font-size:10pt">ขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าที่ด่านสะหวันนะเขตเสียอีก และได้ผลจริงๆ พี่ไทยแห่เข้าร้านและซื้อ ซื้อ ซื้อ ส่วนมากก็คือ เหล้าฝรั่ง ไวน์ เครื่องสำอาง น้ำหอม คนทั่วไปก็ถือโอกาสเข้าห้องน้ำดีดีที่นี่ ทานกาแฟร้อนเย็น ซึ่งราคาแพงกว่าบ้านเรา อิอิ </span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-9.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-10.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-11.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-12.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">เมื่อข้ามสะพานที่ญี่ปุ่นสร้างให้นั้น เราก็พบบ้านที่กำลังก่อสร้างทางตลิ่งซ้ายมือ มันใหญ่โตมาก ไกด์สาวบอกว่านี่คือบ้านของเจ้าของบริษัทดาวเรือง หรือ ดาวเฮือง ผู้ยิ่งใหญ่เรื่องกาแฟ อะราบิกา ของลาว<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-13.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-14.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">เราไม่เข้าที่พักก่อนตรงไปทานข้าวกลางวันและเลยไปเที่ยวปราสาทวัดพู อาหารกลางวันก็นับว่าใช้ได้ครับส่วนใหญ่เป็นปลา แม้ว่าผมจะทานไม่ได้แต่ครอบครัวก็เอร็ดอร่อย ทุกอย่าง แล้วเราก็มุ่งไปทางทิศใต้ตามเส้นทางหมายเลข </span>13 <span style="font-size:10pt">ของลาว แล้วต้องไปข้ามแพแม่น้ำโขงกลับไปอยู่ฝั่งขวาอีกครั้ง</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-15.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-16.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-17.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:10pt">ไกด์สาว นั่งบ่นอุบอิบไปตลอดทางที่จะข้ามแพ ถามได้ความว่า แพจะข้ามฝั่งได้ต้องรอรถมาเต็มแพ หากไม่เต็มก็ไม่ออกไป จะนานเท่าไหร่ก็ต้องรอ บังเอิญช่วงนี้ทัวร์มากันมากจึงไม่ต้องรอนาน แต่ดูสภาพแพยนต์แล้วแตกต่างจากที่เมืองไชยบุรีมาก ที่นั่นทันสมัยกว่ามาก โครงสร้างพื้นฐานของลาวต้องพัฒนาอีกมากครับ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-18.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030753-1445-19.jpg" alt="" /><span style="font-size:10pt"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size:10pt">เมื่อขึ้นอีกฝั่งก็มีร้านค้าท้องถิ่นขายสินค้าพื้นบ้าน แต่ก็ไม่มีรถคันไหนจอดให้คนลงไปชมต่างก็รีบมุ่งหน้าเดินทางต่อไปวัดพู ที่นี่คือเมืองจำปาสัก ดั้งเดิมจริงๆ ยังมีอาคารโบราณสมัยฝรั่งเศสปกครองหลงเหลืออยู่ และทำเป็น &#8220;เฮือนพัก&#8221; ให้ฝรั่งมาเช่าพักแบบ </span>B&amp;B <span style="font-size:10pt">หรือ </span>Bed and Breakfast <span style="font-size:10pt">สำหรับพวก</span>Backpacker</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1807/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Tung Tung Xewa</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1787</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1787#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Mar 2010 14:42:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1787</guid>
		<description><![CDATA[
TATA Xenon หรือจะสู้ TungTung Xewa(ถุงถุงซิวะ), เป็นรุ่น Limited ใหม่ล่าสุด

 Made in Thailand. Only use in Remote Area. มีจำนวนจำกัดจริงๆ เป็นรุ่นSuper พอเพียง เพราะจำกัดความเร็วที่ 20 กม./ชม. อยากได้ต้อง Order พิเศษ โดยต้องวางดาวน์ ที่บริษัทอัมเพิลริช เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

พึงระวังสินค้าเลียนแบบ ของแท้ต้องมีถุงห้อยสองข้าง

ไม่มีวางขาย อยากได้ต้องสั่งเท่านั้น 
หากท่านต้องการดูสินค้าก่อนสั่ง โปรดไปนั่งริมถนน สมเด็จ-กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพราะไม่รู้ว่าจะผ่านมาเมื่อไหร่&#8230; อิอิ(ร้อนอ่ะ)
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030653-1442-tungtungxew1.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;">TATA Xenon หรือจะสู้ TungTung Xewa(ถุงถุงซิวะ), เป็นรุ่น Limited ใหม่ล่าสุด<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;"> Made in Thailand. </span><span style="font-size: 18pt; color: red;">Only</span><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;"> use in Remote Area. มีจำนวนจำกัดจริงๆ เป็นรุ่นSuper พอเพียง เพราะจำกัดความเร็วที่ 20 กม./ชม. อยากได้ต้อง Order พิเศษ โดยต้องวางดาวน์ ที่บริษัทอัมเพิลริช เพียงแห่งเดียวเท่านั้น<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;">พึงระวังสินค้าเลียนแบบ ของแท้ต้องมีถุงห้อยสองข้าง<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;">ไม่มีวางขาย อยากได้ต้องสั่งเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;">หากท่านต้องการดูสินค้าก่อนสั่ง โปรดไปนั่งริมถนน สมเด็จ-กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพราะไม่รู้ว่าจะผ่านมาเมื่อไหร่&#8230; อิอิ(ร้อนอ่ะ)</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1787/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 2</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1785</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1785#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 15:50:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1785</guid>
		<description><![CDATA[ผมไม่ใช่นักสะสมพระเก่า และไม่มีความรู้เรื่องวัตถุโบราณ แต่เมื่อมาเห็นพระอรรธนารีศวรก็อดชื่นชมในความงามและความหมาย เชื่อว่าหลายๆท่านก็ไม่เคยเห็นมาก่อนยกเว้นท่านที่สนใจหรือเรียนมาทางนี้โดยตรง ผมเองนั้นรับรู้โดยสำนึกเสมอว่า ความเชื่อและศรัทธานั้นยิ่งใหญ่เสมอ สามารถทำในสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆได้

 

การสร้างพระรูปที่มีสองเพศในองค์เดียวกันนั้นคงมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าจะสร้างขึ้นมาด้วยอารมณ์ขัน เมื่อศึกษาที่มาที่ไปก็ยอมรับ ความเชื่อ ความศรัทธาของบรรพบุรุษของพวกเรา

 

ทำไมถึงต้องสองเพศ คำอธิบายที่พิพิธภัณฑ์กล่าวไว้ว่า &#8220;รูปอรรธนารีศวร เป็นประติมากรรมเนื่องในศาสนาพราหม์ ลัทธิไศวนิกาย ที่สร้างขึ้นตามเรื่องราวระหว่างพระอุมาและฤาษีภิริงกิติ ผู้ซึ่งเคารพพระศิวะเพียงองค์เดียว ทำให้พระอุมาทรงพิโรธและสาปให้ร่างกายไร้เลือดเนื้อ ต่มาภายหลังพระนางทรงละอายต่อสิ่งที่ได้กระทำต่อฤาษีตนนี้ จึงคืนคำสาปและอธิษฐานขอให้พระวรกายของพระนางเข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งขององค์พระศิวะ&#8230;.. นับเป็นอรรธนารีศวรที่เก่ารูปหนึ่งเท่าที่พบในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้&#8230;&#8221;



ผมขออนุญาต อ.บัญชา ธนบุญสมบัติ หรือ น้องชิวของผม สำเนาสาระบางส่วนมาครับ

คำว่า อรรธนารีศวร มาจากคำ 3 คำ ได้แก่ อรรธ (ครึ่ง) + นารี (ผู้หญิง) + อิศวร (พระผู้เป็นเจ้า) หมายถึง เทพเจ้าผู้เป็นสตรีครึ่งหนึ่งนั่นเอง บางครั้งก็เรียกสั้นๆ ว่า อรรธนารี (Ardhanari) เฉยๆ ผู้ชายทางซีกขวาคือ พระศิวะ ส่วนผู้หญิงทางซีกซ้ายคือ พระปารวตี ชายาของพระองค์ โดยในที่นี้พระปารวตีเป็น ศักติ (Shakti) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ผมไม่ใช่นักสะสมพระเก่า และไม่มีความรู้เรื่องวัตถุโบราณ แต่เมื่อมาเห็นพระอรรธนารีศวรก็อดชื่นชมในความงามและความหมาย เชื่อว่าหลายๆท่านก็ไม่เคยเห็นมาก่อนยกเว้นท่านที่สนใจหรือเรียนมาทางนี้โดยตรง ผมเองนั้นรับรู้โดยสำนึกเสมอว่า ความเชื่อและศรัทธานั้นยิ่งใหญ่เสมอ สามารถทำในสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆได้<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-21.jpg" alt="" width="258" height="351" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-22.jpg" alt="" width="320" height="352" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">การสร้างพระรูปที่มีสองเพศในองค์เดียวกันนั้นคงมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าจะสร้างขึ้นมาด้วยอารมณ์ขัน เมื่อศึกษาที่มาที่ไปก็ยอมรับ ความเชื่อ ความศรัทธาของบรรพบุรุษของพวกเรา<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-23.jpg" alt="" width="380" height="270" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-24.jpg" alt="" width="242" height="265" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ทำไมถึงต้องสองเพศ คำอธิบายที่พิพิธภัณฑ์กล่าวไว้ว่า &#8220;รูปอรรธนารีศวร เป็นประติมากรรมเนื่องในศาสนาพราหม์ ลัทธิไศวนิกาย ที่สร้างขึ้นตามเรื่องราวระหว่างพระอุมาและฤาษีภิริงกิติ ผู้ซึ่งเคารพพระศิวะเพียงองค์เดียว ทำให้พระอุมาทรงพิโรธและสาปให้ร่างกายไร้เลือดเนื้อ ต่มาภายหลังพระนางทรงละอายต่อสิ่งที่ได้กระทำต่อฤาษีตนนี้ จึงคืนคำสาปและอธิษฐานขอให้พระวรกายของพระนางเข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งขององค์พระศิวะ&#8230;.. นับเป็นอรรธนารีศวรที่เก่ารูปหนึ่งเท่าที่พบในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้&#8230;&#8221;<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-25.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-26.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ผมขออนุญาต อ.บัญชา ธนบุญสมบัติ หรือ น้องชิวของผม สำเนาสาระบางส่วนมาครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">คำว่า อรรธนารีศวร มาจากคำ 3 คำ ได้แก่ อรรธ (ครึ่ง) + นารี (ผู้หญิง) + อิศวร (พระผู้เป็นเจ้า) หมายถึง เทพเจ้าผู้เป็นสตรีครึ่งหนึ่งนั่นเอง บางครั้งก็เรียกสั้นๆ ว่า อรรธนารี (Ardhanari) เฉยๆ ผู้ชายทางซีกขวาคือ พระศิวะ ส่วนผู้หญิงทางซีกซ้ายคือ พระปารวตี ชายาของพระองค์ โดยในที่นี้พระปารวตีเป็น ศักติ (Shakti) แปลว่า อำนาจหรือผู้ทรงไว้ซึ่งอำนาจของพระสวามี (ซึ่งในที่นี้คือ พระศิวะ)<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ลัทธิศักติ (Shaktism) นั้นถือว่าชายาแห่งเทพองค์หนึ่งๆ นี่แหละคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของเทพองค์นั้น เช่น พระปารวตีกุมอำนาจของพระศิวะ พระสรัสวดีกุมอำนาจของพระพรหม และพระลักษมีกุมอำนาจของพระวิษณุ ……<br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-27.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1548-28.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">มีเกร็ดที่น่ารู้ด้วยว่า แม้พระอรรธนารีศวรจะดูเผินๆ เหมือนชายครึ่ง-หญิงครึ่งอย่างเท่าเทียมกัน แต่การที่ร่างกายด้านขวาเป็นชายและด้านซ้ายเป็นหญิงนั้น มีผู้ตีความว่านี่เป็นการซ่อนความหมายลึกๆ ว่า &#8220;ชายใหญ่กว่าหญิง&#8221; เพราะในวัฒนธรรมอินเดียถือว่าด้านขวาเป็นด้านที่เหนือกว่าด้านซ้าย….<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">นอกจากนี้ พระอรรธนารีศวรยังอาจมีจำนวนพระกรได้หลายรูปแบบ ได้แก่ 2, 3, 4, 6 และ 8 ในกรณีที่จำนวนพระกรเป็นเลขคู่ ร่างกายทั้ง 2 ด้านก็จะมีพระกรเท่าๆ กัน แต่หากมี 3 พระกร ด้านขวา (ชาย) จะมี 2 พระกร ส่วนด้านซ้าย (หญิง) ก็จะมีแค่พระกรเดียว<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ทั้งหลายทั้งปวงนี้ดูประหนึ่งจะตอกย้ำว่า &#8220;ชายใหญ่กว่าหญิง&#8221; แม้จะไม่ชัดเจนก็ตามที<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">นี่เองที่ทำให้บรรดาพวกศักตะ (Shakta) หรือผู้ที่นับถือลัทธิศักติทนไม่ได้ พวกเขาจึงสร้างประติมากรรมหรือวาดภาพพระอรรธนารีศวรกลับซ้ายขวา คือให้ทางขวาเป็นหญิง ส่วนทางซ้ายเป็นชาย ตามความเชื่อของพวกเขาที่ว่า &#8220;หญิงต่างหากเล่าที่ใหญ่กว่าชาย&#8221; นั่นเอง<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ท่านที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ต่างๆดังนี้<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ขอแนะนำบทความ Ardhanarishvara in Art and Philosophy ที่ <a href="http://www.exoticindiaart.com/acrobat/ardhanarishvara.pdf">http://www.exoticindiaart.com/acrobat/ardhanarishvara.pdf&#8221;&gt;</a><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 12pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;<br />
</span></p>
<p><a href="http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/20080401/news.php?news=column_26090688.html"><span style="font-size: 12pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/20080401/news.php?news=column_26090688.html</span></a><span style="font-size: 12pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;"><br />
</span></p>
<p><a href="http://guideubon.com/news/view.php?t=26&amp;d_id=1&amp;s_id=4&amp;page=1"><span style="font-size: 12pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">http://guideubon.com/news/view.php?t=26&amp;d_id=1&amp;s_id=4&amp;page=1</span></a><span style="font-size: 12pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: #365f91;">ขอขอบคุณ ดร.บัญชาครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #c00000;">ยังไม่ได้ข้ามไปลาวเลย มัวแต่ฝอย&#8230;อิอิ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1785/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 1</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1776</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1776#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 13:49:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1776</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนเดินทางเข้าลาวใต้ คือปากเซ เมืองจำปาสัก เรามีเวลาแวะเที่ยวเมืองอุบลฯ แรกตั้งใจจะเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และอีกหลายแห่ง เพราะคนข้างกายมีงานทำที่นั่นชมนักหนาว่าอยากให้ไปเที่ยว แต่เวลาที่เรามีอยู่กับระยะทางนั้นไม่เหมาะสมกันจึงเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเที่ยวในเมือง เราขอเอกสารการท่องเที่ยวอุบลจาก ททท. ขอนแก่นก่อนเดินทางจึงอยากไปเที่ยววัดต่างๆในตัวเมือง และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ 



แล้วเราก็ได้ไปกราบพระเจ้าองค์ตื้อที่มีประวัติยาวนานคู่เมืองอุบลฯ มีหลักศิลาจารึกหลายหลัก
เดินอ่านพักใหญ่ก็เรียนรู้อดีตของท้องถิ่นอุบลมากขึ้น 



ที่หน้าพระอุโบสถองค์ตื้อนั้น มีเทวรูปยักษ์เฝ้าประตูนั่งหลับและยืนหลับปรากฏอยู่ ดูน่ารักครับ

เราไปต่อวัดอื่น แต่มาโผล่ที่พิพิธภัณฑ์ก่อนจึงเข้าไปชม พอดีมีคณะนักเรียนที่คุณครูพามาทัศนศึกษาเราก็พลอยเดินตามเด็กเข้าไปชมด้วย




 


เด็กคงจะได้รับใบงานจากคุณครูให้บันทึกความรู้ที่ได้  ร้อยทั้งร้อยใช้วิธีจดบันทึกจากข้อมูลหน้ารูป พระรูป เทวรูปนั้นๆ  ผมยังนึกต่อไปว่า เมื่อไปถึงโรงเรียนออกมาเล่าหน้าชั้นเด็กจะบรรยายรูปต่างๆที่จดไปได้อย่างไร ก็แค่อ่านสิ่งที่จดให้เพื่อนฟัง ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
จดยังไม่ทันหมดก็รีบไปห้องอื่น เผลอเดี๋ยวเดียวก็หายไปหมดแล้ว ขณะที่เรายังชื่นชมเทวรูป พระรูปต่างๆอยู่ที่ห้องแรกเลย

  

อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมเป็นศาลากลางจังหวัด สวยงามมากครับ คงจะขึ้นเป็นโบราณสถานและนำมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งเหมาะสมที่สุดเพราะอยู่กลางเมือง

 

มีพระรูป เทวรูปที่สำคัญสุดหลายองค์ แต่องค์ที่ผมว่าสุดยอดที่สุดคือ พระ &#8220;อรรธนารีศวร&#8221; ที่ผมเพิ่งมีความรู้ครั้งแรกก็ประทับใจเป็นที่สุด รีบหาความรู้ทันที แล้วก็ไปพบพระองค์นี้ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทเมืองพู จำปาสักลาวใต้ในวันต่อมาอีก แต่ไม่สวยเท่าที่อุบล และเขาถ่ายรูป อรรธนารีศวรจากอุบลไปอธิบายความหมายของพระองค์นี้ด้วย เสียดายที่ลาวนั้นเขาห้ามถ่ายรูป  จริงๆที่อุบลเขาก็ห้ามถ่าย แต่วันที่ผมไปเขาอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ  อิอิ

เก็บเรื่องนี้เอาไว้บันทึกเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน

 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">ก่อนเดินทางเข้าลาวใต้ คือปากเซ เมืองจำปาสัก เรามีเวลาแวะเที่ยวเมืองอุบลฯ แรกตั้งใจจะเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และอีกหลายแห่ง เพราะคนข้างกายมีงานทำที่นั่นชมนักหนาว่าอยากให้ไปเที่ยว แต่เวลาที่เรามีอยู่กับระยะทางนั้นไม่เหมาะสมกันจึงเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเที่ยวในเมือง เราขอเอกสารการท่องเที่ยวอุบลจาก ททท. ขอนแก่นก่อนเดินทางจึงอยากไปเที่ยววัดต่างๆในตัวเมือง และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ </span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-11.jpg" alt="" /><span style="font-size: 16pt; color: #984806;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">แล้วเราก็ได้ไปกราบพระเจ้าองค์ตื้อที่มีประวัติยาวนานคู่เมืองอุบลฯ มีหลักศิลาจารึกหลายหลัก</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span><span style="font-size:14pt">เดินอ่านพักใหญ่ก็เรียนรู้อดีตของท้องถิ่นอุบลมากขึ้น </span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-12.jpg" alt="" /><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-13.jpg" alt="" /><span style="font-size: 16pt; color: #984806;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #984806;">ที่หน้าพระอุโบสถองค์ตื้อนั้น มีเทวรูปยักษ์เฝ้าประตูนั่งหลับและยืนหลับปรากฏอยู่ ดูน่ารักครับ<br />
</span></p>
<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">เราไปต่อวัดอื่น แต่มาโผล่ที่พิพิธภัณฑ์ก่อนจึงเข้าไปชม พอดีมีคณะนักเรียนที่คุณครูพามาทัศนศึกษาเราก็พลอยเดินตามเด็กเข้าไปชมด้วย</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-14.jpg" alt="" width="397" height="170" /><span style="font-size: 16pt; color: #984806;"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-15.jpg" alt="" width="208" height="169" /></span><br />
<span style="font-size: 16pt; color: #984806;"><br />
</span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-16.jpg" alt="" width="371" height="308" /><span style="font-size: 16pt; color: #984806;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-17.jpg" alt="" width="220" height="305" /></span><br />
<span style="font-size: 16pt; color: #984806;"><br />
</span></p>
<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">เด็กคงจะได้รับใบงานจากคุณครูให้บันทึกความรู้ที่ได้  ร้อยทั้งร้อยใช้วิธีจดบันทึกจากข้อมูลหน้ารูป พระรูป เทวรูปนั้นๆ  ผมยังนึกต่อไปว่า เมื่อไปถึงโรงเรียนออกมาเล่าหน้าชั้นเด็กจะบรรยายรูปต่างๆที่จดไปได้อย่างไร ก็แค่อ่านสิ่งที่จดให้เพื่อนฟัง ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span><span style="font-size:14pt">จดยังไม่ทันหมดก็รีบไปห้องอื่น เผลอเดี๋ยวเดียวก็หายไปหมดแล้ว ขณะที่เรายังชื่นชมเทวรูป พระรูปต่างๆอยู่ที่ห้องแรกเลย<br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-18.jpg" alt="" /><span style="color: #984806;"><span style="font-size:16pt"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-19.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-110.jpg" alt="" /></span><span style="font-size:14pt"><br />
</span></span></p>
<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมเป็นศาลากลางจังหวัด สวยงามมากครับ คงจะขึ้นเป็นโบราณสถานและนำมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งเหมาะสมที่สุดเพราะอยู่กลางเมือง</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-111.jpg" alt="" /><span style="color: #984806;"><span style="font-size:16pt"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-112.jpg" alt="" /></span><span style="font-size:14pt"><br />
</span></span></p>
<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">มีพระรูป เทวรูปที่สำคัญสุดหลายองค์ แต่องค์ที่ผมว่าสุดยอดที่สุดคือ พระ &#8220;อรรธนารีศวร&#8221; ที่ผมเพิ่งมีความรู้ครั้งแรกก็ประทับใจเป็นที่สุด รีบหาความรู้ทันที แล้วก็ไปพบพระองค์นี้ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทเมืองพู จำปาสักลาวใต้ในวันต่อมาอีก แต่ไม่สวยเท่าที่อุบล และเขาถ่ายรูป อรรธนารีศวรจากอุบลไปอธิบายความหมายของพระองค์นี้ด้วย เสียดายที่ลาวนั้นเขาห้ามถ่ายรูป  จริงๆที่อุบลเขาก็ห้ามถ่าย แต่วันที่ผมไปเขาอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ  อิอิ</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">เก็บเรื่องนี้เอาไว้บันทึกเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-113.jpg" alt="" /><span style="font-size: 16pt; color: #984806;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-114.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="color: #984806;"><span style="font-size:14pt">นอกจากพระพุทธรูป เทวรูปแล้วยังมีรูปเก่าๆ อีกหลายรูปที่น่าชมมาก บ่งบอกเรื่องราวของอดีต ต่างๆให้เราได้สำนึกในบรรพชนที่ก่อร่างสร้างสังคม ประเทศมาจนทุกวันนี้</span><span style="font-size:16pt"><br />
</span></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030453-1346-115.jpg" alt="" /><span style="font-size: 16pt; color: #984806;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #984806;">และยังจำลองภาพวาดโบราณที่โขงเจียมมาไว้ที่นี่อีกด้วย ผมใช้เวลาที่เหลือหมดไปกับการดื่มด่ำอดีตที่นี่ อิ่มอกอิ่มใจ ชื่นชมจังหวัดอุบลราชธานีที่ทำได้ดีมากทีเดียวครับ<br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1776/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ดอกอะไร..เอ่ย</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1760</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1760#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2010 14:50:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1760</guid>
		<description><![CDATA[
 

	
ดอกอะไร ทราบไหมเอ่ย มีกลิ่นหอมด้วยครับ ถ่ายมาจากลาวใต้
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
 </p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030353-1450-1.jpg" alt=""/>
	</p>
<p><span style="color:#365f91; font-size:14pt">ดอกอะไร ทราบไหมเอ่ย มีกลิ่นหอมด้วยครับ ถ่ายมาจากลาวใต้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1760/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เมฆสวยที่ริมโขง</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1758</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1758#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 18:19:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1758</guid>
		<description><![CDATA[เอาเมฆสวยๆยามที่ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วอีสาน

 

เห็นเป็นรูปอะไรบ้างครับ

 

 

ถ่ายวันนี้เองที่บนภูมโนรมย์ มุกดาหาร ชอบครับ



]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;">เอาเมฆสวยๆยามที่ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วอีสาน<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030253-1819-1.jpg" alt="" width="329" height="247" /><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030253-1819-2.jpg" alt="" width="333" height="250" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;">เห็นเป็นรูปอะไรบ้างครับ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030253-1819-3.jpg" alt="" width="330" height="250" /><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;"> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030253-1819-4.jpg" alt="" width="333" height="250" /><br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030253-1819-5.jpg" alt="" width="332" height="249" /> <img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030253-1819-6.jpg" alt="" width="329" height="249" /><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;">ถ่ายวันนี้เองที่บนภูมโนรมย์ มุกดาหาร ชอบครับ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030253-1819-7.jpg" alt="" /><span style="font-size: 14pt; color: #365f91;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1758/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทรงพระเจริญ..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1750</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1750#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 09:42:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1750</guid>
		<description><![CDATA[
 

 

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
 </p>
<p>
 </p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/03/030153-0941-1.jpg" alt=""/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1750/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พระจันทร์ที่ปากเซ สปป.ลาว</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1748</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1748#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2010 15:43:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1748</guid>
		<description><![CDATA[
		
หลังจากเที่ยวปราสาทวัดพู แล้วก็มานอนพักที่โรงแรมจำปาสักพาเลซ ที่ปากเซ


		
ดูพระจันทร์วันเพ็ญที่ปากเซซิครับ
		
มีคนไทยมาท่องเที่ยวเต็มไปหมด โรงแรมนี้เหมาคนไทยครับ รายละเอียดค่อยเล่าวันหลัง นี่ทดลองใช้ wifi ของโรงแรม มีคลื่นแค่เม็ดเดียว..ลองใช้ดู อิอิ
		
อากาศร้อนมากๆ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022753-1541-1.jpg" alt=""/><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">หลังจากเที่ยวปราสาทวัดพู แล้วก็มานอนพักที่โรงแรมจำปาสักพาเลซ ที่ปากเซ<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022753-1541-2.jpg" alt=""/><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">ดูพระจันทร์วันเพ็ญที่ปากเซซิครับ</span><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">มีคนไทยมาท่องเที่ยวเต็มไปหมด โรงแรมนี้เหมาคนไทยครับ รายละเอียดค่อยเล่าวันหลัง นี่ทดลองใช้ </span><span style="font-size:16pt">wifi </span><span style="font-size:14pt">ของโรงแรม มีคลื่นแค่เม็ดเดียว..ลองใช้ดู อิอิ</span><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">อากาศร้อนมากๆ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1748/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แดงอุบล..</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1745</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1745#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Feb 2010 12:22:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1745</guid>
		<description><![CDATA[ไปเที่ยวชมวัดและพิพิธภัณฑ์แล้วก็กลับมาเครียร์งานให้เบาบางก่อนไปเที่ยวลาวใต้ นั่งฟังคำวินิจฉัยที่ห้องพักราชภัฏอุบล
		

		

		
ท้องฟ้าทางตะวันตกมีสี &#8220;แดงจึ่งคึ่ง&#8221; 
		
เพราะขาดสติ จึงเกิดกิเลส เพราะกิเลส จึงเกิดความโลภ เพราะความโลภจึงต้องการอำนาจ เพราะต้องการอำนาจจึงเกิดการกระทำ.. เพราะการกระทำ..จึงร่ำรวย เพราะความร่ำรวยมหาศาลจึงฮึกเหิม เพราะฮึกเหิมจึงสุ่มเสี่ยง เพราะสุ่มเสี่ยงจึงผิดพลาด เมื่อผิดพลาดก็รับกรรมตามเหตุที่มา&#8230; ฟ้าจึงแดง
		
วุ้ย..เกี่ยวกันไหมเนี่ยะ  อิอิ
		
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size:14pt">ไปเที่ยวชมวัดและพิพิธภัณฑ์แล้วก็กลับมาเครียร์งานให้เบาบางก่อนไปเที่ยวลาวใต้ นั่งฟังคำวินิจฉัยที่ห้องพักราชภัฏอุบล</span><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022653-1221-1.jpg" alt=""/><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022653-1221-2.jpg" alt=""/><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">ท้องฟ้าทางตะวันตกมีสี &#8220;แดงจึ่งคึ่ง&#8221; </span><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">เพราะขาดสติ จึงเกิดกิเลส เพราะกิเลส จึงเกิดความโลภ เพราะความโลภจึงต้องการอำนาจ เพราะต้องการอำนาจจึงเกิดการกระทำ.. เพราะการกระทำ..จึงร่ำรวย เพราะความร่ำรวยมหาศาลจึงฮึกเหิม เพราะฮึกเหิมจึงสุ่มเสี่ยง เพราะสุ่มเสี่ยงจึงผิดพลาด เมื่อผิดพลาดก็รับกรรมตามเหตุที่มา&#8230; ฟ้าจึงแดง</span><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span style="font-size:14pt">วุ้ย..เกี่ยวกันไหมเนี่ยะ  อิอิ</span><span style="font-size:16pt"><br />
		</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1745/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>รำแพน</title>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1735</link>
		<comments>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1735#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Feb 2010 04:08:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bangsai</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/dongluang/archives/1735</guid>
		<description><![CDATA[
	

	

	

	

	
ทั้งสัปดาห์มีแต่น้องหมาเฝ้าบ้าน เขาก็ทำหน้าที่ของเขา นอนเฝ้าหน้าบ้านใครผ่านไปมา ท่าไม่ดีก็เห่า เห่า แล้วแสดงอาการดุๆใส่เขา (แต่หากปล่อยออกไปกลับไปกระดิกหาง เลียไม้เลียมือซะนี่) เรากลับมาบ้านก็เอาใจเขาหน่อย พาไปเดินเล่นสวนสาธารณะ

เลยได้ภาพนกยูงรำแพนมาฝากครับ


 

 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022153-0406-1.jpg" alt=""/>
	</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022153-0406-2.jpg" alt=""/>
	</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022153-0406-3.jpg" alt=""/>
	</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022153-0406-4.jpg" alt=""/>
	</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/dongluang/files/2010/02/022153-0406-5.jpg" alt=""/>
	</p>
<p><span style="color:#365f91; font-size:14pt">ทั้งสัปดาห์มีแต่น้องหมาเฝ้าบ้าน เขาก็ทำหน้าที่ของเขา นอนเฝ้าหน้าบ้านใครผ่านไปมา ท่าไม่ดีก็เห่า เห่า แล้วแสดงอาการดุๆใส่เขา (แต่หากปล่อยออกไปกลับไปกระดิกหาง เลียไม้เลียมือซะนี่) เรากลับมาบ้านก็เอาใจเขาหน่อย พาไปเดินเล่นสวนสาธารณะ<br />
</span></p>
<p><span style="color:#365f91; font-size:14pt">เลยได้ภาพนกยูงรำแพนมาฝากครับ<br />
</span></p>
<p>
 </p>
<p>
 </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1735/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
