หอมกลิ่นอดีต

โดย krupu เมื่อ 14 มกราคม 2010 เวลา 12:00 ในหมวดหมู่ มุมมองของชีวิต, วิถีชีวิต #
อ่าน: 3643

ตอนเด็ก ๆ ถ้าวันไหนถูกคุณยายกระเตงไปต่างอำเภอด้วยจะตื่นเต้นมาก ถึงจะพะุรุงพะรังตอนขาไปหน่อยก็เหอะ เพราะต้องหอบหัวน้ำปลาแท้ ไตปลาดอง (คนใต้เรียก ขี้ปลา) และปลาทูนึ่งไปฝากตามบ้านญาติ ๆ ทุกหลังก็ตามที

สภาพบ้านเรือนและวิถีชีิวิตในอำเภอชนบทมีความแตกต่างจากในอำเภอเมืองอย่างเห็นได้ชัด ข้าวของเครื่องใช้ ขนมที่ขายยังเป็นแบบเก่า  ยี่ห้อที่หาดูไม่ค่อยได้แล้วในเมือง ที่นี่ก็จะมีเกือบครบ  (แบบที่พี่เบิร์ดเอามาให้ดูนั่นเลยค่ะ)  โรงหนังยังเป็นโรงไม้ ฝาเป็นรู ๆ สามารถปีนแอบดูได้โดยไม่เสียสตังค์

จำได้ว่าเคยนึกสนุกไปร่วมปีนดูหนังทางรอยแตกของแผ่นไม้กับเพื่อนทะโมนแถวนั้น ปรากฎว่าตอนปีนลงมาเจอศพชาวประมงนอนหัวแบะอยู่ข้างโรงหนัง เพราะระหว่างที่เรากำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น เขามีเรื่องกันไปเสร็จสรรพแล้ว

นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นศพมันสมองไหลเต็ม ๆ ตา กลับบ้านไปนั่งจ๋อยอยู่เป็นวัน ๆ ไม่กล้าไปซนที่ไหนไกล ๆ อีกเลย

สองข้างทางของถิ่นที่ทำประมงจะเห็นตะแกรงตากปลา ตากหมึกกะตอยเป็นระยะ ๆ รถที่วิ่งสวนไปมาก็ล้วนแต่กำลังขนย้ายอาหารทะเลทั้งสิ้น ไม่ก็น้ำแข็ง แห อวน น๊อต น้ำมันเครื่อง เพลา และเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์เรือประมงต่าง ๆ

กลิ่นกุ้งที่เพิ่งต้มเสร็จใหม่ ๆ รอการผึ่งให้สะเด็ดน้ำเพื่อเตรียมจะไปตากเป็นกุ้งแห้ง หอมกรุ่นฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไป

ถ้าสนใจก็แวะถามขอซื้อกันตรงนั้น จะได้อาหารทะเลที่ใหม่สดและรับรองว่าราคาจะถูกอย่างน่าตกใจ เผลอ ๆ ถ้าคุยกันไปมาแล้วรู้ว่าเป็นลูกบ้านนู้นเป็นหลานบ้านนี้  นับไปนับมา เฮ๊ย เป็นญาติกันนี่หว่า ก็เสร็จเรา!

เจ้าของจะรีบใส่ถุงให้ บอก “เอาไป ๆ” ถึงเหงื่อจะไหลไคลจะย้อยเพราะไอแดด แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ แห่งน้ำใจก็เป็นภาพที่ทำให้จดจำไปได้อีกแสนนานเลยล่ะค่ะ

ยิ่งถ้าวิ่งแจ้นกลับไปเล่าให้ยายฟังเมื่อไหร่ รับรองเที่ยวหน้าจะได้แบกของฝากเพิ่มขึ้นอีกแน่นอนเลยเรา อิอิ

“ฝ่ายท่า” ที่อยู่ของเหล่าญาติ ๆ ของยายที่ย้ายมาจาก จ.เพชรบุรีด้วยกัน เกือบทั้งหมดทำอาชีพประมง รับจ้างแกะปู แกะหอย ปลอกกุ้ง ทำกะปิ ดองปลาเค็ม ทำน้ำปลา ฯลฯ

พ้นจากเวลางานเมื่อไหร่ บ้านเรือนส่วนหนึ่งจะกลายสภาพเป็นบ่อนการพนันทันที ถ้าบ่อนผู้สูงอายุก็จะเป็นบ่อนไพ่ตอง ครูปูเริ่มฝึกระบายสีก็จากไพ่ตองนี่แหล่ะค่ะ เพราะต้องระบายตัวโจ๊ก หรือตัวสำคัญต่าง ๆ ให้เป็นสีเป็นสัน คนแก่ ๆ จะได้จดจำได้ง่ายขึ้น

ถ้าเป็นบ่อนชายวัยกลางคนก็มักจะเป็นไพ่ดรัมมี่ ไฮโล น้ำเต้าปูปลา ว่ากันไป

เป็นเด็กข้างบ่อนไพ่นี่สนุกมากนะคะ ขอบอก มีกิจกรรมให้ทำตลอด รายได้ก็งามอย่าบอกใครเชียว เหอ เหอ :P


และในบ่อนไพ่นี่เอง ใครมีสารทุกข์สุกดิบอย่างไร จะนินทา พูดถึงใคร ก็จะสามารถยกเป็นประเด็นระหว่างจั่วไพ่ไปด้วยได้  ใครมีอารมณ์หรือความคิดเห็นอยากจะร่วมแลกเปลี่ยน อยากจะติติงใคร ก็ว่ากันซึ่ง ๆ หน้าไปเลย เสียงดังฟังชัด รับได้ไม่ได้ก็ว่ากันไป ลูกใครหลานใคร ไม่สน!  ทุกคนสนิทสนมและมีความเป็นญาติกัน จึงเหมือนมีสิทธิ์ ที่จะติจะติงซึ่งกันและกันได้เกือบทุกเรื่อง

บางหัวข้อแม้จะดูเป็นความลับและอาจน่าอับอายแต่ความสนิทชิดเชื้อและภาษาที่พูดกันตรง ๆ ทำให้ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียงั๊น  บางข้อพิพาทก็จบลงแสนง่ายดายในบ่อนไพ่นี่เอง

บ่อนเลิกเมื่อไหร่ก็จะมานั่งสารภาพสรุปยอดบัญชีรายรับรายจ่าย เจ้าของบ้านได้ต๋งเท่าไหร่ เจ้ามือ ผู้เล่นแพ้เท่าไหร่ กินมาเท่าไหร่ พร้อมนัดหมายแก้มือกันคราวต่อไปทันที


เวลาคนเพชร (บุรี) เขาเจอญาติพี่น้องกันที ก็เซ็งแซ่ สำเนียงอำเภอไหน อำเภอไหนก็งัดกันออกมา ปากก็อีนั่น อีนี่ ตามด้วยคำสบถห้อยท้ายแทบทุกคำ ออกรสออกชาติน่าดูชม แต่แตะเนื้อต้องตัวและยิ้มหัวเราะตาปิด น้ำหมากไหลซึมออกข้างปากแทบทุกคน

บางคนสบถและลากเสียงยาวววว…มาก จนแยกไม่ออกว่านี่กำลังด่า หรือกำลังทักทายกันแน่หว่า?

ด้วยจรรยาบรรณจึงมิสามารถยกตัวอย่างคำสบถเหล่านั้นในที่นี้ได้นะคะ อิอิ

น่าแปลกตรงที่คำสบถเหล่านี้ ทุกคนเข้าใจตรงกันค่ะว่าเป็นคำทักทาย บางคำนั้นแรงกว่า “ทุุเรศ” ที่อุ๊ยได้ยินเยอะ แต่ให้ความรู้สึกบวกกว่าแยะเลยล่ะค่ะ

คำยิ่งแรงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงความสนิทสนมกันมากขึ้นเท่านั้น

BELIEVE IT OR NOT!

ครูปูลำดับญาติของยายไม่เคยครบเลยค่ะ แต่ละชื่อก็นะ ยายเผอะ ยายนาม  ยายทิม ยายเดือน ยายปิ่น ลุงโค้ง ป้าแกะ  เอาไว้ยายแวะนอนเคล้งที่บ้านไหนนานหน่อยก็จะจำชื่อคนนั้นได้มากกว่า

แต่ละบ้านปลูกสร้างง่าย ๆ เป็นแค่เรือนไม้บนป่าโกงกาง พื้นบ้านเป็นไม้แผ่นใหญ่ ๆ แข็งแรง เงาวับ ไม่แน่ใจว่าทาเคลือบด้วยอะไร หรือเหล่าเพื่อน ๆ ญาติ ๆ วนกันมานอนคุยเกลือกกลิ้งอยู่เสมอ ๆ ก็ไม่รู้นะคะ ถึงทำให้เงาวับได้ขนาดนั้น

ช่องว่างระหว่างแผ่นกระดานถือเป็นช่อง National Geographic Society ของครูปูในวัยเด็กเลยล่ะค่ะ

เพราะเพียงแต่ก้มหน้าดูก็จะได้เห็นปลาน้อยใหญ่  กลุ่มลูกกุ้งขี้ตกใจว่ายเกาะกลุ่ม ฮือไปทางนู้นที ฮือมาทางนี้ที  ปูตัวน้อย ๆ เดินชูกล้ามซ่าส์อยู่บนดินเลนชายฝั่ง  กลุ่มปลา teen ที่เดินแถวนั้นก็กลอกลูกกะตาไปมาอย่างน่าฉงน พร้อม sit up กัน บุบ บับ ๆ น่าดูชม

พอคลื่นลมสงบหน่อยเหล่าหอยผสมเพรียงที่เกาะรวมกันเป็นกระจุกน่าขนลุกขนพอง ตามเสาบ้าน  ก็จะตึ๋งหนืดยืดหัวออกมาเสวนากันหน้าสลอน

วันนี้อยู่ดี ๆ ทำไมนึกถึงภาพและเรื่องราวในอดีตขึ้นมาก็ไม่รู้ค่ะ (ท่าทางจะถึงวัยแร่ะเรา เฮ้่อ…)

ดีใจนะคะที่ตัวเองก็มีต้นทุนแบบนี้ในความทรงจำกะเค้าอยู่บ้างเหมือนกัน

นึกสงสัยอยู่ตลอดเลยล่ะค่ะว่า อีกหน่อยต่อไปถ้ารุ่นลูกรุ่นหลานเราจะอยากเก็บเกี่ยวความทรงจำที่เคยได้สัมผัสกับผู้คน สภาพบ้านเรือน ความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความอุดมสมบูรณ์ ความงดงามของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบนี้บ้าง  พวกเขาจะมีเรื่องน่าตื่นตา และประทับใจแบบนี้ให้เขียนถึง ให้นึกถึงกันไหม

ความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ในแต่ละรุ่นจะลดลงหรือเปลี่ยนรูปไปอย่างไร

หรือจะเหลือเพียงความทรงจำในตึก (รู) แคบ ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ ก็บ่อ ฮู๊ เนอะ

เอ ถามให้ใครตอบหว่าเรา?

Post to Facebook

« « Prev : วันพ่อปีีนี้ที่สวนป่า

Next : เมื่อเฒ่าหัวงูมาดูงาน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

201 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.24976801872253 sec
Sidebar: 0.077234029769897 sec