หัวอก ผอ.

อ่าน: 1812

มีโอกาสตระเวณเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ของรัฐหลายแห่งเพื่อติดต่อขอประชาสัมพันธ์ เลยได้เห็นห้องทำงานของท่าน ผอ.หลากรูปแบบ บางที่ก็อลังการงานก่อสร้าง บางที่ก็นะ ของที่ระลึกเอย เกียรติบัตร โล่รางวัล เครื่องรางของขลังที่เขาว่ากันว่าเป็นมงคลต่าง ๆ เอย ล้นจนตู้รอบห้องใส่ไม่พอ

ยิ่งพวกเรือสำเภาจำลองนี่ แทบจะมีอยู่ทุกที่ที่ไปเลยค่ะ มีอยู่ที่นึงเฉพาะเรือสำเภาจำลองอย่างเดียวก็ปาเข้าไป 12 ลำ! แหนะค่ะ

เอ เท่าที่รู้นี่เขาเหมาะกับการทำการค้าไม่ใช่เหรอคะ เป็น ผอ.จะเอาไว้ค้าอะไรหรือเอาไว้วิ่งฉิวตอนโยกย้าย ฮ่าๆๆ คิดขำ ๆ อ่ะค่ะ (ขืนพูดออกไป มีหวังโดนตื้บ :P )

หลายท่านเอกสารแฟ้มงานกองท่วมล้นจนลามไปโต๊ะเสริมซ้ายขวาอีก นึกแล้วก็เห็นใจท่านนะคะ ภารกิจด้านการบริหารก็ไม่ใช่งานหน้าเดียวแบบการสอนเสียด้วยสิ ว่าแล้วก็คิดถึงทั่น ผอ.พี่ครูอึ่งขึ้นมาเฉยเลยอ่ะ

ไปเข้าพบ ผอ.โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อขอจัดกิจกรรมร่วมกัน แรก ๆ ก็พูดจากันดี แต่พอเรียกฝ่ายงานที่รับผิดชอบมานั่งฟัง  ท่าน ผอ.กลับขึงขัง เสียงแข็งเป็นทางการ พูดอะไรแบ่งรับแบ่งสู้ยึดกฎระเบียบทุกเรื่อง แบบที่แขกอย่างเราฟังแล้วก็อึ้งหน่อย ๆ เพราะปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

พอคุยเสร็จก็สั่งให้ลูกน้องออกไปประสานงานกันภายนอก จึงได้ทราบว่าตะีกี้ที่ต้องขมึงทึงเพราะครูที่เรียกมารับงานเมื่อครู่มีอยู่สองประเภท คนหนึ่งกินนอกกินในรับเงินใต้โต๊ะจากงานในความรับผิดชอบ ผอ.จึงต้องป้องกันตัวเองด้วยการพูดจาขึังขัง เพื่อแสดงความโปร่งใสว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษกับโรงเรียนนี้นะ เพื่อจะได้ไม่มีแผลให้ครูคนนั้นนำไปโจมตีได้ แล้วขอให้ไปประสานงานกับลูกน้องอีกคนซึ่งซื่อสัตย์และไว้ใจได้มากกว่า

แง่ว! ต้องหักเหลี่ยมเฉือนคมชิงไหวชิงพริบกันขนาดนี้เชียวหรือ ? นี่ขนาดเบอร์หนึ่งนะนี่ ยังต้องคอยระแวงระวังตลอดเวลา แทบไม่ต้องนึกถึงบรรยากาศการอยู่ร่วมกันของพวกครู ๆ เลยเนอะ

คันปากยิบ ๆ อยากถามท่าน ผอ.แทบแย่ว่าในเมื่อท่านเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในโรงเรียนแล้ว ไปกลัวเขาทำอาไร๊ ทำไมยังทนให้เกิดเรื่องแบบนี้อยู่ได้ จัดการเลยพวกโกงเนี่ยะ วิธีการมีตั้งร้อยแปด

ปั๊ดโธ่ อำนาจก็มีอยู่ในมือน่าจะใช้ให้เป็นประโยชน์ เขาให้มาบริหารนะท่าน เอาเลย ใช้อำนาจที่มีจัดการเลยจะช้าอยู่ไยเดี๋ยวฤดูกาลโยกย้ายมาถึงก็แก้ไม่ทันกันพอดี วัฒนธรรมไม่ซื่อแบบนี้ก็จะยิ่งฝังรากลึกปีแล้วปีเล่าเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

ได้แต่แฮ่ม ๆ อยู่ในใจว่านี่ถ้าเป็นท่านประธานฯ ของหนูนะ จ๋วยไปแล้ว  ขอบอก!

ผอ.ท่านเล่าต่ออีกว่า

เป็น ผอ.โรงเรียนไม่ใช่ง่าย ๆ นะอาจารย์ พวกครูน่ะเขาฟังเราที่ไหน แต่ละคนเก๋า ๆ แก่ ๆ อยู่กันมาก่อนทั้งนั้น เส้นสายก็ไม่ใช่เล่น ๆ จะไปสั่งจะไปเปลี่ยนอะไรมันมีการเมืองเป็นก๊กเป็นเหล่าทั้งนั้น ขืนไม่ดูตาม้าตาเรือ ผอ.ถูกเล่นงานเอาได้ง่าย ๆ นะ สมัยนี้มีทั้งสมาคมผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา ไหนจะครู ไหนจะกฎหมายสิทธิเด็ก ไหนจะผู้ปกครอง ต้นสังกัดอีก ชุมชนอีก

โอย…อย่าให้เซดเลย

ปัญหาเรื่องคุณธรรมแบบนี้ ครูปูถือว่ารับไม่ได้สำหรับสถานศึกษาค่ะ ควรหยิบมาเป็นประเด็นใหญ่ ประกาศเรื่องธรรมาภิบาลเป็นนโยบายเร่งด่วน ลากปัญหาออกมาในที่แจ้ง ไล่ตามตีแผ่ไปเรื่อย ๆ ดูซิว่าเบอร์หนึ่งขององค์กรลงมาเอาจริงเสียอย่าง แก้ไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป

ยิ่งพูด ลมยิ่งออกหูวุ๊ย :(

สีหน้า สายตาท่านแสดงความเหนื่อยหนักอย่างเห็นได้ชัด สอดรับกับทรงผมที่ยุ่งเหยิงเสียนี่กระไร ผู้น้อยอย่างเราก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ

ก็ขนาด ผอ.ยังเซดไม่ออก แล้วหนูจะไปเหลือเหรอคะ

ไอ้เราก็ไม่เคยอยู่ในระบบราชการ ระเบียบขั้นตอนวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ก็ไม่รู้เรื่องกับใครเสียด้วยสิ รู้แต่ว่าถ้ามีการโกงก็ต้องแก้ค่ะ จะไปทนทำไม นี่สถานศึกษานะ นอกจากภาระด้านการสอนแล้ว ครูทุกคนยังมีภารกิจในการเป็นต้นแบบอีกด้วยนะ อย่าลืม!

รู้ตัวแล้วล่ะ ว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะอยู่ในระบบราชการเป็นแน่แท้

ประสบการณ์ที่มีก็แค่ในแบบของเรา จะไปรู้ได้ยังไงว่าวิธีการของเราจะใช้ได้กับบริบทแบบอื่น ผอ.ท่านอาจมีภาวะบีบคั้นอื่นที่ทำให้ไม่สามารถแก้ได้ปุบปับ หรืออาจเริ่มทำอะไรไปแล้วบ้างก็ได้ เพียงแต่ถือโอกาสระบายกับคนนอกเสียหน่อย

ไอ้เราสิ ฟังแล้วก็ไม่วาง ดันเอามาคันคะยือต่อเองเสียนี่ เฮ้อ…

ระหว่างที่กำลังคิดตามสิ่งที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่นั้น ก็เหลือบไปเห็นพระราชดำรัสในกรอบทองแขวนอยู่ที่ผนังเหนือที่นั่งทำงานของ ผอ.ท่านนั้น  จึงเอ่ยปากขออนุญาตจด  ผอ.ท่านนั้นจึงลุกไปยืนอ่านตาม แล้วหันกลับมาส่งยิ้มเย็น ๆ ให้เหมือนเป็นการอนุญาต

พระราชดำรัส

ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง

ห่วงสิทธิ์และห่วงรายได้กันมาก ๆ เข้าแล้ว จะเอาจิตเอาใจที่ไหน มาห่วงความรู้

ความดี  ความเจริญของครู ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อย ๆ บั่นทอนทำลาย

ความเป็นครูไปจนหมดสิ้น  จะไม่มีอะไรดีเหลือไว้พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจหรือ

ผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป


พระราชทานแก่ครูอาวุโส ในโอกาสเข้าเฝ้า ฯ

ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม  2521

Post to Facebook

« « Prev : ดับทุกข์ด้วยต้นทุนชีวิตจากครอบครัว

Next : นักสืบประจำโรงเรียน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2010 เวลา 20:43

    แบบนี้น่ามาเล่นการเมืองอ่ะ อิอิ

  • #2 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2010 เวลา 21:51

    wow! มีนักการเมืองรุ่นพี่มาแนะนำเสียด้วย อย่างนี้ต้องนัดไปติวเข้มกันที่สวนป่าเดือนหน้าดีก่อคะ? หุหุหุ

  • #3 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 ธันวาคม 2010 เวลา 10:13

    คิดดี ๆ ก่อนเข้านะครับ….เข้าง่าย ออกยาก….เพราะติด…..อิอิ

  • #4 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 ธันวาคม 2010 เวลา 10:41

    การเมืองคงเข้าไม่ง่ายเหมือนส้วมนิ กั่กๆๆ ย๊อเย่นค่ะ คุณหมอจอมป่วนมากระซิบแล้วว่า “ปากอย่างนี้อย่าไปเล่นการเมืองเลย ตายป่าว” ซึ่งหนูเห็นด้วยอย่างยิ่งยวดเลยล่ะค่ะ :)

    ทุกวันนี้ก็ไม่มีวันไหนที่ไม่มีเรื่องกับใครเลยล่ะค่ะ ไม่เด็กก็ผู้ปกครอง ไม่ผู้ปกครองก็คนภายนอก เรียกว่าหาเรื่องเป็นอาชีพ เป็นครูนี่คงเป็นแค่งานอดิเรกอ่ะค่ะ เฮ้อ :(

  • #5 สุวรรณา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 ธันวาคม 2010 เวลา 15:26

    พี่มีเพื่อนเป็นครูมัธยม เค้าบอกว่าโรงเรียนเค้า มีแต่ครูเขี้ยวลากดิน อิอิ

  • #6 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 ธันวาคม 2010 เวลา 11:58

    ครูโรงเรียนหนูก็เขี้ยวลากค่ะ แต่ก็น่าร๊ากนะคะ พี่นิด หุหุหุ ;)


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.4683849811554 sec
Sidebar: 1.2923538684845 sec